TARADTHONG.COM
สิงหาคม 14, 2020, 05:58:36 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


  แสดงกระทู้
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
31  สมาชิก VIP / General Discussion / “น้ำมันเครื่อง“ เข้าใจอีกนิด..อย่าแค่คิดตามโฆษณา เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2011, 12:47:32 AM
“น้ำมันเครื่อง“ เข้าใจอีกนิด..อย่าแค่คิดตามโฆษณา


หากกล่าวถึงอุปกรณ์ทางด้านยานยนต์ที่มีความสำคัญอย่างมากในรถยนต์แล้ว เราหลายคนต่างก็คงได้ยินคำว่า "น้ำมันเครื่อง" จนชินหู ที่เราต่างถูกทำให้เชื่อว่าแค่เสียเงินซื้อของแพงจะใช้และดี ทั้งๆที่บางที่มันอาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานที่วันนี้เราอยากทำให้ทุกท่านเข้าใจถึงบทบาทที่แท้จริงของน้ำมันเครื่องยนต์กัน

บทบาทหน้าที่ของ "น้ำมันเครื่อง" นั้นโดยมากเราจะรู้จากโฆษณาที่ทำให้รู้สึกว่าแค่ใส่ก็ "แรง" ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำมันเครื่องที่เราเติมและใช้กันเป็นประจำนั้นมีบทบาทที่สำคัญอยู่ 2 ประการคือ 1 หล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆภายในเครื่องยนต์ และ 2. ทำหน้าที่ลดความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเสียดสีของชิ้นส่วน ที่วันนี้หากกำลังถึงระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง วิธีเลือกน้ำมันที่ดีและถูกต้องนั้นไม่ใช่เพียงแค่ราคา แต่ต้องรู้จริงและตอบคำถามได้ว่าแบบไหนที่เหมาะกับการใช้งานจริงของคุณ



1.สภาพการขับขี่และการใช้งานจริง การเลือกน้ำมันเครื่องก็เหมือนกับการเลือกสรรของต่างๆที่เราจำเป็นต้องดูว่า อะไรเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งสำหรับน้ำมันเครื่องคือการใช้งานจริงของเรา โดยเฉพาะเส้นทางการขับขี่ที่อาจจะเป็นทางไกลหรือในเมือง ล้วนมีความหมายทั้งสิ้น ที่อาจทำให้เราไม่จำเป้นต้องเสียเงินซื้อเพิ่มในสื่งที่ไม่จำเป็น

2.ประเภทเครื่องยนต์ ในเรื่องของประเภทเครื่องยนต์ที่เรากล่าวถึงนี้ไม่ใช่เพียงแค่การแยกระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน หรือแก๊สโซลีน แต่หมายถึงลักษณ์เครื่องยนต์โดยทั่วไป เช่นรอบจัดหรือไม่ หรือมีอุปกรณ์พ่วงเช่นระบบอัดอากาศหรือไม่ เพราะส่วนต่างๆเหล่านี้ เป็นส่วนที่น้ำมันเครื่องจะเข้าไปมีบทบาทที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆมากขึ้น และการที่เรารู้จักลักษณะพื้นฐานของเครื่องยนต์จะทำให้เรารู้ถึงน้ำมันเครื่องที่เหมาะสมได้



3.เข้าใจค่าความหนืด มีคนจำนวนมากของคนใช้รถไม่เข้าใจในค่าความหนืดของน้ำมันเครื่อง ซึ่งนับว่าเป็นส่วนที่สำคัญ ที่นอกจากจะช่วยป้องกันการสึกหรอหล่อลื่นดี แต่ในยามคับขันที่สุดค่าความหนืดนี่แหละถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของคุณภาพน้ำมันเครื่องยนต์ยี่ห้อนั้น

ค่าความหนืดคืออะไร ...ถ้าอธิบายง่ายๆค่าความหนืดคือดัชนีชี้วัดการหล่อลื่นและการทนความร้อนของน้ำมันเครื่อง โดยมีหลักเกณฑ์ง่ายๆคือตัวเลขที่ข้างกระป๋อง อย่างเช่น 10W 30 ที่จะบอกถึงความลื่นของเนื้อน้ำมันสูงสุดและค่าความหนืดสูงสุดในภาวะที่ร้อนที่สุด ที่หมายถึงเส้นบางๆระหว่างพังและไม่พังยามวิกฤติ หากคุณต้องการสมรรถนะการขับขี่มากก็ยิ่งต้องการน้ำมันที่ค่าความหนืดน้อยแต่ก็ยังสามารถทนความร้อนได้สูง แต่กลับกันถ้าคุณใช้งานหนักเน้นการบรรทุกก็อาจต้องการน้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดสูง ที่จะมีอัตราการทนความร้อนสูงด้วย



4.ยี่ห้อไม่ใช่ตัวชี้วัดอย่าเข้าใจผิด มีคนจำนวนไม่น้อยที่ติดแบรนด์เกี่ยวกับน้ำมันเครื่อง ด้วยความเชื่อทางด้านแบรนด์เป็นสำคัญ แต่ความจริงแล้วแบรนด์สินค้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวกับคุณภาพแถมยังอาจสร้างความเข้าใจผิดๆทางด้านคุณภาพ ดังนั้นหากต้องซื้อน้ำมันเครื่องเองให้มองถึงเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับน้ำมัน เช่น โมเลกุลพิเศษ ความสามารถพิเศษด้านต่างๆ แล้วเปรียบเทียบกับราคาจำหน่ายที่ต้องเสียเงินไป

5. มาตรฐานน้ำมันเครื่อง ดูให้ดีจำให้มั่นเพราะสำคัญมาก สิ่งที่สำคัญที่ที่สุดในเรื่องน้ำมันเครื่องนั้นนอกจากความหนืดแล้ว มาตรฐานการผลิตและคุณภาพของน้ำมันเครื่องยังถือเป็นเรื่องสำคัญ เราหลายคนเลือกซื้อน้ำมันเครื่องโดยไม่ได้ดูว่า น้ำมันเครื่องนั้นๆมีมาตรฐานตรงตามที่เครื่องยนต์ต้องการหรือไม่ ซึ่งข้อนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะรถใหม่ๆ เพราะหากคุณใช้น้ำมันเครื่องที่ผิดจากตามที่ผู้ผลิตกำหนดอาจหมายถึงการหมดการรับประกันของรถรุ่นนั้นๆ ก็เป็นไปได้ ดังนั้นควรศึกษาให้ดีโดยดูจากคู่มือรถยนต์ และเปรียบเทียบข้างกระป๋อง

6.น้ำมันเครื่องปลอม เรื่องนี้ต้องระวัง ในช่วงหลายปีทีผ่านมา เราได้ยินมามากเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องปลอม ซึ่งเราต้องระวังให้เป็นอย่างดี เพราะผลกระทบของน้ำมันปลอมนี้อาจทำให้เสียเงินหลายหมื่นหรือหลายแสนบาทได้จากความมักง่ายของเราเอง



การดูน้ำมันเครื่องปลอมนั้นไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยาก ที่ก่อนอื่นต้องมองที่บรรจุภัณฑ์ว่ามีความแตกต่างจากที่เราเคยใช้หรือไม่ (หากใช้น้ำมันยี่ห้อเดิมตลอด) หรือมีการชำรุดไม่บรรจุในหีบห่อหรือไม่ และเมื่อแกะออกมาน้ำมันเครื่องมีสีไม่ใสมาก หรือมีตะกอนปะปนรึเปล่า และที่สำคัญเมื่อใช้งานจริง หากได้ยินเสียงผิดปกติจากเครื่องยนต์เช่นเครื่องยนต์ดังผิดปกติให้สันนิษฐานว่า เจอน้ำมันเครื่องปลอม ให้รีบถ่ายออกทันทีเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

