TARADTHONG.COM
มีนาคม 19, 2019, 01:09:56 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 67 68 [69] 70   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1658159 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1020 เมื่อ: เมษายน 21, 2017, 05:26:41 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 21 เมษายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามการเลือกตั้งฝรั่งเศส
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,281.46 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,278.05 – 1,282.36  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองแกว่งในกรอบแคบๆ ประมาณ 4 เหรียญ หลังจากราคาทองขาดปัจจัยสนับสนุนในช่วงสั้น โดยราคาทองเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่วันพุธ หลังจากไม่สามารถทะลุ 1,300 เหรียญได้ และเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยให้ระมัดระวังความผันผวนมากขึ้นในคืนนี้ เนื่องจากในคืนวันศุกร์มักมีการปรับสถานะในสิ้นสัปดาห์รวมทั้งในวันอาทิตย์นี้ที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบรอบแรกของฝรั่งเศส ที่มีแนวโน้มว่านางมารีน เลอแปน ที่มีแนวคิดขวาจัดมีโอกาสจะผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้ และคืนนี้ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคการผลิตและภาคบริการ รวมทั้งตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ราคาทองได้เช่นกัน

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวในวันนี้ว่า สถานการณ์ในตลาดน้ำมันปรับตัวดีขึ้นมาแล้ว เพราะว่าอุปทานน้ำมันลดลง นายโนแวคกล่าวเสริมว่า เขาได้ติดต่อกับผู้ผลิตน้ำมันรัสเซียเพื่อหารือเรื่องสถานการณ์ในตลาดน้ำมัน โดยเขาอยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนกรุงโตเกียวในขณะนี้
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะออกคำสั่งต่อกระทรวงการคลังในวันนี้เพื่อให้ปรับลดภาระภาษี และเพื่อให้ทบทวนมาตรการปฏิรูปหลังเกิดวิกฤติการเงิน หลังจากธนาคารและบริษัทประกันระบุว่า มาตรการปฏิรูปดังกล่าวเป็นอุปสรรคขัดขวางความสามารถในการประกอบธุรกิจ
-   ตลาดหุ้นจีนปิดร่วงลงในสัปดาห์นี้มากที่สุดในรอบปีนี้ ขณะที่การตรวจสอบกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น และความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสขึ้นได้ลดความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุน
-   ศูนย์วิจัยทองคำ ระบุ ดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือนเม.ย.60 ลงแรง แต่เชื่อไตรมาส 2 ราคาปรับดีขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและนโยบาย “ทรัมป์”

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ถ้อยแถลงของคณะกรรมการนโยบายการเงินประเทศเศรษฐกิจหลักและการประชุม IMF ช่วงปลายสัปดาห์
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรกของฝรั่งเศสในวันอาทิตย์นี้

คำแนะนำ    : trading ในกรอบแคบ และ follow เมื่อ breakout

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1021 เมื่อ: เมษายน 24, 2017, 10:22:24 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 24 เมษายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดบวกเล็กน้อย ก่อนที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรในเช้านี้ และลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,265 เหรียญ โดยปัจจัยที่กดดันราคาทองคำเนื่องจากผลการเลือกตั้งของฝรั่งเศสในรอบแรก นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครสายกลางได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลลง และเม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง แต่ว่าอย่างไรก็ตามประเด็นนี้ยังต้องติดตามการเลือกตั้งอีกครั้ง และในสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรปและญี่ปุ่น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.21% โดยปิดที่ 1,284.00 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,277.93 – 1,288.17 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,274 เหรียญ ราคาทองคำเปิดตลาดในเช้าวันนี้เริ่มมีแรงขายทำกำไร และลงไปทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,265 เหรียญ หลังจากผลการเลือกตั้งรอบแรกของฝรั่งเศส เนื่องจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครสายกลางได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลลง และอันดับที่สอง คือ นางมารีน เลอ แปน ผู้สมัครฝั่งขวาจัด จึงเป็นผลให้ช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้น แต่ต้องติดตามการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายของฝรั่งเศสอีกครั้ง ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองในคืนวันศุกร์อีก 4.44 ตัน รวมถือครอง 858.69 ตัน และภาพรวมทองคำระยะสั้นเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,277 เหรียญ ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสเป็นแนวโน้มขาลง

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 2.2 % ในวันศุกร์ และปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการรูดลง 6.7 % จากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 10 มี.ค. โดยราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้น และสต็อกน้ำมันในคลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้บดบังความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการแก้ไขภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก
•   ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกในวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย.
•   ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินเพิ่มขึ้น 0.14%สู่ระดับ 99.913 โดยดอลลาร์ได้แรงหนุนหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า เขาจะเปิดเผยแผนภาษีในสัปดาห์นี้ซึ่งรวมถึงมาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่สำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ
•   ราคาทองในตลาดสปอตร่วงลงเกือบ 1% ในช่วงเช้าวันนี้ มาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครสายกลางได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกเมื่อวานนี้ ซึ่งหนุนตลาดหุ้นพุ่งขึ้น และทำให้มีแรงขายทองออกมา

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   การประชุมของธนาคารกลางยุโรปและอัตราดอกเบี้ย
•   การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นและอัตราดอกเบี้ย

•   Strategy : trading short หากราคาอยู่ต่ำกว่า 1,277 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
พักฐานในกรอบราคา
ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ก่อนเคลื่อนไหวในแดนลบตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกเป็นหลักโดยเฉพาะเรื่องการเมืองระหว่างประเทศที่ดูเหมือนจะทวีความตึงเครียดมากขึ้นแม้ว่าตลาดจะเริ่มรับข่าวและลดความสำคัญลงบ้างแต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังมองว่าเป็นประเด็นที่จะมากดดันดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกไม่มากก็น้อยอยู่เรื่อยๆ ในช่วงต่อจากนี้ สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่เข้ามากดดันการเคลื่อนไหวตลอดสัปดาห์เรามองว่าเป็นเรื่องการเก็งกำไรการประกาศงบของกลุ่มธนาคารซึ่งส่วนมากก็มีกำไรสุทธิที่ดีตามคาดการณ์และถือว่าเติบโตจากครั้งก่อนเกือบทุกธนาคารแต่ในส่วนของหนี้เสียหรือ NPL นั้นถือว่ายังคงใกล้เคียงไม่มากขึ้น/ลดลง เท่าใด ด้าน S50M17 ในวันศุกร์ปลายสัดาห์เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบประมาณ 5 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 993.40 จุด ภาพการเคลื่อนไหวผันผวนกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,570.02 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวัน 38,082.00 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงมุมมองขายสุทธิ -992.64 ล้านบาท รวมขายสุทธิสะสมตลอดเดือนกว่า -1,753.94 ล้านบาท สำหรับวันนี้ตลาดอาจเริ่มแกว่งตัวในกรอบทรงตัวจับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบที่ 2 หลัง นายมาครองและนางเลอแปน ผ่านเข้าไปในการเลือกตั้งรอบสุดท้ายได้ตามคาดการณ์ของตลาด

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบราคา

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ติดตามถ้อยแถลงของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC), แถลงการณ์ทางเศรษฐกิจจาก BOJ
-     ตลาดโลกหลังการเลือกตั้ง ปธน.ฝรั่งเศส รอบแรก ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของตลาด

ข่าวในประเทศ
-     คลังแตะเบรกแผนประกันคุมค่าหมอ ขอเวลาศึกษาเพิ่ม: กระทรวงการคลังแตะเบรกแผนดึงระบบประกันภัยเอกชนดูแลข้าราชการ อ้างขอศึกษาเพิ่มเติ่ม
-     กระทรวงพาณิชย์ถกข้อมูลรัฐ-เอกชนแจงมะกันขาดดุล: พาณิชย์ทยอยถกหน่วยงานรัฐ-เอกชน หาข้อมูลตอบสหรัฐฯ จี้สาเหตุขาดดุลการค้า ภายใน 10 พ.ค.นี้ พร้อมสั่งทูตพาณิชย์ร่วมแจง 18 พ.ค.
-     ททท.ลุ้น 'ตลาดญี่ปุ่น' คืนจุดสูงสุด ตั้งเป้า 1.6 ล้านคนเท่าช่วงพีค ก่อนผลกระทบการเมือง: ททท.ตั้งเป้าฟื้นตลาดญี่ปุ่น 1.6 ล้านคนเท่าช่วงพีคก่อนผลกระทบการเมือง คาด "โกลเด้นวีค" ญี่ปุ่นแห่เที่ยวไทยสร้างรายได้สะพัดกว่า "พันล้าน" เผยความนิยมมาไทยช่วงเทศกาลแซงเกาะกวมเล็งกระตุ้นตลาดผู้หญิงเดินทาง
-    นักลงทุนสถาบันสถาบันมั่นใจตลาดหุ้นไทย 'สดใส' อานิสงส์ดอลลาร์อ่อนเงินไหลเข้า: นักลงทุนสถาบัน ฟันธงหุ้นไทยยังสดใส อานิสงส์เงินทุนไหลเข้า หลังบอนด์ยิลด์สหรัฐร่วง ดอลลาร์อ่อน บลจ.กรุงศรี ชูหุ้นใหญ่น่าสนใจ เน้นกลุ่มแบงก์-วัสดุก่อสร้าง รับผลประโยชน์จากลงทุนรัฐ ขณะ "กสิกร" มองหุ้นกลาง-เล็กโอกาสเติบโตดีต่อเนื่อง เน้นคัดรายตัวเลือกเก็บของดีราคาถูกเข้าพอร์
-     (BAYM17) BAY เร่งขยายพอร์ตสินเชื่อ กูรูชี้ผลงานกลุ่มแบงก์โต 7%: BAY โชว์กำไรไตรมาส 1/2560 โต 9.6% แตะระดับ 5.65 พันล้านบาท คาดธุรกิจปี 2560 ขยายตัวได้ดีตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว มั่นใจหนุนพอร์ตสินเชื่อปีนี้โต 6-8% ด้าน KKP เผยตัวเลขกำไร 1,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.7% ฝั่งโบรกประเมินกำไรกลุ่มแบงก์นี้ขยับโต 7% สู่ระดับ 1.87 แสนล้านบาท ชี้ความเสี่ยง NPL แบงก์ใหญ่พุ่งสูง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1022 เมื่อ: เมษายน 24, 2017, 05:09:37 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 24 เมษายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มมีแรงขาย
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,269.77 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,265.90 – 1,277.37  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองโดนแรงขายทำกำไรในเช้าวันนี้ โดยเปิดปรับตัวดลงต่ำกว่า 1,270 เหรียญ และได้ไปทำต่ำสุดที่บริเวณ 1,265 เหรียญ และเริ่มดีดกลับในช่วงบ่าย แต่ยังไม่สามารถเคลื่อนไหวเหนือ 1,277 เหรียญได้ ทำให้ต้องระมัดระวังการย่อตัวต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์นี้มีการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางยุโรป เรื่องอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงิน ที่ต้องระมัดระวังความผันผวนมากขึ้น แต่ในภาพรวมของกองทุน SPDR มีแรงซื้อสะสมต่อเนื่องโดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซื้ออีก 4.44 ตัน ทำให้ถือรวม 858.69 ตัน และในเดือนหน้าจะมีการเลือกตั้งของฝรั่งเศสรอบสุดท้ายที่ต้องติดตาม เนื่องจากหากฝ่ายขวาจัดชนะการเลือกตั้งจะส่งผลต่อตลาดการเงินทั่วโลกได้ คล้ายกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ และการโหวตออกจากยูโรโซนของประเทศอังกฤษ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดหุ้นจีนดิ่งลงกว่า 1% ในวันนี้ ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดในรอบกว่า 4 เดือนท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่า จีนจะยอมรับความผันผวนของตลาดมากขึ้น ขณะที่ผู้ควบคุมกฎระเบียบจัดการเด็ดขาดกับระบบธนาคารเงา และการซื้อขายแบบเก็งกำไร
-   หุ้นยุโรปพุ่งขึ้นในช่วงเปิดตลาดวันนี้ ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงพุ่งขึ้นอย่างมาก หลังจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้สมัครสายกลางชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก ซึ่งลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะตึงเครียดทางการเมืองสำหรับยูโรโซน
-   นักวิเคราะห์ของธนาคารดอยช์ แบงก์กล่าวว่า พวกเขาจะปรับเพิ่มการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารของยูโรโซน และได้บรรจุธนาคาร KBC ของเบลเยียมไว้ในรายชื่อหุ้นกลุ่ม top picks ในบรรดาหุ้นกลุ่มธนาคารของยูโรโซนด้วย หลังจากนายเอ็มมานูเอล มาครงซึ่งเป็นนักการเมืองสายกลาง ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก
-   นักวิเคราะห์ของธนาคาร UBS เตือนว่าตลาดการเงินยุโรปอาจเผชิญกับสภาพตกตะลึงที่จะหนักหน่วงกว่าเมื่อครั้งเกิดวิกฤตหนี้ของกลุ่มยูโรโซนถึง 5 เท่า ถ้า มาริน เลอแพง ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือน พ.ค.

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   แรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย และแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยง
-   การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางยุโรปในปลายสัปดาห์นี้

คำแนะนำ    : trading short น่าสนใจหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,277 เหรียญ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1023 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 09:53:26 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 26 เมษายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวลดลงแรงเกือบ 1% หลังจากความกังวลเรื่องการเลือกตั้งฝั่งยุโรปเริ่มคลายความกังวลลง รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในเมื่อคืนนี้ที่ประกาศออกมาค่อนข้างสดใส ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงหนุนตลาดหุ้นทั่วโลกปิดบวก ทองคำจึงถูกขายทำกำไร รวมทั้งกองทุน SPDR ขายทองออกมากว่า 5.92 ตัน และในคืนนี้ติดตามการประกาศแผนปฏิรูปภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ราคาทองได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 11.82 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.93% โดยปิดที่ 1,263.36 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,261.41 – 1,278.17 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,263 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวลดลงแรงในเมื่อคืนนี้ หลังจากตลาดคลายความกังวลเรื่องการเลือกตั้งฝรั่งเศส โดยหลายฝ่ายคาดว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งเป็นนักการเมืองสายกลาง ได้รับความนิยมมากขึ้น และมีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งในครั้งสุดท้าย รวมทั้งเม็ดเงินที่ไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงทำให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์สหรัฐฯ ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% และแรงของกองทุน SPDR ขายออกมา 5.92 ตัน รวมถือครอง 854.25 ตัน และในคืนนี้ติดตามการประกาศปฏิรูปเรื่องแผนภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์

Exclusive News
•   ดอลลาร์สหรัฐพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาในวันอังคารหลังสหรัฐกำหนดภาษีไม้เนื้ออ่อนของแคนาดา ขณะที่ยูโรแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนหลังคลายวิตกเกี่ยวกับการเลือกตั้งในฝรั่งเศส และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะคุมเข้มนโยบายการเงินในเดือนมิ.ย.
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดปรับขึ้นในวันอังคารท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวน โดยราคาน้ำมันเพิ่งดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วง 6 วันทำการก่อนหน้านี้ โดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ
•   ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นแตะสถิติสูงสุดเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์เรื่องการปฏิรูปภาษีในสหรัฐ และจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ 2.343 %
•   ดอลลาร์ได้แรงหนุนเมื่อเทียบกับเยนจากความวิตกที่ลดลงเกี่ยวกับการเลือกตั้งในฝรั่งเศส, ข้อมูลยอดขายบ้านใหม่ที่แข็งแกร่งในสหรัฐ และความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการประกาศปฏิรูปภาษีของรัฐบาลปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ในวันพุธนี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   การประชุมของธนาคารกลางยุโรปและอัตราดอกเบี้ย
•   การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นและอัตราดอกเบี้ย

•   Strategy : trading short ได้เปรียบระหว่างวัน

 
Smart Stock
Today Strategy:
ผันผวนในกรอบที่กว้างขึ้น
เมื่อวานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มแกว่งตัวผันผวนมากขึ้นกว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเราคาดว่าเป็นผลมาจากนักลงทุนในตลาดปรับสถานะลงทุนหลังเริ่มคลายความกังวลประเด็นการเลือกตั้งฝรั่งเศส ขณะเดียวกันก็มีประเด็นการเมืองระหว่างประเทศบริเวณคาบสมุทรเกาหลีซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น สำหรับปัจจัยภายในประเทศยังคงไม่มีปัจจัยเด่นพอที่จะชี้นำการเคลื่อนไหวของตลาดในระหว่างวันได้ โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M17 เปิดตลาดภาคเช้าเมื่อวานนี้บริเวณ 992.80 จุด ก่อนมีแรงขายในช่วงบ่ายกดดันให้ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 987.10 จุด และปิดตลาดที่ 992 จุด ใกล้เคียงกับราคาเปิด โดยภาพการเคลื่อนไหวเหมือนกับดัชนีหลักอย่าง SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,562.27 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่เริ่มกลับมาหนาเเน่นที่ 46,297.44 ล้านบาท โดยนักลงุทนต่างประเทศกลับมาซื้อสุทธิในตลาดไทยกว่า +1,141.94 ล้านบาท ทำให้ sentiment ของตลาดดูเหมือนจะกลับมาสดใสอีกครั้งสำหรับการเคลื่อนไหวในวันนี้เรามองว่ามีโอกาสที่จะผันผวนในกรอบที่กว้างขึ้นจากปัจจัยภายนอก ทั้งจากคาดการณ์โครงสร้างภาษีของสหรัฐฯ, ประกาศจีดีพีสหรัฐฯ ช่วงปลายสัปดาห์, ถ้อยแถลงของ BOJ และ ECB ในวันพรุ่งนี้

•   Strategy : คงมุมมองเดิม, เปิดสถานะในกรอบราคาให้น้ำหนัก Short Position

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-     ติดตาม GDP สหรัฐฯ และถ้อยแถลงของคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (FOMC) ในคืนวันศุกร์
-     แถลงการณ์ทางเศรษฐกิจจาก BOJ, ECB ปลายสัปดาห์ (27 เม.ย.)

