TARADTHONG.COM
ตุลาคม 20, 2017, 04:52:03 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 67 68 [69] 70 71 ... 89   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1340513 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1020 เมื่อ: มกราคม 19, 2017, 05:05:04 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามเฟด(อีกรอบ) และว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ฯ
ราคาทองคำเปิดตลาดภาคเช้าบริเวณ 1,198.65 USD/toz แกว่งตัวในกรอบแคบ 3-4 ดอลลาร์ ภาพรวมระยะสั้นอยู่ในแนวโน้มขาลงโดยราคาทองคำมีแรงขายรุนแรงตั้งแต่ช่วงประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมาตามเวลาไทย เป็นแรงขายจากการคาดการณ์ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (นางเยลเลน) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงประมาณตีสาม ซึ่งโดยสรุปถ้อยแถลงของนางเยลเลนก็เป็นไปตามคาดการณ์ของตลาดกล่าวคือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงเวลาอันใกล้นี้หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่อนข้างแข็งแกร่ง รวมทั้งระดับของอัตราเงินเฟ้ออยูใกล้เคียงกับระดับเป้าหมาย ประกอบกับเพื่อให้มีความสอดรับกับแนวนโยบายเศรษฐกิจของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เน้นการกระตุ้นปัจจัยภายในประเทศเละยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้าสู่ค่าเงินดอลลาร์และผลักดันดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นหลังอ่อนค่าลงตลอดเกือบสามสัปดาห์ที่ผ่านมา (ปัจจุบัน USD index = 101.18 จุด) และลดความน่าสนใจในการลงทุนทองคำลง อีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันราคาทองคำในระยะสั้นได้แก่ การสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากถ้อยแถลงของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางและความผันผวนของราคาทองคำในช่วงสั้นได้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำร่วงลงขณะอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งขึ้น : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ดิ่งลง 12.92 ดอลลาร์ หรือ 1.06 % สู่ 1,203.54 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธหลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 8 สัปดาห์ที่ 1,218.64 USD/toz ในวันอังคาร ในขณะที่สหรัฐฯ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 ปีครึ่ง และตัวเลขดังกล่าวหนุนค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นและหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ปรับขึ้นด้วย
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดดิ่งลง : ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดิ่งลงในวันพุธ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของวัน หลังจากนางเยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงความเห็นสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อไป ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีอยู่ที่ 2.413 % และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีอยู่ที่ 2.997 %
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าหลังเยลเลนชี้เฟดพร้อมขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว : ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันพุธได้แรงหนุนจากความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่า เฟดพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้
-   ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงสวนทางดอลลาร์ที่แข็งค่าแข็ง, สหรัฐฯ อาจเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมัน : ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันพุธสู่จุดต่ำสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและมีการคาดการณ์ว่า บริษัทน้ำมันในสหรัฐฯ จะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมัน ถึงแม้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดปริมาณการผลิตลงจากสถิติสูงสุด

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (08.00 น.)
-   ติดตามการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ (20 ม.ค.)

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short Position ได้เปรียบหากราคาทองคำยังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,205 USD/toz

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1021 เมื่อ: มกราคม 20, 2017, 09:49:06 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อยหลังจากราคาเคลื่อนไหวในแดนลบเกือบทั้งวันในเมื่อวานนี้ โดยค่าเงินดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวจากบริเวณ 100 จุด รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามราคาทองยังคงมีแรงซื้อกลับบริเวณ 1,200 เหรียญ โดยคาดว่านักลงทุนมีความกังวลถึงการรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในคืนนี้ ทำให้คาดว่าหากราคาทองไม่หลุด 1,200 เหรียญ ราคาทองก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.22  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.10% โดยปิดที่ 1,204.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,195.47 – 1,206.50 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,206 เหรียญ ราคาทองเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในเมื่อวานนี้ หลังจากราคาขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนได้ โดยราคาทองคำปรับขึ้นมาจากปลายปีก่อนในช่วงเดือน ธ.ค. กว่า 8 % แล้ว โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มดีดกลับหลังจากลงไปทดสอบบริเวณ 100 จุดเช่นกัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ก็เริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ผนวกกับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในเมื่อคืนนี้ประกาศออกมาดีกว่าคาดการณ์เป็นส่วนใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามราคาทองสามารถกลับมาปิดบวกได้ในท้ายตลาด จากความกังวลของนักลงทุนที่ยังมีต่อการรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการคืนนี้ และเชื่อว่าหากยังมีแรงซื้อบริเวณ 1,200 เหรียญ จะทำให้ราคาทองมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดรอบ 1 สัปดาห์ที่ 50.91 ดอลลาร์ที่ทำไว้ในวันพุธ โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่ระบุว่า ตลาดน้ำมันตึงตัวในช่วงปลายปี 2016 ก่อนที่ข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนม.ค. อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันปรับขึ้นได้ไม่มากนัก เพราะได้รับแรงกดดันจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่พุ่งสูงขึ้น
•   ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันพฤหัสบดีเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน แม้อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรก็ตาม ขณะที่ข้อมูลด้านแรงงานและการก่อสร้างบ้านสนับสนุนมุมมองเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 1.22 ดอลลาร์ สู่ 1,204.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี โดยราคาทองร่วงลงในช่วงแรก ก่อนจะปรับขึ้นในช่วงต่อมา ในขณะที่ดอลลาร์ลดช่วงบวก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดช่วงบวกลงด้วยเช่นกัน โดยในช่วงแรกนั้นราคาทองได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง และจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ความต้องการทองคำในช่วงเทศกาล
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   การรับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการของนายทรัมป์

•   Strategy : trading long หากราคาอยู่เหนือ 1,200 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ปัจจัยภายนอกยังคงกำหนดทิศทางการลงทุน
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของ SET index และ S50H17 เมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดวัน มีแรงขายลดสถานะการลงทุนค่อนข้างรุนแรง โดย S50H17 เปิดตลาด 969.80 จุด เคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาลง ลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 964.70 จุด ช่วงท้ายตลาดก่อนปิดตลาดในบริเวณใกล้เคียงกันที่ 967.10 จุด (ราคาที่ใช้ชำระราคาประจำวัน = 967.20 จุด) นักลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ -17,044 สัญญา รูปแบบการเคลื่อนไหวของราคามีลักษณะเดียวกับ SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,554.88 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายที่ 53,206.33 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์หนาแน่นแต่ยังไม่มาก ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -154.37 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายในวันนี้ คาดการณ์ว่าอาจมีแรงขายลดสถานการลงทุนในช่วงปลายสัปดาห์เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าสาบานตนของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ที่เข้ามาจำกัด Upside ของดัชนีตลาดหุ้นไทยในวัน ขณะที่ถ้อยแถลงล่าสุดของนางเยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ Stanford Institute for Economic Policy Research นั้น ยังคงมีมุมมองเดิมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่รุนแรงเพื่อที่จะลดความเสี่ยงจากแนวนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจรุนแรงมากเกินไป

•   แนะนำ : ฝั่ง Short Position ยังคงได้เปรียบในวัน, อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามาแต่ Upside จำกัดและยังคงขาดปัจจัยบวกรองรับ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ภาพรวมค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่องที่ระดับ 35.37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
-    ติดตามการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ (ตามเวลาสหรัฐฯ)

