TARADTHONG.COM
ตุลาคม 19, 2020, 10:11:38 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


  แสดงกระทู้
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
76  สมาชิก VIP / General Discussion / นักวิทยาศาสตร์ เผยโลกอาจเห็น ดวงอาทิตย์ 2 ดวง เร็ว ๆ นี้ เมื่อ: มกราคม 24, 2011, 07:09:47 PM
นักวิทยาศาสตร์ เผยโลกอาจเห็น ดวงอาทิตย์ 2 ดวง เร็ว ๆ นี้

เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา เว็บไซต์เดลิเมล์ ของอังกฤษ รายงานว่า นักวิทยาศาสตร์เผยโลกอาจจะเกิดปรากฎการณ์พระอาทิตย์สองดวงขึ้นในเร็ว ๆ นี้ หลังจากมีการตรวจสอบพบว่า ดาวบีเทลจุสกำลังจะระเบิด ซึ่งทำให้ชาวโลกได้เห็นแสงของมันสว่างเท่ากับดวงอาทิตย์ กินเวลานานประมาณ 1-2 สัปดาห์

                โดย แบรด คาร์เตอร์ อาจารย์ฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเซาเธิร์น ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมาว่า ดาวบีเทลจุส (Betelgeuse) ดาวซูเปอร์ยักษ์แดงนอกระบบสุริยะที่มีขนาดเทียบเท่ากับดวงอาทิตย์ 1.6 พันล้านดวง อยู่ห่างจากโลกไปกว่า 640 ปีแสง กำลังจะหมดอายุขัยและเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ หรือ "ซูเปอร์โนวา" ขึ้นในเร็ว ๆ นี้ โดยการระเบิดของบีเทลจุสนี้ จะทำให้ชาวโลกได้เห็นแสงสว่างของมันใหญ่เท่ากับดวงอาทิตย์อยู่บนฟ้า และเปล่งแสงสว่างจ้าทั้งยามกลางวันและกลางคืน เป็นเวลายาวนานกว่า 1-2 สัปดาห์ ก่อนจะค่อย ๆ หรี่แสงและดับลงในที่สุด โดยกินเวลาอยู่อีกหลายเดือนกว่าจะดับลง แต่ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ กับโลก นอกจากการมองเห็นแสงสว่าง เป็นดวงอาทิตย์ดวงที่ 2 เท่านั้น

                แบรด คาร์เตอร์ เปิดเผยอีกว่า การระเบิดครั้งใหญ่ของมันครั้งนี้ ถือว่าเป็นซูเปอร์โนวาครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่กำเนิดโลกมาเลยทีเดียว เพราะมันเป็นดาวยักษ์ใหญ่แดงที่มีขนาดใหญ่มาก และเปล่งแสงมากกว่าดวงอาทิตย์กว่าแสนเท่า ดังนั้น เมื่อมีการระเบิดอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้แสงสว่างจากการระเบิดของมันเปล่งไปถึงระบบสุริยะอื่นที่อยู่ห่างออกไปเป็นพันปีแสงได้




ภาพแสดงขนาดดาวบีเทลจุส (Betelgeuse) กับดวงอาทิตย์ (ลูกศรชี้)


                อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ได้มีการคาดคะเนจากนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน เกี่ยวกับการเกิดซูเปอร์โนวาของดาวบีเทลจุสนี้ แต่ไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่าซูเปอร์โนวาครั้งใหญ่ที่สุดนี้จะเกิดขึ้นเมื่อใด อาจในเร็ว ๆ นี้ หรือคลาดเคลื่อนไปจากการคาดคะเนกว่าพันปี ล้านปี ไม่มีใครรู้ แต่จากการสังเกตจากนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ พบว่า จากภาพที่เห็นบนโลกในขณะนี้ ดาวบีเทลจุสใกล้จะสิ้นอายุขัยเต็มที และอาจเป็นไปได้ว่า ดาวบีเทลจุสอาจจะระเบิดไปหลายร้อยปีแล้ว แต่แสงที่เกิดจากการระเบิดนั้นยังไม่เดินทางมายังโลกเท่านั้น และหากมันระเบิดขึ้นและแสงของมันเดินทางมาถึงโลกเมื่อไร ก็จะกลายเป็นปรากฎการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนอย่างแน่นอน

                ทั้งนี้ ดาวบีเทลจุส เป็นดาวซูเปอร์ยักษ์แดงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในทุกค่ำคืน มีแสงสว่างเป็นลำดับที่ 9 บนฟ้า และเป็นดาวที่สว่างเป็นอันดับที่ 2 ในกลุ่มดาวนายพราน เปล่งแสงสว่างไม่คงที่ในแต่ละปี โดยจะค่อย ๆ สว่างมากที่สุดและจางลงเรื่อย ๆ ก่อนกลับมาสว่างจ้าอีกครั้งทุก ๆ 5.8 ปี

                ส่วนอายุของดาวบีเทลจุสนั้น นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่ามันน่าจะมีอายุประมาณ 10 ล้านปีเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นช่วงอายุที่ใกล้จะถึงจุดจบของมันเต็มที เพราะโดยปกติแล้วดาวดวงใหญ่ ๆ นี้จะมีอายุขัยสั้นกว่าดาวดวงเล็ก ๆ มาก เนื่องจากเป็นดาวขนาดมหึมาที่มีมวลมาก สว่างมาก และมีอุณหภูมิสูงมาก จึงมีการใช้พลังงานมากกว่าและไฮโดรเจนภายในก็จะหมดไปอย่างรวดเร็ว และเมื่อมันเกิดการระเบิด  แรงระเบิดของมันจะขับไล่ดวงดาวและวัตถุต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ให้กระเด็นออกไปด้วยความเร็วแสง เกิดคลื่นกระแทกระหว่างดาวอย่างรุนแรง ซึ่งการแพร่กระจายของคลื่นกระแทกจากการระเบิดนี้ สามารถทำให้เกิดดวงดาวน้อยใหญ่ดวงใหม่ ๆ ได้อีกมากมายเลยทีเดียว

77  สมาชิก VIP / General Discussion / นักวิทย์มะกันชี้ สูบบุหรี่ทำลาย “ดีเอ็นเอ” ก่อมะเร็งร้ายได้ในไม่กี่นาที เมื่อ: มกราคม 17, 2011, 07:44:53 AM
นักวิทย์มะกันชี้ สูบบุหรี่ทำลาย “ดีเอ็นเอ” ก่อมะเร็งร้ายได้ในไม่กี่นาที


เอเอฟพี - การสูบบุหรี่เพียงไม่กี่นาทีก็อาจทำลายสารพันธุกรรมและก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ ผลวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์อเมริกันเผยวันนี้ (16)
       
       ผลวิจัยล่าสุดถือเป็นคำเตือนแรงๆ แก่บรรดาสิงห์อมควัน โดยนักวิจัยระบุว่า การสูบบุหรี่มีผลทำลายร่างกายได้เร็วพอๆ กับการฉีดสารพิษเข้าเส้นเลือดเลยทีเดียว
       
       งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการศึกษาในมนุษย์ครั้งแรกว่าสารพิษในใบยาสูบสามารถทำลายดีเอ็นเอได้อย่างไร โดยนักวิจัยเก็บข้อมูลจากผู้สูบบุหรี่ 12 คน เพื่อตรวจหากลุ่มสารอนุมูลอิสระที่ชื่อ โพลีไซคลิก อะโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน (พีเอเอช) ซึ่งพบในควันบุหรี่, ควันจากโรงถ่านหิน และ อาหารประเภทบาร์บีคิวซึ่งย่างจนไหม้เกรียม
       