ข่าวในประเทศ
ภาคเอกชนออกตราสารหนี้ระยะยาวพุ่ง 41%: ThaiBMA เผยไตรมาสแรก มูลค่าออกตราสารหนี้เอกชนระยะยาวพุ่ง 41% ส่วนระยะสั้นลดลง มองอัตราผลตอบแทนช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปียังทรงตัว
-    กระทรวงคลังยกเครื่องกฎหมายหลักประกัน: คลังเตรียมยกเครื่องกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจใหม่ หลังธนาคารโลกแสดงความเห็นกฎหมายยังไม่เป็นสากล ไม่ครอบคลุมการทำธุรกิจอีกหลายเรื่อง หวั่นกระทบการจัดอันดับ Doing Business ระหว่างประเทศ
-    กระทรวงพาณิชย์ปัดญี่ปุ่นตัดสิทธิ์GSP ชี้หากโดน! กระทบน้อย เตือนระวังส่งออกยุโรป: กระทรวงพาณิชย์ปัดข่าวญี่ปุ่นตัดสิทธิ์ GSP สินค้าไทย ย้ำ! ถึงจะตัด แต่ผลกระทบน้อยมาก แค่ 6 สินค้าที่เสี่ยง เหตุภาษี GSP ต่ำกว่า JTEPA ด้านกรมการค้าต่างประเทศเตือนภัยผู้ผลิต-ส่งออกไปอียู ต้องระมัดระวังในการใช้สารชีวฆาต
-    (SAMARTM17)SAMART คว้างาน 804 ล. สะสมเข้าพอร์ตรอฟื้นตัว: SAMART ปลื้มบริษัทลูก “เทด้า” มือขึ้น ล่าสุดคว้างานก่อสร้าง-ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าใต้ดิน โครงการพระราม 3 ของ กฟน. มูลค่า 804.16 ล้านบาท เชื่อมีโอกาสรับงานใหม่ต่อเนื่อง ด้านโบรกคงคำแนะนำ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1024 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 05:34:20 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 26 เมษายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามแผนปฏิรูปภาษี
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,264.01 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,261.00 – 1,266.00  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำเปิดตลาดใกล้เคียงเดิมก่อนที่จะลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,260 เหรียญ และเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับราคาเปิด โดยกรอบการแกว่งในภาคเช้าวันนี้แกว่งในกรอบแคบประมาณ 5 เหรียญ หลังจากปรับตัวลดลงแรงในเมื่อคืนทีผ่านมา และปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือแผนการปฏิรูปภาษีที่จะมีการพูดถึงในคืนนี้ โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลกลับเข้าในสินทรัพยืเสี่ยงไปแล้ว ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังขาดความชัดเจนในการปราศัยครั้งนี้ อาจจะเป็นปัจจัยที่กลับมาช่วยหนุนทองคำได้ แต่อย่างไรก็ตามราคาทองก็โดนกดดันจากแรงขายอยู่ในระยะสั้นหลังจากกองทุน SPDR ได้ขายทองออกมา 5.92 ตัน รวมถือทอง 854.25 ตัน

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดหุ้นจีนปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันนี้ ขณะที่ความหวังใหม่ต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และความวิตกที่คลี่คลายลงเกี่ยวกับการปรับกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นในจีนช่วยหนุนความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นทั่วโลก
-   กระทรวงการคลังของจีนเปิดเผยว่า กำไรของบริษัทของรัฐบาลจีนพุ่งขึ้น 37.3% ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
-   สำนักงานสถิติแห่งชาติ (INSEE) ของฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคฝรั่งเศสในเดือนเม.ย.ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนมี.ค. โดยอยู่ที่ระดับ 100 
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีประเภทอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนในวันนี้ หลังจากรอยเตอร์รายงานข่าวเมื่อวานนี้ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) อาจจะส่งสัญญาณเล็กน้อยในเดือนมิ.ย.ว่า อีซีบีจะปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต
-   โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า "เรายังคงคาดว่าราคาทองจะเผชิญกับแรงกดดันในระยะใกล้นี้ และเป้าหมายในระยะ 3 เดือนของเรายังคงอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์"
-   โกลด์แมน แซคส์ระบุว่า ปัจจัยกระตุ้นในเชิงลบต่อตัวเลขคาดการณ์ระยะ 3 เดือนได้แก่การปรับตัวรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ และการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วขึ้น เนื่องจากมีการคาดการณ์มากขึ้นว่าจะมีการปฏิรูปภาษีของสหรัฐ และเศรษฐกิจของสหรัฐและเศรษฐกิจโลกขยายตัวแข็งแกร่งมากขึ้น 

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   แรงขายสินทรัพย์ปลอดภัย และแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยง
-   การประกาศแผนปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
-   การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารกลางยุโรปในปลายสัปดาห์นี้

คำแนะนำ    : ฝั่ง short เริ่มทยอยปิดกำไรบางส่วน และเปลี่ยนมา trading ในกรอบแคบ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1025 เมื่อ: เมษายน 28, 2017, 10:15:57 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังจากเมื่อวานนี้พยายามดีดกลับจากจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ในช่วงตลาดเอเชียเช้า แต่ในช่วงเย็นถูกกดดันจากทางฝั่งยุโรป ที่ไม่ได้มีท่าทีจะยกเลิกนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย ที่กดดันให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่า และส่งผลลบต่อทองคำเช่นกัน แต่ภาพรวมทองคำแกว่งในกรอบแคบด้านล่าง คืนนี้จึงควรติดตามตัวเลข GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 1/2560 ที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ราคาทองในคืนวันศุกร์นี้ได้

Key Factors
•   Gold •   ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 4.95 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.39% โดยปิดที่ 1,263.70 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,260.71 – 1,269.63 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,264 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังจากถูกกดดันจากทางฝั่งยุโรป เนื่องจากประธานธนาคารกลางยุโรปไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นที่จะยกเลิกนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย ส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง และกดดันราคาทองเช่นกัน แต่ภาพรวมราคาทองคำแกว่งอ่อนตัวในกรอบแคบด้านล่าง และในคืนนี้ติดตามตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 1/2560 ของสหรัฐฯ ที่มีอาจจะส่งผลให้ราคาทองคำแกว่งกผันผวนมากขึ้นได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันพฤหัสบดี หลังจากแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวัน โดยราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากการที่แหล่งน้ำมันสองแหล่งในลิเบียเปิดการผลิตอีกครั้ง และจากความกังวลเรื่องอุปสงค์น้ำมันเบนซินที่ระดับต่ำ โดยปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่จะสามารถบรรเทาภาวะสต็อกน้ำมันล้นตลาดโลกได้หรือไม่
•   ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี หลังนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ไม่ได้หารือเรื่องการยกเลิกแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ขณะที่ดอลลาร์พุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับโครนสวีเดน หลังธนาคารกลางสวีเดนขยายมาตรการซื้อพันธบัตร
•   ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ส่งสัญญาณเมื่อวานนี้ว่า จะยังคงดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป แม้มีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นมากที่สุดในรอบ 9 ปีก็ตาม
•   ราคาทองได้รับแรงกดดันจากการอ่อนค่าของยูโร โดยเป็นผลจากถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2560 ของสหรัฐฯในคืนนี้

•   Strategy : trading ในกรอบ 1,260 – 1,270 และ follow เมื่อ breakout

 
Smart Stock
Today Strategy:
มูลค่าการซื้อขายยังคงเบาบาง
   สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ถือว่าทรงตัวในกรอบราคา ขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ โดยเฉพาะปัจจัยบวกภายในประเทศ ประกอบกับปัจจัยภายนอกฝั่งสหรัฐฯ ก็ยังไม่นิ่งส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นส่วนมากในภูมิภาคเคลื่อนไหวเเละปิดตลาดในเเดนบวกสลับลบจำกัดในกรอบโดยดัชนีหลักในภูมิภาคอย่างนิเกอิของญี่ปุ่นค่อนข้างผันผวนกว่าดัชนีอื่นๆ จากถ้อยเเถลงมติที่ประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นหรือ BOJ ซึ่งประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ -0.1% ตามเดิมพร้อมทั้งปรับลดอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไปด้วย สำหรับอีกปัจจัยหนึ่งที่กระทบต่ออารมณ์ของนักลงทุนคงจะหนีไม่พ้น ประเด็นการปรับโครงสร้างภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์โดยหลังจากเเถลงการณ์นักลงทุนค่อนข้างผิดหวังเเละมีข้อกังขาต่อการเเก้ไขภาวะการขาดดุลภายในประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจะมีการปรับลดภาษีลงซึ่งจะทำให้รายได้ของรัฐบาลลดลงตามไปด้วย สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดบริเวณ 996.90 จุด เเกว่งตัวในกรอบเเละปิดตลาดที่ 996.10 จุด ปรับลด -0.6 (-0.06%) ในขณะที่ดัชนี SET index ปิดตลาดที่ 1,566.77 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางเพียง 33,298.91 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศยังคงมุมมองขายสุทธิต่อ -608.72 ล้านบาท พร้อมทั้งนักลงทุนรายย่อยซึ่งขายสุทธิ -954.68 ล้านบาทเช่นกัน อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวในวันนี้มีเเนวโน้มที่จะเเกว่งในกรอบซึมลงต่อจากเเรงขายเเม้มูลค่าดัชนีจะยังอยู่ในระดับที่ไม่เเพงมากก็ตามเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐานหรือเทียบกับดัชนีอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากยังคงขาด key catalyst ที่โดดเด่นเเละปัจจัยภายนอกที่ยังไม่นิ่ง

•   Strategy : Wait & See ถือเงินสดปลายสัปดาห์ 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-     จีดีพีสหรัฐฯ เเละถ้อยแถลงสมาชิก FOMC คืนนี้ตามเวลาสหรัฐฯ