ข่าวในประเทศ
-   แบงค์ชาติจับตา “ทรัมป์” หวั่นประเด็นกีดกันการค้าไทย : “แบงก์ชาติ” เกาะติดพิธีสาบานตนของ “ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์” จับตา 2 ประเด็นสำคัญ “การลงทุน-การค้า” หวั่นกระทบส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว มองตลาดเงินผันผวน แนะผู้ประกอบการประกันเสี่ยง
-   กระทรวงพาณิชย์หารือผู้ประกอบการ “ค้าปลีก-ค้าส่ง” ร่วมแผน “ธงฟ้าประชารัฐ” : เร่งเปิดโครงการ “ธงฟ้าประชารัฐ” ดันสินค้าราคาพิเศษถูกกว่าท้องตลาด 15-20% ถึงมือผู้บริโภคภายในไตรมาสสอง จ่อหารือผู้ผลิตสินค้ายักษ์ใหญ่ภายในสัปดาห์หน้าหวังเคาะรายการสินค้า เน้นหมวดจำเป็นต่อการบริโภค ช่วยลดค่าครองชีพ ใช้แบรนด์เดิมแต่ลดต้นทุนการตลาดเพื่อให้ขายได้ถูก เตรียมส่งคาราวานธงฟ้าเคลื่อนที่ช่วยใต้ เริ่ม ก.พ.นี้
-   (PTTH17) ปตท. (PTT) ชง “PTTOR” IPO เม.ย.ระดมทุน ปี 61 : ปตท. เผยว่าแผนการจัดโครงสร้างธุรกิจนำ “บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก. หรือ PTTOR เป็นบริษัทลูกและเป็นบริษัทแกนของกลุ่ม ปตท. ในการดำเนินธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยจะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ให้อนุมัติในช่วงเดือน เม.ย. 60 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1022 เมื่อ: มกราคม 23, 2017, 10:05:20 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดบวกเล็กน้อย และได้รับแรงหนุนต่อในเช้านี้ หลังจากค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลดลง จากความกังวลของนักลงทุนต่อความเป็นไปได้ของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของนายทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ทำให้เริ่มเห็นแรงขายในดอลลาร์ต่อ และมีแรงซื้อในสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำ รวมทั้งแรงซื้อหนุนจาก SPDR ทำให้ฝั่ง long ยังน่าสนใจ มีลุ้นไปต่อได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.80  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.40% โดยปิดที่ 1,209.56 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,198.28 – 1,214.90 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,216 เหรียญ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนต่อในเช้านี้หลังจากค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง จากการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และการแถลงข่าวของนายทรัมป์ ที่ไม่มีปัจจัยใหม่ๆ มาช่วยหนุน โดยปัจจัยเดิมนั้นที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ นักลงทุนก็มีความกังวลว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าต่อเนื่องส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวดีขึ้นรวมทั้งมีแรงซื้อจากกองทุน SPDR เข้ามาอีก 1.19 ตัน รวมถือครองเป็น 809.15 ตัน และในช่วงต้นสัปดาห์ติดตามทางฝั่งยุโรป และอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่อง Brexit และในปลายสัปดาห์ติดตามตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 2 % ในวันศุกร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า การประชุมประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะแสดงให้เห็นว่า ประเทศเหล่านี้ปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากกิจกรรมการขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ
•   บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์รายงานในวันศุกร์ว่า บริษัทพลังงานสหรัฐปรับเพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันขึ้นอีก 29 แท่น สู่ 551 แท่นในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 20 ม.ค. ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี และจำนวนแท่นขุดเจาะที่ 551 แท่นนี้ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2015
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันศุกร์ หลังนักลงทุนผิดหวังกับการกล่าวสุนทรพจน์ในการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากขาดการปฏิรูปนโยบายที่เป็นรูปธรรม ขณะที่ปธน.ทรัมป์กลับให้ความสำคัญกับนโยบาย      "อเมริกาต้องมาก่อน" แต่ก็ขาดข้อเสนอที่เฉพาะเจาะจง
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 4.80 ดอลลาร์ สู่ 1,209.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับลงจากจุดสูงสุดของวัน หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ทำพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ความต้องการทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีน
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   คำวินิจฉัยของศาลเรื่องสมาชิกภาพของอังกฤษ

•   Strategy : ฝั่ง long ยังได้เปรียบโดยผู้มีสถานะ long แนะนำถือต่อ ถ้าไม่มี long เมื่อย่อตัว หรือ follow เมื่อ breakout

 
Smart Stock
Today Strategy:
รอให้มุมมองนักลงทุนต่างชาติชัดเจน
สัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตั้งแต่ต้นสัปดาห์ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดช่วงวันศุกร์ทั้ง SET index และสัญญาฯ S50H17 ซึ่งเปิดตลาดในวันศุกร์บริเวณ 964.00 จุด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 972.90 จุด ก่อนย่อตัวเล็กน้อยลงมาปิดตลาดที่ 971.90 จุด รูปแบบการเคลื่อนไหวเป็นลักษณะเดียวกับ SET index ที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 1,566.34 จุด ก่อนย่อตัวปิดตลาดที่ 1,562.99 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 56,408.56 ล้านบาท อยู่ในระดับหนาแน่นปานกลาง เป็นแรงซื้อเข้าในหุ้นใหญ่กลุ่มธนาคารเเละพลังงานเป็นหลัก ด้วยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ (+3,737.50 ล้านบาท) เเละนักลงทุนสถาบัน (+176.60 ล้านบาท) สวนทางกับแรงขายของนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ (-3,554.56 ล้านบาท) เเละบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-359.54 ล้านบาท) ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าสำหรับการซื้อขายในวันนี้อาจมีความผันผวนสูงรวมทั้งให้พิจารณาสัญญาณของนักลงทุนต่างชาติที่เปิดสถานะขายสุทธิ (Short) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี SET50 (-2,071 สัญญา) ซึ่งมีความขัดแย้งกับการเข้าซื้อสุทธิในดัชนี SET index ที่มีมูลค่าการซื้อขายสะสมของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติตั้งเเต่ 1 ม.ค.60 ทรงตัวอยู่บริเวณ 8,134.63 ล้านบาท (+/- 1,500 ล้านบาท) และอาจมีความผันผวนต่อเนื่องมาจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ในช่วงสัปดาห์ก่อนพอสมควรแม้จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับแนวนโยบายเศรษฐกิจฯ ไม่มากก็ตาม แต่ภาพรวมยังคงตอกย้ำจุดยืนเดิมที่จะดำเนินนโยบายโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศสหรัฐฯ เป็นสำคัญ (America First ), ความเป็นชาตินิยมและการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายอย่างเด็ดขาดฯ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กลุ่มนักการทูตประเทศตต่างๆ ที่ให้ความเห็นว่าเเนวนโยบายดังกล่าวอาจสร้างความไม่สมดุลให้โลกอีกครั้งทั้งในมิติของเศรษฐกิจการค้าเเละความมั่นคงทั้งภายในและระหว่างประเทศฯ  รวมทั้งยังปลุกความ “ฝันของอเมริกัน (American dream)” เพื่อสร้างความหวังและหลอมรวมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สะท้อนความเป็นชาตินิยมเหมือนที่เคยทำเมื่อช่วงก่อสร้างประเทศให้เป็นปึกเเผ่นอีกด้วย

•   แนะนำ : Wait & See, ลดสถานะการลงทุนรอให้นักลงทุนต่างชาติมีมุมมองที่ชัดเจนต่อดัชนีตลาดหุ้นไทย

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องตั้งเเต่ต้นเดือน ม.ค. (USD index = 100.74 จุด

ข่าวในประเทศ
-   กระทรวงการคลังเล็งสรุปลดภาษีสองเท่าเสนอต่อคณะรัฐมนตรี : กระทรวงกระคลังจะหารือร่วมกับ สศค. เร่งสรุปมาตรการลดหย่อนภาษีสองเท่าเพื่อกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนก่อนเสนอครม.พิจารณาภายในเดือน ม.ค.นี้ เบื้องต้นจะเสนอเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า เอกชนต้องลงทุนใช้จ่ายจริงในปีนี้มากกว่าการลงทุนปีที่ผ่านมาจึงนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สองเท่าได้
-   กรมสรรพสามิตคาด “ก.ม.ใหม่” บังคับใช้ 1 ส.ค. : อธิบดีกรมสรรพสามิตคาดกฎหมายใหม่สรรพสามิตบังคับใช้ 1 ส.ค. ขณะนี้เร่งปรับปรุงกฎระเบียบรองรับ ระบุแม้ฐานคำนวณภาษีเปลี่ยนเป็นราคาขายปลีกไม่กระทบ "ผู้ประกอบการ-ผู้บริโภค" เพราะต้องปรับภาษีจัดเก็บลดลง     
-   “ก.ล.ต.” หนุนใช้ฟินเทคเอื้อลูกค้าได้รับบริการดีขึ้น : "ก.ล.ต." หวังเอื้อประโยชน์ลูกค้า ได้รับ "บริการผลิตภัณฑ์" คุณภาพ พร้อมแก้ปัญหาพนักงานไม่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้
-   (BCPH17) BCP ขยายธุรกิจลิเทียม ส่งบริษัทย่อยซื้อหุ้น LAC : BCP เดินหน้าขยายธุรกิจลิเทียมล่าสุดบริษัทย่อย BCPI ซื้อหุ้นเพิ่มทุน 50 ล้านหุ้นใน  LAC ที่ดำเนินโครงการเหมืองลิเทียมในอาร์เจนตินาและสหรัฐฯ แจงการลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1023 เมื่อ: มกราคม 23, 2017, 05:14:50 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งในกรอบ
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,209.33  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,209.33 – 1,219.44  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยจากสัปดาห์ก่อนนายทรัมป์ยังไม่มีทีท่าที่ชัดเจนต่อนโยบายต่างๆ ทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้นได้ในปลายสัปดาห์และเช้าวันนี้ราคาทองทำได้ไปทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง และราคาก็เริ่มมีแรงขายทำกำไรลงมาหลังจากค่าเงินดอลลาร์เริ่มดีดกลับได้บริเวณ 100 จุด ทำให้ราคามีโอกาสที่จะพักฐานได้หากขาดปัจจัยสนับสนุนในช่วงสั้น โดยในคืนนี้ไม่มัตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ทำให้คาดว่าราคาทองในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบมากกว่าที่จะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   หุ้นจีนปิดเพิ่มขึ้นมาที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันนี้ แต่ลดช่วงบวกในช่วงเช้าออกไปบ้างท่ามกลางปริมาณซื้อขายเบาบาง ขณะที่นักลงทุนไม่ต้องการถือสถานะการลงทุนใหม่ก่อนวันหยุดเทศกาลตรุษจีน
-   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันศุกร์ หลังนักลงทุนผิดหวังกับการกล่าวสุนทรพจน์ในการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากขาดการปฏิรูปนโยบายที่เป็นรูปธรรม ขณะที่ปธน.ทรัมป์กลับให้ความสำคัญกับนโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" แต่ก็ขาดข้อเสนอที่เฉพาะเจาะจง
-   แหล่งข่าวกล่าวว่า ธนาคารมอร์แกน สแตนเลย์และซิตี้กรุ๊ปของสหรัฐได้กำหนดตำแหน่งงานหลายตำแหน่งที่จำเป็นต้องโยกย้ายออกจากอังกฤษ หลังจากอังกฤษถอนตัวอออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit
-   นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวในวันนี้ว่า เขาต้องการจะชี้แจงต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเรื่องแรงสนับสนุนจากบริษัทญี่ปุ่นที่มีต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และต้องการให้ปธน.ทรัมป์เข้าใจในเรื่องนี้
-   รัฐมนตรีพลังงานจากหลายประเทศกล่าวเมื่อวานนี้ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกได้เริ่มต้นปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงอย่างแข็งแกร่ง ภายใต้ข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด และเพื่อพยุงราคาน้ำมัน
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวในวันอาทิตย์ว่า เขาวางแผนจะหารือในเร็วๆนี้กับผู้นำแคนาดาและเม็กซิโกเพื่อเริ่มต้นการเจรจาต่อรองใหม่ เกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา)