       จากการติดตามสาร “ฟีแนนธรีน” ในควันบุหรี่ พบว่า สารดังกล่าวจะเดินทางผ่านกระแสเลือด และก่อตัวเป็นสารพิษทำลายดีเอ็นเอ, ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ และสร้างเซลล์มะเร็ง
       
       “ผู้สูบบุหรี่จะได้รับสารพิษนี้ในปริมาณสูงสุดหลังจากสูบเพียง 15-30 นาที ซึ่งเร็วมากจนนักวิจัยเองก็คาดไม่ถึง” ผลการศึกษาระบุ
       
       “สิ่งที่พบนับว่ามีความสำคัญ เนื่องจาก พีเอเอช ดิออล อีพ็อกโซด์ จะทำปฏิกิริยากับดีเอ็นเอ ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ และถือเป็นสารก่อมะเร็งซึ่งเกิดจากอนุภาคของพีเอเอชในควันบุหรี่”
       
       สตีเฟน เฮชต์ หัวหน้านักวิจัยกล่าวว่า งานวิจัยนี้แตกต่างจากชิ้นก่อนๆ เนื่องจากมุ่งศึกษาผลของการสูดควันบุหรี่โดยเฉพาะ โดยไม่รวมสาเหตุของการเสื่อมสุขภาพอื่นๆ เช่น มลพิษ และ การรับประทานอาหารไม่ครบหมู่เหล่า
       
       มะเร็งปอดคร่าชีวิตพลเมืองโลกกว่า 3,000 คนต่อวัน และสาเหตุของโรค 90 เปอร์เซ็นต์เกิดจากบุหรี่
       
       งานวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐฯ และถูกเผยแพร่ในวารสารการวิจัยทางเคมีพิษวิทยา ของสมาคมเคมีอเมริกัน
78  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / จีนหั่นโควต้าส่งออก'แรร์เอิร์ธ'ทำผู้ผลิตสินค้าไฮเทคปั่นป่วน เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 07:05:20 AM
จีนหั่นโควต้าส่งออก'แรร์เอิร์ธ'ทำผู้ผลิตสินค้าไฮเทคปั่นป่วน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซี - จีนสร้างแรงสะเทือนในแวดวงการค้าระหว่างประเทศอีกคำรบหนึ่ง หลังหั่นโควต้าการส่งออกสินแร่หายาก (rare earth) ที่ใช้ในกระบวนการผลิตด้านอิเล็กทรอนิก โดยประกาศลดลงกว่า 35% สำหรับครึ่งแรกของปี 2011 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีนี้ ในการนี้ จีนให้เหตุผลว่าต้องการสงวนรักษาทรัพยากร
       
       ด้านสหรัฐอเมริกาออกอาการเคือง โดยสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ บอกว่า “กังวลใจมาก” กับการที่ทางการจีนมาออกข้อจำกัด และได้มีการเปิดประเด็นเรื่องนี้กับทางจีนแล้ว ตามการเปิดเผยของโฆษกสำนักงานผู้แทนการค้า เมื่อวันพุธ (29)
       
       ส่วนผู้ผลิตสินค้าไฮเทครายใหญ่ยักษ์ของโลก อาทิ ค่ายแอปเปิล อิงค์ ผู้ผลิต ไอโฟน, ไอแพ็ด ตลอดจนบรรดาค่ายใหญ่ยักษ์ของญี่ปุ่น ต่างดิ้นรนหาแหล่งป้อนซัปพลายที่จะชดเชยกับส่วนที่ขาดพร่องไปเพราะนโยบายของทางการจีน ในเมื่อทางการปักกิ่งมีแนวโน้มจะทยอยลดการส่งออกลงอย่างต่อเนื่อง
       
       ในการนี้ ค่ายโซนี่ของญี่ปุ่นบอกว่า การหั่นลดโควต้าส่งออกที่ทางการจีนทำนี้ เป็นอุปสรรคต่อการค้าเสรี และโซนี่ย่อมจะหาทางลดการพึ่งพิงซัปพลายจากจีน
       
       “ณ จุดนี้ ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทของเรา แต่ถ้ามีการออกข้อจำกัดอื่นๆ เพิ่มมาอีก ก็อาจนำไปสู่ปัญหาซัปพลายขาดแคลน หรือต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นในอันที่จะหาชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบทดแทน” โซนี่แถลงไว้อย่างนั้นในอีเมล์ตอบข้อซักถามของรอยเตอร์ พร้อมบอกว่า
       
       “เราจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างระแวดระวัง”
       
       โซนี่ ซึ่งผลิตทีวีจอแบนยี่ห้อบราเวีย เครื่องคอมพิวเตอร์ไวโอ และคอนโซลวิดีโอเกม เพลย์สเตชั่น 3 จะหาทางลดการใช้ซัปพลายหมวดนี้จากจีน ตลอดจนจะพัฒนาวัตถุดับทางเลือกประเภทอื่นๆ โฆษกของโซนี่แถลงไว้อย่างนั้น
79  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / จีนเริ่ม'ติดตั้ง'ขีปนาวุธชนิดใหม่ ยิงเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯได้ เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 07:03:36 AM
จีนเริ่ม'ติดตั้ง'ขีปนาวุธชนิดใหม่ ยิงเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯได้

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


ไฟแนนเชียลไทมส์ - ขีปนาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ของจีน ซึ่งสามารถยิงใส่เรือบรรทุกเครื่องบิน และผู้เชี่ยวชาญเห็นกันว่าจะเป็นตัวเปลี่ยนแปลงดุลแห่งอำนาจทางทหารอย่างสำคัญในเอเชีย-แปซิฟิก ได้รับการพัฒนาจนอยู่ในขั้นที่สามารถนำออกปฏิบัติการได้แล้ว ทั้งนี้เป็นการเปิดเผยของผู้บัญชาการทหารอเมริกันประจำภูมิภาคแถบนี้
       
       พล.ร.อ.รอเบิร์ต วิลลาร์ด ผู้บัญชาการของกองบัญชาการทหารสหรัฐฯภาคพื้นแปซิฟิก ระบุว่า ขีปนาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ของจีนนี้ ซึ่งได้รับการออกแบบมาด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อคุกคามเรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกันในภูมิภาคแถบนี้ ในเวลานี้ได้รับการพัฒนาจนถึงขั้นมี “สมรรถนะในการปฏิบัติการเบื้องต้นแล้ว”
       
       คำพูดของเขาเป็นการส่งสัญญานว่า ความสามารถของสหรัฐฯที่จะแสดงแสนยานุภาพทางทหารในเอเชีย กำลังถูกจีนท้าทายอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าที่หลายๆ ฝ่ายคาดหมายกันไว้
       
       ทั้งนี้สหรัฐฯตลอดจนหลายๆ ชาติในเอเชีย-แปซิฟิก ต่างกำลังวิตกกังวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับอัตราความเร็วในการพัฒนาอำนาจทางนาวีของแดนมังกร
       
       จากคำพูดเช่นนี้ของวิลลาร์ด ที่กล่าวในการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์อาซาฮี ในญี่ปุ่น ทางด้านแอนดริว อีริกสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของจีน ณ วิทยาลัยสงครามนาวีของสหรัฐฯ ให้ความเห็นสรุปว่า “ดังนั้นมาถึงเวลานี้เราทราบแล้วว่า - (ขีปนาวุธนำวิถีประเภทต่อต้านเรือ) ของจีนไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความมุ่งมาตรปรารถนาอีกต่อไปแล้ว”
       
       ก่อนหน้านี้พวกนักวิเคราะห์ด้านกลาโหมทั้งหลาย ได้พูดถึงขีปนาวุธนำวิถีที่มีชื่อว่า “ตงเฟิง 21 ดี” (Dongfeng 21D) นี้ว่า เป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” เนื่องจากอาวุธชนิดนี้จะทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯประสบความลำบาก ในการเคลื่อนเข้าสู่เขตน่านน้ำซึ่งจีนไม่ต้องการให้เข้าไป
       