ข่าวในประเทศ
-    ตลาดรับข่าวนโยบายภาษีทรัมป์: รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปฏิรูปภาษีของรัฐบาลทรัมป์เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า จะมีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 15% จากระดับ 35% ทั้งจะมีการปรับลดภาษีเงินได้ของธุรกิจขนาดย่อม ซึ่งรวมถึงรายได้ส่วนบุคคลของเจ้าของธุรกิจ สู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 39.6%
-    ก.ล.ต. ผ่อนคลายกฎ เพิ่มผู้แนะนำการลงทุนอิสระในตลาดทุน: เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่าในปัจจุบัน พบว่ามีหุ้นที่ไม่มีบทวิเคราะห์มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นในตลาด ทำให้ผู้ลงทุนยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล และคำแนะนำอยู่มาก ในขณะเดียวกัน ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุนที่มีในปัจจุบัน ก็ยังครอบคลุมลูกค้าจำนวน
-    (PTTEPM17) PTTEP พร้อมประมูลแหล่งสัมปทาน: ผู้บริหาร PTTEP กล่าวว่าบริษัทพร้อมที่จะเข้าประมูลแหล่งสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุในปี 65-66 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งบงกช ซึ่งบริษัทเป็น ผู้ดำเนินงานเกือบ 20 ปี ยังคงแสวงหาโอกาสในการร่วมมือกับบมจ.ปตท. เพื่อลงทุนในธุรกิจ LNG อย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยจะมีความชัดเจนการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ภายในปีนี้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1026 เมื่อ: เมษายน 28, 2017, 05:21:10 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามตัวเลข GDP สหรัฐฯ
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,263.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,262.80 – 1,267.63  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบแคบในช่วงเช้าตลาดเอเชียวันนี้ โดยเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 5 เหรียญ โดยราคาทองคำแกว่งเหนือจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์บริเวณ 1,260 เหรียญ โดยภาพรวมของกองทุน SPDR ในสัปดาห์นี้เป็นการขายทองคำสุทธิออกมา 6.81 ตัน แต่แรงขายเริ่มชะลอลงในช่วงปลายสัปดาห์ ทำให้คืนนี้ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีประกาศออกมาหลายตัวโดยเฉพาะตัวเลขจีดีพี ที่มีโอกาสส่งผลให้ราคาทองคำแกว่งผันผวนได้มากขึ้น โดยหากราคาไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในคืนนี้อาจจะได้เห็นการรีบาวน์ของทองคำในรอบสั้นได้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ยอดค้าปลีกของเยอรมนีพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนมี.ค.ทั้งในตัวเลขที่เทียบแบบเดือนต่อเดือนและแบบปีต่อปี และสิ่งนี้บ่งชี้ว่าผู้บริโภคมีส่วนในการทำให้เศรษฐกิจเยอรมนีเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสแรก
-   ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.2% ต่อปีในเดือนมี.ค. ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 0.3% ต่อปี ส่วนปริมาณการจับจ่ายของภาคครัวเรือนญี่ปุ่นดิ่งลง 1.3% ต่อปีในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นอัตราการดิ่งลงที่รุนแรงเกินคาด และสิ่งนี้จะสร้างความกังวลให้แก่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) โดยบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในญี่ปุ่นอาจจะอยู่ในระดับที่ต่ำเกินกว่าที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างยั่งยืน
-   ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังคงใช้จุดยืนในการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษต่อไปในการประชุมเมื่อวานนี้ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนยังคงอยู่ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่อีซีบียอมรับอย่างเปิดเผยว่า เศรษฐกิจยูโรโซนมีความแข็งแกร่ง โดยเศรษฐกิจยูโรโซนในช่วงนี้อยู่ในภาวะที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินโลกเป็นต้นมา
-   ราคาน้ำมันดิบมีเสถียรภาพในช่วงเช้านี้ แต่คาดว่าจะร่วงลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันจากความวิตกว่า การปรับลดการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ไม่สามารถทำให้ตลาดที่มีปริมาณน้ำมันส่วนเกินตึงตัวอย่างมีนัยสำคัญได้
-   สภาคองเกรสของสหรัฐจะอภิปรายร่างกฎหมายที่จะขยายกำหนดเส้นตายสำหรับการบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลกลางจนถึงเดือนก.ย.นี้ไปเป็นภายในวันที่ 5 พ.ค. และจะป้องกันไม่ให้เกิดการปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลในเวลาเที่ยงคืนของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวในวันพฤหัสบดีว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่กับเกาหลีเหนือ ในขณะที่มีการคุมเชิงกันในเรื่องโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดี เขาต้องการจะใช้วิธีการทางการทูตในการคลี่คลายข้อพิพาทนี้

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : trading ในกรอบแคบ โดยฝั่ง long เริ่มน่าสนใจหากราคาไม่หลุด 1,260 เหรียญ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1027 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 10:13:10 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเกือบ 1% โดยปริมาณซื้อขายในฝั่งเอเชียเมื่อวานนี้เบาบางเนื่องจากหลายประเทศเป็นวันหยุดในวันแรงงาน โดยราคาทองคำถูกกดดันจาก 3 ปัจจัยหลักคือ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มดีต่อเนื่อง การบรรลุข้อตกลงการจัดสรรงบใช้จ่ายสำหรับหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ทำให้ราชการสหรัฐฯ ไม่ต้องปิดทำการ และความกังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนนี้ สัปดาห์นี้ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ ตัวเลขภาคการจ้างงาน และการประชุมเฟด

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 11.35 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.90% โดยปิดที่ 1,256.30 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,253.66 – 1,271.10 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,256 เหรียญ ราคาทองได้รับแรงกดดันหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องรวมทั้งประเด็นการจัดสรรงบใช้จ่ายสำหรับหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทำให้หน่วยงานราชการของสหรัฐไม่ต้องปิดทำการ ทำให้ทองคำเจอแรงขายทำกำไรในเมื่อคืนนี้ แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายๆ ตัวจะออกมาเริ่มชะลอตัว แต่นักลงทุนยังเชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า ส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดันด้วยปัจจัยนี้เช่นกัน และในสัปดาห์นี้ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ แถลงการณ์เรื่องอัตราดอกเบี้ยและภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และตัวเลขภาคการจ้างงาน ที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ตลาดได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1% ในวันจันทร์ ในขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นในลิเบียและสหรัฐบดบังมาตรการปรับลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)  ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมิ.ย.ดิ่งลง 49 เซนต์ หรือ 1 % มาปิดตลาดที่ 48.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.59-49.32 ดอลลาร์ 
•   ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเยนในวันจันทร์ หลังนักลงทุนไม่สนใจการเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมการผลิตและข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนแอของสหรัฐ เนื่องจากมีมุมมองว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอไม่มีแนวโน้มที่จะขัดขวางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนมิ.ย.
•   ดัชนีราคาการใช้จ่ายด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ที่ไม่รวมอาหารและพลังงานลดลง 0.1% ในเดือนมี.ค. ซึ่งลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2001 และต่ำกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของเฟดที่ระดับ 2%
•   สถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM) เปิดเผยดัชนีกิจกรรมการผลิตลดลงสู่ระดับ 54.8 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.
•   ผู้เจรจาต่อรองของพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันของสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ในเรื่องการจัดสรรงบใช้จ่ายสำหรับหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐจนถึงวันที่ 30 ก.ย. โดยการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้หน่วยงานราชการของสหรัฐไม่ต้องปิดทำการ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   การประชุมของเฟดเรื่องอัตราดอกเบี้ยและภาพรวมเศรษฐกิจ
•   ถ้อยคำปราศัยของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ และยุโรป

•   Strategy : trading short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,260 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
พยายามสร้างฐานราคาในความผันผวน
สำหรับเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยปิดทำการ ในขณะที่ตลาดหุ้นต่างประเทศเปิดทำการตามปกติ โดยสำหรับภาพรวมการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่เเล้วแกว่งตัวในกรอบตลอดสัปดาห์ เเม้มีเเรงขายกัดดันช่วงต้นสัปดาห์บ้าง โดยที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M17 ปิดตลาดในวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ระดับ 994 จุด เเกว่งตัวผันผวนกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,566.32 จุด ปิดลบ -0.45 จุด (-0.03%) ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่เริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้นกว่าตลอดสัปดาห์ ด้วยมูลค่า 46,059.66 ล้านบาท โดยเป็นเเรงซื้อหลักที่ค่อนข้างหนาเเน่นจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันภายในประเทศซึ่งซื้อสุทธิกว่า 5,701.74 ล้านบาท พร้อมกับกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศที่กลับมาซื้อสุทธิในดัชนีตลาดหุ้นไทยกว่า 3,692.51 ล้านบาท รวมมีมูลค่าการซื้อสุทธิตลอดเดือนเมษายนกว่า +1,806.36 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยทั่วไปภายในประเทศมีมุมมองที่เเตกต่างออกไปโดยขายสุทธิกว่า -9,314.53 ล้านบาท สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำตลาดยังคงไม่ชัดเจนเเต่ภาพรวมยังคงเป็นกลุ่มสื่อสาร พลังงานเเละธนาคาร สำหรับสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมคณะกรรมการ FOMC ในช่วงวัน พุธ-พฤหัสบดี อย่างใกล้ชิดซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่กำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดในระดับหนึ่งโดยที่ตลาดคาดกรณ์ว่ายังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อย่างไรก็ตามมีแรงซื้อเข้าค่าเงินดอลลาร์บางส่วนชะลอการอ่อนค่าปรับลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งเเต่ช่วงวันที่ 7 เมษายน โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวเเคบๆ ในกรอบระหว่าง 99-100 จุด ในส่วนของราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ที่อาจกระทบต่อ sentiment ของกลุ่มพลังงานภายในประเทศ ปัจจุบันลงไปทำจุดต่ำที่สุดในรอบ 1 เดือน เคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณ 49 - 49.60 USD/bbl โดยเราคาดการณ์ว่าเป็นผลมาจากความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อการปรับลดอุปทานการผลิตของกลุ่ม OPEC เเละ Non-OPEC ที่อาจไม่สามารถทำได้โดยสมบูรณ์ ในประเด็นนี้เรามองว่าให้พิจารณาประกอบการติดสินใจเเต่ไม่ให้น้ำหนักการกระทบต่อตลาดมากนัก