7.เครื่องเก่าน้ำมันเครื่องต้องเน้นหนืด หลายคนที่ใช้รถเก่ามักคิดว่าจะใช้น้ำมันเครื่องอะไรก็ได้ตามใจฉัน แต่ความจริงแล้วยิ่งเครื่องเก่าผ่านการใช้งานมาเยอะ โดยยังไม่มีการโอเวอร์ฮอลล์ใหม่นั้น สมควรที่จะใช้น้ำมันเครื่องที่มีค่าความหนืดสูงเพื่อปกป้องชิ้นส่วนจากการทำงานให้สูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ซึ่งจะช่วยให้ยืดอายุเครื่องยนต์ได้มากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่า เครื่องยนต์นั้นๆจะไม่พังหากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี

ทั้งหมดนี้เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับน้ำมันเครื่องยนต์ที่เรานำมาฝากกัน ยังไงในครั้งหน้าหากคุณต้องทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องไม่ว่าจะด้วยช่าง ตัวเอง หรือศูนย์บริการ ลองสังเกตน้ำมันเครื่องสักนิด ที่เราได้เลือกให้กับรถสุดรักนั้นมันเหมาะกันแล้วใช่หรือไม่
32  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / ทำความเข้าใจเรื่องหน้าที่ของปปง. กับร้านทอง เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2011, 08:44:58 AM
ทำความเข้าใจเรื่องหน้าที่ของปปง. กับร้านทอง
ปัจจุบัน ปปง. หรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ได้ออกกฎหมายกำหนดให้ร้านทองต้องดำเนินการตามกฎหมาย ปปง. เริ่มบังคับใช้ 26 สิงหาคม 2554 โดยกล่าวสรุปง่ายๆ ดังนี้
1.หากลูกค้าทำธุรกรรมด้วยเงินสดทั้งซื้อหรือขาย จำนวน2ล้านบาทขึ้นไป ร้านทองต้องรายงานธุรกรรมนั้นต่อ ปปง.
2.หากลูกค้าทำธุรกรรม ด้วยเงินสด เช็ด เงินโอน หรืออื่นๆที่เป็นการชำระค่าสินค้าทั้งซื้อหรือขาย(ในครั้งแรก) จำนวน 7 แสนบาทขึ้นไป ร้านทองต้องให้ลูกค้าแสดงตนและเก็บข้อมูลของลูกค้าไว้ 5 ปี(ไม่ต้องรายงานต่อ ปปง.-แต่ต้องเก็บไว้ ในกรณีบังเอิญธุรกรรมนั้น เป็นการฟอกเงินของลูกค้า-ซึ่งจะช่วยให้ร้านทองไม่ต้องรับผิดชอบต่อธุรกรรมนั้นๆหากไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง)
3.กรณีเป็นธุรกรรมต้องสงสัย หมายความว่า ลูกค้ามีพฤติกรรมหรือ ลักษณะน่าสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน ร้านทองต้องรายงานต่อปปง. ทราบเช่นกัน โดยไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำ
หมายเหตุ**
1.การรายงานธุรกรรม(2ล้าน)นั้น เฉพาะกรณีที่ลูกค้าซื้อ-ขาย ทองคำด้วยเงินสดเท่านั้น ไม่รวมการทำธุรกรรมด้วยเช็ค,เงินโอน และธุรกรรมทางการเงินอื่นๆที่เกี่ยวกับธนาคาร แต่สำหรับการแสดงตน(7แสน) ต้องจัดให้ลูกค้าแสดงตนในครั้งแรกที่มีการซื้อขายถึง7แสน และทำในครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น
2.เรื่องแบบฟอร์มรายงานธุรกรรม
-เมื่อร้านทอง ขายทองให้ลูกค้า ต้องรายงานแบบ(2)ผู้ประกอบการค้าทองคำ
-เมื่อร้านทอง รับซื้อทองเก่าจากลูกค้า ต้องรายงานแบบ(5)ผู้ประกอบการค้าของเก่า
-กรณีธุรกรรมต้องสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน ต้องรายงานแบบ(10)ธุรกรรมต้องสงสัย
33  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / เจรจาเพิ่ม'เพดานหนี้'USล้มเหลว 'โอบามา-รีพับลิกัน'ต่างไม่ยอมกัน เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2011, 06:43:40 AM
เจรจาเพิ่ม'เพดานหนี้'USล้มเหลว 'โอบามา-รีพับลิกัน'ต่างไม่ยอมกัน

  เอเจนซี - ที่ประชุมเจรจาต่อรองระหว่างประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ กับบรรดาผู้นำรีพับลิกัน ซึ่งเป็นพรรคครองเสียงข้างมากในสภาล่าง ประสบความล้มเหลวในการข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับแผนการปรับเพิ่มเพดานการก่อหนี้สาธารณะเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สหรัฐฯ ต้องหยุดพักชำระหนี้ ทั้งนี้การเจรจาดังกล่าวดำเนินไปด้วยบรรยากาศอันตึงเครียดเมื่อต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์ตอกย้ำจุดยืนของตนในการสนับสนุนหรือคัดค้านแผนการขึ้นภาษี ตลอดจนมาตรการตัดลดงบประมาณรายจ่ายด้านสวัสดิการสังคม
       
       ประธานาธิบดีโอบามา, รองประธานาธิบดีโจ ไบเดน, พร้อมด้วยจอห์น โบห์เนอร์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรครีพับลิกัน ตลอดจนผู้นำในรัฐสภาคนอื่นๆ ได้ร่วมประชุมกันนาน 75 นาที ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันอาทิตย์ (10) เพื่อกำหนดแนวทางประนีประนอมในอันที่จะนำพาสหรัฐฯ หลุดพ้นออกจากภาวะความเสี่ยงที่ต้องหยุดพักชำระหนี้ (default) ทว่า ผลปรากฏว่าพวกเขายังไม่สามารถตกลงอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ไม่เพียงแต่เฉพาะในรายละเอียดประเด็นหนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงขอบข่ายในการเจรจาของพวกเขาด้วย
       
       ทั้งนี้พรรคเดโมแครตของโอบามาพยายามที่จะรื้อฟื้นผลักดันแผนลดการขาดดุลงบประมาณลง 4 ล้านล้านดอลลาร์ผ่านช่องทางการลดการใช้จ่ายและเพิ่มอัตราภาษี ขณะที่จุดยืนของฝ่ายพรรครีพับลิกันซึ่งคัดค้านการขึ้นภาษีมาโดยตลอด เสนอให้มุ่งวางกรอบลดเพดานก่อหนี้สาธารณะเพียงอย่างเดียว โดยยอมให้ลดการขาดดุลงบประมาณลงเพียง 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทว่าจะต้องไม่แตะต้องนโยบายด้านภาษี นอกจากนี้รีพับลิกันยังยืนกรานเสียงแข็งไม่เห็นด้วยต่อกรณีหากรัฐบาลโอบามาจะเลื่อนเพดานก่อหนี้สาธารณะให้สูงขึ้นจากระดับ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบันโดยปราศจากมาตรการรัดเข็มขัดใดๆ
       
