TARADTHONG.COM
มิถุนายน 27, 2017, 05:26:31 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 68 69 [70] 71 72 ... 81   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1256673 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1035 เมื่อ: มกราคม 31, 2017, 09:47:15 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 31 มกราคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย โดยในช่วงเช้าของเมื่อวานนี้แกว่งตัวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายตลาด หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลทางด้านนโยบายของนายทรัมป์ ทำให้เม็ดเงินไหลเข้ากลับสินทรัพย์ปลอดภัย และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลง และในวันนี้ติดตามการประชุมนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.75  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.31% โดยปิดที่ 1,194.96 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,187.77 – 1,199.50 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,197 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยระหว่างวันแกว่งตัวในแดนลบก่อนที่จะได้รับแรงหนุนในช่วงท้ายตลาดหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลของนโยบายของนายทรัมป์ที่ออกคำสั่งห้ามประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงในท้ายตลาด แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยหลักต้องติดตามคือ การประชุมของเฟดในคืนวันพุธ และในวันนี้ปัจจัยที่ต้องติดตามคือการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น เรื่องการใช้นโยบายทางการเงินการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของญี่ปุ่น ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวลงในวันจันทร์ ขณะที่ข่าวเกี่ยวกับการขุดเจาะน้ำมันเพิ่มขึ้นในสหรัฐทำให้ตลาดวิตกว่า ข้อตกลงลดการผลิตของกลุ่มโอเปกอาจจะไม่สามารถลดปริมาณน้ำมันส่วนเกินในตลาดโลกได้ตามที่คาดหวัง
•   ข้อมูลจาก Baker Hughes บ่งชี้ว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2015 โดยผู้ขุดเจาะได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อยู่เหนือระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล
•   ดอลลาร์ร่วงลงมากกว่า 1% เมื่อเทียบกับเยนในวันจันทร์หลังจากมีข่าวเชิงลบในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับคำสั่งบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เกี่ยวกับการอพยพเข้าประเทศ
•   ราคาทองที่ตลาดสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกคำสั่งห้ามประชาชนจาก 7 ประเทศมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐเป็นการชั่วคราว และความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งในยุโรป ได้ช่วยหนุนราคาทอง

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ว่าจะให้น้ำหนักการเร่งตัวของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

•   Strategy : trading ในกรอบโดยเน้นฝั่ง long หรือ รอ long หากราคาทะลุ 1,200 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ผันผวนจากปัจจัยภายนอก
ดัชนีตลาดหุ้นไทยคลายความร้อนเเรงในการปรับขึ้น แกว่งตัวในกรอบราคาที่ไม่กว้างมากนักโดยสัญญาฯ S50H17 เคลื่อนไหวผันผวนในวันเปิดตลาดภาคเช้าเมื่อวานนี้บริเวณ 994.70 จุด ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 989.70 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 993.10 ภาพรวมการเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับ SET index ซึ่งปิดตลาดบริเวณ 1,590.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมประมาณ 41,326.71 ล้านบาท ถือว่าเบาบางตามภูมิภาคซึ่งปิดตลาดเนื่องในเทศกาลตรุษจีน (ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปภาพรวมปิดลบ)  กลุ่มพลังงานโดดเด่นนำตลาด นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเพียง 11.13 ล้านบาท  สะท้อนมุมมองการเริ่มปรับลดน้ำหนักการลงทุนในดัชนีตลาดหุ้นไทย หลังการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นไปอย่างรวดเร็วเเละคาดการณ์ได้ยากลำบาก สร้างความวิตกกังวลให้นักลงทุนทั่วโลกในการเคลื่อนย้ายเงินทุนพอสมควร ซึ่งการดำเนินนโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อทุกภาคส่วนทั้ง บริษัทจดทะเบียนที่ต้องปรับกลยุทธ์, นักลงทุนรายย่อย, ผู้ประกอบการที่มีต้นทุนของเงินทุนและภาระอัตราดอกเบี้ย สำหรับการลงทุนในวันนี้ (และสัปดาห์นี้) ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวนในกรอบและยังคงมีความเปราะบาง โดยจะต้องติดตามการประชุมและรายงานของธนาคารกลางสหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่นและอังกฤษ อย่างใกล้ชิด รวมทั้งต้องระวังแรงขายทำไรบริเวณระดับราคาที่มีนัยสำคัญ SET index 1,590-1,600 จุด

•   แนะนำ : Wait & See ลดความเสี่ยงจากความไม่ชัดเจนในตลาด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   ติดตามการประชุมและรายงานของธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจหลักตลอดสัปดาห์ (FED,  ECB, BOE, BOJ )

ข่าวในประเทศ
-   กระทรวงอุตฯ เดินหน้าช่วย SME ตั้งเป้า 5,000 ราย เม.ย.นี้ : กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐได้ผ่านการพิจารณาของ สนช. แล้วและคาดว่าภายในเดือน เม.ย.นี้ จะสามารถเดินหน้าช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้ในรูปแบบการปล่อยกู้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและรูปแบบการร่วมลงทุน ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะพิจารณารายละเอียด ความเหมาะสมของการใช้เงินช่วยเหลือเอสเอ็มอีแต่ละรายอีกครั้ง คาดว่าจะสามารถช่วยเหลือได้อย่างน้อย 5,000 ราย กำหนดวงเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท
-   คลังชี้งบกลางปีดันจีดีพีโต 3.6% : สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจปี 60 ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.4% เป็น 3.6% โดยมีช่วงคาดการณ์อยู่ที่ 3.1-4.1% ได้แรงขับเคลื่อนเพิ่มเติมจากการทำงบประมาณกลางปี  60 วงเงิน 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีเงินลงทุนเพิ่ม 1.6 แสนล้านบาทและจะเบิกจ่ายได้อย่างน้อย 65-70% ในปีนี้
-   (KKPH17) เพิ่มพอร์ต 2 หมื่นล้านใน 3 ปี ‘เคเคพี’ บุกลงทุนต่างประเทศ : เกียรตินาคินตั้งเป้าเพิ่มเงินลงทุน เท่าตัวเป็น 2 หมื่นล้านภายใน 3 ปี รุกหาผลตอบแทนหุ้นต่างประเทศ เล็งเข้าตลาดอินโดนีเซียปีนี้ ชี้เป็นตลาดใหญ่เศรษฐกิจฟื้น หวังปล่อยสินเชื่อโตเกิน 5% จากสินเชื่อบุคคล เอสเอ็มอีและอสังหาริมทรัพย์ ส่วนรายใหญ่ยังชะลอ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1036 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 01, 2017, 05:09:56 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามเฟดคืนนี้
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,210.23  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,206.30 – 1,213.20  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำแกว่งทรงตัวในกรอบแคบๆ หลังจากได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ในเมื่อคืนนี้ จากการที่รัฐบาลของนายทรัมป์ได้กล่าวหาว่าเยอรมนี ญี่ปุ่นและจีนมีการแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนค่าเพื่อให้บริษัทในสหรัฐฯ เสียเปรียบทางด้านการแข่งขัน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงหลุดบริเวณ 100 จุด แต่อย่างไรก็ตามคืนนี้มีประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่อนข้างมาก รวมทั้งติดตามการประชุมของเฟดเรื่องมุมมองเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย โดยคาดว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ มุมมองของนางเจนเนต เยลเลน ต่อรัฐบาลชุดใหม่ และภาพรวมเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างไร หากมีอัตราเร่งมากขึ้นก็จะกดดันราคาทอง แต่ในทางตรงกันข้ามหากมีท่าทีที่ชะลอลงก็จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองได้เช่นกัน