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ถ้อยคำปราศัยของประธานธนาคารกลางยุโรป (มาริโอ้ ดรากี้)
-   คำวินิจฉัยของศาลเรื่องสมาชิกสหภาพของอังกฤษในวันที่ 24 ม.ค. นี้
-   ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : ฝั่ง long ทยอยปิดทำกำไร เปลี่ยนมาเป็น trading ในกรอบ หลังจากค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสดีดกลับบริเวณ 100 จุด

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1024 เมื่อ: มกราคม 24, 2017, 10:05:24 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 24 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากค่าเงินดอลลาร์ปรับลดลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ที่บริเวณ 99.90 จุด ทำให้ราคาทองขึ้นมาทดสอบจุดสูงสุดบริเวณ 1,220 เหรียญได้อีกครั้ง และในวันนี้ติดตามคำวินิจฉัยของศาลเรื่องสมาชิกภาพของอังกฤษในยูโรโซซึ่งคาดว่าตลาดรับรู้ไปแล้วในสัปดาห์ก่อน ทำให้ทางเราคาดว่าตลาดขาดปัจจัยใหม่ๆ จึงให้น้ำหนักการแกว่งตัวในกรอบมากกว่าปรับตัวขึ้นต่อแรงๆ ต่อ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.82  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.65% โดยปิดที่ 1,217.38 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,209.17 – 1,219.44 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,217 เหรียญ ราคาทองปรับตัวขึ้นได้ต่อหลังจากค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบกว่า 7 สัปดาห์ โดยทำจุดต่ำสุดที่ 99.90 จุด โดยปัจจัยหลักคือความกังวลนโยบายของนายทรัมป์ ว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ และในวันนี้ติดตาม คำวินิจฉัยของศาลเรื่องสมาชิกภาพของอังกฤษในยูโรโซน ซึ่งคาดว่าตลาดได้รับรู้ไปแล้วพอสมควรในสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับกาแนวทางการออกจากยูโรโซนของอังกฤษทำให้ภาพรวมราคาทองคำได้ปรับตัวมาทดสอบจุดสูงสุดในระยะสั้นอีกครั้ง บริเวณ 1,220 เหรียญ ซึ่งคาดว่าราคาทองมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบหากยังไม่สามารถผ่านจุดสูงสุดใหม่ได้ ผนวกกับตลาดขาดปัจจัยใหม่ๆ ในช่วงนี้ ทางเราจึงให้น้ำหนักแกว่งตัวในกรอบมากกว่า

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงเกือบ 1% ในวันจันทร์ขณะที่สัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐได้บดบังข่าวที่ว่าโอเปกและผู้ผลิตนอกโอเปกจะบรรลุเป้าหมายในการปรับลดการผลิต
•   ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันจันทร์ โดยถูกถ่วงลงจากความวิตกเกี่ยวกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์, การแถลงสุนทรพจน์เกี่ยวกับนโยบายปกป้องการค้าและการแสดงความเห็นที่ไม่พอใจในทวิตเตอร์
•   เยนซึ่งเป็นสกุลเงินที่ปลอดภัยปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกันเมื่อเทียบกับดอลลาร์
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองเดือนในวันจันทร์ โดยความวิตกเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ทำให้นักลงทุนพากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐร่วงลง

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ความต้องการทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีน
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   คำวินิจฉัยของศาลเรื่องสมาชิกภาพของอังกฤษ

•   Strategy : trading ในกรอบ follow เมื่อ breakout สำหรับนักลงทุนระยะกลางรอ long เมื่อย่อตัว

 
Smart Stock
Today Strategy:
แกว่งในกรอบรอปัจจัยหนุน
เมื่อวานนี้ สัญญาฯ S50H17 เปิดตลาดในแดนบวกที่ 973.40 จุด แกว่งตัวจำกัดในกรอบแคบในทิศทางแนวโน้มขาลงตลอดวันก่อนมีเเรงซื้อเข้ามาในช่วงท้ายตลาดเป็นแรงหนุนให้สัญญาฯ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 975.90 จุด ก่อนย่อตัวปิดในบริเวณใกล้เคียงกันที่ 974.60 จุด รูปแบบการเคลื่อนไหวโดยรวมผันผวนมากกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,570.79 จุด เเกว่งตัวในกรอบเเคบเช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค มีมูลค่าการซื้อขายเบาบางที่ 44,710.25 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อเข้ามาในกลุ่มสื่อสารเเละกลุ่มธนาคารเป็นหลัก ตามด้วยกลุ่มพลังงานรองลงมาตามลำดับ ดัชนีตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยบวกจากเงินบาทที่เเข็งค่าสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง (USD index = 100.16 จุด) หลังถ้อยเเถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ในสัปดาห์ก่อนยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้เท่าที่ควร ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้นสำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยในขณะที่เมื่อวานนี้ยังคงมีเเรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ -262.88 ล้านบาท พร้อมเปิดสถานะขายสุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี SET50 -3,458 สัญญา ค่อนข้างตอกย้ำมุมมองลบระยะสั้นต่อดัชนีตลาดหุ้นไทยพอสมควร

•   แนะนำ : เปิดสถานะในกรอบราคา, รอปัจจัยใหม่

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-     ค่าเงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าหลังได้รับประโยชน์จากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง

ข่าวในประเทศ
-   กลุ่มธนาคารดันตลาดหุ้นบวกหลังประกาศกำไรไตรมาส 4 ดีเกินคาด : การปรับสูงขึ้นของตลาดหุ้นโลกหนุนดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวตั้งแต่เปิดตลาด นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารหลังผลการดำเนินงานกำไรสุทธิรวมของธนาคาร 9 แห่งในไตรมาส 4 ปี 2559 เพิ่มขึ้น 16.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 1.5% จากไตรมาส 3 ปี 2559     
-   ธุรกิจตั้งใหม่เพิ่มขึ้นสอดรับเศรษฐกิจฟื้นตัวมองปีหน้าโตเพิ่มอีก 3% : ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ปี 59 ขยับ 7% หรือจำนวน 64,288 ราย ตอกย้ำเศรษฐกิจประเทศกำลังฟื้นตัว ประเมินปีหน้าโต 3% ปัจจัยการลงทุนภาครัฐและการท่องเที่ยวหนุน
-   (SCBH17) ไทยพาณิชย์ออกหุ้นกู้ล็อตใหม่ : ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศอันดับเครดิตที่คาดว่าจะให้แก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกัน สกุลเงินเหรียญสหรัฐของ SCB ที่ “BBB+(EXP)” (“BBB+”/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) โดยหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิที่จะออกเสนอขายดังกล่าวจะมีอายุไม่เกิน 5.5 ปี และจะมีมูลค่ารวมไม่เกิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐโดยจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ไปใช้ในการดำเนินกิจการทั่วไปของธนาคารและเพื่อการระดมเงินทุน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1025 เมื่อ: มกราคม 24, 2017, 05:19:27 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 24 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มแกว่งตัวออกข้าง
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,216.90  USD/toz แกว่งตัวในแนวโน้มขาลงระหว่างวัน ลงไปทำจุดต่ำที่สุดในวันบริเวณ 1,211.92 USD/toz  อย่างไรก็ตามแม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงในวันแต่ภาพรวมราคาทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากความไม่มั่นใจในแนวนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งกดดันให้ค่าเงินดอลลาร์ลงไปทำจุดต่ำที่สุดในรอบ 7 สัปดาห์บริเวณ 99.92 จุด เป็นปัจจัยบวกระยะสั้นให้ทองคำสามารถทรงตัวในแนวโน้มขาขึ้นต่อได้ อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าทองคำอาจเริ่มแกว่งตัวออกข้างพักฐานหลังปรับตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ธ.ค.59 จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ในตลาดยังคงแกว่งตัวผันผวนไร้ทิศทางและยังไม่มีความชัดเจน ทั้งราคาน้ำมันดิบ,ค่าเงิน รวมทั้งปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ และยุโรป  ทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมีความน่าสนใจมากขึ้นสำหรับเป็นแหล่งพักเงินทุน ดังนั้นต้องติดตามปัจจัยดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจมีแรงขายทองคำหลังปัจจัยดังกล่าวมีความชัดเจน สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ติดตามดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมครั้งแรก, ยอดขายบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและดัชนีภาคการผลิตเขตริชมอนต์

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่จุดต่ำที่สุดในรอบ 7 สัปดาห์ : ดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันจันทร์โดยลดลงจากความวิตกเกี่ยวกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์และแถลงสุนทรพจน์เกี่ยวกับนโยบายปกป้องการค้า ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินลดลง 0.6% สู่ระดับ 99.92 จุด
-   ราคาน้ำมันร่วงหลังการขุดเจาะในสหรัฐฯ กลับมาฟื้นตัว : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงเกือบ 1% ในวันจันทร์ ขณะที่สัญญาณการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐฯ ได้บดบังข่าวที่ว่าโอเปกและผู้ผลิตนอกโอเปกจะบรรลุเป้าหมายในการปรับลดการผลิต
-   ราคาทองคำปรับตัวขึ้นขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากความวิตกเกี่ยวกับนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุด ในรอบสองเดือนในวันจันทร์ โดยความวิตกเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้นักลงทุน พากันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยขณะที่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ร่วงลง
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง : อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงในวันจันทร์ โดยผลตอบแทนร่วงลงมากที่สุดในวันเดียวในรอบกว่า 2 สัปดาห์ ขณะที่ความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับท่าทีที่แข็งกร้าวต่อการค้าของประธานาธิบดีทรัมป์ ได้กระตุ้นแรงซื้อพันธบัตรเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
-   ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 2 เดือน : ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนที่ 6.8331 ต่อดอลลาร์ก่อนเปิดตลาดวันนี้ ซึ่งเป็นระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 0.0241 หยวนหรือเกือบ 0.4% จากค่ากลางวานนี้ที่ 6.8572

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   วันนี้ติดตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (16.30 น.ตามเวลาไทย)
-   GDP สหรัฐฯ (27 ม.ค.60)

คำแนะนำ    : เปิดสถานะในกรอบ, แม้ฝั่ง Short ได้เปรียบในวันแต่ Risk Reward Ratio อาจยังไม่คุ้มค่า

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1026 เมื่อ: มกราคม 25, 2017, 09:40:29 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 25 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรหลังจากราคาปรับตัวขึ้นมาทดสอบบริเวณ 1,220 เหรียญอีกครั้ง โดยจากปัจจัยหลักคือค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มฟื้นตัวหลังจากทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ หลังจากความชัดเจนของนโยบายของนายทรัมป์ได้มีการเริ่มต้นบ้างแล้ว ทำให้แรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเริ่มกลับมาได้ต่อ และ SPDR กลับมาขายทองติดต่อกัน 2 วัน ทำให้ทองขาดปัจจัยช่วงสั้น จึงให้น้ำหนักการแกว่งในกรอบมากขึ้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.64  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.71% โดยปิดที่ 1,208.74 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,205.95 – 1,219.59 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,208 เหรียญ ราคาทองทดสอบจุดสูงสุดบริเวณใกล้เคียง 1,220 เหรียญอีกครั้ง แต่เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไร หลังจากค่าเงินดอลลาร์เริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบกว่า 7 สัปดาห์ได้ เนื่องจากนักลงทุนเริ่มเห็นความชัดเจนของนโยบายของนายทรัมป์มากขึ้น หลังจากมีการลงนามคำสั่งพิเศษเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน และเตรียมสนับสนุนให้มีการผลิตรถยนต์ภายในประเทศมากขึ้น ผนวกกับทางอังกฤษที่คำสั่งศาลฎีกาไม่สามารถให้อังกฤษเริ่มต้นการออกจากยุโรปได้ ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงมีแรงซื้อต่อทั้งฝั่งสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นต่อได้ละฝั่งยุโรปก็ปิดบวกเช่นกัน อีกทั้งกองทุน SPDR มีการขายทองคำออกมาอีก 2.96 ตัน ทำให้รวมถือทอง 804.11 ตัน จึงคาดว่าราคาทองเริ่มมีแรงกดดันมากขึ้นอีกครั้ง และให้น้ำหนักแกว่งในกรอบรอปัจจัยใหม่ๆ ในช่วงนี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวขึ้นในวันอังคารก่อนการเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันของสหรัฐในวันพุธนี้ โดยได้แรงหนุนจากการปรับลดการผลิตน้ำมันของประเทศผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก แต่การขุดเจาะน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐอาจสกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน
•   ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยนและยูโรในวันอังคาร หลังร่วงลงหลายวันจากการกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งยืนยันจะดำเนินนโยบายปกป้องการค้า ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐยังคงดีกว่าของยุโรปหรือญี่ปุ่น
•   ปอนด์อ่อนลง 0.2% สู่ 1.2503 ดอลลาร์ หลังศาลสูงของอังกฤษตัดสินว่า รัฐบาลอังกฤษจำเป็นต้องขออนุมัติจากรัฐสภาอังกฤษก่อนดำเนินการอย่างเป็นทางการในการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลงเกือบ 1% ในวันอังคารโดยดิ่งลงจากระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน ขณะที่ดอลลาร์ฟื้นตัวขึ้นหลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในสัปดาห์นี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ความต้องการทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีน
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : ลดสถานะฝั่ง long ในระยะสั้น เปลี่ยนมาซื้อขายในกรอบและรอความชัดเจนอีกครั้ง

 
Smart Stock
Today Strategy:
แกว่งในกรอบที่กว้างขึ้น
สัญญาฯ S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดในแดนบวกอีกวันที่ 974.70 จุด เคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นตลอดวัน ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 982.70 จุดก่อนปิดตลาดในบริเวณใกล้เคียงกันที่ 982.50 จุด มีแรงซื้อเข้ามาในท้ายตลาดมากกว่า SET index ที่ภาพรวมการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่จำกัดมากกว่า โดย SET index ปิดตลาดที่ 1,578.82 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมที่ 62,246.32 ล้านบาท ถือว่ามากกว่าเกณฑ์ค่าเฉลี่ยอยู่พอสมควร โดยเป็นเเรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ                 (+876.02 ล้านบาท) เเละนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ (+370.22 ล้านบาท) มีมุมมองที่สวนทางกับนักลงทุนต่างชาติ (-830.99 ล้านบาท) เเละบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-415.25 ล้านบาท) ประเด็นระยะสั้นเรื่องกรณีศาลสูงอังกฤษตัดสินเรื่องการทำ Brexit ของอังกฤษเมื่อวานนี้ยังคงเป็นปัจจัยหนึ่งที่กำหนดทิศทางการลงทุนของนักลงทุน สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยมองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา ส่งผลให้อาจมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวผันผวนและยังไร้ทิศทางเป็นหลัก

•   แนะนำ : ฝั่ง Long Position ได้เปรียบในวัน, เปิดสถานะเมื่อราคาย่อตัว, ระวังแรงขายทำกำไร

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   เงินทุนของนักลงทุนต่างชาติหลังศาลสูงอังกฤษตัดสินกรณี Brexit เมื่อวานนี้