       นอกเหนือจากเรื่องภาษีที่ไม่ลงรอยกันแล้ว ผู้แทนจากพรรคเดโมแครตยังคัดค้านแผนการที่รีพับลิกันนำเสนอให้ตัดลดงบประมาณก้อนโตในส่วนของโปรแกรมสังคมสงเคราะห์ อาทิ โครงการเงินประกันสังคมและในส่วนของระบบประกันสุขภาพด้วย ขณะเดียวกันเดโมแครตก็ต้องการปรับแก้กฎหมายจัดเก็บภาษีเดิม โดยการขึ้นภาษีคนรวยและภาษีนิติบุคคลในบางกลุ่ม อาทิ อุตสาหกรรมน้ำมันและแก๊ส
       
       เจ้าหน้าที่เดโมแครตรายหนึ่งซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงประชุมครั้งนี้ เล่าว่า การประชุมดังกล่าวมีบรรยากาศอึมครึม โดยผู้แทนเจรจาจากรีพับลิกันพยายามบ่ายเบี่ยงด้วยข้ออ้างว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมสำหรับการผลักดันแผนลดการขาดดุลงบประมาณอย่างทะเยอทะยาน ขณะที่โอบามาก็สวนกลับทันควันว่า “ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ แล้วเมื่อไร?”
       
       แหล่งข่าวอีกรายในที่ประชุมยังเล่าถึงเหตุการณ์อันตึงเครียดระหว่างการเจรจาช่วงหนึ่งด้วยว่า แฮร์รี รีด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสังกัดเดโมแครต ได้ต่อว่าต่อขานพวกรีพับลิกันที่เอาแต่พูดปาวๆว่าต้องการจะลดการขาดดุลงบประมาณ แต่ทีเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำการตัดสินใจ พวกเขาก็กลับคืนคำ
       
       อย่างไรก็ตามแม้จะไม่มีฉันทามติออกมา ทว่าตามกำหนดการพวกเขาจะประชุมกันอีกครั้งในวันจันทร์ (11) โดยที่โฆษกทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโอบามาจะออกมาแถลงข่าวเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นฟากตะวันออก (22.00 น.เวลาเมืองไทย) ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมกับพวกผู้นำในสภาคองเกรสอีกครั้ง ส่วนเจ้าหน้าที่เดโมแครตคนเดิมก็ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โอบามาเตรียมที่จะจัดประชุมต่อเนื่องทุกวันตลอดทั้งสัปดาห์นี้ เพื่อหวังที่จะฝ่าทางตันออกไปให้จงได้
       
       ทั้งนี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตือนว่า สหรัฐฯ จะไม่สามารถประคับประคองตัวในการหาเงินมาใช้จ่ายได้อีกต่อไปภายในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ หลังจากที่ใช้โควตาในการกู้ยืมครบตามเพดานก่อหนี้สาธารณะที่กฎหมายกำหนดไว้ตั้งแต่ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพวกเขาจะไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ทั้งหมดได้ด้วย และจะทำให้สหรัฐฯ มีสถานะ “default” ทันที ดังนั้น หากรัฐบาลไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้ภายในเดดไลน์ที่ว่านี้ จะสร้างความตื่นตระหนกแก่บรรดานักลงทุน ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดผันผวน ขณะที่ดัชนีราคาหุ้นก็จะดิ่งลงฮวบฮาบ ตลอดจนผลักให้สหรัฐตกลงสู่ห้วงความเสี่ยงแห่งภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจอีกครั้ง
34  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / โจรแสบควงระเบิดปลอมบุกปล้นแบงก์ กวาดเฉียดล้านหนีลอยนวล เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2011, 06:41:42 AM
โจรแสบควงระเบิดปลอมบุกปล้นแบงก์ กวาดเฉียดล้านหนีลอยนวล

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2554 19:54:51 น.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 ก.ค. เกิดเหตุคนร้ายอายุประมาณ 30 ปี สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน สวมหมวกผ้าปิดบังใบหน้าสวมทับด้วยแว่นตาสีดำ บุกเข้าวางระเบิดลักษณะคล้ายระเบิดไดนาไมต์ ขู่บังคับพนักงานประจำเคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย สาขาบ้านฉาง เลขที่ 51 หมู่ 3 ถนนสุขุมวิท อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ให้นำเงินใส่ในถุงพลาสติก ก่อนจะวิ่งออกไปขึ้นจักรยานยนต์ที่จอดข้างธนาคารขี่หลบหนีไป ใช้เวลาปฏิบัติการประมาณ 5 นาที ได้เงินไปเกือบ 1 ล้านบาท

ด้าน น.ส.วิไลพร ภูษณะภัทร เจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า  คนร้ายหยิบระเบิดออกมาจากเสื้อ วางไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะยื่นถุงพลาสติกให้และบอกให้หยิบเงินใส่ พร้อมขู่ว่าหากไม่หยิบจะกดโทรศัพท์ที่ถืออยู่ให้ระเบิดทำงาน ตัวเองอยู่ในอาการตกใก็หยิบเงินให้จนหมดเคาน์เตอร์ คนร้ายจึงบอกให้หยิบอีกเคาน์เตอร์ที่อยู่ข้างกัน ส่วนใหญ่เป็นแบงก์ละ 1,000 บาท จำนวนหลายปึก ใส่ถุงพลาสติกก่อนจะหยิบใส่กระเป๋าวิ่งหนีออกจากธนาคาร ขณะนั้นได้กดสัญญาณเตือนภัย ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงดังกล่าว คาดว่าคนร้ายน่าจะได้เงินไปเกือบๆ 1 ล้านบาท

เบื้องต้นตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดระยองได้ทำการเช็กรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ล่าสุดทราบว่า เป็นรถจักรยานยนต์ซูซุกิ คริสตัล สีดำ หมายเลขทะเบียน 544 แต่ไม่ทราบหมวดอักษร แต่มีอยู่ 3 คันในจังหวัดระยอง อย่างไรก็ตามหลังตำรวจทำการเก็บกู้ระเบิดพบว่าเป็นระเบิดปลอมที่ทำขึ้น
35  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / กองทุนยักษ์'ฟันธง'กรีซ'หยุดพักชำระหนี้'แน่นอน เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 08:22:59 AM
กองทุนยักษ์'ฟันธง'กรีซ'หยุดพักชำระหนี้'แน่นอน


เอเจนซี - ซีอีโอของ พิมโก้ กองทุนเพื่อการลงทุนตราสารหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก พูดฟันธงในวันพุธ(22)ว่า กรีซและชาติยุโรปอื่นๆ จะต้องประกาศหยุดพักชำระหนี้เข้าจนได้ เพื่อจะได้สามารถแก้ปัญหาอันหนักหน่วงของพวกตน
       
       รัฐบาลกรีซนั้นเพิ่งชนะได้คะแนนเสียงไว้วางใจในสภาอย่างเฉียดฉิวเมื่อคืนวันอังคาร(21) โดยเรื่องนี้นับเป็นขั้นตอนอันสำคัญยิ่ง ในเส้นทางมุ่งหน้าปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจากสหภาพยุโรป(อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ทั้งนี้หากไม่ได้รับเงินกู้ดังกล่าวนี้ กรีซก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะกลายเป็นชาติในยูโรโซนรายแรกที่จะต้องประกาศหยุดพักชำระดอกเบี้ยและเลื่อนกำหนดเวลาไถ่ถอนบรรดาตราสารหนี้ภาครัฐของตน
       