       ทั้งนี้ ตงเฟิง 21 ดี ซึ่งเป็นขีปนาวุธที่ยิงจากภาคพื้นดิน และมีอุปกรณ์ต่างๆ คอยช่วยเหลือ ทั้งระบบดาวเทียม, อากาศยานไร้นักบิน, ตลอดจนระบบเรดาร์ติดตามระยะไกลมาก ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้โจมตีเป้าหมายที่เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน
       
       ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา รอเบิร์ต เกตส์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า การพัฒนาขีปนาวุธชนิดนี้ จะบังคับให้ทางกระทรวงต้องหันมาขบคิดพิจารณากันใหม่ ในเรื่องที่จะนำเอาเรือบรรทุกเครื่องบินไปประจำการไว้ที่ไหนอย่างไร
       
       “ถ้าหากฝ่ายจีนหรือคนอื่นๆ มีขีปนาวุธลาดตระเวน หรือ ขีปนาวุธนำวิถี ประเภทต่อต้านเรือซึ่งมีความแม่นยำสูง ที่สามารถโจมตีใส่เรือบรรทุกเครื่องบินภายในพิสัยหลายร้อยไมล์แล้ว สำหรับในเอเชียมันก็จะบังคับให้เราต้องถอยไปอยู่ข้างหลัง 'แนวหมู่เกาะแนวที่สอง' แล้วคุณยังจะสามารถใช้เรือบรรทุกเครื่องบินได้ยังไงอีกในอนาคต” เกตส์ตั้งคำถามฉกาจฉกรรจ์ ที่ดูยังไม่มีคำตอบอันชัดเจน
       
       “แนวหมู่เกาะแนวที่สอง” (the second islands chain) เป็นแนวที่ลากจากหมู่เกาะโบนิน ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ผ่าน หมู่เกาะมาเรียนา, เกาะกวม, และเกาะปาเลา โดยเส้นที่เป็นลักษณะแนวเหนือ-ใต้นี้ อยู่ทางด้านตะวันออกของญี่ปุ่นและฟิลิปปนส์ ทางฝ่ายจีนนนั้นมองเส้นนี้ว่าเป็น “เขตท้องทะเลที่อยู่ใกล้เคียง” ของตน และก็เป็นน่านน้ำซึ่งกองเรือรบสหรัฐฯออกปฏิบัติการอยู่เป็นประจำในปัจจุบัน รวมทั้งยังเป็นที่ตั้งฐานทัพใหญ่ทางนาวีของสหรัฐฯและของเหล่าพันธมิตร
       
       ก่อนหน้านี้ในปีนี้ วิลลาร์ดเคยเปิดเผยว่า จีนกำลังนำเอาขีปนาวุธนำวิถีประเภทต่อต้านเรือ (Anti-ship ballistic missile หรือ ASBN) มาดำเนินการทดสอบอย่างกว้างขวางครอบคลุม และใกล้ที่จะนำเข้าประจำการได้แล้ว พวกผู้สังเกตการณ์เชื่อว่า จีนได้เริ่มต้นผลิตเครื่องยนต์ของขีปนาวุธนี้ในปีที่แล้ว และกำลังเตรียมสถานที่เพื่อใช้เป็นฐานทัพขีปนาวุธนิวเคลียร์สำหรับนำเอาอาวุธดังกล่าวนี้เข้าประจำการ โดยฐานทัพนี้อยู่ที่เมืองเสากวน ทางภาคใต้ของแดนมังกร
       
       สำหรับวลีที่ว่า “สมรรถนะในการปฏิบัติการเบื้องต้น” ที่วิลลาร์ดพูดออกมานั้น ในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯวลีนี้หมายความว่า มีหน่วยทหารบางหน่วยเริ่มนำเอาอาวุธชนิดนั้นๆ เข้าประจำการแล้ว และมีสมรรถนะที่จะใช้อาวุธดังกล่าว
       
       วิลลาร์ดกล่าวว่า ขีปนาวุธใหม่ของจีนนี้ยังไม่ถึงขั้นใช้ในการปฏิบัติการได้อย่างเต็มที่ และอาจจะต้องผ่านการทดสอบ “เป็นเวลาอีกหลายๆ ปี” โดยขั้นตอนทดสอบสำคัญยิ่งที่ยังจะต้องดำเนินการอีกก็คือ การทดสอบระบบทั้งหมดในเวลาออกปฏิบัติการต่อเป้าหมายในทะเล

 
 
80  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / พรุ่งนี้ปตท.ปรับราคาน้ำมันเบนซินดีเซลขึ้น60สต.E85ขึ้น30สต./ลิตร www.taradthong.com เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2010, 03:06:09 PM
พรุ่งนี้ปตท.ปรับราคาน้ำมันเบนซินดีเซลขึ้น60สต.E85ขึ้น30สต./ลิตร www.taradthong.com
81  สมาชิก VIP / General Discussion / 115th Anniversary of the Discovery of X-rays 115 ปี การค้นพบรังสี X-Rays เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2010, 11:12:55 PM
115th Anniversary of the Discovery of X-rays 115 ปี การค้นพบรังสี X-Rays

วันนี้ใครคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ Google คงจะได้เห็น Doodle ใหม่แปลกตา พอคลิกเข้าไปถึงได้รู้ว่า Google เขาร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 115 ปีการค้นพบรังสี X-Rays นั่นเอง (115th Anniversary of the Discovery of X-rays) วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยไม่พลาด ขอหยิบยกเรื่องราวเกี่ยวกับ X-Rays ที่ใช้ในวงการแพทย์ทุกวันนี้มาเล่าให้ฟังกันเป็นความรู้รอบตัวกันดีกว่า

          X-Rays หรือ รังสี X  เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าความยาวคลื่น 10-0.01 นาโนเมตร หรือตรงกับความถี่ในช่วง 30-30,000 พีต้าเฮิตช์ แผ่รังสีแบบแตกตัวเป็นไอออนและเป็นอันตรายต่อมนุษย์ นำมาใช้ในการวินิจฉัยโรคและงานผลึกศาสตร์ ค้นพบโดยศาสตราจารย์วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน ชาวเยอรมนี เมื่อ ค.ศ. 1895

          สำหรับการเกิดรังสี X นั้น ทฤษฎีอิเล็กตรอนในปัจจุบันได้อธิบายว่า ธาตุ ประกอบด้วยอะตอมจำนวนมากในอะตอมแต่ละตัวมีนิวเคลียสเป็นใจกลาง และมีอิเล็กตรอนวิ่งวนเป็นชั้น ๆ ธาตุเบาจะมีอิเล็กตรอนวิ่งวนอยู่น้อยชั้น และธาตุหนักจะมีอิเล็กตรอนวิ่งวนอยู่หลายชั้น เมื่ออะตอมธาตุหนักถูกยิงด้วยกระแสอิเล็กตรอน จะทำให้อิเล็กตรอนที่อยู่ชั้นในถูกชนกระเด็นออกมาวิ่งวนอยู่รอบนอกซึ่งมี ภาวะไม่เสถียรและจะหลุดตกไปวิ่งวนอยู่ชั้นในอีก พร้อมกับปล่อยพลังงานออกในรูปรังสี ถ้าอิเล็กตรอนที่ยิงเข้าไปมีพลังงานมาก ก็จะเข้าไปชนอิเล็กตรอนในชั้นลึก ๆ ทำให้ได้รังสีที่มีพลังงานมาก เรียกว่า ฮาร์ดเอกซเรย์ (hard x-ray) ถ้าอิเล็กตรอนที่ใช้ยิงมีพลังงานน้อยเข้าไปได้ไม่ลึกนัก จะให้รังสีที่เรียกว่า ซอฟต์เอกซเรย์ (soft x-ray) ส่วนกระบวนการเกิดรังสี X นั้น มาจาก 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ

          1. การยิงลำอนุภาคใส่แผ่นโลหะ ที่เป็นกระสุนจะวิ่งไปชนอิเล็กตรอนของอะตอมโลหะที่เป็นเป้า ทำให้อิเล็กตรอนที่ถูกชนเปลี่ยนตำแหน่ง การโคจรรอบนิวเคลียส เกิดตำแหน่งที่ว่างของอิเล็กตรอนในวงโคจรรอบนิวเคลียสเดิม อิเล็กตรอนตัวอื่นที่อยู่ในตำแหน่งวงโคจรมีพลังงานสูงกว่า จะกระโดดเข้าไปแทนที่ของอิเล็กตรอนเดิมแล้วปล่อยพลังงานออก มาในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคือ รังสี X วิธีนี้เป็นวิธีที่ใช้กันในโรงพยาบาลและโรงงานอุตสาหกรรม

          2. การเคลื่อนที่ของอนุภาค ที่มีประจุไฟฟ้า เช่น อิเล็กตรอน โปรตอนหรืออะตอม อย่างมีความเร่ง คือ อนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเหล่านี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงขึ้นแล้วก็เป็น ธรรมชาติของอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าเหล่านี้เอง ที่ต้องปล่อยพลังงานออกมาในรูปของ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อย่างที่ไม่มีอะไรไปห้ามได้ ซึ่งถ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ถูกปล่อยออกมามีความถี่สูงพอก็จะเป็นรังสี X กำเนิดรังสี X วิธีนี้เป็นวิธีที่นักวิทยาศาสตร์ที่นิยมใช้ในการผลิตรังสีเอกซ์ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์

          ปัจจุบันการใช้รังสี X-Rays ที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด คือ การใช้ในวงการแพทย์ โดยการนำรังสี X-Rays มาใช้ตรวจสอบรูปร่างของกระดูก และตรวจหาความผิดปกติของโรคบางโรค เช่น ปอดบวม มะเร็งปอด น้ำท่วมปอด หรือภาวะอุดตันในลำไส้ รวมถึงเรื่องของสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปในร่างกายอีกด้วย
82  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / มูดี้ส์ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยสู่ระดับมีเสถียรภาพ เมื่อ: ตุลาคม 28, 2010, 08:13:34 PM
มูดี้ส์ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยสู่ระดับมีเสถียรภาพ


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 10:14:32 น. มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยสู่ระดับมีเสถียรภาพ จากระดับเดิมที่เชิงลบ ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้สกุลเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศของรัฐบาลไทยอยู่ที่ Baa1
83  สมาชิก VIP / General Discussion / เล็ก วงศ์สว่าง เจ้าของ ศาลาคนเศร้า เสียชีวิตแล้ว เมื่อ: ตุลาคม 28, 2010, 08:04:41 PM
เล็ก วงศ์สว่าง เจ้าของ ศาลาคนเศร้า เสียชีวิตแล้ว


หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 2553 18:36:48 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า "เล็ก วงศ์สว่าง" เจ้าของหนังสือขวัญใจคนชาวบ้าน "ศาลาคนเศร้า" ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ด้วยโรคมะเร็ง ที่โรงพยาบาลศิริราช ด้วยโรคประจำตัว MDS หรือ ระบบการผลิตเม็ดเลือดบกพร่อง ในวัย 68 ปี ทั้งๆ ที่ช่วงก่อนหน้านี้ยังดูมีสุขภาพแข็งแรงดี โดยล่าสุด เล็ก วงศ์สว่าง ได้ไปบันทึกรายการโทรทัศน์ สุริวิภา ทางช่องโมเดิร์นไนน์ ทีวี เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งจะออกอากาศในวันพรุ่งนี้(ศุกร์ที่ 29 ตุลาคม)


ก่อนหน้านี้ เล็ก วงศ์สว่าง ได้เข้ารับการรักษาตัวที่ ร.พ.ศิริราชเมื่อวันอังคารที่ 26 ต.ค. หลังจากที่มีอาการอ่อนเพลีย เมื่อตรวจแล้วปรากฏว่า เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดต่ำ มีปริมาณเม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติ จนทำให้มีจำนวนเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็น เอ็กซ์คิว ลูคีเมีย หรือ มะเร็งในเม็ดเลือดอย่างฉับพลัน
 ส่วนพิธีรดน้ำศพจะจัดในวันพรุ่งนี้ เวลาประมาณ 16.00 น. ที่วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหาร ศาลา 7
 สำหรับ "เล็ก วงศ์สว่าง" เป็นเจ้าของบริษัทวงศ์สว่างการพิมพ์ เป็นนักจัดรายการวิทยุระดับอาวุโส และเป็นเจ้าของหนังสือชื่อดังหลายเล่ม นอกจากศาลาคนเศร้าแล้วก็ยังมี หนังสือไอเอส ซองก์ ฮิตส์ เดอะกีตาร์
84  สมาชิก VIP / General Discussion / ทำไมจึงเชื่อว่ากระเทียมขับไล่ผีดูดเลือดได้ ? เมื่อ: ตุลาคม 28, 2010, 08:01:22 PM
ทำไมจึงเชื่อว่ากระเทียมขับไล่ผีดูดเลือดได้ ?

เรื่องผีฝรั่ง โดยเฉพาะแวร์ไพร์ ที่ว่ากันว่ากลัวกระเทียมนั้น เห็นจะไม่เกี่ยวข้องกับการที่ฝรั่งไม่ชอบกินกระเทียมกระมัง

ความเชื่อนี้เกิดขึ้นเมื่อกาฬโรคแพร่ระบาด คร่าชีวิตผู้คนไปทั่วทั้งทวีปยุโรปในช่วงยุคมืด (the Dark Ages) คนยุโรปไม่สามารถหาคำอธิบายสาเหตุของโรคอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงพากันกล่าวโทษอำนาจชั่วร้ายในรูปของผีดูดเลือด หรือแวมไพร์ (vampires) ว่าเป็นตัวการ

กาฬโรคจู่โจมเหยื่อของมันโดยไม่เลือกว่าจะเป็นคนรวยหรือคนจน ดูเหมือนว่ามีแต่พ่อค้ากระเทียมเท่านั้นที่รอดพ้นจากเงื้อมมือมรณะของมันได้ ในหมู่พ่อค้าที่ขนกระเทียมไปเร่ขายตามเมืองต่าง ๆ แทบไม่มีคนใดติดโรคร้ายนี้เลย ผู้คนทั่วไปจึงสรุปว่ากระเทียมต้องมีสรรพคุณวิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นแน่ เลยพากันรับประทานกระเทียมเป็นการใหญ่ อีกทั้งยังแขวนพวงกระเทียมไว้รอบคอด้วย บรรดาชาวอาณานิคมในนิวอิงแลนด์ (อเมริกา) ยิ่งล้ำหน้ากว่าชาวยุโรป พวกเขาสวมพวงกระเทียมไว้รอบเท้าเพื่อป้องกันภัยกล้ำกรายจากโรคฝีดาษด้วย

ผู้คนในสมัยนั้นยังไม่ทราบเลยว่ากาฬโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) มาค้นพบในปี ค.ศ. ๑๘๕๘ ว่ากระเทียม (Allium sativum) มีน้ำมันซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียและป้องกันการติดเชื้อ เรียกว่า แอลลิซิน (allicin) เป็นไปได้ว่าการที่พวกพ่อค้ากระเทียมต้องสัมผัสใกล้ชิดกับสมุนไพรวิเศษนี้อยู่เสมอ มีผลให้เชื้อแบคทีเรียในร่างกายของพวกเขาถูกกำจัดออกไป และก็เป็นไปได้อีกเช่นกันว่ากลิ่นฉุนของกระเทียมกันชาวบ้านให้อยู่ห่าง ๆ จึงช่วยป้องกันโรคระบาดไม่ให้แพร่กระจายมาถึงตัวพ่อค้ากระเทียมได้ อย่างไรก็ตามความเชื่อว่ากระเทียมสามารถขับไล่ผีดูดเลือดได้นั้นยังเป็นข้อกังขาอยู่