•   Strategy : หากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 995-995.50 จุด ฝั่ง Short น่าสนใจกว่า

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ติดตามการประชุมคณะกรรมการ FOMC (ช่วง 3-4 ก.พ.)
-    ราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในกรอบอาจกดดันกลุ่มพลังงานภายในประเทศ

ข่าวในประเทศ
-    สศอ.อัดงบหมื่นล้านหนุน5อุตฯเอสเคิร์ฟ: เศรษฐกิจฟื้นกระจุก ‘อภิศักดิ์’ ยอมรับรากหญ้ายังแย่ แบงก์ชาติคาดเอกชนรอลงทุนหลังเลือกตั้ง: รมว.คลัง เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวต่อเนื่องเห็นได้จากตัวเลข เศรษฐกิจสำคัญหลายตัวมีการขยายตัวเพิ่ม ผลักดันให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) เพิ่มขึ้น กระทรวงการคลังคาดว่าจีดีพีปีนี้จะเติบโต 36% แต่การเติบโตกระจุกตัว ทางด้านฐานรากยังไม่ดีนัก ซึ่งรัฐบาลเตรียมมาตรการช่วยเหลือหลังจากลงทะเบียนคนจนแล้วเสร็จ
-    ผังเมืองอีอีซีคืบ-จ่อเปิดทีโออาร์อู่ตะเภา พ.ค.นี้: กรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดแผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี เพื่อให้ได้ข้อสรุปการจัดทำผังพัฒนาในพื้นที่อีอีซี ก่อนที่กรมจะเริ่มดำเนินการต่อไป
-    ชงงบ 3.5 แสนล้าน: รมว.คมนาคมเผยว่าเสนอของบประมาณประจำปี 61 ไปยังสำนักงบฯ เพื่อพิจารณา วงเงิน 345,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 74% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากในปีนี้มีรายจ่ายในโครงการมอเตอร์เวย์สายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในสัปดาห์หน้า
-    (PSHM17) PSH ยอดขาย 5 ปีชน แสนล. ลุ้นปันผล: PSH ตั้งเป้ายอดขาย 5 ปี (2560-65) แตะแสนล้านบาท จับตาไตรมาส 2-3/2560 ผลงานพีค ลุยเปิดโครงการใหม่ 23 โครงการ 23 โครงการ มูลค่ารวม 1.7 หมื่นล้านบาท ปลื้มไตรมาสแรกทำยอดขายได้แล้ว 1.3 หมื่นล้านบาท ฟากโบรกสั่งจับตาจ่ายปันผล 0.79 บาท ต่อหุ้น
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1028 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2017, 05:04:52 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 2 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,263.50 USD/toz เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,253 – 1,257.95 USD/toz โดยราคาทองแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ประมาณ 4-5 ดอลลาร์ หลังตลาดเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่องตลอดสองสัปดาห์ ท่ามกลางปัจจัยต่างๆ ที่เข้ามากระทบตลาดทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ กดดันให้ทองคำลงไปทำจุดต่ำที่สุดในรอบสองสัปดาห์กว่าๆ สำหรับการเคลื่อนไหวในค่ำคืนนี้เราคาดการณ์ว่าอาจมีแรงขายบ้างไม่มากแต่โดยภาพรวมเรามองว่ามีโอกาสสูงที่ทองคำจะแกว่งตัวในกรอบราคาแคบๆ ไปก่อนในระหว่างที่ตลาดรอการประชุมของคณธกรรมการ FOMC ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3-4 พ.ค. (พุธ-พฤหัส) ซึ่งตลาดคาดการณ์ว่าคณะกรรมการ FOMC จะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมไปก่อนในก่อนในการประชุมครั้งนี้ แต่จะเริ่มปรับขึ้นในการประชุมครั้งหน้าช่วงเดือนมิถุนายนโดยมีโอกาสที่จะปรับขึ้นกว่า 70% ตามคาดการณ์ของตลาด ทำให้ในช่วงนี้ตลาดทองคำแม้จะมีประเด็นชี้นำตลาดให้เล่นเยอะ ทั้งปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศ, การกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมไปถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ได้กล่าวไปในข้างต้น แต่ส่วนมากยังอยู่ในภาวะสูญญากาศที่ยังต้องรอความชัดเจนไปก่อน

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำดิ่งลงขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น: ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ดิ่งลง 11.35 ดอลลาร์ สู่ 1,256.30 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์หลังจากรูดลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ที่ 1,253.66 USD/toz ในระหว่างวัน โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการปรับขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และจากข้อตกลงในการหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานราชการของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ราคาทองคำส่งมอบเดือน มิ.ย.ที่ตลาด COMEX ปิดดิ่งลง 12.80 ดอลลาร์ สู่ 1,255.50 USD/toz
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดร่วงลง: ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงในวันจันทร์ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง โดยราคาพันธบัตรได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐที่ว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาเรื่องการออกจำหน่ายพันธบัตรประเภทที่มีอายุนานมาก หรือมีกำหนดไถ่ถอนนานกว่า 30 ปี ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปี ปิดร่วงลงราว 11/32 สู่ 99-10/32 โดยมีผลตอบแทน 2.327 % และราคาพันธบัตรอายุ 30 ปี ปิดร่วงลงกว่า 1 จุด สู่ 99-25/32 โดยมีผลตอบแทน 3.011 %
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าเมื่อเทียบเงินเยนขณะนักลงทุนปรับตัวรับข่าว ศก.สหรัฐฯ: ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเยนในวันจันทร์ หลังนักลงทุนไม่สนใจการเปิดเผยข้อมูลกิจกรรมการผลิตและข้อมูลเงินเฟ้อที่อ่อนแอของสหรัฐฯ เนื่องจากมีมุมมองว่า ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอไม่มีแนวโน้มที่จะขัดขวางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนมิ.ย.
-   ราคาน้ำมันดิบปรับตัวดิ่งลง 1% ตอบรับลิเบียเพิ่มผลิตน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1% ในวันจันทร์ ตอบรับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นในลิเบียและสหรัฐฯ บดบังมาตรการปรับลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย.ดิ่งลง 49 เซนต์ หรือ 1 % มาปิดตลาดที่ 48.84 USD/bbl หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 48.59-49.32 ดอลลาร์

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามการประชุมคณะกรรมการ FOMC (ช่วง 3-4 พ.ค.)

คำแนะนำ    : เปิดสถานะในกรอบราคาโดยให้น้ำหนักฝั่ง Short Position, เป้าหมายทำกำไรสั้นๆ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1029 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2017, 09:53:29 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย และระหว่างวันราคาได้ลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง แต่อย่างไรก็ตามสัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของเฟดเรื่องอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงิน รวมทั้งตัวเลขภาคการจ้างงานในปลายสัปดาห์ที่คาดว่าจะช่วยให้ราคาทองแกว่งผันผวนและมีแนวโน้มที่ชัดเจนมากขึ้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.49 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.04% โดยปิดที่ 1,256.79 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,251.37 – 1,257.78 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,256 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวกลับมาบวกได้เล็กน้อย โดยในระหว่างวันปรับตัวลดลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ซึ่งในสัปดาห์นี้นักลงทุนติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ เรื่องอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงิน และหลายฝ่ายเชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะไม่เกิดขึ้นในเดือนนี้ แต่ต้องติดตามภาพรวมเศรษฐกิจที่เฟดจะมองว่าอย่างไร หากมีแนวโน้มเชิงผ่อนคลายมากขึ้นอาจจะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นปรับตัสขึ้นต่อเนื่องได้ และอาจจะส่งผลต่อราคาทองคำได้เช่นกัน และในช่วงวันศุกร์ติดตามตัวเลขภาคการจ้างงานที่มีโอกาสทำให้ราคาทองคำแกว่งผันผวนขึ้นได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันอังคาร ทางด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์รูดลงมาปิดตลาดที่ระดับปิดต่ำสุดของปี 2017 หลังจากร่วงผ่านแนวรับทางเทคนิค โดยราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ, แคนาดา และลิเบีย และจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ให้ความร่วมมือต่อข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในอัตราที่ลดลง
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์เทียบเยน และร่วงลงเมื่อเทียบกับยูโรหลังการเปิดเผยยอดขายรถยนต์เดือนเม.ย.ที่อ่อนแอในสหรัฐ ซึ่งเพิ่มความวิตกว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะมีมุมมองในเชิงผ่อนคลายมากกว่าคาดต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีนี้
•   บรรดาเทรดเดอร์กำลังรอแถลงการณ์นโยบายจากเฟดหลังสิ้นสุดการประชุม 2 วันในวันพุธนี้ ซึ่งคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ แต่อาจบ่งชี้ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ เทรดเดอร์จะรอการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนเม.ย.จากกระทรวงแรงงานสหรัฐในวันศุกร์นี้ด้วย
•   ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นในวันอังคาร ในขณะที่นักลงทุนรอดูผลการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะได้รับการประกาศออกมาในวันพุธนี้ หรือในเวลาราว 01.00 น.ของคืนวันพุธตามเวลาไทย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   การประชุมของเฟดเรื่องอัตราดอกเบี้ยและภาพรวมเศรษฐกิจ
•   ถ้อยคำปราศัยของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ และยุโรป