       อย่างไรก็ตาม โมฮาเหม็ด เอล-อีเรียน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ พิมโก้ กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวในกรุงไทเปวันพุธ โดยผ่านทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า “ในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้านี้ เราจะได้เห็นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ กัน หาทางออกจากปัญหาที่มีอยู่ต่างๆ กัน โดยสำหรับพวกเศรษฐกิจในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรีซ จะเป็นการหาทางออกโดยการประกาศหยุดพักชำระหนี้”
       
       นอกเหนือจากกรีซแล้ว เขาไม่ได้ระบุชื่อพวกประเทศยุโรปอื่นๆ ที่เขากำลังกล่าวถึง
       
       เอล-อีเรียน ได้เคยพูดเอาไว้มาก่อนแล้วว่า กรีซจะ “ชักดาบ” ไม่ชำระดอกเบี้ยหรือไถ่ถอนพันธบัตรภาครัฐตามกำหนดเวลา และดังนั้นยุโรปจึงมีความเสี่ยงที่จะต้องเสียเงินทองไปเปล่าๆ โดยไม่ได้อะไรตอบแทน จากการที่กำลังพยายามอัดฉีดเงินกู้นับหมื่นๆ ล้านดอลลาร์เข้าไปช่วยเหลือเศรษฐกิจกรีซที่กำลังย่ำแย่หนัก
       
       “(กรีซ)ไม่มีการทำอะไรเลยเพื่อกระตุ้นส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ” เขาระบุ “ไม่มีตัวเลขเครื่องบ่งชี้เศรษฐกิจ (ของกรีซ) แม้แต่ตัวเดียวที่แสดงให้เห็นความเข้มแข็ง พวกเขากำลังหวาดกลัวว่าถ้าหากทำการปรับโครงสร้างแล้วก็จะกระทบกระเทือนพวกธนาคารของยุโรป”
       
       อย่างไรก็ดี เขาแสดงความไม่แน่ใจว่า ถ้าหากกรีซ “เบี้ยวหนี้” ขึ้นมาจริงๆ จะกลายเป็นชนวนก่อให้เกิดวิกฤตทางการเงินทั่วโลกครั้งใหม่หรือไม่ ทั้งนี้เขาอธิบายว่า การหยุดพักชำระหนี้ของกรีซ จะทำให้พวกชาติยูโรโซนที่ประสบปัญหาทำนองเดียวกัน อันได้แก่ ไอร์แลนด์, โปรตุเกส, อิตาลี, และสเปน ต้องย่ำแย่ตามไปด้วยแน่ๆ อย่างไรก็ดี กรีซนั้นยังเล็กเกินไปกว่าจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอันใหญ่โตได้
       
       ทั้งนี้ พิมโก้ หรือที่มีชื่อเต็มว่า แปซิฟิก อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ คอมปานี มีสำนักงานใหญ่อยู่ในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย เวลานี้มีฐานะเป็นผู้จัดการกองทุนที่ลงทุนในด้านตราสารหนี้รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีสินทรัพย์อยู่ในการบริหารจัดการร่วมๆ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์
       
       ทางด้าน โฮราซิโอ วาเลรัส ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของบริษัทกองทุน อัลลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ส แคปิตอล (AGIC) ก็พยากรณ์ว่า การหยุดพักชำระหนี้ของกรีซ “เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ขณะที่ ไอร์แลนด์ และ โปรตุเกส ก็จะต้องดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้สินภาครัฐของพวกตนเช่นกัน ทั้งนี้ ไอร์แลนด์ กับโปรตุเกส เป็นอีก 2 ชาติในยูโรโซน นอกเหนือจากกรีซ ที่กำลังรับความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อไม่ให้ต้องล้มละลาย จากทางสหภาพยุโรป(อียู)และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)
       
       “เวลานี้เราไม่ลงทุนใดๆ ในกรีซ, ไอร์แลนด์, สเปน, และโปรตุเกส” วาเลรัส ซึ่งมาปรากฏตัวด้วยตนเองในงานแถลงข่าวที่ไทเปคราวนี้ กล่าวย้ำ
       
       ทั้ง พิมโก้ และ AGIC ต่างเป็นกิจการในเครือของ อัลลิอันซ์ บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่สัญชาติเยอรมนี โดยที่อัลลิอันซ์เป็นผู้จัดการการบรรยายสรุปสำหรับสื่อมวลชนและนักลงทุนที่ไทเปคราวนี้
36  สมาชิก VIP / General Discussion / ทำความรู้จัก IELTS กันดีกว่า เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 09:32:35 PM
IELTS: International English Language Testing System

IELTS คืออะไร

IELTS (International English Language Testing System) คือ การวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษสำหรับผู้สนใจทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการไป ศึกษาต่อ หรือรับการฝึกอบรมในต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา และผู้ที่มีความประสงค์จะย้ายถิ่นฐาน ไปยังประเทศออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์

IELTS ทดสอบอะไร

IELTS เป็นการทดสอบการใช้ภาษาอังกฤษทั้ง 4 ทักษะ คือ การฟัง การพูด การอ่าน และ การเขียน ผู้สอบจะได้รับใบรายงานผลการสอบโดยแยกเป็น แต่ละส่วนทั้ง 4 ทักษะ ลักษณะของคะแนนในการสอบจะถูกแบ่งออกเป็น 9 ระดับ โดยเริ่มต้นที่ตั้งแต่ระดับที่หนึ่งไปจนถึงระดับที่เก้า ซึ่งสามารถวัดระดับความรู้ความสามารถ ในการใช้ภาษาอังกฤษของผู้สอบได้อย่างถูกต้อง เช่น

ระดับที่ 1 ผู้เข้ารับการทดสอบที่ได้คะแนนในระดับนี้จะหมายถึงผู้ที่ไม่ สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เลย

ระดับที่ 9 ผู้เข้ารับการทดสอบที่ได้คะแนนในระดับนี้จะหมายถึงผู้ที่สามารถ ใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างเหมาะสม ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ

ในการสอบ IELTS ข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ สำหรับผู้ที่ต้องการจะสอบเพื่อนำผลไปสมัครเรียนต่อ และ สำหรับการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการทดสอบทั้งสองแบบจะได้รับข้อสอบที่ใช้ในการทดสอบการฟังและ การพูดฉบับเดียวกัน ส่วนการทดสอบการเขียนและการอ่านจะใช้ข้อสอบคนละแบบ ซึ่งแยกตามวัตถุประสงค์ของผู้เข้ารับการทดสอบ

รูปแบบของการทดสอบแยกตามวัตถุประสงค์ของผู้เข้ารับการทดสอบ

1. เพื่อการศึกษาต่อ (ACADEMIC modules) เพื่อเป็นการทดสอบความพร้อมในการศึกษาต่อในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งในระดับ ปริญญาตรี และปริญญาโท

2. เพื่อการฝึกอบรม (GENERAL TRAINING modules) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวัดความพร้อมเพื่อศึกษาต่อในระดับมัธยม การฝึกอบรมหรือ ทำงานในต่างประเทศที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วข้อสอบจะใช้วัดความรู้ภาษาอังกฤษในระดับพื้นฐาน และจะไม่ซับซ้อนเหมือนกับ ผู้ที่ต้องการวัดระดับความรู้เพื่อศึกษาต่อ และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศนิวซีแลนด์ หรือ ออสเตรเลีย