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า การผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะลดลงกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนนี้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเริ่มต้นที่แข็งแกร่งของโอเปกในปรับลดการผลิตลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าระดับสูงได้วิพากษ์วิจารณ์เยอรมนี, ญี่ปุ่นและจีน โดยระบุว่า คู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐทั้ง 3 ประเทศนี้มีส่วนร่วมในการลดค่าเงินเพื่อทำลายบริษัทและผู้บริโภคของสหรัฐ
-   แหล่งข่าวอาวุโสในรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า นายทาโร อาโสะ รมว.คลังญี่ปุ่นจะชี้แจงจุดยืนของรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับค่าเงินและนโยบายการเงินในการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในสัปดาห์หน้า
-   ผลสำรวจของภาคเอกชนพบว่า กิจกรรมในภาคการผลิตของญี่ปุ่นขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีในเดือนม.ค. ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าส่งออกพุ่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ว่า อุปสงค์ในต่างประเทศดีดตัวขึ้นแข็งแกร่ง
-   ราคาทองในตลาดสปอตปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้ หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อวานนี้ ขณะที่เทรดเดอร์รอมติการประชุมอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคาดว่าเฟดจะคงนโยบาย

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ เรื่องอัตราดอกเบี้ย
-   การประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ เรื่องนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย
-   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

คำแนะนำ    : trading long ยังน่าสนใจ โดยหากทะลุ 1,220 เหรียญได้แนะนำให้ถือ long ต่อ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1037 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2017, 10:06:23 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดลดลงเล็กน้อย โดยราคาได้รับแรงกดดันในช่วงแรก จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ออกมามากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ราคาเริ่มดีดกลับได้ในช่วงท้ายตลาดหลังจากเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย และไม่มีการเพิ่มอัตราเร่งในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ รวมทั้งแรงซื้อจากกองทุน SPDR กว่า 10 ตัน หลังจากไม่มีการเคลื่อนไหวมาเกือบ 1 สัปดาห์ ทำให้คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสได้รับแรงหนุนต่อ โดยวันนี้ติดตามการประชุมธนาคารอังกฤษเป็นหลัก

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 1.40  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.12% โดยปิดที่ 1,209.11 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,197.73 – 1,213.20 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,212 เหรียญ ราคาทองได้ปรับตัวลงในช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ จากตัวเลขภาคการจ้างงานนอกภาคการเกษตร โดย ADP ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าคาดการณ์ ออกมาที่ 246,000 ราย และคาดการณ์ที่ 165,000 ราย ทำให้ราคาทองถูกแรงขายทำกำไร และไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,197 เหรียญ หลังจากนั้นราคาทองเริ่มปรับตัวดีขึ้นหลังจากเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ย โดยนางเจนเนต เยลเลน ให้มุมมองต่อเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มที่สดใส การจ้างงานปรับตัวดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้ส่งสัญญาณในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองได้รับแรงหนุนอีกครั้งในท้ายตลาด และได้รับแรงหนุนจาก SPDR ที่ซื้อทองกว่า10.67 ตัน รวมถือครอง 809.74ตัน ในวันนี้ติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ และตัวเลขภาคการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันนี้และวันพรุ่งนี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในช่วงท้ายตลาดวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านยืนยันเรื่องการทดสอบขีปนาวุธนำวิถี นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ระบุว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงด้วย
•   รอยเตอร์รายงานว่า รัสเซียปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงในเดือนม.ค.ราว 100,000 บาร์เรลต่อวัน หรือราว 1 ใน 3 ของที่สัญญาไว้ว่าจะปรับลดปริมาณการผลิตลง 300,000 บาร์เรลต่อวัน ผลสำรวจของรอยเตอร์ระบุว่า สมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงราว 82 % ของที่สัญญาไว้ว่าจะปรับลดลง 1.16 ล้านบาร์เรลต่อวัน
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 1.40 ดอลลาร์ สู่ 1,209.11ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ แต่ราคาทองสามารถลดช่วงติดลบกลับขึ้นมาได้เกือบหมดก่อนปิดตลาด ในขณะที่ดอลลาร์ลดช่วงบวกลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งแรกของเฟดนับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ
•   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงมติตรึงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0.50-0.75% ตามความคาดหมายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสองวันในวันพุธ แต่เฟดยังคงบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่สดใสของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า เฟดยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ถึงแม้เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงกำหนดเวลาในการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