•   Strategy : trading ในกรอบด้านล่าง 1,251 – 1,260 เหรียญ และ รอ follow เมื่อ breakout

 
Smart Stock
Today Strategy:
นักลงทุนรอการประชุมเฟดคืนนี้
ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มแกว่งตัวออกข้างชัดเจนมากขึ้นหลังปัจจัยภายนอกทรงตัวนิ่งๆ ในขณะที่ยังขาดปัจจัยบวกภายในประเทศโดยเฉพาะปัจจัยสำคัญๆ หรือ key catalyst ที่จะสามารถหนุนดัชนีหลักอย่าง SET index ขึ้นไปทดสอบระดับนัยสำคัญทางจิตวิทยาที่ 1,600 จุด อีกครั้ง โดยภาพการเคลื่อนไหวเมื่อวานนี้ค่อนข้างสวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งเคลื่อนไหวและปิดตลาดในแดนบวกเป็นส่วนมาก ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ เมื่อคืนก็ปิดตลาดในแดนบวกเช่นกันแม้นักลงทุนจะมีความกังวลเรื่องการประชุมคณะกรรมการ FOMC ที่จะจัดขึ้นในช่วง 01.00น. ค่ำคืนนี้ตามเวลาไทย โดยเมื่อวานนี้สัญญาฯ S50M17 เคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนระหว่างวันก่อนปิดตลาดที่ 993.10 จุด (ปิดลบ -1.0 จุด) ในขณะที่ SET index แม้ภาพจะดูนิ่งๆ กว่าแต่ก็ผันผวนเช่นกัน ปิดตลาดที่ 1,564.12 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายเพียง 35,126.09 ล้านบาท เท่านั้น โดยเป็นเเรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศ -208.06 ลบ., บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ -171.56 ลบ. เเละนักลงทุนทั่วไปในประเทศ -206.33 ลบ. สำหรับวันนี้แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาการเปิดสถานะลงทุนด้วยความระมัดระวังเนื่องจากตลาดอาจเคลื่อนไหวได้สองกรณีได้แก่ 1.แกว่งตัวในกรอบแคบด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางเพื่อจับตาการประชุมคณะกรรมการ FOMC 2.ตลาดอาจมีความผันผวนจากการปรับสถานะลงทุนของนักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศ

•   Strategy : ยังคงมุมมองเดิม, หากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 995.50 จุด ฝั่ง Short น่าสนใจกว่า

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ติดตามการประชุมคณะกรรมการ FOMC ช่วง 01.00น. ตามเวลาประเทศไทยคืนนี้

ข่าวในประเทศ
-    ธปท.-คลัง ตีปี๊บ เศรษฐกิจฟื้นตัว เร่งตั้งศูนย์ EEC: "บิ๊กตู่" ปากหวาน ในใจมีแต่เรื่องคนจน วอนประชาชนอดทนกับรัฐบาลสักนิด เพราะมีหลายเรื่องต้องแก้ไข อย่ามองว่าไม่ทำอะไรเลย ขณะที่ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติยันเศรษฐกิจฟื้นตัว หนี้เสียลด ด้านปลัดคลังเผยเตรียมสรุปมาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง
-    คลังแจกโชค 84 ล้านใช้บัตรเดบิต: คลังทุ่ม 84 ล้าน เพื่อกระตุ้นประชาชนใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตแทนเงินสด ระบุปัจจุบันมีผู้ถือบัตรเดบิตราว 55 ล้านบัตร แต่นำไปใช้จ่ายเพื่อชำระสินค้าเพียง 10% เท่านั้น โดยการแจกโชค 12 เดือน เริ่มเดือนมิ.ย.นี้ ทั้งร้านค้าและผู้ใช้บัตรจะได้รับเงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท
-     ไฟเขียว'เคบีทีจี'ทดสอบฟินเทค: "แบงก์ชาติ" อนุมัติ "เคบีทีจี" เข้าทดสอบบริการการเงินรูปแบบใหม่ใน Regulatory Sandbox เป็นรายแรก เผยเป็นบริการที่ดึงเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการพิจารณาออกหนังสือค้ำประกันให้ลูกค้าคาดเฟสแรกใช้เวลาทดสอบ 3 เดือน
-    (TMBM17) TMBเร่งสร้างผลงานแกร่ง ดึงพันธมิตรซื้อหุ้น 25.92%: TMB เผยเร่งเครื่องสร้างผลประกอบการเพื่อดันบุ๊กแวลูให้ขยับสูงขึ้น หวังดึงพันธมิตรรายใหม่เข้าซื้อหุ้น TMB ในส่วนที่กระทรวงการคลังถืออยู่ 25.92% ด้านบิ๊กบอส “บุญทักษ์ หวังเจริญ” มั่นใจปี 2560 สินเชื่อเติบโต 8% ชี้สินเชื่อเอสเอ็มอีพุ่งแรงช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมสยายปีกระบบ Supply Chain มั่นใจคุม NPL อยู่หมัด 2.5% ในช่วงสิ้นปีนี้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1030 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2017, 05:22:20 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 3 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ประชุมเฟดคืนนี้
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,256.31 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,252.30 – 1,256.88  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองแกว่งอ่อนค่าในกรอบแคบๆ ประมาณ 5 เหรียญ ในตลาดเอเชียช่วงเช้านี้ โดยภาพรวมราคาทองแกว่งตัวออกข้างตั้งแต่เมื่อวานนี้ ซึ่งคาดว่าในคืนนี้มีโอกาสแกว่งผันผวนมากขึ้น โดยปัจจัยที่ต้องติดตามมีดังนี้ คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร โดย ADP ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคบริการ และการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ เรื่องอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงิน ซึ่งทางฝ่ายวิจัยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ให้ติดตามท่าทีของเฟดว่าจะส่งสัญญาณอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าอย่างไร ซึ่งหากเฟดออกมาส่งสัญญาณเชิงขึ้นดอกในเดือนหน้ามากขึ้นให้นะมัดระวังแรงขายทำกำไรในทองคำอีกครั้ง

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจเมื่อวานนี้ระบุว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดการผลิตน้ำมันลงในเดือนเม.ย.เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ในขณะที่ซาอุดิอาระเบียยังคงผลิตน้ำมันต่ำกว่าเป้าหมาย และไนจีเรียกับลิเบียปรับลดการผลิตน้ำมันลง โดยเป็นผลจากการปิดซ่อมแซมและเหตุการณ์ไม่สงบในสองประเทศนี้
-   นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ค.นี้ ในขณะที่เฟดพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี เฟดอาจจะส่งสัญญาณว่า เฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย.
-   โพลล์ของเซวิปอฟคาดว่า นายมาครงจะได้คะแนนโหวต 59% ในการเลือกตั้งรอบสอง ส่วนนางเลอ แปนอาจจะได้คะแนนโหวต 41% เซวิปอฟจัดทำโพลล์นี้จากการสอบถามประชาชน 13,742 คน และถือเป็นหนึ่งในโพลล์ใหญ่โพลล์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้
-   นายเดวิด เดวิส รัฐมนตรีผู้ดูแลด้าน Brexit (การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป) ของอังกฤษกล่าวในวันนี้ว่า อังกฤษจะไม่จ่ายเงิน 1 แสนล้านยูโรเพื่อออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หลังจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ (FT) รายงานว่า อียูเตรียมที่จะเรียกร้องให้อังกฤษจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว
-   ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงต่อในวันนี้ ในขณะที่นักลงทุนกังวลกับการที่จีนคุมเข้มกฎระเบียบ และกังวลกับการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางจีน ดัชนี CSI300 สำหรับหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ของจีนในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้และเสิ่นเจิ้นปิดตลาดลบ 12.99 จุดหรือ 0.38% สู่ระดับ 3,413.58

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมเรื่องอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
-   ตัวเลขการจ้างงานอกภาคการเกษตร

คำแนะนำ    : trading ในกรอบแคบ 1.251- 1.260 เหรียญ และ follow เมื่อ breakout

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1031 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2017, 05:13:14 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ยังแกว่งตัวอยู่ด้านล่าง
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,228.50 USD/toz เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆระหว่าง1,225 – 1,229 USD/tozถือว่าเริ่มทรงตัวหลังลงมาทำจุดต่ำที่สุดในรอบเกือบสองเดือน โดยเรามองว่าปัจจัยบวกที่มีเริ่มไม่ชัดเจนทั้งประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศเเละประเด็นเศรษฐกิจของชาติมหาอำนาจต่างๆ ประกอบกับได้รับปัจจัยลบจากการที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเรื่องการเลือกตั้งฝรั่งเศสซึ่งนายมาครงได้รับชัยชนะเเละมีเเนวโน้มสูงที่ฝรั่งเศสจะยังคงอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป ทำให้ความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงในช่วงสั้นๆโดยในประเด็นนี้เรามองว่าจะกดดันตลาดทองคำได้ไม่นานหลังนักลงทุนรับข่าวไปเเล้วพิจารณาจากค่าเงินยูโรเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปรับตัวลดลงค่อนข้างรุนเเรงหลังเเข็งค่าทำจุดสูงสุดในรอบหกเดือนตอบรับชัยชนะของนายมาครง ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าตลาดรับข่าวไปเเล้วเเละเริ่มลดการให้น้ำหนักต่อประเด็นดังกล่าว สำหรับประเด็นในค่ำคืนนี้ที่เราเเนะนำให้นักลงทุนติดตามเราให้น้ำหนักการประกาศจํานวนตําแหน่งงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ เเละถ้อยเเถลงสมาชิก FOMC(Kaplan) ช่วงประมาณตีสามตามเวลาไทยซึ่งจะให้ความเห็นด้านเศรษฐกิจมหภาค เเนะนำนักลงทุนเปิดสถานะในกรอบให้น้ำหนักฝั่ง Short Position