IELTS จัดสอบที่ไหน และ เมื่อไหร่

IELTS จัดสอบที่ โรงแรมปทุมวันปรินเซส (ติดกับมาบุญครอง) ในช่วงเช้า และ British Council (BC) กรุงเทพฯ ณ อาคารวิทยกิตติ์ ชั้น 13 ในช่วงบ่าย โดยจัดสอบเดือนละ 3 ครั้ง ตรงกับวันเสาร์ และควรสมัครสอบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน นอกจากนี้ทาง BC อาจจัดสอบเพิ่มเติมตามความเหมาะสมซึ่งท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ชั้น 1

ค่าสมัครสอบราคาเท่าไหร่

ค่าสมัครสอบ 5,900 บาท

หลักฐานการสมัคร

1. กรอก ใบสมัครการสอบ IELTS ด้วยอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ (Capital Letter)

2.รูปถ่ายปัจจุบัน 2 รูป (ขนาด 2 นิ้ว)

3.สำเนาเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งพร้อมเอกสารฉบับจริง ดังต่อไปนี้:

- บัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือเดินทาง

***หมายเหตุ สำหรับผู้สมัครที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีสามารถใช้ สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียนแทนสำเนาเอกสารข้างต้นได้

4. ชำระค่าสมัครสอบที่แผนกลูกค้าสัมพันธ์

***หมายเหตุ ผู้สมัครสอบต้องเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนในวันที่ ทำการสมัครสอบ มิฉะนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้สมัครสอบ

การประกาศผลสอบ

ผู้สอบสามารถรับผลการสอบได้ที่ BC วันพฤหัส (หรือ 5 วันทำงานหลังการสอบ) ตั้งแต่เวลา 13.00 - 19.00 น. ทาง BC จะเริ่มจัดการส่งผลสอบที่เหลือให้ผู้สอบทางไปรษณีย์ (โปรดเผื่อเวลาจัดส่งทาง ไปรษณีย์ในกรุงเทพฯ ประมาณ 3 วัน) หากท่านไม่มารับผลสอบภายในวันอาทิตย์ทาง BC จะไม่ทำการแจ้งผลการสอบ ทางโทรศัพท์ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม

การสอบครั้งต่อไป

ท่านสามารถทำการสอบครั้งต่อไปได้อีก 90 วันหลังจากการสอบครั้งสุดท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
กรุงเทพฯ

บริติช เคานซิล ประเทศไทย 254 จุฬาลงกรณ์ ซอย 64 สยามสแควร์ ถ. พญาไท
เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: +662 652-5480-9 ต่อ 501 หรือ 502
โทรสาร :             +662 253-5312     
ตั้งแต่เวลา 09:00 - 16:00
ระหว่างวันจันทร์ - วันศุกร์
37  สมาชิก VIP / General Discussion / ไหว้พระราหู เสริมมงคลชีวิต เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2011, 06:19:44 PM
ไหว้พระราหู เสริมมงคลชีวิต



เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า "พระราหู" เป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่งในคติไทย ซึ่งมีความเชื่อกันว่าการบูชา "พระราหู" สามารถบันดาลประโยชน์และโทษให้เกิดขึ้นกับบุคคล หรือสิ่งต่าง ๆ ได้ ดังนั้น จึงได้มีคิดค้นวิธีการ "ไหว้พระราหู" เกิดขึ้น เพราะเชื่อทำให้สิ่งเลวร้ายอันอาจจะเกิดขึ้น บรรเทาเบาบางลง และแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ดี เกิดความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีโชคมีลาภ เจริญก้าวหน้าร่ำรวย

          เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปตะเวน ไหว้พระราหู ณ วัดต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต แต่จะมีที่ไหนบ้างนั้น ตามเราเข้าไปชมกันดีกว่า...

           วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพมหานคร ประชาชนนิยมไปไหว้พระนารายณ์ทรงครุฑประทับยืนบนพระราหู ซึ่งตั้งอยู่ในบนวิหารหลังเก่าของวัดไตรมิตรวิทยาราม เพื่อเสริมสิริมงคลชีวิต โดยสามารถไปไหว้พระราหูได้ตั้งแต่ เวลา  07.00- 17.00 น. และเปิดทำการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

           วัดขุนจันทร์ ตลาดพูล กรุงเทพมหานคร ได้จัดให้มีสวดนพเคราะห์และบูชาพระราหู ทุกวันพุธ สัปดาห์สุดท้ายของทุกเดือน ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ณ บริเวณลานหลวงพ่อใหญ่วัดขุนจันทร์ ทั้งนี้ ค่าบูชาเครื่องไหว้พระราหู ชุดละ 99 บาท (เฉพาะวันพิธีในงานที่มีการสวด) และชุดละ 49 บาท (วันธรรมดา) หรือเตรียมมาเอง ตามแต่สะดวก

           วัดท่ากระบือ จังหวัดสมุทรสาคร จะมีพิธีไหว้บูชาพระราหู ทุกวันพุธและทุกวันพระ เวลา 18.00 น. โดยจะมีการถือศีลทำวัตรปฏิบัติกรรมฐานด้วย

           วัดท่าไม้ จังหวัดนครปฐม ทุกวันพุธทางวัดจัดพิธีบูชาพระราหู โดยมีการสวดนพเคราะห์เสริมสิริมงคล ทั้งนี้ ทางวัดไม่มีของดำบริการ ต้องเตรียมมาเอง
 
           วัดศรีษะทอง จังหวัดนครปฐม เป็นวัดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย เพราะมีประชาชนเป็นจำนวนมาก นิยมมาสักการบูชาพระราหูที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลที่วัดนี้ โดยทางวัดได้จัดสร้างพระราหูขนาดใหญ่ ไว้ให้ประชาชนได้มาสักการบูชา ซึ่งสามารถไหว้พระราหูได้ทุกวัน (ยกเว้นวันพระ) และหากใครไม่ได้เตรียมของดำไปไหว้พระราหู ทางวัดมีของดำไว้บริการเป็นชุด ชุดละ 300



สำหรับวิธี ไหว้พระราหู คือ เตรียมของดำ 8 อย่าง ได้แก่...

          1. ไก่ดำ หมายถึง คุ้ยเขี่ย ค้าขายดี
          2. ขนมเปียกปูนดำ หมายถึง การปูนบำเหน็จ รางวัล และความสำเร็จโชคลาภ
          3. ไข่เยี่ยวม้า หมายถึง การวิ่งเต้น หรือการติดต่อ ให้ได้รับความสำเร็จ
          4. กาแฟดำ หมายถึง คิดอะไรก็สมหวัง
          5. เฉาก๊วย หมายถึง ความใจเย็นและมีความคิดรอบคอบ
          6. ถั่วดำ หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง
          7. ข้าวเหนียวดำ หมายถึง ความเหนียวแน่นในเรื่องการเงินและความรักครอบครัว
          8. เหล้าดำ หมายถึง ความกล้าในการเสี่ยง การลงทุนดี

          ทั้งนี้ ควรจะทำพิธีไหว้กลางแจ้งในวันพุธกลางคืน โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วกล่าวคำถวายเครื่องบูชาพระราหู คือ ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนจะตามด้วย...