•   Strategy : trading long ยังได้เปรียบ หรือรอ follow long เมื่อราคาทะลุ 1,220 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
อ่อนไหวกับปัจจัยภายนอก
 ดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวผันผวนในวันและยังขาดปัจจัยบวกที่จะหนุนดัชนี SET index ให้สามารถขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,600  จุด ได้อีกครั้งเช่นเดียวกับดัชนีดาวโจนส์สหรัฐฯ ซึ่งแม้จะสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เหนือระดับ 20,000 จุด แต่ก็ไม่สามารถยืนรักษาระดับได้อย่างมั่นคง จากความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดทุนทั่วโลกรวมทั้งดัชนีตลาดหุ้นไทยด้วย ด้านสัญญาฯ S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดในภาคเช้าบริเวณ 979.20 จุด เกิดช่องว่างของราคา (Trading Gap) ในแนวโน้มขาลง สะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนที่เก็บไว้ในคืนก่อนหน้าและการคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวในวัน ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดและปิดตลาดบริเวณ 986.00 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในวัน ภาพรวมการเคลื่อนไหวถือว่าผันผวนมากกว่า SET index  ซึ่งปิดตลาด 1,576.32 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมที่หนาแน่นประมาณ 60,515.01 ล้านบาท เป็นเเรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศ -2,112.49 ล้านบาท เเละนักลงทุนสถาบัน -717.34 ล้านบาท คาดการณ์ว่าเป็นแรงขายเพื่อลดความกังวลจากความกังวลจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ เรื่องทิศทางการปรับขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยเมื่อคืนนี้ (มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0.50-0.75%) รวมทั้งแนวนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ที่สร้างความวิตกกังวลให้นักลงทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สำหรับวันนี้คาดการณ์ว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวน เปราะบาง และไร้ทิศทางที่ชัดเจน

•   แนะนำ : Wait & See, อัตราผลตอบแทนที่คาดการณ์ยังไม่คุ้มกับระดับความเสี่ยงยอมรับได้

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   วันนี้ติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป (Draghi)

ข่าวในประเทศ
-   อัตราเงินเฟ้อเดือน ม.ค. ทำจุดสูงสุดรอบในรอบ 28 เดือน ราคาน้ำมัน-สินค้าเกษตรเพิ่ม กระทรวงพาณิชย์ ลั่นอย่าห่วงของแพงลุยสกัดเข้ม : กระทรวงพาณิชย์เผยดัชนีเงินเฟ้อ ม.ค.เพิ่มขึ้น 1.55% สูงสุดรอบ 28 เดือน เหตุน้ำมัน ยาสูบ/เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผักผลไม้ราคาสูงขึ้น มองสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง เล็งทบทวนเงินเฟ้อใหม่ คาดการณ์ไตรมาสแรกขยับเพิ่มขึ้นอีก และยังแนะนำประชาชนอย่าวิตกสินค้าแพงพร้อมยืนยันยังคงติดตามใกล้ชิดสกัดผู้ค้าฉวยโอกาส
-   รัฐบาลเร่งระบายสต๊อกข้าว : นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศเตรียมออกประกาศประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไปปริมาณ 2.8 ล้านตัน เพื่อการบริโภคโดยจะมีข้าวหลายชนิด เช่น ข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ เป็นต้น ส่วนรายละเอียดการเปิดประมูลรวมถึงกำหนดวันให้ยื่นซองเปิดประมูลจะชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 3 ก.พ.นี้
-   (BCPM17) BCP อัดงบลงทุนเพิ่ม 7.8หมื่นล้าน “ขยายปั๊ม-ปรับปรุงโรงกลั่น” : BCP เตรียมงบ 7.8 หมื่นล้านบาท ลงทุนยาวตั้งแต่ปี 2560-2563 เดินหน้าตามแผนการขยายปั๊มน้ำมันและปรับปรุงโรงกลั่น รวมถึงใช้สำหรับธุรกิจต้นน้ำ ตั้งเป้าปีนี้ขยายปั๊มครบ 100 แห่ง   
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1038 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2017, 05:10:13 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

SPDR เป็นปัจจัยหนุน
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,212.90  USD/toz เคลื่อนไหวในกรอบแนวโน้มขาขึ้นระหว่างวัน โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 1,218.07  USD/toz ด้วยปัจจัยหนุนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง ภาพรวมราคาทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางได้รับปัจจัยหนุนจากความกังวลของนักลงทุนที่มีมุมมองต่อผลกระทบของแนวนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกรวมทั้งประเด็นปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หลังการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นไปอย่างรวดเร็ว รุนแรงและคาดการณ์ได้ยาก รวมทั้งปัจจัยหนุนจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องโดยที่ USD index ลดลงต่ำกว่า 100 จุด ติดต่อกันตั้งแต่ต้นสัปดาห์ และปรับลดลงรุนแรงอีกครั้งเมื่อคืนที่ผ่านมาหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50 – 0.75% ตามคาดการณ์ของตลาด ด้านมุมมองของนักลงทุนสถาบันอย่างกองทุน SPDR เริ่มกลับมาซื้อสุทธิทองคำ 10.67 ตัน รวมมีสถานะถือครองทองคำสุทธิที่ 809.74 ตัน ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าก่อนหน้านี้ SPDR ยังคงรอท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ สำหรับค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ประกาศปรับลดอัตราการจ้างงาน, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, กำลังการผลิตนอกภาคการเกษตรขั้นต้นและต้นทุนเเรงงานต่อหน่วยขั้นต้น รวมทั้งถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรปและการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำขยับลดลงเล็กน้อย, เฟดตรึงดอกเบี้ย : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ขยับลดลง 1.40 ดอลลาร์ สู่ระดับ 1,209.11 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ แต่ราคาทองสามารถกลับขึ้นมาได้ก่อนปิดตลาด ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ลดลง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งแรกของเฟดนับตั้งแต่นายโดนัลด์ทรัมป์ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
-   นักลงทุนกังวลอิหร่านทดสอบขีปนาวุธเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายตลาดวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากอิหร่านยืนยันเรื่องการทดสอบขีปนาวุธนำวิถี นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ระบุว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงด้วย ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มี.ค.พุ่งขึ้น 1.07 ดอลลาร์ มาปิดตลาดที่ 53.88 USD/bbl
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงหลังแถลงการณ์เฟดบ่งชี้สัญญาณเงินเฟ้อต่ำ : ดอลลาร์ลดลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ในวันพุธจากความผิดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้แสดงท่าทีในเชิงที่จะคุมเข้มนโยบายมากขึ้นต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดควรจะหนุนดอลลาร์ขึ้นมากกว่านี้ก็ตาม
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ฟื้นตัวหลังเฟดคงดอกเบี้ย : ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ฟื้นตัว ขึ้นในวันพุธหลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและระบุว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐฯ สดใสพอสมควรโดยที่ไม่ได้แสดงท่าทีเชิงคุมเข้มนโยบายตามที่ตลาดคาดการณ์