ข่าวในประเทศ
-   ก.ล.ต. ล้อมกรอบ 'ตั๋วบีอี' ขายได้เฉพาะการขายแบบเจาะจง (Private Placement)  : ก.ล.ต.ตีกรอบคนซื้อตั๋วยีอี เตรียมระดมความเห็นทุกฝ่ายภายใน 2 สัปดาห์ เล็งกำหนดให้ขายกับนักลงทุนเฉพาะกลุ่มที่รู้จักบริษัทดีและต้องออกตราสารหนี้ที่เป็นหุ้นกู้เท่านั้น โดยยังประเมินไม่ไดว่าจะมีบริษัทผิดนัดชำระอีกเท่าไหร่      
-   ครม. ไฟเขียวตั้งนิติบุคคลคนเดียว กระตุ้น 'เอสเอ็มอี-สตาร์ตอัพ' ตั้งไข่ : ที่ประชุม ครม.ได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าแห่งประเทศ เพื่อแก้ไข พ.ร.บ.เดิมที่ออกตั้งแต่ปี 2536 ให้มีความทันสมัยมากขึ้นและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เพื่อเป็นการสนับสนุน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยขยายการค้าการลงทุนไปยังต่างประเทศสะดวกมากยิ่งขึ้น
-   (AP) APเร่งเครื่องปั๊มรายได้พีค ทุ่มงบ 8 พันล้านซื้อที่ดินใหม่ : ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 10-15% “กางแผนยุทธศาสตร์ จับมือพันธมิตรเร่งพัฒนาโครงการใหม่โกยเงิน หวังกวาดยอดขายกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้งงบซื้อที่ดินไว้กว่า 8 พันล้านบาท ยอมรับปีนี้หาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการในระดับราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ยากขึ้น
บันทึกการเข้า
meng166
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 21
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1027 เมื่อ: มกราคม 25, 2017, 10:18:43 AM »

 thank1_
บันทึกการเข้า

โคกโพธิ์
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1028 เมื่อ: มกราคม 25, 2017, 05:08:01 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 25 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มลดลง
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,208.67  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,200.64 – 1,209.75  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาแกว่งในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ หลังจากราคาปรับตัวขึ้นไปทดสอบบริเวณใกล้เคียง 1,220 เหรียญ ก่อนจะเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไร ผนวกกับค่าเงินดอลลาร์ที่รีบาวน์กลับบริเวณ 100 จุด เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมันของนโยบายของนายทรัมป์มากขึ้น จากการที่นายทรัมป์เริ่มดำเนินการลงนามในการสร้างท่อส่งน้ำมัน Keystone XL และ Dakota Access เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน รวมทั้งทองคำยังขาดแรงซื้อที่ชัดเจน โดยจะเห็นได้ว่ากองทุน SPDR ได้กลับเข้าซื้อเพียง 2 ครั้งหลังจากเลือกตั้งประธานาธิบดี ก่อนที่เริ่มมีแรงขายเข้ามา 2 วันทำการติดต่อกัน รวมลดลงกว่า 5.04 ตัน รวมถือครอง 804.11 ตัน ทำให้ทองคำมีโอกาสพักฐานได้หากเงินดอลลาร์สามารถดีดกลับได้ แน่อย่างไรก็ตามทางเรายังให้น้ำหนักราคาทองแกว่งในกรอบ 1,200 -1,220 เหรียญไปก่อน เพราะช่วงนี้ราคาทองยังขาดปัจจัยที่จะมาสร้างความผันผวนในช่วงสั้น

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์กล่าวว่า ความพยายามของสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงภาษีธุรกิจที่ปรับตามพรมแดน (BTA) อาจจะทำให้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งจะทำให้เกิดการผลิตในประเทศจำนวนมาก
-   เมื่อวานนี้ ปธน.ทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งที่ทำให้เกิดความราบรื่นสำหรับแนวทางการสร้างท่อส่งน้ำมัน Keystone XL และ Dakota Access เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และปรับลดการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในสมัยของอดีตปธน.โอบามา
-   กระทรวงการคลังของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ ยอดส่งออกเมื่อเทียบรายปีของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือนในเดือนธ.ค. นำโดยการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ทั่วโลกและหนุนแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
-   สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติรายงานยอดขายบ้านมือสองลดลงเกินคาด 2.8% สู่ระดับ 5.49 ล้านยูนิตในเดือนธ.ค.

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มดีดกลับได้บริเวณ 100 จุด หลังนายทรัมป์เริ่มมีความชัดเจนทางด้านนโยบายต่างๆ มากขึ้น
-   ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : trading ในกรอบ และ follow เมื่อ breakout

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1029 เมื่อ: มกราคม 26, 2017, 09:50:17 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยเม็ดเงินเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย เช่นทองคำ และไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง โดยจะเห็นได้ว่าตลาดหุ้นดาวโจนส์ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล ทะลุเหนือบริเวณ 20,000 จุด ทำให้ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง แต่ก็ไม่ได้ช่วยหนุนทองคำให้ปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยระยะสั้นคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ และให้น้ำหนักซึมลงมากกว่าปรับตัวขึ้นต่อ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.52  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.70% โดยปิดที่ 1,200.22 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,192.74 – 1,209.75 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,199 เหรียญ ราคาทองปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง ตลาดหุ้นดาวโจนส์ของสหรัฐฯ ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดตลอดกาล ทะลุ 20,000 จุด ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะยังปรับตัวลดลง แต่ก็ไม่สามารถช่วยหนุนราคาทองได้ในช่วงนี้ รวมทั้งกองทุน SPDR ขายทองคำต่อเนื่อง 3 วันทำการ โดยเมื่อวานนี้ขายทองคำอีก 5.04 ตัน รวมถือทองคำ 799.07 ตัน จึงเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในระยะนี้ได้ ในวันนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ และ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคบริการ และคงน้ำหนักให้ราคาทองแกว่งตัวในกรอบ และเริ่มมีแนวโน้มซึมลงมากกว่าปรับตัวขึ้นต่อ

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดลดลงน้อยกว่า 1% ในวันพุธหลังข้อมูลบ่งชี้ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าราคาน้ำมันยังคงปรับตัวในช่วงแคบๆ โดยราคาได้แรงหนุนจากการปรับลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปก แต่ถูกกดดันจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ
•   ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญในวันพุธ โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์
•   ปอนด์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.26 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์จากความหวังเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหรัฐ
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงโดยรวมในวันพุธ แม้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐสามารถปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 20,000 ได้เป็นครั้งแรก
•   ราคาทองที่ตลาดสหรัฐร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ครึ่งในวันพุธขณะที่ความหวังครั้งใหม่ที่ว่า ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์จะดำเนินนโยบายการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้น ได้ช่วยหนุนราคาหุ้น และลดความน่าดึงดูดใจของทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ความต้องการทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีน
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
•   ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดการ(All time new high)
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบที่กว้างขึ้น ระยะกลางอาจรอสะสมเมื่อปรับลดลงแรง

 
Smart Stock
Today Strategy:
ระวังแรงขาย
ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ โดยสัญญาฯ S50H17 เปิดตลาดเมื่อวานนี้บริเวณ 983.70 จุด เคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวันโดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 989.50 จุด และปิดตลาดที่ 988.50 จุด (ชําระราคาประจำวันที่ 988.70 จุด) รูปแบบการเคลื่อนไหวแข็งแกร่งกว่า SET index ซึ่งเคลื่อนไหวผันผวนมากกว่าและมีแรงขายออกมาช่วงท้ายตลาด ก่อนที่จะปิดตลาดบริเวณ 1,584.29 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวมหนาแน่นถึง 66,820.55 ล้านบาท แต่ที่น่าสังเกตคือ เป็นแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันเป็นหลักซึ่งซื้อสุทธิ +2,324.55 ล้านบาท สวนทางกับนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ซึ่งขายสุทธิเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่ขายสุทธิกว่า -1,553.78 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดมูลค่าการซื้อขายสะสมของนักลงทุนต่างประเทศตั้งเเต่ต้นเดือนมกราคม ลดลงมาอยู่ที่ระดับซื้อสุทธิ +5,486.99 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยมองว่าภาพรวมการลงทุนทั่วโลกและในส่วนของปัจจัยภายในประเทศเองยังไม่มีความชัดเจนทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทย แม้ปรับขึ้นก็ยังถือว่ายังขาดปัจจัยรองรับ เป็นแรงซื้อจากความคาดหวังเรื่องการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าออกของนักลงทุนต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีมีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวผันผวนและเปราะบางได้

•   แนะนำ : Wait & See ลดความเสี่ยง, ระวังแรงขายทำกำไรหลังดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   ราคาน้ำมันดิบ WTI (NYMEX) ปรับตัวขึ้น 53.04 USD/bbl เป็นปัจจัยหนุนกลุ่มพลังงานในประเทศ

ข่าวในประเทศ
-   กระทรวงการคลังจ่อปรับประมาณการณ์จีดีพี, ปัจจัยบวกเพียบ : สศค.เปิดเผยว่า วันที่ 30 ม.ค.นี้ จะปรับประมาณการเศรษฐกิจปี 60 เพิ่มขึ้นจากที่คาดไว้ 3.4% เนื่องจากมีหลายปัจจัยบวกเพิ่มเข้ามา ได้แก่ การทำงบประมาณเพิ่มกลางปี 60 วงเงิน 190,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 160,000 ล้านบาท คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ในปีนี้ 65-70% ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้น
-   นักวิชาการจี้รัฐหนุนผู้ส่งออกหน้าใหม่ : นายทศพล อภัยทาน นักวิจัยสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ้งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงงานวิจัยเรื่อง “จุลทรรศน์ภาคส่งออกไทย : ส่งออกยุคผลัดใบ เลือดใหม่แรงขับเคลื่อน” ว่าภาคการส่งออกของไทยอยู่ในยุคผลัดใบ โดยผู้ส่งออกหน้าใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น มีการส่งออกในตลาดใหม่และผลิตสินค้าใหม่มากขึ้น ในขณะที่ผู้ส่งออกหน้าเก่าหดตัวไปมากและอาจเผชิญกับการถดถอยของการส่งออกสินค้าเดิมในตลาดเดิม
-   (TPIPLM17) ‘โพลีนเพาเวอร์’คาดเข้าเทรด มี.ค.60 นี้ : ‘ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์’ คาดเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ภายในเดือน มี.ค.นี้ ระบุเลื่อนซีโอดีโรงไฟฟ้าขยะ 70 เมกะวัตต์ เป็นไตรมาส 4 ไม่กระทบรายได้ เดินหน้ายื่นอีโอเอภายในเดือน มี.ค. ส่งผลจ่ายไฟฟ้า 290 เมกะวัตต์ ปีนี้ตามแผน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1030 เมื่อ: มกราคม 26, 2017, 05:18:50 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

มีแรงขายกดดัน
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในภาคเช้าบริเวณ 1,200.13 USD/toz ซึ่งเป็นระดับราคาที่มีนัยสำคัญต่อจิตวิทยาของนักลงทุน ก่อนที่จะเคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาลงตลอดวัน ซึ่งเป็นแรงขายต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงวันอังคารที่ผ่านมาหลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าการปรับตัวลงของทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้นหลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้น Dow Jones สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 20,000 จุด เมื่อคืนที่ผ่านมา ประกอบกับแรงกดดันของกองทุน SPDR ซึ่งขายทองคำออกสุทธิ 5.04 ตัน รวมถือครองทองคำสุทธิที่ 799.07 ตัน เป็นสัญญาณที่ไม่เป็นบวกต่อราคาทองคำเท่าใดนัก แต่อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดว่าทองคำยังอาจได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ตามฤดูกาล (วันตรุษจีน) ที่อาจเป็นปัจจัยบวกที่สามารถพยุงราคาทองคำไว้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ให้ระมัดระวังความผันผวนจากการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการประกาศหลายดัชนีได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดุลการค้า, สินค้าคงคลังภาคการค้า, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ, ยอดขายบ้านใหม่ฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น : อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในวันพุธโดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ ขณะที่ดัชนีหุ้นในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ท่ามกลางความหวังของนักลงทุนเกี่ยวกับเศรษฐกิจและนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี เท่ากับ 3.1058% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เท่ากับ 2.5209%
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐฯ : ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญในวันพุธ โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ ในขณะที่ค่าเงินปอนด์พุ่งขึ้นเหนือระดับ 1.26 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์จากความหวังเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหรัฐฯ ดอลลาร์อ่อนค่าลงโดยรวมในวันพุธแม้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐสามารถปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 20,000 ได้เป็นครั้งแรก
-   ราคาน้ำมันดิบปิดลบหลังข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มขึ้น : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดลดลงน้อยกว่า 1% ในวันพุธหลังข้อมูลบ่งชี้ว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นซึ่งตอกย้ำมุมมองที่ว่าราคาน้ำมันยังคงปรับตัวในกรอบแคบ โดยราคาได้รับแรงหนุนจากการปรับลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปก แต่ถูกกดดันจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐฯ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มี.ค.ปิดลบ 0.43 ดอลลาร์ สู่ระดับ 52.75 USD/bbl
-   ราคาทองคำร่วงสวนทางกับตลาดหุ้นปรับพุ่งรับนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ : ราคาทองที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 10 วัน ในวันพุธ ขณะที่ความหวังครั้งใหม่ที่ว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์” จะดำเนินนโยบายการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจนั้น ได้ช่วยหนุนราคาหุ้นและลดความน่าดึงดูดใจของทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือน ก.พ.ที่ตลาด COMEX ปิดร่วงลง 13.00 ดอลลาร์ ที่ 1,197.80 USD/toz

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   GDP สหรัฐฯ (27 ม.ค.)
-   ปฏิกิริยาของนักลงทุนหลังดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้นสูงกว่า 20,000 จุด

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short Position ได้เปรียบในวัน, ระวังความผันผวนจากรายตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1031 เมื่อ: มกราคม 27, 2017, 10:16:34 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ภาพรวมราคาทองคำยังคงโดนกดดันจากเงินทุนที่กลับเข้าสู่ดัชนีตลาดหุ้น หลังนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในแนวนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวแข็งค่าเพิ่มขึ้นหลังอ่อนค่าต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคม ฝ่ายวิจัยคาดว่าปัจจัยลบสำหรับทองคำยังคงมีอยู่ แต่ยังไม่มากอย่างมีนัยสำคัญที่จะทำให้ราคาทองคำผันผวนรุนแรง รวมทั้งการที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงยังเป็นการช่วยให้ตลาดสามารถปรับตัวเข้าสู่จุดดุลยภาพได้หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องราว 1 เดือน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแดนลบตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ได้รับแรงกดดันจากเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รวมทั้งตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลกหลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์สหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่เหนือระดับ 20,000 จุด และสามารถเคลื่อนไหวเหนือระดับ 20,000 จุด ติดต่อกันได้เป็นวันที่สอง รวมทั้งความชัดเจนของประธานาธิบดีทรัมป์ที่เริ่มลงนามตามแนวนโยบายที่ได้หาเสียงไว้อย่างเด็ดขาด สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในแนวนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กลับมาแข็งค่า โดยปัจจัยเหล่านี้กดดันให้ทองคำปรับตัวลดลงต่ำที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ ในขณะที่มุมมองของนักลงทุนสถาบันอย่าง SPDR ยังคงสถานะถือครองทองคำเท่าเดิมที่ระดับ 799.07 ตัน

Exclusive News
•   บอนด์ยิลด์ร่วง : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงในวันพฤหัสบดี โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรร่วงจากระดับสูงสุดในรอบสี่สัปดาห์หลังจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 7 ปี มูลค่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนหนาแน่น ซึ่งการประมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการประมูลพันธบัตรวงเงิน 8.8 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์นี้
•   ดอลลาร์ฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ : ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในวันพฤหัสบดี โดยได้ปัจจัยบวกจากการที่ดัชนีดาวโจนส์พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แม้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ สกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของดอลลาร์ก็ตาม
•   ราคาน้ำมันปิดพุ่ง 2% ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 2% ในวันพฤหัสบดี โดยได้แรงหนุนจากการทะยานขึ้นต่อเนื่องของตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้การปรับตัวขึ้นได้ถูกสกัดจากสต็อกน้ำมันปริมาณมากในสหรัฐฯ ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตพยายามปรับลดการผลิตลง
•   ทองร่วงต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ : ราคาทองที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันพฤหัสบดีขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและตลาดหุ้น ทะยานขึ้น แต่การคาดการณ์ที่ว่าการทะยานขึ้นของดอลลาร์อาจจะยุติลงนั้นได้ช่วยพยุงราคาทอง

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ความต้องการทองคำในช่วงเทศกาลตรุษจีน
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : ฝั่ง Short Position ได้เปรียบในวัน