          "โอมเชยยะสัมปัตติ มหาเชยยะสัมปัตติ เชยยันติ โอมทุเรทุเร สวาหะ เลิกขัตตะ นะโมเม พระราหูเทวานัง ธูปะที ปะจะปุปผัง สักการะวันทะนัง สูปะพะยัญชนะ สัมปันนัง โภชะนานัง สาลีนัง สะปะริวารัง อุทะกังวะรัง อาคัจฉันตุ ปะริภุญชันตุ สัพพะทา หิตายะ สุขายะ พระราหูเทวา มะหิทธิกา เดปิอัมเห อานุรักขันตุ อาโรคะ เยนะ สุเข นะจะ"

          อธิฐานขอให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ให้มีโชคลาภความสำเร็จและความสุขตามใจปรารถนา

          หมายเหตุ : การไหว้พระราหูควรทำวันพุธตอนกลางคืน ตั้งแต่ เวลา 18.00-24.00 น. โดยการบูชาครั้งแรกจงบูชาด้วยของดำ 8 อย่าง และธูปดำ 8 ดอก และวันพุธต่อไปให้บูชาด้วยเหล้า 1 จอก ธูปดำ 8 ดอก
38  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / ธนาคารโลกเตรียมให้เงินช่วยเหลืออียิปต์,ตูนีเซียฟื้นฟูปท.หลังโค่นล้มผู้นำเผด็จการ เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 07:51:08 PM
ธนาคารโลกเตรียมให้เงินช่วยเหลืออียิปต์,ตูนีเซียฟื้นฟูปท.หลังโค่นล้มผู้นำเผด็จการ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2554 18:15:38 น.
ที่ประชุม G-8 ระบุว่า ธนาคารโลกจะมอบเงินมากกว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่ อียิปต์ และ ตูนีเซีย เพื่อสนับสนุนสองประเทศนี้ที่ได้ล้มล้างผู้นำเผด็จการและกำลังพยายามสถาปนาระบอบประชาธิปไตยเสรีขึ้นในประเทศ

นอกจากนี้ ประเทศสมาชิก G-8 เองก็จะให้การสนับสนุนในระดับทวิภาคีแก่ประเทศเหล่านี้ ในขณะเดียวกันก็จะผลักดันให้ประเทศอาหรับที่ร่ำรวยมีส่วนร่วมในการช่วยพยุงเศรษฐกิจอียิปต์และตูนีเซีย
39  สมาชิก VIP / General Discussion / ไอซ์แลนด์ที่1 ประเทศสงบสุขที่สุดในโลก ส่วนไทยรั้งอันดับ 107 เมื่อ: พฤษภาคม 27, 2011, 07:46:51 PM
ไอซ์แลนด์ที่1 ประเทศสงบสุขที่สุดในโลก ส่วนไทยรั้งอันดับ 107

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 27 พฤษภาคม 2554 17:06:14 น.
ผลการจัดอันดับประเทศที่มีความสงบสุขที่สุดในโลกประจำ ปี 2011 ของสถาบันเพื่อการวิจัยทางเศรษฐกิจและสันติภาพ ไออีพี ระบุว่า ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่มีความสงบสุขมากที่สุดในโลกในปีนี้ ขณะที่ประเทศอื่นๆ ที่ติด 10 อันดับแรก จากการสำรวจประกอบด้วย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เดนมาร์ก สาธารณรัฐเชก ออสเตรีย ฟินแลนด์ แคนาดา นอร์เวย์ และสโลเวเนีย ขณะที่บรรดาชาติมหาอำนาจทั้งทางการเมือง การทหาร และเศรษฐกิจของโลกต่างมีอันดับที่ไม่ดีนัก โดยสหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับที่ 82 สหราชอาณาจักรอยู่อันดับ 26 ฝรั่งเศสอันดับที่ 36 และสาธารณรัฐประชาชนจีนถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 80 ของโลก

ส่วนประเทศในทวีปเอเชีย ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ถูกระบุว่ามีความสงบสุขมากที่สุด ตามมาด้วยกาตาร์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน คูเวต เวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และภูฏาน

สำหรับประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความสงบสุขอยู่ในอันดับที่ 107 ของโลกจากจำนวนประเทศที่ไออีพีสำรวจทั้งหมด 153 ประเทศในปีนี้ โดยเป็นการขยับอันดับขึ้นจากที่ 124 เมื่อปี 2010  หลังจากที่สถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองของไทยในขณะนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ในส่วนของประเทศที่มีความสงบสุขน้อยที่สุดในโลกในปัจจุบัน คือ โซมาเลีย ดินแดนที่คุกรุ่นไปด้วยไฟสงครามกลางเมือง อยู่ในอันดับรั้งท้ายที่ 153 ของโลก รองลงมา คือ อิรัก ซูดาน  อัฟกานิสถาน เกาหลีเหนือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รัสเซีย ปากีสถาน อิสราเอล และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง
40  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / กรีซเตือนอาจไม่สามารถจ่ายเงินเดือนขรก.หากไม่ได้ความช่วยเหลือจาก EU-IMF เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 07:23:13 PM
กรีซเตือนอาจไม่สามารถจ่ายเงินเดือนขรก.หากไม่ได้ความช่วยเหลือจาก EU-IMF

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 25 พฤษภาคม 2554 12:27:33 น.
รัฐบาลกรีซเตือนว่าอาจไม่สามารถจ่ายเงินเดือนและเงินบำนาญข้าราชการในเดือนก.ค.นี้ หากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ไม่ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม เพื่อแลกกับการใช้มาตรการรัดเข็มขัดและการปฏิรูปเศรษฐกิจเพิ่มเติมในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

"หากไม่ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม เราก็อาจจะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนและบำนาญข้าราชการได้" นายจอร์จ ปาปาคอนสแตนตินู รมว.คลังกรีซ กล่าวให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ของกรีซ

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลกรีซได้ปฏิเสธการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ว่า กรีซอาจจะเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้ โดยกรีซได้ย้ำถึงมุมมองในด้านบวกของการใช้โครงการสร้างเสถียรภาพและการเติบโตระยะ 3 ปี ซึ่งได้ประกาศใช้ในปี 2553 เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ ภายใต้การสนับสนุนจากอียูและไอเอ็มเอฟ

แต่เนื่องจากกรีซไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการคลังและมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากประเทศเจ้าหนี้ ทำให้นายแอนเดรียส โลเวอร์ดอส รมว.แรงงานกรีซ ได้ออกมาแสดงความกังวลว่า การผิดนัดชำระหนี้อาจทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของกรีซยากจนอย่างรุนแรง นอกจากนี้ รมว.แรงงานและรมว.คลังของกรีซยังได้เรียกร้องให้มีการใช้นโยบายใหม่เพื่อต่อสู่กับวิกฤตการณ์ต่างๆ พร้อมกับปฏิเสธแนวความคิดที่ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ สำนักข่าวซินหัวรายงาน

--อินโฟเควสท์ แปลและเรียบเรียงโดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปนัยดา
41  สมาชิก VIP / General Discussion / เปิดโผ 10 อันดับประเทศที่บ้างานที่สุดในโลก เมื่อ: พฤษภาคม 17, 2011, 03:42:16 PM
เปิดโผ 10 อันดับประเทศที่บ้างานที่สุดในโลก

หากจะพูดถึงวันหยุดที่หลาย ๆ คนไม่ต้องไปทำงาน สำหรับในบ้านเราแล้ว อาจเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่คนทำงานทุกคนชื่นชอบ และใช้สิทธิ์วันหยุดนั้นกันอย่างเต็มที่ แต่สำหรับคนทำงานอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะแม้ว่าจะมีวันหยุดเหมือน ๆ กัน แต่พวกเขากลับไม่ใช้มันมากเท่าที่ควร จนเข้าข่ายเป็นคนบ้างาน หรือที่เรียกว่า Workaholics ไปในที่สุด

          ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์ส ร่วมกับสำนักวิจัย Ipsos ได้ร่วมกันจัดทำแบบสำรวจพฤติกรรมการใช้วันหยุดพักผ่อน ของประชากรวัยทำงานในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกรวมทั้งสิ้นกว่า 13,000 คน แล้วนำมาจัดอันดับประเทศที่คนทำงานบ้างานมากที่สุดในโลก ซึ่งผลการสำรวจเป็นดังนี้



 1. ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่งานหนักที่สุดในโลก และประชากรก็บ้างานมากที่สุดในโลกด้วย โดยจากการสำรวจ มีประชากรเพียง 33 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ใช้สิทธิ์วันหยุดพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นมีวันหยุด 16 วันต่อปี และประชากรทำงานเฉลี่ย 1,714 ชั่วโมงต่อปี

 2. ออสเตรเลีย จำนวนประชากรวัยทำงานในออสเตรเลียที่ใช้สิทธิ์วันหยุด คิดเป็นจำนวน 47 เปอร์เซ็นต์ มีวันหยุดราชการปีละ 8 วัน ขณะที่ประชากรทำงานเฉลี่ย 1,690 ชั่วโมงต่อปี

 3. แอฟริกาใต้ แม้จะมีวันหยุดราชการ 12 วันต่อปี แต่มีประชากรที่ใช้สิทธิ์วันหยุดกันเพียง 47.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่ประชากรทำงานเฉลี่ย 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

 4. เกาหลีใต้ มีวันหยุดราชการ 15 วันต่อปี แต่มีประชากรที่ใช้สิทธิ์วันหยุดกันเพียง 53 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรทำงานเฉลี่ยสูงถึง 46.6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

 5. สหรัฐอเมริกา มีวันหยุดราชการ 10 วันต่อปี แต่มีประชากรที่ใช้สิทธิ์วันหยุดกันเพียง 57 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรทำงานเฉลี่ย 1,768 ชั่วโมงต่อปี



 6. แคนาดา มีวันหยุดราชการ 9 วัน แต่มีประชากรที่ใช้สิทธิ์วันหยุด 58 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรทำงานเฉลี่ย 1,699 ชั่วโมงต่อปี

 7. อินเดีย แม้จะมีวันหยุดราชการจริง ๆ ปีละ 16 วัน แต่ประชากรวัยทำงานชาวอินเดียกลับขอรับสิทธิ์วันหยุดเพียง 12 วันเท่านั้น และถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น ก็มีประชากรที่ใช้สิทธิ์วันหยุดกันเต็มที่แค่ 58.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรทำงานเฉลี่ย 43-48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

 8. บราซิล มีวันหยุดราชการ 11 วัน แต่มีประชากรที่ใช้สิทธิ์วันหยุดกัน 59 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรทำงานเฉลี่ย 44 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

 9. สวีเดน มีวันหยุดราชการ 11 วัน แต่มีประชากรที่ใช้สิทธิ์วันหยุดเต็มที่ 63 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรทำงานกันเฉลี่ยปีละ 1,610 ชั่วโมง

 10. จีน มีวันหยุดราชการ 11 วัน ส่วนบริษัทห้างร้านจะต้องให้วันหยุดพนักงานเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 10 วัน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น กลับมีผู้ใช้สิทธิ์วันหยุดกันอย่างเต็มที่ 65 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรทำงานกันเฉลี่ย 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

          นอกจากนี้ ยังมีประเทศที่ประชากรบ้างานรองลงมาอีก 5 อันดับ ได้แก่ เม็กซิโก รัสเซีย อิตาลี โปแลนด์ และฝรั่งเศส ตามลำดับ
42  สมาชิก VIP / General Discussion / Google เปิดตัวบริการใหม่ Music Beta เมื่อ: พฤษภาคม 13, 2011, 03:10:53 PM
Google เปิดตัวบริการใหม่ Music Beta


สาวกแอนดรอยด์สหรัฐฯ มีเฮ! Google เปิดตัวบริการใหม่ Music Beta ให้สมาชิกอัปโหลดไฟล์เพลงสูงสุดได้ถึง 20,000 เพลง

          ในการประชุมนักพัฒนาประจำปี Google I/O 2011 มีการเปิดตัว "Music Beta" บริการใหม่ล่าสุดจากค่าย Google ซึ่งเป็นบริการที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์เพลงได้สูงสุดถึง 20,000 เพลง ลงบนคอลเลกชั่นของตัวเอง และเรียกฟังได้จากการสตรีมผ่านทางคอมพิวเตอร์ทั่วไป สมาร์ทโฟน แท็บเลต หรือเครื่องอะไรก็ตามในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่รองรับการใช้งานโปรแกรมแฟลช เพลย์เยอร์ เช่นเดียวกับบริการ Cloud Service จากอเมซอน แต่เหนือกว่าในเรื่องของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ที่อเมซอนเปิดให้เพียง 5 กิกะไบต์ สำหรับไฟล์เพลง 1,200 เพลงเท่านั้น

          ทั้งนี้ โฆษกจากูเกิล กล่าวว่า บริการ Google Music Beta ถือเป็นก้าวแรกของ Google สู่โลกของ cloud media service ซึ่งในระยะแรกจะเปิดให้บริการเฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชัน 2.2 ขึ้นไป โดยสามารถเข้าไปลงทะเบียนเพื่อใช้งานได้ที่เว็บไซต์ music.google.com แต่ทาง Google ก็มีแผนจะเปิดให้ใช้บนระบบ iOS ในระยะเวลาอันใกล้นี้ด้วย
 
          แต่ก็น่าเสียดายที่บริการดังกล่าว จะรองรับผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ส่วนผู้ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS ก็ยังต้องรอกันอีกสักหน่อย เพราะแว่วมาว่า Google มีแผนจะเปิดให้ใช้บนระบบ iOS ในระยะเวลาอันใกล้นี้
43  สมาชิก VIP / General Discussion / กำลังใจชีวิตจากนักวิทย์อัมพาต สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2011, 10:08:35 AM
กำลังใจชีวิตจากนักวิทย์อัมพาต สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง

 ในชีวิตของใครหลาย ๆ คน อาจจะได้พบเจอกับเรื่องราวเลวร้ายมากมาย ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองโชคร้ายมากกว่าคนอื่น ๆ จนหลายคนก็รู้สึกท้อแท้ หมดกำลังใจในชีวิต และมักจะนำความทุกเหล่านั้นมาตัดพ้อ และตอกย้ำตัวเองอยู่อย่างนั้นไม่จบไม่สิ้น แต่สำหรับชายผู้เป็นอัมพาต ที่เรานำเรื่องราวมาฝากกันในวันนี้ กลับไม่เป็นอย่างนั้น เพราะในขณะที่ตัวเองต้องเผชิญกับภาวะพิการที่อาจจะดูน่าสงสารสำหรับใครต่อใคร แต่เขากลับใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีกำลังใจที่ดีในชีวิตอย่างไม่น่าเชื่อ