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บอนด์ยิลด์พุ่งก่อนประมูลพันธบัตร: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ โดยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ก่อนการประมูลขายพันธบัตรรัฐบาลมูลค่า 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในการประมูลประจำไตรมาสในสัปดาห์นี้ และหลังจากนายมาครงชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส
-   แรงขายทำกำไรกดยูโรร่วงจากระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน: ยูโรร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันจันทร์อันเป็นผลจากแรงขายทำกำไร หลังพุ่งขึ้นราว 3% นับตั้งแต่นาย มาครง ชนะการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว
-   ทองขยับลงหลัง"มาครง"ชนะเลือกตั้งฝรั่งเศส: ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯขยับลง 1.79 ดอลลาร์ สู่ 1,225.80 USD/tozในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ หลังจากดิ่งลง แตะจุดต่ำสุดรอบ 7 สัปดาห์ที่ 1,224.86 USD/tozในระหว่างวัน ในขณะที่นักลงทุนลดความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งเป็นนักการเมืองสายกลาง ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามถ้อยเเถลงสมาชิกFOMC(Kaplan) คืนนี้(3:15น.)

คำแนะนำ    : ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position, มีเป้าหมายทำกำไรสั้นๆมีเเนวโน้มเเกว่งตัวในกรอบ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1032 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2017, 10:18:50 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และทำจุดต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ โดยราคาทองคำเจอแรงขายอีกรอบ และหลุดบริเวณ 1,225 เหรียญ มาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,213 เหรียญ ถึงแม้จะมีปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ แต่ก็ช่วยหนุนราคาทองได้ไม่มากนัก เนื่องจากราคาทองโดนกดดันจากประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนหน้า แต่อย่างไรก็ตามหากราคาทองเริ่มไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในช่วงสั้น อาจจะเป็นจังหวะการเล่นรีบาวน์สั้นๆ ได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 2.25 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.18% โดยปิดที่ 1,218.65 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,216.99 – 1,225.65 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,220 เหรียญ ราคาทองปรับตัวลดลงและทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 8 สัปดาห์ ที่บริเวณ 1,213.81 เหรียญ หลังจากราคาทองเจอแรงขายอีกรอบหลุดบริเวณ 1,225 เหรียญ โดยมีประเด็นคือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐสั่งปลดนายเจมส์ โคมีย์ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) ก็ไม่สามารถช่วยหนุนราคาทองได้มากนักเนื่องจากราคาทองโดนกดดันในประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนหน้า และในวันนี้ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยบ่งชี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

Exclusive News
 ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นกว่า 3 % ในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดใน
ปี 2017 และได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า อิรัก, แอลจีเรีย และซาอุดิอาระเบียสนับสนุนให้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต่ออายุมาตรการปรับลดการผลิตน้ำมันออกไป
 ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน และการฟื้นตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ หลังการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปีที่ซบเซาอย่างมาก
 ดอลลาร์ยังปรับตัวขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ 1.0086 ฟรังก์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินทรงตัวที่ 99.674
 ตลาดหุ้นสหรัฐชะลอตัว และดอลลาร์ร่วงลง ในขณะที่นักลงทุนลดความต้องการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การที่ปธน.ทรัมป์สั่งปลดนายโคมีย์ อาจจะสร้างความยากลำบากให้แก่ปธน.ทรัมป์ในการผลักดันแผนปฏิรูปภาษี

Key Point
Positive( + )
ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
 เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
 การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
 การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
 การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
 ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ

•   Strategy : ฝั่ง short ทยอยปิดทำกำไร และเปลี่ยนมา trading long หากราคาไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่

 
Smart Stock
Today Strategy:
สร้างกรอบผันผวนที่กว้างขึ้น
สำหรับเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยปิดทำการเนื่องในวันวิสาขบูชา ในขณะที่ตลาดหุ้นอื่นๆ ยังคงเปิดทำการซื้อขายตามปกติ อย่างไรก็ตามเราย้อนกลับไปพิจารณาภาพรวมการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันจันทร์ที่ผ่านมามีเเรงขายกดดันอย่างชัดเจนตั้งเต่ช่วงเปิดตลาดทั้งในดัชนีหลักอย่าง SET index เเละสัญญาซื้อขายล่วง series ต่างๆ โดย sentiment เชิงลบเกิดขึ้นกับดัชนีตลาดหุ้นไทยเพียงเเห่งเดียวในขณะที่การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคปิดตลาดในเเดนบวกเป็นส่วนมาก(เปรียบเทียบในวันเดียวกัน) โดยเรามองว่าเป็นการตอบรับปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงเรื่องผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของฝรั่งเศส ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยมีเเรงขายจากความกังวลกรณีหุ้นใหญ่กลุ่มพลังงานมีประเด็นฟ้องร้องค่าเสียหายในทางกฎหมาย ประกอบกับภาวะสูญญากาศที่ยังขาดปัจจัยบวกหลักๆ ที่โดดเด่นภายในประเทศพอที่จะชี้นำตลาดได้ ส่งผลให้เเม้มีความพยายามจะปรับขึ้นเหมือนช่วงเวลาที่ผ่านมาเเต่ก็มีเเรงขายรินออกมากดดันอยู่เรื่อยๆ ทำให้การเคลื่อนไหวของตลาดดูไปค่อยไปไหน สำหรับการซื้อขายในช่วงปลายสัปดาห์นี้เรามองว่าตลาดโลกรวมทั้งประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับเเรงกดดันจากถ้อยแถลงต่างๆ ของสมาชิก FOMC ตลอดสัปดาห์รวมทั้งถ้อยเเถลงทางเศรษฐกิจทางฝั่งอังกฤษเเละการประชุม G7 ด้วย เเนะนำนักลงทุนให้น้ำหนักฝั่ง Short Position เป็นหลักหวังคาดหวังกำไรเเละตัดขาดทุนสั้นๆ เท่านั้น

•   Strategy : หากราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 997.50 จุด ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position, พิจารณาต้นทุนในช่วงเปิดสถานะด้วย

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ติดตามการประชุมคณะกรรมการ FOMC (11-12 พ.ค.)และแถลงการณ์ทางเศรษฐกิจฝั่งอังกฤษ
-    การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G7 (12-13 พ.ค.)

ข่าวในประเทศ
-    อีอีซีบูมดันยอดขายพื้นที่นิคมฯพุ่ง เช่าซื้อ6เดือนทะลุ 7.1หมื่นล้าน กนอ.เร่งหาเพิ่มรับลงทุนอีก 5 ปี: กนอ.เผยลงทุนในนิคมฯเพิ่มสูง หลังรัฐบาลเดินหน้าพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ยอดเช่า-ซื้อ 6 เดือนพุ่ง 7.1 หมื่นล้านบาท คาดทั้งปีเข้าเป้า พร้อมเร่งหา 5 หมื่นไร่ รับลงทุน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมอีก 5 ปี ชี้ท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ผ่านอีเอชไอเอรอบแรก คาดก่อสร้างปี'61
-    ตั้งเบิกงบ 61 แตะ6 พันล. หนุน10อุตฯเป้าหมาย: "สมชาย" แย้ม ก.อุตฯ ขอเบิกงบปี 61 จำนวน 5.9 พันล้าน เน้นดำเนินนโยบายรัฐ ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพิ่มศักยภาพ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
-     (BCPM17) BCPแย้ม‘EBITDA’ทะลุเป้า กินรวบน้ำมัน-ไฟฟ้าเต็มสูบ BCP รับทรัพย์กระเป๋าตุง แย้มมีลุ้น EBITDA เหนือเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20%: “ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช” เผยค่ากลั่น บวกยอดขายน้ำมันปรับตัวดีตามกัน ตั้งเป้าทั้งปีขายน้ำมันโต 6-7% ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้ายังไปได้สวยกดค่าใช้จ่ายอยู่หมัด เดินหน้าขยายลงทุนเต็มสูบจ่อสรุปแผนลงทุนใหม่อื้อตลอดปี 2560-2561
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1033 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2017, 04:56:26 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ยังปรับขึ้นไม่ไหว
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,219.91 USD/toz เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ระหว่าง 1,218.50 – 1,222.65 USD/toz โดยภาพรวมยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันราคาทองคำลงไปจุดต่ำที่สุดในรอบเกือบสองเดือนที่บริเวณ 1,213.81 USD/toz ในวันพุธที่ผ่านมา โดยเรามองว่าปัจจัยลบหลักๆ ของตลาดทองคำคงหนีไปไม่พ้นคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมครั้งหน้าเดือนมิถุนายนซึ่งตลาดให้น้ำหนักการปรับขึ้นถึง 83.1% จากระดับ 0.75%-1.00% เป็น 1.00%-1.25% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นช่วง 25 BPS (Basis Point) ตามปกติ อย่างไรก็ตามเราคาดการณ์จากถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC สาขาต่างๆ แล้วว่าแม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่ได้ฟื้นตัวอย่างร้อนแรงประกอบกับสถานการณ์ทางเมืองที่ยังผันผวนก็ไม่สามารถชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมและการปรับขึ้นก็ถือว่าไม่ได้ปรับช่วงความกว้างของอัตราดอกเบี้ยมากเกินไป สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้และตลอดสัปดาห์นี้เรามองว่าทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจลงโดยนักลงทุนให้ความสนใจกับสิทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นและค่าเงินมากกว่า พิจารณาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ(เเละตลาดอื่นๆทั่วโลกยกเว้นประเทศไทย) ที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง เเละดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มฟื้นตัวกลับมาเเข็งค่าต่อที่ระดับ 99.50 จุด ค่ำคืนนี้ติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เป็นหลัก