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป (ประมาณ 19.15น. ตามเวลาไทย)
-   ติดตามการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษ เรื่องนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ย
-   วันพรุ่งนี้ (3 ม.ค.) ติดตามถ้อยแถลของสมาชิก FOMC(Evans)

คำแนะนำ    : ฝั่ง Long Position ได้เปรียบในวัน, ระวังแรงเทขายทำกำไร

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1039 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2017, 09:43:47 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวต่อเนื่องหลังจากตัวเลขภาคการจ้างงานสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งสัญญาณให้เฟดปรับตัวขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นกว่าคาดการณ์ โดยมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าที่ชี้ให้เห็นว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. เพียง 10% รวมทั้งกองทุน SPDR เริ่มกลับมามีสถานะซื้อสุทธิต่อเนื่อง 3 วันทำการ ทำให้ราคาทองมีแนวโน้มที่สดใสมากขึ้นและหากยืนเหนือ 1,220 เหรียญได้ฝั่ง long ยังน่าสนใจ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.99 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.33% โดยปิดที่ 1,219.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,207.10 – 1,221.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,224 เหรียญ ราคาทองเคลื่อนไหวผันผวนในคืนวันศุกร์ โดยมีประกาศตัวเลขการจ้างงานที่ยังมีแนวโน้มค่อนข้างดี แต่ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด และทำให้นักลงทุนมองว่าไม่ได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าในเดือน มี.ค. เฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 10% ราคาทองคำจึงปรับตัวยืนเหนือ 1,220 เหรียญในเช้านี้ รวมทั้งได้รับแรงหนุนจากกองทุน SPDR ที่ทำการซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยซื้ออีก 3.29 ตัน ทำให้ถือรวม 814.51 ตัน ส่งผลให้ภาพรวมทองคำเริ่มมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อหากยืนเหนือ 1,220 เหรียญได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันศุกร์ หลังจากสหรัฐประกาศคว่ำบาตรบุคคลบางคนและกิจการบางแห่งของอิหร่าน โดยเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวเพิ่งประณามอิหร่านเรื่องการทดสอบขีปนาวุธนำวิถี
•   การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับที่สูงเกินคาด โดยได้รับแรงหนุนจากการจ้างงานในบริษัทก่อสร้างและบริษัทค้าปลีก ในขณะที่อัตราการว่างงานขยับขึ้นสู่ 4.8 %
•   กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ โดยระบุว่าบุคคล 13 คนและกิจการ 12 แห่งของอิหร่านไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐ และไม่สามารถทำธุรกิจกับบริษัทสหรัฐได้ นอกจากนี้ บุคคลและกิจการเหล่านี้ยังตกอยู่ภายใต้ "มาตรการคว่ำบาตรขั้นที่สอง" ด้วย ซึ่งหมายความว่ามีการห้ามบุคคลและบริษัทต่างชาติจากการทำธุรกิจกับบุคคลและกิจการกลุ่มนี้ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะถูกขึ้นบัญชีดำโดยสหรัฐ
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันศุกร์หลังการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่รายงานการจ้างงานของสหรัฐบ่งชี้ว่า ค่าจ้างในสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนม.ค. แม้ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งก็ตาม ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะดำเนินการในเชิงรุกน้อยลงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   มุมมองนักลงทุนต่อนโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   ความคืบหน้าของอังกฤษเรื่องการออกจากยูโรโซน (Brexit)

•   Strategy : trading long หากราคายืนเหนือ 1,220 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ปัจจัยภายในยังทรงตัว
 สัญญาฯ S50H17 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเปิดตลาดบริเวณ 977.50 จุด ก่อนมีแรงซื้อเข้าตลอดวัน หนุนให้สัญญาฯ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 991.50 จุด ก่อนย่อตัวเล็กน้อยลงมาปิดตลาดที่ 989.20 จุด (ชำระราคาในวันที่ 989.40 จุด) การเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นมีลักษณะเดียวกับ  SET index  ซึ่งปิดตลาดที่ 1,582.95 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันระดับปานกลางที่ 47,299.53 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันภายในประเทศเพียงกลุ่มเดียว              (+1,535.81 ล้านบาท) สวนทางกับนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ในตลาดที่มีมุมมองขายสุทธิ อย่างไรก็ตามภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ก่อนยังคงเเกว่งตัวผันผวนในกรอบราคาเช่นเดียวกับดัชนีตลาดหุ้นในภูมิภาคซึ่งเคลื่อนไหวเเละปิดตลาดท้ายสัปดาห์ในเเดนบวก/ลบสลับกัน ได้รับทั้งประโยชน์เเละเเรงกดดันจากดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจเเละการประชุมของธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจหลัก ในขณะที่ยังขาดปัจจัยบวกและประเด็นใหม่ๆภายในประเทศ อย่างไรก็ตามแม้ใน  สัปดาหร์ก่อนจะมีการประกาศ ดัชนีความเชื่อมั่นของประเทศไทยที่ประกาศค่อนข้างสดใสหลังตัวเลขส่งออกดีขึ้นประกอบกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ก็ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ตลาดให้น้ำหนักมากนัก ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าสำหรับการซื้อขายในวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจได้รับปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นของดัชนี  ดาวโจนส์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นเหนือระดับนัยสำคัญที่ระดับ 20,000 จุด อีกครั้งสะท้อนความมั่นใจทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าสวนทางกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม

•   แนะนำ : เปิดสถานะในกรอบราคาที่กว้างขึ้น, ฝั่ง Long ได้เปรียบในวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ค่าเงินบาทยังคงเเข็งค่าต่อเนื่องที่ระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ข่าวในประเทศ
-   ธปท.รายงานยอดเงินลงทุนต่างชาติวูบ : ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานว่า เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ยอดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมาลงทุนในไทยมีเพียง 282 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ยอดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั้งปี 2559 มีมูลค่ารวม 3,286 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงกว่า 63% เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีเงินลงทุนโดยตรง 9,004 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สะท้อนถึงความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
-   กระทรวงการคลังเร่งดันกฎหมายเก็บภาษีที่ดินเปล่าเข้า สนช. : กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งที่ผ่านมามีความเห็นแตกต่างจากร่างที่คลังเสนอไปให้พิจารณา แต่กระทรวงคลังยังคงยืนยันในสาระสำคัญตามร่างเดิม แต่บางรายละเอียดก็เห็นตามที่กฤษฎีกาให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม   
-   (AOTH17) AOT พื้นฐานไม่เปลี่ยนแปลง : AOT มั่นใจศักยภาพทำกำไรสดใส หลังเดินหน้าขยายสนามบินต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างมั่นคง พร้อมมั่นใจพื้นฐานยังคงแกร่ง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1040 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2017, 05:03:09 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งด้านบนแคบๆ
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,219.56  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,218.91 – 1,225.06  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำเคลื่อนไหวในแดนบวกในกรอบแคบๆ โดยพยายามทรงตัวเหนือบริเวณ 1,220 เหรียญ ราคาทองได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากตัวเลขภาคการจ้างงานในสัปดาห์ก่อน ที่ค่าจ้างแรงงานปรับตัวออกมาแย่กว่าคาดการณ์ รวมทั้งเริ่มมีการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพียง 2 ครั้ง ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ในช่วงปลายปีที่แล้วที่มีการคาดการณ์กันที่ประมาณ 3 ครั้ง และเริ่มได้รับแรงหนุนจากกองทุน SPDR ที่กลับเข้ามาซื้อเป็นวันที่ 3 ซึ่งหากราคาเคลื่อนไหวในกรอบด้านบนเหนือ 1,220 เหรียญได้ ก็มีโอกาสไปต่อได้ แต่ในวันนี้ยังให้น้ำหนักการแกว่งตัวแคบๆ มากกว่าเพราะไม่มีการประกาศตัวเลขสำคัญในคืนนี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดหุ้นจีนปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบาง ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังต่อการคุมเข้มนโยบายของธนาคารกลางจีน หลังจากธนาคารกลางจีนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอย่างไม่คาดคิดในสัปดาห์ที่แล้ว
-   สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าปรับตัวรับโอกาสน้อยกว่า 10% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.หลังจากที่มีการเปิดเผยรายงานการจ้างงาน แต่คาดว่ามีโอกาสมากกว่า 60% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.
-    ดัชนีดอลลาร์ปิดอ่อนค่าลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน และร่วงลง 2.3% เมื่อเทียบกับเยนซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดรายสัปดาห์นับตั้งแต่ปลายเดือนก.ค. โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการที่รัฐบาลของปธน.โดนัลด์ ทรัมป์สนับสนุนดอลลาร์ที่อ่อนค่า
-   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันศุกร์หลังการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่รายงานการจ้างงานของสหรัฐบ่งชี้ว่า ค่าจ้างในสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดในเดือนม.ค. แม้ตัวเลขการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งก็ตาม ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะดำเนินการในเชิงรุกน้อยลงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
-   รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจความเห็นบริษัทดีลเลอร์ชั้นนำของสหรัฐในวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยโพลล์คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้ และมีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยที่เฟดจะได้รับแรงกดดันให้คุมเข้มนโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าวยิ่งขึ้น
-   ผู้บัญชาการคนหนึ่งในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านจะใช้ขีปนาวุธ ถ้าหากความมั่นคงของอิหร่านเผชิญกับภัยคุกคาม ในขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านท้าทายมาตรการคว่ำบาตรใหม่ของสหรัฐด้วยการจัดการซ้อมรบในวันเสาร์ที่ผ่านมา

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การเข้าซื้อทองคำของกองทุน SPDR
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าบริเวณ 100 จุด

คำแนะนำ    : trading long หากราคายังยืนเหนือ 1,220 เหรียญได้

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1041 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2017, 09:51:16 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงในเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยปิดใกล้เคียงจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน บริเวณ 1,235 เหรียญ โดยราคาทองได้รับปัจจัยหนุนต่อเนื่องจากตัวเลขค่าจ้างแรงงานที่เริ่มชะลอตัวลง และท่าทีของเฟดที่ยังจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมอันใกล้นี้ รวมทั้งสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองฝั่งยุโรป และแรงซื้อต่อเนื่องของกองทุน SPDR ทำให้ราคาทองคำเริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.68 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +1.29% โดยปิดที่ 1,235.48 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,218.90 – 1,235.73 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,232 เหรียญ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงและทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 3 เดือน โดยไปทดสอบจุดสูงสุดบริเวณ 1,235 เหรียญ โดยปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคำคือประเด็นที่เฟดยังไม่มีท่าทีที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมทั้งมีปัจจัยเรื่องความเสี่ยงทางด้านการเมืองของฝั่งยุโรป ซึ่งในช่วงเดือน เม.ย. จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ซึ่งเรื่องที่กังวลคือ หากการเลือกตั้งนั้นได้ประธานาธิบดีเป็นฝั่งขวาจัด ก็จะมีโอกาสทำให้ประเทศฝรั่งเศสมีการทำประชามติออกจากยูโรโซน เลียนแบบประเทศอังกฤษได้ ทำให้ปัจจัยนี้ถือว่าเป็นปัจจัยความเสี่ยงที่ต้องติดตามกันตลอดในช่วงครึ่งปีแรก จึงเริ่มเห็นแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสังเกตจากกองทุน SPDR ที่เข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง 4 วันทำการ โดยเมื่อวานนี้ซื้อทองคำอีก 4.14 ตัน รวมถือครอง 818.65 ตัน ทำให้ราคาทองมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันที่ระดับสูงในสหรัฐ และจากการที่นักเก็งกำไรเคยเข้าซื้อสัญญาน้ำมันไว้มากเกินไปในช่วงก่อนหน้านี้ โดยปัจจัยลบเหล่านี้บดบังแรงหนุนที่ราคาน้ำมันได้รับจากมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
•   ยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันจันทร์จากความวิตกเกี่ยวกับการเมืองของฝรั่งเศสก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเม.ย. รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศอื่นๆในยุโรปในปีนี้ซึ่งเป็นปีแห่งความไม่แน่นอนทางด้านการเมือง
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในช่วงนี้ โดยเป็นผลจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะนโยบายที่ห้ามประชาชนจากประเทศ 7 ประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่เดินทางเข้าสู่สหรัฐ แต่ผู้พิพากษาคนหนึ่งในสหรัฐได้ออกคำสั่งให้ระงับการปฏิบัติตามคำสั่งของปธน.ทรัมป์ทั่วสหรัฐในวันศุกร์ที่ผ่านมา
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐพุ่งขึ้น 15.68 ดอลลาร์ หรือ 1.29 %สู่ 1,235.48ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 1,235.73 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองได้รับแรงหนุนจากความกังวลทางการเมืองในสหรัฐและยุโรป และจากการอ่อนค่าของดอลลาร์