          และชายผู้เข้มแข็งคนนี้ ก็คือ ศาสตราจารย์สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง แห่งมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ นักวิทยาศาสตร์ด้านจักรวาลวิทยาชื่อก้องโลกวัย 69 ปี ที่ต้องเผชิญกับสภาพร่างกายพิการเป็นอัมพาตจากภาวะกลไกประสาทเสื่อม (Motor Neurone Disease) ตั้งแต่อายุ 21 ปี และจากวันนั้นถึงวันนี้ ก็นับเป็นเวลาเกือบ 50 ปีแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า นับตั้งแต่เขาเป็นอัมพาต มันก็ได้สร้างความท้อแท้ให้ตัวเขาเองมาไม่น้อย เพราะผู้ป่วยที่ป่วยเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ มักมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 10 ปี แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น เขาก็เรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และสามารถทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับพยายามเริ่มต้นสิ่งดี ๆ ในวันใหม่ได้ด้วยกำลังใจเต็มเปี่ยมที่สร้างขึ้นมาจากตัวเขาเอง และพยายามใช้ชีวิตเฉกเช่นคนปกติ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ศาสตร์ต่าง ๆ เพิ่มเติม การเดินหน้าปฏิวัติวิชาจักรวาลวิทยา หรือ Cosmology และเขียนหนังสือเพื่อเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์ให้กับคนทั่วโลก โดยผลงานที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก คือหนังสือ A Brief History Of Time ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดีระดับ Best Seller ในหลายประเทศ เรียกได้ว่า แม้เขาจะพิการเป็นอัมพาต แต่เขาก็สามารถทำอะไรได้ดีเท่ากับตอนที่ยังแข็งแรงปกติ และดูเหมือนจะสร้างสรรค์อะไรได้มากกว่าคนปกติทั่วไปด้วยซ้ำ

          โดยศาสตราจารย์สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง ได้เปิดเผยว่า เขาไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับอาการป่วยของเขาในแง่ดีมากนัก แต่มันก็ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า อย่าได้สงสารตัวเอง เพราะถึงแม้เราจะเป็นอัมพาต แต่ก็ยังมีคนที่แย่กว่าเรา ชีวิตเผชิญกับเรื่องเลวร้ายกว่าเราอีกมากมาย และเราต้องเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง


          ทุกวันนี้ เกือบ 50 ปี ให้หลังนับตั้งแต่เขาป่วย เขารู้สึกมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมมาก และรู้สึกโชคดีที่ได้ทำงานในด้านฟิสิกส์เชิงทฤษฎี หนึ่งในไม่กี่งานที่ผู้ป่วยที่มีภาวะพิการร้ายแรงอย่างเขาสามารถทำได้ และเขาก็ทำมันได้อย่างดีเลยทีเดียว

          และด้วยเหตุนี้ ศาสตราจารย์สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต ของผู้พิการอีกหลาย ๆ คนทั่วโลกไปอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะเขาได้ทำให้โลกเห็นได้ชัดเจนแล้วว่า ภาวะพิการไม่อาจคุกคามความคิด และหัวใจที่เข้มแข็งของเขาได้เลย ดังนั้น คนพิการหรือคนที่ต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ก็อย่าจมปลักอยู่กับสภาพความเลวร้ายนั้นไปตลอดกาล เพราะหากเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง และคิดว่ายังมีอีกหลายคนที่แย่กว่าเรา เราก็คงจะมีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปมากขึ้นและสามารถสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ได้ เฉกเช่นเดียวกับ ศาสตราจารย์สตีเฟ่น ฮอว์กกิ้ง นักวิทยาศาสตร์อัมพาตผู้เข้มแข็งคนนี้นั่นเอง
44  สมาชิก VIP / General Discussion / นาซ่าเผยดาวเคราะห์ YU55 เฉียดใกล้โลก พฤศจิกายนนี้ เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2011, 05:29:02 PM
นาซ่าเผยดาวเคราะห์ YU55 เฉียดใกล้โลก พฤศจิกายนนี้

เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา เว็บไซต์นาซ่า (NASA) เปิดเผยว่า ดาวเคราะห์ขนาดมหึมาชื่อ YU55 จะเคลื่อนตัวใกล้โลกสิ้นปีนี้ โดยจะใกล้ยิ่งกว่าดวงจันทร์ แต่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใด ๆ กับโลก

          รายงานระบุว่า YU55 หรือ ดาวเคราะห์ขนาดมหึมาน้ำหนักกว่า 55 ล้านตันดวงนี้ จะเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้โลกในระยะใกล้ที่สุด ที่ระยะห่าง 324,604 กิโลเมตร ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ เรียกว่าเป็นระยะทางที่ฉิวเฉียดมาก เพราะเคลื่อนตัวเข้าใกล้โลกมากกว่าดวงจันทร์ซึ่งอยู่ห่างโลกเฉลี่ย 384,403 กิโลเมตรเสียอีก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น มันจะไม่ส่งผลต่อแรงโน้มถ่วงของโลก หรือน้ำขึ้นน้ำลงบนโลกแต่อย่างใด

          อย่างไรก็ดี ถึงแม้ว่าดาวเคราะห์ YU55 จะเพียงแค่เคลื่อนตัวเข้าใกล้แต่ไม่มีอิทธิพลใด ๆ กับโลกในสิ้นปีนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากนาซ่าระบุว่า ในระยะห่างที่ใกล้ขนาดนี้ ต้องติดตามการเคลื่อนไหวของมันอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยตอนนี้มันได้ถูกจัดให้เป็นดาวเคราะห์อันตรายไปแล้ว เพราะหากวันหนึ่งมันพุ่งชนโลก มันจะมีพลังการทำลายล้างโลกเท่ากับระเบิดปรมาณู 65,000 ลูกเลยทีเดียว

          ทั้งนี้ ดาวเคราะห์ YU55 ถูกค้นพบในเดือนพฤศจิกายน ปี 2005 (พ.ศ.2548) เป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ ทีมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 400 เมตร และมีน้ำหนักกว่า 55 ล้านตัน โคจรรอบดวงอาทิตย์ทุก ๆ 14 ปี
45  สมาชิก VIP / General Discussion / อียู จ่อระงับใช้รถยนต์เดินทาง ภายในปี 2050 เมื่อ: มีนาคม 30, 2011, 08:00:11 AM
อียู จ่อระงับใช้รถยนต์เดินทาง ภายในปี 2050

 อียู จ่อระงับใช้รถยนต์เดินทางในประเทศสหภาพยุโรป ภายในปี 2050 เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน พร้อมเตรียมผลักดันการเดินทางโดยขนส่งมวลชน

          สหภาพยุโรป หรือ อียู ได้ประกาศแผนการลดการใช้รถยนต์ที่ต้องเติมน้ำมันใช้เดินทางในประเทศสหภาพยุโรป ภายในปี 2050 เพื่อช่วยลดการก่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศพร้อมกับช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย ทั้งนี้ อียู มีแผนที่จะผลักดันการเดินทางโดยขนส่งมวลชน เช่น รถไฟความเร็วสูงหรือเรือ เพื่อเชื่อมประเทศในสหภาพยุโรปทั้งหมดให้มีอัตราการใช้บริการให้สูงกว่าร้อยละ 50 อีกด้วย พร้อมกับทำแผนจัดเก็บภาษีเชื้อเพลิงให้สูงขึ้น เพื่อเป็นการควบคุมการใช้เชื้อเพลิงไปในตัว ซึ่งหากมาตรการดังกล่าวประสบผลสำเร็จ จะช่วยลดการสร้างมลพิษเข้าสู่ชั้นบรรยากาศได้ถึงร้อยละ 60

         ทั้งนี้ ซิอิม คัลลาส คณะกรรมการการขนส่งสหภาพยุโรป ได้ยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่ทำให้ประชาคมชาวยุโรปรู้สึกว่าความสามารถในการเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ หรือสถานที่ต่าง ๆ นั้นด้อยลงแต่อย่างใด และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในสหภาพอย่างแน่นอน
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!