ทุกวันนี้เรามีความรู้ด้านสุขอนามัยเพิ่มมากขึ้น แต่กระเทียมยังคงเป็นที่นิยมบริโภคเหมือนที่เป็นมาในอดีต กระนั้นก็ตามความนิยมสมุนไพรชนิดนี้ในสหรัฐอเมริกาเพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ไม่มีการปลูกกระเทียมเลยในประเทศนั้น จนเมื่อรัฐบาลต้องการกระเทียมแห้งจำนวนมหาศาลเพื่อส่งให้แก่ทหารในแนวรบ เกษตรกรชาวอเมริกันจึงเริ่มปลูกกระเทียมกันอย่างจริงจัง ในปัจจุบันรัฐแคลิฟอร์เนียมีผลผลิตกระเทียมมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก :  108ซองคำถาม
85  สมาชิก VIP / General Discussion / ต้นกำเนิด ข้าวผัดอเมริกัน เมื่อ: ตุลาคม 28, 2010, 07:59:53 PM
ต้นกำเนิด ข้าวผัดอเมริกัน

คุณหญิงสุรีพันธ์ มณีวัต (เจ้าของนามปากกา "นิตยา นาฏยะสุนทร" ภรรยา นายวิลาศ มณีวัต บรรณาธิการ นสพ.ชาวกรุง คนแรก) เคยให้สัมภาษณ์หนังสือสกุลไทย เกี่ยวกับต้นกำเนิดของ "ข้าวผัดอเมริกัน" ว่าเป็นอาหารที่คุณหญิงสุรีพันธ์ได้ประยุกต์ขึ้นเอง ขณะทำงานเป็น ผู้จัดการราชธานีภัตตาคาร ซึ่งเป็น แอร์พอร์ตเรสตัวรองต์ ของกรมรถไฟ ใน สนามบินดอนเมือง โดยที่มีสายการบินแห่งหนึ่งสั่งจองอาหารเช้า และอาหารกลางวันไว้แต่ยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้อาหารเช้าแบบอเมริกันที่เตรียมไว้ เช่น ไข่ดาว ไส้กรอก เหลืออยู่จำนวนมาก คุณหญิงสุรีพันธ์ ได้นำข้าวผัดที่มีอยู่มาประกอบกับอาหารเช้าแบบอเมริกันดังกล่าวเพื่อรับ ประทาน นายทหารอากาศไทยที่เห็นเข้าได้สั่งรับประทานด้วย เมื่อทหารอเมริกันมาเห็นและถามถึงชื่อข้าวผัดดังกล่าว คุณหญิงสุรีพันธ์ ได้ตั้งชื่อว่า "อเมริกัน ฟรายด์ ไรซ์" หรือ "ข้าวผัดอเมริกัน" ซึ่ง พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ เสนาธิการทหารอากาศในขณะนั้นได้ทราบแล้วชอบชื่อนี้มาก

ข้าวผัดอเมริกันขณะนั้นมีส่วนประกอบไม่แน่นอน บางวันส่วนประกอบก็เปลี่ยนจากไส้กรอกหรือไก่อบเป็นเนื้อทอด แล้วแต่ว่าในครัวจะเหลืออะไร เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขณะคุณหญิงสุริพันธ์แต่งงานและมีลูกแล้ว จึงเป็นเหตุการณ์หลังวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 ซึ่งเป็นวันที่คุณหญิงแต่งงาน แม้ยังไม่พบข้อมูลแน่นอนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด แต่น่าจะเกิดก่อนปี พ.ศ. 2497 ที่คุณหญิงสุรีพันธ์ลาออกจาก ราชธานีภัตตาคาร ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม อีกกระแสข่าวหนึ่งระบุว่า ข้าวผัดอเมริกัน เกิดจาก พ่อครัวชื่อ "โกเจ๊ก" คิดค้นขึ้นเพื่อให้บริการทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ในช่วงที่ไทยยังเป็นที่ตั้งฐานทัพอเมริกาใน สงครามเวียดนาม และต่อมาได้รับความนิยมจนเผยแพร่ไปทั่วประเทศ หากเหตุการณ์นี้เป็นจริงในช่วงสงครามเวียดนาม จะเกิดขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 2500 ถึง พ.ศ. 2518

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : http://kungsss.exteen.com/20091210/entry-1
86  สมาชิก VIP / General Discussion / สนุกกับการใช้งาน iPhone 4 ให้เต็มที่ กับ 21 เทคนิคดีๆ ที่ผู้ครอบครอง iPhone 4 ต้องรู้ เมื่อ: ตุลาคม 28, 2010, 07:58:29 PM
สนุกกับการใช้งาน iPhone 4 ให้เต็มที่ กับ 21 เทคนิคดีๆ ที่ผู้ครอบครอง iPhone 4 ต้องรู้

โดยปกติ สมาร์ทโฟน รุ่นยอดนิยมอย่าง Apple iPhone 4 ก็ได้ถูกพัฒนาและออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว เช่น User Interface ที่มีความสวยงาม และไม่ซับซ้อน เป็นต้น แต่อย่างไรก็ดี จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าเราสามารถใช้งาน iPhone 4 ได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำงานได้เร็วขึ้น หรือสนุกสนานกับการใช้งานได้มากยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ด้วยเทคนิคการใช้งานบางอย่างที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ซึ่งทาง Apple ก็ได้พยายามนำข้อมูลมานำเสนอแก่ผู้ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของ iPhone 4 และทางทีมงานของเราก็ขออาสานำข้อมูลดีๆ เหล่านี้มาสรุปให้ผู้อ่านทุกท่านได้ศึกษาไปพร้อมๆ กัน

เทคนิคที่ 1
เลื่อนขึ้นด้านบนสุดแบบรวดเร็วทันใจ



หากสังเกตที่หน้าโปรแกรมเว็บเบราเซอร์ตัวเก่งใน iPhone 4 อย่างเจ้า ซาฟารี หรือจะเป็นโปรแกรมอีเมล, สมุดโทรศัพท์ รวมถึงโปรแกรมอื่นๆ อีกมากมาย จะเห็นว่ามีแถบแสดงสถานะ (Status Bar) อยู่ ที่ด้านบนสุด ซึ่งแสดงข้อมูลพื้นฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับสัญญาณ ชื่อเครือข่าย เวลา หรือระดับพลังงานในแบตเตอรี่ เป็นต้น ซึ่งหากเราสัมผัสที่แถบนี้ หน้าเว็บไซต์ หรือการแสดงผลในแอปพลิเคชั่นต่างๆ ก็จะเลื่อนขึ้นไปอยู่ที่ด้านบนสุดให้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาเลื่อนเองให้เมื่อยนิ้วอีกต่อไป