 
Smart Stock
Today Strategy:
ปรับขึ้นตามดาวโจนส์
สัญญาฯ S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดเกิดช่วงว่างของราคา (Gap) บริเวณ 994.70 จุด เคลื่อนไหวในแดนบวกในลักษณะแกว่งตัวออกข้างก่อนปิดตลาดที่ 997.20 จุด ภาพรวมเคลื่อนไหวแข็งแกร่งว่า SET index ซึ่งเปิดตลาดบวกและปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 1,600 จุด มีแรงขายกดดันให้ดัชนีย่อตัวลงต่อเนื่องตลอดวัน ก่อนที่จะลงมาปิดบวก +6.71 จุด ที่ 1,591 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 71,571.82 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์หนาแน่นมากสำหรับ SET index โดยเป็นแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน (+765.34 ล้านบาท) และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (+3,203.04 ล้านบาท) ที่เข้าซื้อในกลุ่มพลังงาน, สื่อสารเเละธนาคารตามลำดับ ซึ่งถือว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยไดัรับอานิสงค์จาก Sentiment ที่สดใสหลังดัชนีดาวโจนส์สหรัฐฯ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 20,000 จุด ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นตาม สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าอาจมีแรงซื้อเข้ามาใน SET index และอาจขึ้นไปทดสอบระดับ 1,600 จุดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามต้องระวังแรงขายทำกำไรหลังดัชนีปรับตัวขึ้นรุนเเรงติดต่อกัน รวมทั้งสัญญาณจากนักลงทุนต่างชาติซึ่งมีสถานะ Short สุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า SET50 -2,083 สัญญา

•   แนะนำ : ฝั่ง Long Position ได้เปรียบในวันแต่ให้ระวังแรงขายทำกำไรประกอบการตัดสินใจเปิดสถานะ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 53.78 USD/bbl
-   Sentiment ตลาดหลังดาวโจนส์ปรับขึ้นเหนือ 20,000 จุด / SET index ทดสอบ 1,600 จุด

ข่าวในประเทศ
-   โบรกฯ ตื่นคุม บจ.ออกตั๋วบีอี เรียกที่ดิน-เช็คเงินสดค้ำ : บริษัทหลักทรัพย์และสถาบันการเงินหลายแห่งเริ่มเข้มงวดการพิจารณาออกตั๋วบีอีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น โดยเรียกหลักทรัพย์ในการค้ำประกันมากกว่ามูลค่าตั๋วบีอีที่ออก เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนผู้ที่ถือตั๋วบีอี หลังจากที่ผ่านมาปัญหาการผิดนัดชำระหนี้
-   อานิสงส์เมกะโปรเจคท์รัฐ เบี้ยประกันฯ 60 พุ่ง 9 แสนล้าน. : คปภ. เปิดเผยว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมในปี 60 คาดยังเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในฝั่งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย คาดการณ์ว่าทั้งระบบจะมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 8-9 เสนล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยบวกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลมูลค่าหลายแสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าหลายสาย รถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ ซึ่งโครงการเหล่านี้จะต้องมีการทำประกันสำหรับการก่อสร้าง   
-   (PTTEPH17) PTTEP รักษาระดับยอดขาย กวาดกำไรทะลุ 1.2 หมื่นล้าน สบช่องเคาะจ่ายปันผลงาม 3.25บาท : PTTEP รับทรัพย์กระเป๋าตุงกวาดกำไรปี 2559 ทะยานกว่า 1.28 หมื่นล้านบาท บอส “สมพร ว่องวุฒิพรชัย” ชี้ทำผลงานเข้าเป้า ตามแผนรักษาระดับปริมาณการขายที่ 319,521 บาร์เรล สบช่องเคาะจ่ายปันผลงามที่ 3.25 บาทต่อหุ้น เผยแผนปี 2560 ตั้งธงรักษาระดับการขายน้ำมันที่ 3.12 แสนบาร์เรล
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1032 เมื่อ: มกราคม 27, 2017, 05:08:23 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 27 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ปรับตัวลงต่อเนื่อง
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในภาคเช้าบริเวณ 1,186.05 USD/toz เคลื่อนไหวปรับตัวลดลงตามแนวโน้มระยะสั้น โดยลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 1,180.73 USD/toz  ซึ่งเป็นการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ โดยลงไปทำจุดต่ำที่สุดในรอบประมาณ 2 สัปดาห์ หลังนักลงทุนเริ่มมีความมั่นใจในมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งตั้งแต่ได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการทรัมป์ก็ได้เริ่มนำแนวนโยบายดังกล่าวมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนในการเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงและผลักดันให้ดัชนีดาวโจนส์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตั้งแต่เริ่มเปิดตลาดมา เหนือระดับ 20,000 จุด รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มกลับมาแข็งค่าก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่องท่ามกลางความคาดหวังว่าเทศกาลตรุษจีนจะสามารถพยุงราคาทองคำไว้ได้ในระดับหนึ่งแต่สมมติฐานดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ปัจจุบัน สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนในต้องติดตามการประกาศคาดการณ์จีดีพีสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเนื่องจากหากประกาศออกมาดีกว่าคาดการณ์อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันราคาทองคำให้ลดลงต่ออย่างมีนัยสำคัญได้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ทองคำร่วงลงต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ขณะดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า, ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น : ราคาทองคำที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ในวันพฤหัสบดีขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและตลาดหุ้นทะยานขึ้น แต่การคาดการณ์ที่ว่าการทะยานขึ้นของดอลลาร์อาจจะยุติลงนั้นได้ช่วยพยุงราคาทองไว้ได้ในระดับหนึ่ง
-   ญี่ปุ่นเผยอัตราเงินเฟ้อเดือน ธ.ค. ลดลงในอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี : ญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ดัชนี CPI พื้นฐานลดลงในอัตราต่ำสุดในรอบเกือบ 1 ปี ในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อน่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้าจากการดีดตัวขึ้นของราคาน้ำมันและต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นหลังจากเงินเยนอ่อนค่าลง ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะพิจารณาในการประชุมนโยบายในต้นสัปดาห์หน้า ซึ่งคาดว่าจะคงนโยบายการเงินต่อไป ขณะที่แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นได้ช่วยคลายกังวลให้แก่ธนาคารกลางญี่ปุ่นบ้าง แต่นักการธนาคารกลางหลายคนยังคงระมัดระวังว่า การปรับตัวขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก จะช่วยเร่งให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นสู่เป้าหมาย 2% หรือไม่
-   ดัชนีดาวโจนส์ยังคงปิดบวกเหนือระดับ 20,000 จุด : ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพฤหัสบดีขณะที่นักลงทุนชะลอการซื้อขายหลังตลาดทะยานขึ้นสองวัน โดยหุ้นคอลคอมม์ถ่วงดัชนี S&P 500 และ Nasdaq หลังเปิดเผยรายได้รายไตรมาสต่ำกว่าคาด ทั้งนี้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 32.40 จุดหรือ 0.16% สู่ระดับ 20,100.91, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 1.69 จุดหรือ 0.07% สู่ระดับ 2,296.68 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 1.16 จุดหรือ 0.02% สู่ระดับ 5,655.18
-   ตลาดหุ้นยุโรปทรงตัวที่บริเวณระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี : ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีในวันพฤหัสบดีโดยได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ โดยบริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันทำข้อตกลงสามหมื่นล้านดอลลาร์เพื่อซื้อบริษัทแอคทีเลียนซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพของสวิตเซอร์แลนด์

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ประกาศคาดการณ์ตัวเลข GDP ไตรมาสที่สี่ของสหรัฐฯ ในค่ำคืนนี้

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short Position ได้เปรียบในวัน, ติดตัวคาดการณ์จีดีพีและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1033 เมื่อ: มกราคม 30, 2017, 10:07:42 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดบวกได้เล้กน้อยหลังจากลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,180 เหรียญ แต่ก็สามารถดีดกลับได้ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ และในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ประกาศออกมาแย่กว่าคาดการ์ และตัวเลขในปี 2016 อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 และในสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมของเฟด โดยประเด็นสำคัญคืออัตราเร่งของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่าจะมีการปรับประมาณการหรือไม่ และตัวเลข PMI รวมทั้งภาคการจ้างงานในปลายสัปดาห์นี้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.72  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.23% โดยปิดที่ 1,191.21 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,180.65 – 1,191.67 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,195 เหรียญ ราคาทองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังจากปรับตัวลดลงไปทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,180 เหรียญ จากค่าเงินดอลลาร์ที่ดีดกลับหลังจากทำจุดต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายตลาดมีการประกาศตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในไตรมาส 4/2559 ประกาศออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ และรวมทั้งปี 2559 ขยายตัวเพียง 1.6% เป็นอัตราที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 ทำให้ราคาทองได้รับแรงหนุนต่อเนื่องในเช้าวันนี้ และในสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางหลายแห่ง โดยที่สำคัญคือธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยในครั้งนี้ทางเรายังให้น้ำหนักการคงอัตราดอกเบี้ย แต่ต้องติดตามมุมมองต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่าจะเร่งตัวขึ้นหรือไม่ รวมทั้งตัวเลข PMI และตัวเลขการจ้างงานในช่วงปลายสัปดาห์ ที่มีโอกาสทำให้ราคาทองแกว่งผันผวนได้ในช่วงปลายสัปดาห์