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส
•   ความกังวลนโยบายต่างๆ ของนายทรัมป์

•   Strategy : ฝั่ง long ทยอยปิดสถานะทำกำไร แล้วรอซื้อใหม่เมื่อย่อตัว หรือถือ long ต่อและ เลื่อนจุด stop เป็นบริเวณ 1,225 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ
สำหรับการซื้อขายเมื่อวานนี้ เป็นอีกหนึ่งวันที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาขึ้น ได้รับปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นของภูมิภาคและดัชนีดาวโจนส์สหรัฐฯ ที่ขึ้นไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ 20,000 จุด โดยสัญญาฯ S50H17 เปิดตลาดบริเวณ 992.50 จุด ปรับตัวขึ้นไปจุดสูงสุดในวันบริเวณ 996.00 จุด และย่อตัวเล็กน้อยปิดตลาดที่ 994.20 จุด (ชำระราคาสิ้นวันที่ 994.30 จุด) ภาพรวมการเคลื่อนไหวคล้ายกับ SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,589.13 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมในวันระดับปานกลางประมาณ 55,685.89 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อเข้าในกลุ่มพลังงานและธนาคารที่เข้ามาพยุงตลาด โดยแรงซื้อหลักมาจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาซื้อสุทธิในดัชนีตลาดหุ้นไทย หลังนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิสะสมใน SET index ตั้งเเต่ช่วง 1 - 6 ก.พ. 60 ประมาณ -1,601.84 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยคาดว่าแรงซื้อส่วนหนึ่งมาจากเเรงซื้อเพื่อเก็งกำไรผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาสที่ 4 ปี 59 ที่จะเริ่มทยอยประกาศ สำหรับการซื้อขายในวันนี้มีแนวโน้มที่ตลาดจะเคลื่อนไหวผันผวนจากความคาดหวังที่ดัชนี SET index จะขึ้นไปทดสอบระดับราคาจิตวิทยาที่มีนัยสำคัญบริเวณ 1,600 จุด ดังนั้นให้พิจาณาเปิดสถานะด้วยความระมัดระวัง

•   แนะนำ : ฝั่ง Long Position ได้เปรียบในวัน, ระวังแรงขายทำกำไร

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ความผันผวนของ SET index ที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับจิตวิทยา 1,600 จุด

ข่าวในประเทศ
-   สนค. ยืนยันนโยบาย “ทรัมป์” มีผลกระทบเชิงลบเล็กน้อย ไทยได้อานิสงส์หลายอย่าง : สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่าได้ศึกษานโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังออกคำสั่งพิเศษ 8 ฉบับ พบว่า นโยบายกีดกันการค้า หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าเป็นรายสินค้าและบังคับใช้กับทุกประเทศ สินค้าไทยที่จะได้รับผลกระทบ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์ อัญมณีและเครื่องประดับ ยางรถยนต์ กุ้งสดแช่แข็ง เป็นต้น แต่หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าจากจีนและเม็กซิโกสินค้าไทยจะมีโอกาสทดแทนจีนและเม็กซิโกในสหรัฐฯ และแคนาดา เช่น ชิ้นส่วนยางรถยนต์ เครื่องรับโทรทัศน์ฯ
-   กระทรวงการคลังชะลอรีดภาษีน้ำหวาน 2 ปี : กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างศึกษาการจัดเก็บภาษีสรรพาสามิตน้ำหวานเพื่อทำให้คนไทยมีสุขภาพดีขึ้น แต่ต้องหารือผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ตั้งแต่ผู้ปลูกอ้อย โรงงานผลิตน้ำตาล รวมไปถึงผู้ผลิตเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลทั้งหมด ซึ่งต้องมีการคุยให้ได้ข้อยุติและให้เกิดความสมดุล
-   (BEMH17) BEM จ่อเซ็นงานสายสีน้ำเงิน รับทรัพย์ 918 ล้านบาทเข้ามือ : BEM รอเซ็นสัญญารถไฟฟ้าสีน้ำเงิน 1 สถานี ช่วงเตาปูน-บางซื่อ มูลค่า 918 ล้านบาท พร้อมรับงานติดตั้งระบบเดินรถ-รับจ้างเดินรถวันที่ 9 ก.พ.นี้ ช่วยหนุนผู้โดยสารจากสายสีม่วงเข้าระบบสายสีน้ำเงิน  6-7 หมื่นคนต่อวัน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1042 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2017, 04:58:08 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ผันผวนในวัน
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,231.90 USD/toz แกว่งตัวในกรอบแคบออกข้างเป็นหลัก ก่อนมีแรงขายทำกำไรกดดันในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตามทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง 28 ม.ค. โดยขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในรอบเกือบ 3 เดือนเต็ม ที่บริเวณ 1,235.73 USD/toz ได้รับปัจจัยบวกจากความไม่แน่นอนทางการเมืองสหรัฐฯ และการเมืองฝั่งยุโรป รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องโดย USD index มีความพยายามที่จะปรับตัวแข็งค่าเหนือระดับ 100 จุด ในวันตั้งเต่ช่วงเช้าตามเวลาไทยและคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่จะแกว่างตัวบวก/ลบ บริเวณนี้ไประยะหนึ่ง ซึ่งปัจจัยบวกเหล่านี้ส่งผลให้เงินทุนส่วนหนึ่งถูกเคลื่อนย้ายเข้าสู่ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง ด้านมุมมองของนักลงทุนสถาบันหลักอย่างกองทุน SPDR เริ่มกลับมามีมุมมองบวกต่อทองคำโดยเข้าซื้อทองคำสุทธิเมื่อวานนี้กว่า 4.14 ตัน รวมซื้อสุทธิในทองคำตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ประมาณ        + 19.58 ตัน ส่งผลให้ปัจจุบันมีสถานะถือครองทองคำสุทธิที่ระดับ 818.65 ตัน  สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ติดตามการประกาศดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่  ดุลการค้า, จำนวนตำแหน่งงานนอกภาคการเกษตรและดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลง : อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นและระยะกลางร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 วันในวันจันทร์ที่ผ่านมาเนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้นในยุโรปและการขาดข้อมูลเกี่ยวกับแนวนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์
-   ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเทียบกับเยน ขณะที่ยูโรร่วงลงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป : ค่าเงินยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันจันทร์จากความวิตกเกี่ยวกับการเมืองของฝรั่งเศสก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเมษายน รวมถึงการเลือกตั้งในประเทศอื่นๆ ในยุโรปในปีนี้ ซึ่งเป็นปีแห่งความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองอย่างเห็นได้ชัด
-   ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง 1.5% : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวดิ่งลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากอุปทานน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้นในสหรัฐฯ และจากการที่นักเก็งกำไรเคยเข้าซื้อสัญญาน้ำมันไว้มากเกินไปในช่วงก่อนหน้านี้ซึ่งปัจจัยลบเหล่านี้ยังคงบดบังแรงหนุนที่ราคาน้ำมันได้รับจากมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมีนาคม ดิ่งลง 82 เซนต์ หรือ 1.5 % ปิดตลาดที่ 53.01 USD/bbl
-   ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังได้แรงหนุนจากความกังวลทางด้านการเมือง : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.68 ดอลลาร์ หรือ 1.29 % สู่ระดับ 1,235.48 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือนที่ 1,235.73 USD/toz ในระหว่างวัน โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากความกังวลทางการเมืองในสหรัฐฯ และยุโรป ประกอบกับการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ ราคาทองคำส่งมอบเดือนเมษายนที่ตลาด COMEX ปิดพุ่งขึ้น 11.30 ดอลลาร์ ที่ 1,232 .10 USD/toz