เทคนิคที่ 2
เลือกภาพพื้นหลังได้ตามใจ ไม่ต้องเหลือไว้ซึ่งรูปแบบเดิมๆ



ภาพพื้นหลังแบบเดิมๆ ของ iPhone 4 ดูแล้วออกแนวเรียบๆ ไร้สีสัน แต่ไม่ต้องห่วงเพราะเราสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลังได้ตามที่ใจต้องการ โดยเข้าไปที่เมนูการตั้งค่า (Setting) เลือกที่ Wallpaper สัมผัส ไปที่รูปของหน้าล็อคสกรีน และหน้าโฮมสกรีน จากนั้นก็เลือกอัลบั้มรูปที่ต้องการ แล้วค้นหารูปภาพที่ต้องการนำมาทำเป็นภาพพื้นหลัง เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็สัมผัสที่ปุ่ม Set และสุด ท้ายก็ให้เราเลือกว่าเราต้องการจะให้นำภาพพื้นหลังนี้ไปใช้กับหน้าใด ระหว่างหน้าล็อคสกรีน กับหน้าโฮมสกรีน หรือจะนำไปใช้กับทั้งสองหน้าเลยก็ได้เช่นกัน

เทคนิคที่ 3
ปักหมุดบนแผนที่



ใน การใช้งานจีพีเอส หรือระหว่างเปิดดูแผนที่ เราสามารถสัมผัสเพื่อปักหมุดลงในแผนที่ ณ จุดใดก็ได้ที่เราต้องการ ซึ่งการปักหมุนนั้นช่วยให้เราสามารถค้นหาที่อยู่ ข้อมูลเส้นทาง หรือดูแผนที่ในมุมมองแบบ Street View ของสถานที่นั้นๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

เทคนิคที่ 4
ล็อกหน้าจอไม่ให้หมุน




เมื่อกดปุ่มโฮมติดๆ กันสองครั้ง (Double-Click) เราก็จะเห็นรายการของโปรแกรมที่เปิดค้างเอาไว้ในระบบการทำงานแบบ Multitasking ซึ่ง ในหน้านี้ก็ให้เราพลิกหน้าจอให้อยู่ในแนวตั้ง หรือแนวนอนตามที่เราต้องการ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็ให้สัมผัสไปที่ไอคอนด้านซ้ายสุดดังรูปเพื่อล็อกหน้าจอไม่ให้หมุนไปไหน ไม่ว่าเราจะพลิกเครื่องไปในทิศทางใดก็ตาม

เทคนิคที่ 5
สัมผัสเพื่อซูมกล้องดิจิตอล



ขณะ ที่เปิดใช้งานกล้องดิจิตอล หากเราต้องการซูมเข้าซูมออก ก็ให้เราสัมผัสไปบนหน้าจอ แล้วก็จะเห็นแถบสำหรับการซูมที่ด้านล่างของจอภาพ ซึ่งสามารถซูมเข้าซูมออกได้ตามต้องการ โดยที่ iPhone 4นั้นรองรับการซูมได้สูงสุดที่ 5 เท่าเลยทีเดียว แต่ก็อย่าลืมว่านี่เป็นแค่การซูมแบบดิจิตอล ไม่ใช่การซูมด้วยเลนส์จริงๆ แต่อย่างใด

เทคนิคที่ 6
เพิ่มไฟล์ PDF เข้าไปที่ iBooks



หากเราเห็นไฟล์แบบ PDF ที่ แนบมาในอีเมล หรืออยู่บนเว็บเพจต่างๆ ในลักษณะของไอคอน หรือลิงค์ ก็ให้เราสัมผัสค้างเอาไว้ที่ไอคอน หรือลิงค์นั้น แล้วเลือกไปที่ปุ่ม Open in iBooks เพียงเท่านี้ไฟล์ PDF ที่เราชื่นชอบก็จะเข้าไปอยู่ใน iBooks โดยทันที

เทคนิคที่ 7
เปิดใช้งานเข็มทิศกับแผนที่ เพื่อทิศทางที่สมจริง




ปกติแล้ว การนำทางที่เรากำลังเห็นอยู่ในแผนที่ อาจจะไม่ได้ตรงกับทิศทางที่เรากำลังขับรถ หรือเดินไปก็เป็นได้ ซึ่งสำหรับ iPhone 4 นั้น เราสามารถใช้ฟังก์ชันเข็มทิศเพื่อเปลี่ยนมุมมองแผนที่ให้ตรงกับทิศทางที่เรากำลังเดินทางไปได้ โดยการสัมผัสสองครั้งที่ปุ่ม Location ที่อยู่บริเวณมุมซ้ายล่างของหน้าจอนั่นเอง

เทคนิคที่ 8
สร้างไอคอนเข้าเว็บไว้ที่หน้าโฮมสกรีน



การจะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ดูจะลำบากไม่น้อย เพราะต้องมาคอยพิมพ์ URL ของเว็บนั้นๆ ยิ่งเป็นชื่อที่ยาวๆ ด้วยแล้ว เรียกว่าคงเบื่อกันไปซะก่อน แต่สำหรับ iPhone 4 เรา สามารถสร้างไอคอนเว็บไซต์ที่เราชื่นชอบไว้ที่หน้าโฮมสกรีนได้เลย วิธีการก็แค่เปิดหน้าเว็บไซต์ที่เราต้องการขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นก็ให้สัมผัสที่ไอคอนเครื่องหมายบวกที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอ และเลือกเมนู Add to Home Screen เพียงเท่านี้ เวลาที่เราอยากจะเข้าเว็บไซต์เดิมที่เราเคยสร้างเอาไว้ เราก็แค่กดไอคอนที่อยู่หน้าโฮมสกรีนเท่านั้นเอง

เทคนิคที่ 9
ทริกการใช้งานคีย์บอร์ดให้รวดเร็วว่องไวกว่าที่เคย



ทริกแรก จะเป็นการเพิ่มจุดให้โดยอัตโนมัติเมื่อเราพิมพ์ข้อความจนจบประโยค ซึ่งจะใช้งานบ่อยมากๆ หากเราพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ วิธีการก็คือเมื่อเราพิมพ์จนจบประโยคแล้ว ก็ให้เราสัมผัสที่แป้น Space ติดๆ กัน 2 ครั้ง โปรแกรมก็จะเพิ่มจุดท้ายประโยคให้โดยอัตโนมัติ และพร้อมที่จะเริ่มพิมพ์ข้อความในประโยคถัดไปได้ทันที

ทริกที่สอง จะเป็นการพิมพ์ตัวเลขแบบรวดเร็ว ซึ่งโดยปกติแล้ว เวลาที่เราต้องการจะพิมพ์ต้วเลข เราก็ต้องสับเปลี่ยนเป็นแป้นพิมพ์แบบตัวเลขก่อนโดยการสัมผัสที่ปุ่ม 123 และเมื่อต้องการกลับมาพิมพ์ข้อความปกติ ก็ต้องสัมผัสที่ปุ่ม 123 อีกครั้งเพื่อเปลี่ยนเป็นแป้นพิมพ์แบบตัวหนังสือ แต่วิธีที่รวดเร็วกว่านั้นก็คือ เมื่อเราต้องการพิมพ์ตัวเลข เราก็แค่กดที่ปุ่ม 123 ค้างเอาไว้ แล้วเลื่อนนิ้วไปกดตัวเลขที่ต้องการได้ทันที และหากปล่อยนิ้วออกจากปุ่ม 123 คีย์บอร์ดก็จะกลับมาเป็นแบบข้อความเหมือนเดิมโดยอัตโนมัตินั่นเอง

ทริกที่สาม เป็นการใช้งานอักขระพิเศษแบบรวดเร็ว โดยถ้าหากเรากดค้างเอาไว้ที่ปุ่มตัวอักษรใดซักปุ่มหนึ่ง ก็จะเห็นรายการของอักขระพิเศษปรากฏเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถเลือกใช้ได้อย่างสะดวก