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวลงในวันศุกร์ หลังการเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า การขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกับประสิทธิภาพของข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตในโอเปกและนอกโอเปกในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อหนุนราคา
•   ดอลลาร์อ่อนลงเล็กน้อย หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการจีดีพีขั้นต้นของสหรัฐขยายตัว 1.9% ในไตรมาส 4/2016 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขประมาณการที่ 2.2% และเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวเพียง 1.6% ในปี 2016 ซึ่งเป็นอัตราอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011
•   ราคาทองที่ตลาดสหรัฐปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันศุกร์ โดยลดช่วงติดลบลงหลังตลาดหุ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลง แต่ราคาทองปรับตัวลงเป็นสัปดาห์แรกหลังเทรดเดอร์ขายทำกำไรจากการทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองเดือน

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ว่าจะให้น้ำหนักการเร่งตัวของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

•   Strategy : trading ในกรอบ 1,180 – 1,200 เหรียญ และ follow เมื่อ breakout

 
Smart Stock
Today Strategy:
เริ่มเปราะบาง
สัญญาฯ S50H17 ในวันศุกรที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบไม่ผันผวนมาก เปิดตลาดลบบริเวณ 996.50 จุด ก่อนเคลื่อนไหวในแดนลบและปิดตลาดบริเวณ 995.30 จุด ภาพรวมการเคลื่อนไหวมีลักษณะเดียวกับ SET index ซึ่งปิดตลาดบริเวณ 1,590.80 จุด ด้วยปริมาณการซื้อขายเบาบางเพียง 41,666.81 ล้านบาท เป็นแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (-1,055.00 ล้านบาท)  และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-73.24 ล้านบาท)  ภาพรวมดัชนตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่บริเวณระดับ 1,590-1,600 จุด ซึ่งเป็นบริเวณที่มีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนเหรือเข้าเปิดสถานะการลงทุนของนักลงทุน ทั้งนี้ปัจจัยบวกยังคงเป็นเรื่องของ Sentiment เชิงบวกจากการจุดสูงสุดใหม่ของดัชนีดาวโจนส์เหนือ 20,000 จุด เเละการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ ในขณะที่ปัจจัยลบหรือปัจจัยเสี่ยงก็ยังคงมีอยู่ ได้เเก่ ปัจจัยพื้นฐานของดัชนี (ทั้งดัชนีหุ้นไทยและดัชนีหุ้นสหรัฐฯ) ยังคงไม่สอดรับกับมูลค่าดัชนี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิด Downside Risk ที่กว้างขึ้น ฝ่ายวิจัยมองว่าแม้ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะไม่ได้อยู่ในสภาวะแพงเกินไปเมื่อเทียบกับพื้นฐาน (P/E19.24 เท่า P/BV2.03 เท่า) เเต่ก็ถือว่าไม่ใช่ดัชนีที่ "ถูก" เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยแวดล้อมด้านเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้ Upside ของดัชนีตลาดหุ้นไทยค่อนข้างถูกจำกัด ประกอบกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจระดับมหภาคฝั่งสหรัฐฯ ก็ไม่สดใสมากนักหลังเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาประกาศคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยเเละภูมิภาคเริ่มเเกว่งตัวในกรอบไร้ทิศทางและมีความเปราะบางสูง รวมทั้งยังคงเป็นการรอคอยปัจจัยบวกภายในประเทศของเเต่ละประเทศ หนุนการปรับขึ้นของดัชนีอีกครั้ง

•   แนะนำ : เปิดสถานะในกรอบ, ระวังความผันผวน, หากไม่ต้องการรับความเสี่ยงให้ถือเงินสดรอ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ภาพรวมค่าเงินบาทยังคงเเข็งค่าสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค.

ข่าวในประเทศ
-   ธปท.ปัดเข้ม‘สินเชื่อบ้าน’ ดีมานด์นิ่งฉุดยอดปล่อยกู้ : “แบงก์ชาติ” ปฏิเสธธนาคารพาณิชย์ เพิ่มเข้มงวดปล่อยกู้บ้าน ชี้ยอดสินเชื่อลดจากดีมานด์ที่ชะลอตัว ขณะผู้ขอกู้บางส่วนมีหนี้สูงอยู่แล้ว พร้อมประเมินแนวโน้มสินเชื่อแบงก์โตชะลอ เหตุส่วนใหญ่หันมาเน้นลดต้นทุนผ่านเทคโนโลยีการเงิน
-   ชงต่อขยายรถไฟฟ้าสีแดง 2.6 หมื่นล้าน การรถไฟฯ ชี้เพิ่ม ความคุ้มค่าเส้นทางเดิม วงเงินลงทุนไม่มาก : การรถไฟฯ เตรียมเสนอส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสีแดง “ตลิ่งชัน-ศาลายา” –“รังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” วงเงินลงทุน 2.6 หมื่นล้าน คาดเปิดประมูลได้ภายในไตรมาสสี่
-   สั่งกรมพัฒนาฯ ปรับบทบาท มุ่งส่งเสริมธุรกิจภาคบริการ : “สนธิรัตน์” สั่งกรมพัฒนาธุรกิจ ปรับบทบาท มุ่งส่งเสริมภาคบริการหลังพบแนวโน้มขยายตัวสูง 40% ของยอดจดทะเบียน พร้อมวางแผนพัฒนาอีคอมเมิร์ซและขั้นตอนจดทะเบียนเหลือ 4 วัน
-   PTT เดินหน้าโครงการใหญ่งานท่อส่งก๊าซ 9.6 หมื่นล้าน เปิดขายซองประกวดราคา ก.พ.นี้ : PTT พร้อมเปิดประมูลงานท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบาท ย้ำเปิดประมูลในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ ยืนยันยังเดินหน้าตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1034 เมื่อ: มกราคม 30, 2017, 05:05:51 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งในกรอบ
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,192.46  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,188.95 – 1,195.74  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าต่อเนื่องจากคืนวันศุกร์หลังจากตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ปรับตัวออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ก่อนที่จะเริ่มปรับตัวลดลงในกรอบแคบๆ ด้วยปริมาณการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบางหลังจากตลาดในฝั่งเอเชียปิดทำการหลายแห่งเนื่องในวันหยุดช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยคืนนี้ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นหลัก หากไม่ได้มีตัวเลขออกมาผิดคาดการณ์มาก หรือออกมาใกล้เคียงเดิม ทำให้คาดว่าราคามีโอกาสแก่วงตัวในกรอบ 1,180 – 1,200 เหรียญต่อ และคาดว่าราคามีโอกาสผันผวนในปลายสัปดาห์นี้เนื่องจากมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ดอลลาร์ปรับตัวลงในวันนี้ที่ตลาดเอเชีย โดยร่วงจากระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงจากข้อมูลที่ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวในอัตราที่ต่ำกว่าที่คาดไว้
-   ความวิตกเกี่ยวกับท่าทีต่อนโยบายกีดกันทางการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ยุติการแข็งค่าของดอลลาร์ที่ระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ด้วย ขณะที่การออกคำสั่งห้ามเข้าประเทศชั่วคราวต่อประชาชนที่มาจาก 7 ประเทศมุสลิมได้เพิ่มความไม่แน่ใจอีกชั้น
-   สภาพคล่องในเอเชียต่ำกว่าปกติ เนื่องจากตลาดการเงินในฮ่องกง, จีน และสิงคโปร์ปิดทำการเนื่องในวันหยุดเทศกาลตรุษจีน
-   ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ในปริมาณที่น้อยที่สุดในรอบกว่า 2 ปีในเดือนม.ค. ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยในหมู่เทรดเดอร์พันธบัตรว่า บีโอเจอาจจะกำลังลดโครงการซื้อพันธบัตรจำนวนมหาศาลลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป
-   บริษัทพลังงานของสหรัฐได้เพิ่มจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันเป็นสัปดาห์ที่ 12 ในรอบ 13 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องจากรอบ 8 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่บริษัทขุดเจาะน้ำมันฉวยประโยชน์จากข้อตกลงของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพื่อลดการผลิตลง ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันยืนเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ตั้งแต่ต้นเดือนธ.ค.

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น เรื่องนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย
-   การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ เรื่องอัตราดอกเบี้ย
-   การประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ เรื่องนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย
-   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

คำแนะนำ    : trading ในกรอบ และ follow เมื่อ breakout

 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 67 68 [69] 70 71 ... 89   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!