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ทรงตัว: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพุธ ขณะที่การประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับต่ำกว่าคาดการณ์นั้น ช่วยชดเชยความวิตกเกี่ยวกับพายุทางการเมืองกรณีที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้ปลดผู้อำนวยการ FBI ออก เนื่องจากอาจจะขัดขวางแผนการลดภาษีและงบรายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานของเขา
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าสูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์เมื่อเทียบเยน: ดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์เมื่อเทียบกับค่าเงินเยนในวันพุธโดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันและการฟื้นตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ หลังการประมูลพันธบัตรอายุ 10 ปี ที่ซบเซาอย่างมากโดยฟรังก์สวิสอ่อนค่าลงด้วย ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
-   ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นกว่า 3% ขณะสต็อกน้ำมันดิบดิ่งลง: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นกว่า 3 % ในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้และได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่าอิรัก, แอลจีเรีย และซาอุดิอาระเบียสนับสนุนให้โอเปกต่ออายุมาตรการปรับลดการผลิตน้ำมันออกไป ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย.พุ่งขึ้น 1.45 ดอลลาร์ หรือ 3.16 % มาปิดตลาด ที่ 47.33 USD/bbl
-   ราคาทองคำขยับลงแต่อยู่เหนือจุดต่ำสุด 8 สัปดาห์: ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ขยับลง 2.25 ดอลลาร์ สู่ 1,218.65 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ แต่ทรงตัวอยู่เหนือจุดต่ำสุดรอบ 8 สัปดาห์ที่ 1,213.81 USD/toz ที่ทำไว้ในวันอังคาร ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ สั่งปลดนายเจมส์ โคมีย์ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ เอฟบีไอ อย่างไรก็ดี ราคาทองได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนมิ.ย.ที่ตลาด COMEX ปิดบวก 2.80 ดอลลาร์ ที่ 1,218.90 USD/toz

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   แรงซื้อที่กลับเข้ามาสู่ค่าเงินดอลลาร์ (USD index ทำจุดสูงสุดในรอบสามสัปดาห์ 99.66 จุด)
-   ถ้อยแถลงสมาชิก FOMC(Dudley) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ ค่ำคืนนี้

คำแนะนำ    : ยังคงมุมมองให้น้ำหนักฝั่ง short position ต่อไป

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1039


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1034 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2017, 09:55:06 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในคืนวันศุกร์ และส่งผลให้ปิดบวกในสัปดาห์ก่อน ซึ่งเป็นการปิดบวกสัปดาห์แรก หลังจากปิดแดนลบติดต่อกันถึง 3 สัปดาห์ โดยปัจจัยเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองได้ ผนวกกับตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาในวันศุกร์นั้น แย่กว่าคาดการณ์ กดดันให้โอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนหน้าน้อยลง ส่งผลให้ทองคำเริ่มมีแรงซื้อกลับ และสัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขภาคอสังหาของสหรัฐฯ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.98 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.33% โดยปิดที่ 1,228.33 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,224.05 – 1,231.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,229 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในคืนวันศุกร์ และปิดบวกได้ในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากปิดลดลงติดต่อกัน 3 สัปดาห์ และราคาทองเริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในรอบกว่า 9 สัปดาห์ โดยราคาทองได้รับแรงหนุน 2 ปัจจัยหลัก คือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ เนื่องจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งปลดเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ซึ่งทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นทางการเมืองของสหรัฐฯ และอีกปัจจัยคือ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ประกาศออกมาแย่กวาคาดการณ์ ลดโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า จึงส่งผลให้ทองคำได้รับแรงหนุน และปิดบวกได้ในสัปดาห์ก่อน และในสัปดาห์นี้ ติดตามตัวเลขภาคอสังหาฯ ของสหรัฐฯ ความคืบหน้าประเด็นทางด้านการเมือง และแนวโน้มการปรับขึ้นดอกในเดือนหน้า

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดวันศุกร์ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลง และการสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นต่อการปรับลดการผลิตของโอเปกลงต่อไปนั้น ได้กระตุ้นความหวังที่ว่า ปริมาณน้ำมันที่ล้นตลาดโลกจะลดลง
•   ดอลลาร์ร่วงลงในวันศุกร์จากระดับสูงสุดในรอบสองเดือนเมื่อเทียบกับเยนที่เข้าทดสอบในวันพฤหัสบดี และร่วงลงเมื่อเทียบกับยูโร หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอเกินคาด ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีกหรือไม่ในปีนี้
•   ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (core CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2015 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าอาจอยู่ที่ 2%
•   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าอาจเพิ่มขึ้น 0.6%

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : trading long เริ่มน่าสนใจมากขึ้น หลังจากเริ่มเห็นการดีดกลับของราคา

 
Smart Stock
Today Strategy:
Sell in May…
ภาพรวมการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในตลอดสัปดาห์ก่อนเคลื่อนไหวปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ค่อนข้างสวนทางกับดัชนีอื่นๆ ทั่วโลกทั้งฝั่งสหรัฐฯ ยุโรปและภูมิภาคเอง ซึ่งเคลื่อนไหวทรงตัวและปรับขึ้นบ้างบางตลาด โดยเรามองดัชนีตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากประเด็นผลประกอบการไตรมาสแรกของปีซึ่งประกาศออกมากไม่ค่อยโดดเด่นนักส่วนใหญ่ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดหรือไม่ก็แค่ทรงตัวโดยเฉพาะหุ้นใหญ่ที่มีมูลค่าถ่วงน้ำหนักสูงก็ประกาศไม่ค่อยโดดเด่นพอจะชี้นำตลาดได้ ประกอบกับความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อกระแสเงินทุนที่จะไหลเข้า/ออกในกลุ่มตลาดเกิดใหม่รวมทั้งประเทศไทย โดยเรามองว่ากระแสเงินทุนบางส่วนถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปเก็งกำไรในค่าเงินดอลลาร์แล้วโดยพิจาณณาจากดัชนีค่าเงินดอลลาร์ซึ่งปรับตัวแข็งค่าเพิ่มขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังมีแรงขายค่อนข้างรุนแรงกดดันให้ลงไปเคลื่อนไหวในระดับต่ำกว่า 100 จุด สำหรับวันนี้เรามองว่าภาพรวมของดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงไร้ปัจจัยบวกและ Sentiment เชิงลบก็ยังคงกดดันอยู่ไม่น้อย ดังนั้นเราให้น้ำหนักฝั่ง Short Position ตามเดิมแต่นักลงทุนต้องพิจารณาจุดเปิดสถานะด้วยเนื่องจากในวันนี้อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดแต่เชื่อว่าไม่มากพอที่จะชี้นำให้ดัชนีกลับไปเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นได้ตามเดิม

•   Strategy : คงมุมมองให้น้ำหนักฝั่ง Short Position, ระวังแรงขายดีดกลับ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าจากคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเดือนหน้า
-    แรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในช่วงเทศกาล Sell in May

ข่าวในประเทศ
ติดตามค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า: ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้คาดการณ์ว่า ค่าเงินเหรียญสหรัฐจะกลับมาแข็งค่าในช่วงการประชุมเฟด ในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ โดยตัวเลขตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและการให้สัมภาษณ์ของตัวแทนเฟดหลายคนที่พูดในเชิงสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ย ทำให้คาดว่ามีโอกาสค่อนข้างสูงที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย
-    ททท.ผนึก3แอร์ไลน์เจาะเศรษฐีอาหรับ: ททท.วางเกมรุกฟื้นตลาดกำลังซื้อสูงอาหรับจับคู่ 3 สายการบินยักษ์ เจาะกลุ่มฮันนีมูน-ครอบครัว เสริมแกร่งฐานเดิม “เมดิคัลทัวร์”
-    ‘กลุ่มเครื่องดื่ม’หวังรายได้เข้าเป้า ไตรมาสแรกกำไรโตน้อยรับเศรษฐกิจชะลอ เน้นออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มช่องทางขาย: ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มเผยกำไรไตรมาสแรกโตน้อยและปรับลดลงเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว หวังทั้งปีผลประกอบการเป็นตามเป้าหมาย พร้อมปรับกลยุทธ์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางการจำหน่าย
-    (CPNM17) ซีพีเอ็นจับมือ 400ร้านอาหาร กระตุ้นใช้จ่าย: ซีพีเอ็นลุยกลยุทธ์ซีอาร์เอ็ม ชูประสบการณ์รับประทานอาหารนอกบ้าน ทุ่ม 40 ล้าน ผนึกพันธมิตรเอไอเอสและ400ร้านอาหาร ทั่วประเทศ อัดโปรโมชั่น กระตุ้นใช้จ่าย-ลูกค้าหมุนเวียนพุ่ง 15%
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 67 68 [69] 70   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!