เทคนิคที่ 10
การเลือกช่วงการเล่นเพลง หรือเล่นวิดีโอได้ละเอียดดั่งใจ



หากใครเคยใช้ iPhone 4 หรือ iPhone รุ่น ก่อนหน้านี้ ทุกคนก็คงจะรู้อยู่แล้วว่า ขณะที่เราเล่นเพลง หรือเล่นวิดีโอ เราสามารถเลือกช่วงของการเล่นได้อย่างอิสระ โดยการกดไปที่แถบเลื่อนที่มีไอคอนกลมๆ อยู่ในแถบนั้น แต่จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าการเลื่อนแถบนี้สามารถปรับความละเอียดได้ถึง 4 ระดับเลยทีเดียว ได้แก่ Hi-Speed Scrubbing ซึ่งก็คือการเลื่อนเพลงทั้งเพลงตามแบบมาตรฐานที่เราใช้กันอยู่นั่นเอง แบบที่สองก็ได้แก่ Haft Speed Scrubbing ซึ่งก็คือการเลื่อนเพลงได้ครึ่งเพลง แบบที่สามได้แก่ Quarter Speed Scrubbing ซึ่งจะละเอียดขึ้นไปอีก คือเลื่อนเพลงได้ 1 ใน 4 ส่วนของเพลงทั้งหมด และสุดท้ายก็คือแบบ Fine Scrubbing ซึ่งแบบนี้จะสามารถเลือกช่วงการเล่นได้ละเอียดแบบสุดๆ
87  สมาชิก VIP / General Discussion / แม่โหดฆ่าลูก ก่อกวนเวลาเล่น Farmville เมื่อ: ตุลาคม 28, 2010, 07:57:05 PM
 แม่โหดฆ่าลูก ก่อกวนเวลาเล่น Farmville

เกิดเหตุสะเทือนใจต้อนรับช่วงเทศกาลฮัลโลวีนซะแล้ว ในช่วงปลายเดือนตุลาคมอย่างนี้ที่เมือง Jacksonsville ในรัฐ Florida คุณแม่วัย 22 ปี สารภาพว่าได้พรากชีวิตลูกชายของตัวเองวัย 3 เดือน ในขณะที่กำลังเล่นเกม Farmville




Alexandra V. Tobias แม่ที่เป็นคนร้ายให้ปากคำว่า Dylan Lee Edmondson ลูกชายของเธอวัย 3 เดือน ร้องไห้ไม่ยอมหยุดในขณะที่เธอกำลังเล่นเกม Farmville เกมปลูกผักทำฟาร์มยอดนิยมในระบบของเว็บไซต์ Facebook ซึ่งเธอโมโหมากที่ลูกร้องไม่ยอมหยุด จึงลุกขึ้นมาเขย่าลูกให้เงียบ ก่อนจะไปสูบบุหรี่ให้ใจเย็น จากนั้นก็มาเขย่าลูกที่ยังไม่หยุดร้องอีกทีหนึ่ง ซึ่งคราวนี้ดูเหมือนว่าหัวของลูกชายจะกระแทกพื้นระหว่างที่เขย่าจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต

จากเหตุการณ์นี้ ทางตำรวจอเมริกาให้ตั้งข้อหาให้กับคุณแม่รายนี้ เป็นข้อหา Second-degree murder คือฆาตกรรมโดยไม่เจตนา (ถ้า First-degree murder คือฆาตกรรมโดยเจตนา) ซึ่งต้องโทษจำคุก แต่ไม่ระบุมาว่ากี่ปี
88  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / รมว.พลังงาน สั่งตรวจคุณภาพน้ำมันทุกปั๊ม หลังน้ำลด เมื่อ: ตุลาคม 24, 2010, 10:06:45 PM
รมว.พลังงาน สั่งตรวจคุณภาพน้ำมันทุกปั๊ม (ไอเอ็นเอ็น)
 
          นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ในพื้นที่หลายจังหวัดของประเทศไทยขณะนี้ว่า ได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานจัด Mobile Unit ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันตามสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่มีน้ำ หรือสิ่งปลอมปนเข้าไปผสมกับน้ำมันขณะน้ำท่วม และจะแจ้งให้ผู้ใช้รถทราบต่อไป

          ขณะเดียวกัน ยังให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทั้งในรูปแบบการจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น ต่อชีวิตประจำวัน การเปิดรับบริจาคเงิน พร้อมทั้งจัดกองคาราวานลำเลียงสิ่งของยังพื้นที่ประสบภัย โดยตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม ถึงปัจจุบัน แจกจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับผู้ประสบภัยใน จ.นครราชสีมา แล้ว 14,000 ลิตร มูลค่า 448,000 บาท และมอบให้โรงพยาบาลมหาราช จำนวน 5,000 ลิตร เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องสูบน้ำ ที่เหลือมอบให้มูลนิธิสาธารณกุศล เพื่อนำไปใช้กับรถยนต์ที่ลำเลียงอาหารเครื่องดื่ม และผู้ป่วย รวมทั้งมอบถุงยังชีพอีก 18,000 ถุง มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท ผ่านจุดบริการ 10 แห่ง ในพื้นที่


89  สมาชิก VIP / ข่าวตลาดทอง / สหรัฐฯ สั่งปิดธนาคารเล็ก อีก 7 แห่ง เมื่อ: ตุลาคม 24, 2010, 10:04:58 PM
สหรัฐฯ สั่งปิดธนาคารเล็ก อีก 7 แห่ง

สหรัฐฯ สั่งปิดธนาคารเล็ก อีก 7 แห่ง (ไอเอ็นเอ็น)

          สหรัฐฯ สั่งปิดธนาคารขนาดเล็ก อีก 7 แห่ง ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา

          สถาบันประกันเงินฝากของสหรัฐ หรือ เอฟดีไอซี สั่งปิดธนาคารขนาดเล็กอีก 7 แห่ง ในรอบสัปดาห์นี้ ทำให้นับตั้งแต่ต้นปี จนถึงขณะนี้มีจำนวนธนาคารในสหรัฐฯ ที่ถูกสั่งปิดแล้ว 139 แห่ง โดยธนาคารที่ถูกสั่งปิดครั้งล่าสุด อยู่ในรัฐฟลอริด้า 2 แห่ง จอร์เจีย 2 แห่ง ที่เหลืออยู่ในแคนซัส อิลลินอยส์ และเอริโซนา

          โดยทั้ง 7 แห่ง มีขนาดสินทรัพย์รวม 2,420 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ยอดเงินฝากรวม 2,210 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่ปี 2551 มีธนาคารในสหรัฐฯ ปิดกิจการไปแล้วประมาณ 300 แห่ง
90  สมาชิก VIP / General Discussion / 15 อย่างใน iPhone 5 ที่รออยู่ เมื่อ: ตุลาคม 18, 2010, 07:32:58 AM
15 อย่างใน iPhone 5 ที่รออยู่

ในทุกครั้งที่ Apple ออก iPhone ตัวใหม่ เรื่องอัตราการกินไฟก็มักจะเป็นปัจจัยแรกๆที่ถูกทำการปรับปรุงให้ดีมากขึ้นทุกครั้ง โดยดูจาก iPhone 4 นั้นยังมีอัตราการสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า




1. iOS 5
แน่นอนว่า iOS5 ย่อมดีกว่า 4 แน่นอน ถ้า iPhone 5 ออกมาจริงในปีหน้า ระบบปฎิบัติการตัวใหม่ก็คือสิ่งที่หลายๆคนอยากให้มีเป็นอันดับต้น



2. ประหยัดไฟมากขึ้น
ในทุกครั้งที่ Apple ออก iPhone ตัวใหม่ เรื่องอัตราการกินไฟก็มักจะเป็นปัจจัยแรกๆที่ถูกทำการปรับปรุงให้ดีมากขึ้น ทุกครั้ง โดยดูจาก iPhone 4 นั้นยังมีอัตราการสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า iPhone 3GS มากถึง 40% ดังนั้น หวังว่าใน iPhone 5 เทคโนโลยีของแบตเตอรี่น่าจะดีขึ้น อาจจะมีความจุของแบตเตอรี่สูงขึ้นในขนาดเท่าเดิม เพราะนอกจากแบตดีขึ้นแล้ว เรื่อง CPU การทำงานที่กินไฟน้อยลงก็คงจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ระยะการใช้งานนานขึ้นด้วย