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   สัญญาณการกลับเข้าซื้อทองคำของกองทุน SPDR ตั้งแต่ช่วง 1 ก.พ.
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD index) ที่มีความพยายามปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 100 จุด

คำแนะนำ    : ฝั่ง Long Position ยังคงได้เปรียบในแนวโน้มขาขึ้น, ระวังความผันผวนในวัน

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1043 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2017, 09:31:24 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยโดยราคาเคลื่อนไหวในกรอบค่อนข้างแคบเมื่อวานนี้ ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะกลับมายืนเหนือ 100 จุดได้ แต่ก็ไม่ได้กดดันราคาทองให้ปรับตัวลดลงแรง โดยทองคำมีปัจจัยหนุนหลักคือทางฝั่งยุโรปที่เริ่มมีความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้น รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งเยอรมนีที่ชะลอตัว ผนวกกับแรงซื้อ SPDR ที่เข้าซื้อต่อเนื่องกว่า 5 วันทำการ โดยซื้อทองคำมากกว่า 25 ตัน รวมถือทอง 826.95 ตัน ทำให้ภาพรวมทองคำเริ่มน่าสนใจมากขึ้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 1.84 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.15% โดยปิดที่ 1,233.64 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,227.33 – 1,235.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,232 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ไม่เกิน 10 เหรียญ โดยค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมายืนเหนือ 100 จุด แต่อย่างไรก็ตามราคาทองคำยังถือว่าได้รับแรงหนุนจากความกังวลของฝั่งยุโรป และตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีปรับตัวลดลงอัตรารุนแรงในรอบกว่า 8 ปี รวมทั้งกองทุน SPDR ที่สะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้ซื้อทองคำอีก 8.30 ตัน รวมถือครอง 826.95 ตัน ทำให้ภาพรวมทองคำเริ่มน่าสนใจมากขึ้น

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1.6 % ในวันอังคาร โดยได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันจากชั้นหินในสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจัยดังกล่าวอาจสร้างความยุ่งยากให้แก่ความพยายามของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในวันอังคาร โดยปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 5 ติดต่อกันจากแรงซื้อทางเทคนิคหลังร่วงลงในช่วงที่ผ่านมา และดอลลาร์ยังได้แรงซื้อจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปซึ่งจะมีการเลือกตั้งในหลายประเทศในปีนี้
•   นักวิเคราะห์กล่าวว่า นักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายเนื่องจากกังวลกับความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์, เยอรมนีและอิตาลีในปีนี้ รวมถึงความกังวลจากการที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับลดการซื้อพันธบัตรรายเดือนลงด้วย
•   ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีดิ่งลงในเดือนธ.ค.ในอัตรารุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 8 ปี โดยเป็นผลจากการลดลงของผลผลิตในภาคโรงงานและภาคก่อสร้าง
•   ยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่า นางมารีน เลอ แปน ผู้สมัครจากฝ่ายขวาจัดในฝรั่งเศสอาจจะได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส
•   ความกังวลนโยบายต่างๆ ของนายทรัมป์

•   Strategy : trading ในกรอบด้านบน 1,225 – 1,235 เหรียญ และ follow เมื่อ breakout และนักลงทุนระยะกลางสะสม long เมื่อย่อตัว