3. 3D graphics
เนื่องจาก graphics chip ได้ถูกใส่ไว้ในชิพ  A4, ทำให้หลายๆคนสงสัยว่าตกลงว่า 3D graphics chip ที่อยู่ใน iPhone 4 มันคืออะไรกันแน่ แต่เท่าที่หลายฝ่ายเดาๆกันดูก็น่าจะเป็น Samsung นั่นเอง อย่างไรก็ตามแม้ว่าใน iPhone 4 จะมีการพัฒนาเรื่องกราฟฟิคมามากพอสมควร โดยสามารถแสดงผลที่ความละเอียด  960×640 pixels แต่สำหรับ iPhone 5 คาดกันว่า Apple เอาแน่กับความละเอียดหน้าจอที่ 1156×768 pixels



4. 1.5 GHz A4 processor
สำหรับ iPhone 4 นั้นได้ใช้ชิพ  A4 ในการทำงาน แต่ก็ยังไม่มีใครฟันธงว่ามันความเร็วการทำงานที่  1GHz  แบบในเครื่อง iPad หรือไม่ แต่เรื่อง Speed การทำงานกับอัตราการกินไฟของ iPhone 4 ถือว่าน่าประทับใจมากทีเดียว แต่กาลเวลาเป็นสิ่งที่จะเป็นตัวบีบ Spec การทำงานของ CPU ให้พัฒนาให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น สิ่งที่คาดหวังกันไว้ว่าน่าจะได้เห็นใน iPhone รุ่นถัดไปก็คือความเร็วที่ 1.5 GHz หรือหาก  สตี๊ฟ จ๊อบส์ ฮึดๆขึ้นมาอาจจะใส่ CPU ไปถึง 2 GHz



5. Better camera
กล้องระดับ 8-megapixel คือสิ่งที่คาดว่าไม่น่าพลาดที่เราอาจจะได้เห็นใน iPhone 5 เพราะแม้ว่า iPhone 4 จะพัฒนากล้องมาที่ระดับ 5 megapixels พร้อม LED flash แต่เชื่อว่าระดับความละเอียดของกล้องน่าจะต้องถูกขยับไปตามคู่แข่งขันในตลาด เพราะบางรุ่นในปี 2010 นี้ก็พัฒนาไปถึง 8 ล้านพิกเซลแล้ว



6. Flash support
ไม่รู้ไปโกรธเคืองกันมาจากไหน ไม่ว่า iPhone จะออกมากี่รุ่นก็ตามการสนับสนุนการทำงานของ Flash ก็ยังไม่มีสักที แม้ว่า Apple จะบอกว่า Flash นั้นมันกินทรัพยากรเครื่องเยอะ และเค้าเองเชื่อว่าอนาคตสิ่งที่จะมาแทน Flash นั้นมีอยู่แน่ใน HTML5  ซึ่งเชื่อว่า HTML5 มีประสิทธิภาพดีกว่า Flash มากมาย แถมยังมี้ข้อผิดพลาดน้อยกว่า (สตีฟ จอบส์ เคยว่าไว้) และเป็นระบบเปิดมากกว่าอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนใช้ตาดำๆ ก็อยากบอกว่า อยากได้ๆๆๆๆๆ Flashhhhhh อยู่ดี ทุกวันนี้ iPhone เกือบจะสมบูรณ์แล้วเชียวแต่เข้าเว็บที่มีการทำงาน Flash แล้วรู้สึก โมโหทุกที



7. FaceTime ผ่าน 3G
สำหรับปัจจุบันนี้การใช้งาน Face Time จะต้องผ่านทาง WiFi เท่านั้นเป็นการพูดคุยลักษณะแบบ VOIP ซึ่งต้องหาจุดเชื่อมต่อ WiFi ในขณะใช้งาน หากในอนาคตมันจะใช้พูดคุยโดยอาศัยช่องทาง ทางระบบ 3G หรือ 4G ในอนาคตก็คงจะดีมากขึ้น แม้ว่าการใช้งานผ่านโครงข่าย Network ในปัจจุบันอาจจะเร็วไม่พอแต่ในอนาคตหากระบบต่างๆเร็วขึ้น การใช้งาน Face time ก็น่าจะได้รับการปรับปรุงรูปแบบให้ดีกว่านี้ และใช้ข้ามคุยกับแพลตฟอร์มอื่นๆได้ด้วย

8. Home screen
หน้า ตา Home Screen ของ Apple เจอกันมาหลายปี หลายๆรุ่นก็หน้าตาแบบเดียวกัน ดังนั้น สิ่งที่ iPhone 5 น่าจะมีการปรับปรุงได้แล้วก็คือเรื่องการให้ ผู้ใช้สามารถปรับแต่งหน้าจอได้อย่างอิสระมากขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยโปรแกรมใดๆ ช่วย



9. Expandable memory
สิ่งที่ฝันลมๆ แล้งๆ แต่หลายๆ ก็คงอยากให้มีใช่ไหมครับ



10.  memory
64GB สิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อมและคาดว่าน่าจะได้เห็นกันในรุ่นถัดไป



11. RFID
ตามข่าวลือแล้ว Apple ตอนนี้กำลังง่วนกับการพัฒนาระบบ radio-frequency identification, หรือ RFID, เพื่อจะยัดใส่ใน iPhone รุ่นถัดไป เพราะว่า RFID  เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ได้ใหม่อะไรมากนัก แต่เชื่อว่ามันกำลังจะมาอยู่ในมือถือหลายๆรุ่นในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อการใช้งานที่สะดวกขึ้น เช่นการจ่ายเงินชำระค่าสินค้าต่างๆ



12. HD output
ใน ปัจจุบัน iPhone ไม่มี output 720p หรือ 1080i HD video ซึ่งเราก็หวังว่า iPhone 5 รุ่นถัดไปน่าจะมี HD output ให้มาด้วยแบบในมือถือบางรุ่นในปัจจุบัน



13. Biometric security
 เรา เคยเห็นระบบ สแกนนิ้วมือบน Notebook หรือแม้แต่ HP iPaq รุ่นเก่าๆก็ยังเคยมีระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหน้า เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นใน iPhone รุ่นอนาคต แต่คงจะยังไม่น่าจะใช่ในเร็วๆนี้แน่



14. Built-in IR
อยาก ใช้ iPhone เป็นรีโมทควบคุม TV จังเลย แต่ไม่อยากต้องไปซื้ออุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่มให้เกะกะ ถ้า iPhone 5 มีช่องรับส่ง อินฟราเรดให้มาสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้เอาไว้ส่งข้อมูลแต่อยากเอาไว้ควบคุม TV จ้าาาาา



15. Removable battery
สิ่งที่ Apple ไม่เคยทำและไม่คิดจะทำก็คือ การทำเครื่องไม่ว่าจะเป็น iPhone หรือ iPod แบบถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ โดยยอมไปนั่งพัฒนาเครื่องให้กินไฟน้อยใช้ได้นานดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งเทคโนโลยีของแบตเตอรี่มันพัฒนามากขึ้น ทำให้บางและเล็กลง Apple อาจจะเปลี่ยนใจทำเครื่องให้สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ เพราะสาเหตุหนึ่งที่เป็นปัญหาหากทำเครื่องให้ถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ก็คือ เครื่องจะมีขนาดที่หนาขึ้นเพราะต้องเหลือพื้นที่สำหรับช่องใส่แบตเตอรี่ และฝาหลังเครื่อง

www.cnet.com
หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!