 
Smart Stock
Today Strategy:
เริ่มมีแรงขายทำกำไร
สัญญาฯ S50H17 เปิดตลาดเมื่อวานนี้บริเวณ 992.20 จุด แกว่งตัวออกข้างในภาคเช้า ก่อนมีแรงขายทำกำไรค่อนข้างรุนแรงในภาคบ่ายโดยลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 987.00 จุด และปิดตลาดที่ 988.60 จุด (ชำระราคา ณ สิ้นวันที่ 988.90 จุด) มีกรอบการเคลื่อนไหวในวันประมาณ 7 จุด รูปแบบการเคลื่อนไหวเหมือนกับ SET index ซึ่งปิดตลาดลบที่ 1,582.52 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันระดับปานกลางที่ 48,203.38 ล้านบาท เป็นแรงขายจากนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ(-193.29 ล้านบาท), นักลงทุนสถาบันภายในประเทศ(-116.74 ล้านบาท) และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์(-227.97 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีมุมมองที่แตกต่างออกไปโดยมีสถานะซื้อสุทธิ +538.00 ล้านบาท สวนทางกับนักลงทุนกลุ่มอื่น ด้านค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวแข็งค่าอยู่ที่ระดับ 35.034 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์มีความพยายามที่จะเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 จุด สำหรับการซื้อขายในวันนี้คาดการณ์ว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจมีความผันผวนและมีปัจจัยลบจากราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ที่ปรับตัวร่วงลงบริเวณ 51.49 USD/bbl ซึ่งอาจเป็นเเรงกดดันกลุ่มพลังงานภายในประเทศเเละดัชนีตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ

•   แนะนำ : เปิดสถานะในกรอบราคา, ฝั่ง Short Position ได้เปรียบในวัน, ระวังความผันผวน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ที่ระดับ 51.49 USD/bbl 

ข่าวในประเทศ
-   ก.ล.ต. ตั้งหน่วยงานกลางเชื่อม "ฟินเทค" : ก.ล.ต. ประสานแบงก์ชาติและคปภ. ตั้งองค์กรกลางประสานกลุ่มฟินเทค คาดได้ข้อสรุป 3 เดือน ชี้อดีตมีปัญหาต้องการประสานงาน แจงมองฟินเทคช่วยหนุนอุตสาหกรรมให้ดีขึ้น ด้านนายกสมาคม บล. รับระบบฟินเทคกระทบอุตฯ หลักทรัพย์ โดยเฉพาะแผนขยายสาขาในพื้นที่เขตกรุงเทพ
-   กกร. คาดเศรษฐกิจโต 3.5% แนะเจรจาทวิภาคีสหรัฐฯ : คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินเศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัว 3.5-4.0% จากเศรษฐกิจโลกขยายตัวและส่งผลดีต่อการส่งออก แม้จะเผชิญความเสี่ยงจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ
-   (KBANKH17)KBANK จีดีพีปีนี้พุ่ง 3.3% ชี้ท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ : KBANK ชี้ปี 2560 เงินบาทอ่อนค่าแตะที่ระดับ 36.50 บาทต่อดอลลาร์จากนโยบายสหรัฐฯ พร้อมมองเอกชนออกหุ้นกู้ลดลง 20-25% ที่ระดับ 6 แสนล้านบาทหลังผิดนัดชำระหนี้ จับตาปี 2560 เศรษฐกิจไทยโต 3.3% แย้มส่งออกขยายตัว-หนี้ครัวเรือนทรงตัว-ท่องเที่ยวหนุนเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อแตะ 1.8% ด้าน "ธิติ ตันติกุลานันท์" ชะลอการออกตั๋ว B/E ที่ไม่มีเรตติ้ง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1044 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 08, 2017, 05:04:19 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แรงซื้อต่อเนื่อง
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,233.65  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,229.90 – 1,237.90  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำแกว่งตัวในแดนลบช่วงเช้าก่อนที่จะเริ่มกลับมาแกว่งตัวในแดนบวกช่วงบ่ายวันนี้ จากราคาสินทรัพย์เสี่ยงที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ทำให้เม็ดเงินเริ่มมีทีท่าจะชะลอลงในสินทรัพย์เสี่ยง และเริ่มไหลกลับเขามาในสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำ โดยจะเห็นได้ว่ากองทุน SPDR กลับเข้ามาสะสมทองต่อเนื่องกว่า 5 วันทำการ โดยซื้อทองรวมกว่า 27.88 ตัน ทำให้ถือทองคำรวมกว่า 826.95 ตัน ปรับขึ้นมาจากระดับต่ำสุดในรอบปีที่ 799.07 ตัน รวมทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงทางด้านการเมืองในสหรัฐฯ และการเลือกตั้งในฝั่งยุโรปที่เริ่มมีความกังวลมากขึ้น ทำให้ทองคำยังมีแนวโน้มในเชิงบวกต่อเนื่อง

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นสถิติอันดับสองในปี 2016 ก่อนที่ผู้นำสหรัฐกับญี่ปุ่นจะประชุมกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยประเด็นสำคัญในการประชุมคือเรื่องยอดเกินดุลการค้าและอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน
-   การค้าข้ามพรมแดนที่ชำระเงินด้วยสกุลเงินหยวนดิ่งลงในเดือนธ.ค.จนแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ในขณะที่ทั่วโลกลดความต้องการใช้สกุลเงินหยวน โดยเป็นผลจากมาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนของจีนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และความกังวลที่ว่าหยวนอาจจะอ่อนค่าลงต่อไป
-   นายโยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวว่า ญี่ปุ่นต้องการให้ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เข้าใจประเด็นการค้าของญี่ปุ่นให้ดีขึ้น และยอมรับว่าการค้าของญี่ปุ่นมีส่วนสนับสนุนต่อเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อผู้นำของทั้งสองประเทศประชุมหารือกันในสัปดาห์นี้
-   แหล่งข่าวกล่าวว่า บริษัทชาร์ป คอร์ปซึ่งเป็นผู้ผลิตหน้าจอของญี่ปุ่น อาจจะเริ่มต้นสร้างโรงงานมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ในสหรัฐก่อนวันที่ 30 มิ.ย. โดยชาร์ปจะเป็นผู้นำในโครงการนี้ หลังจากที่โครงการนี้เคยได้รับการพิจารณาจากบริษัทฟ็อกซ์คอนน์ของไต้หวันซึ่งเป็นบริษัทแม่ของชาร์ปในช่วงก่อนหน้านี้
-   จากการคำนวณของรอยเตอร์โดยอิงตามข้อมูลของทางการจีนบ่งชี้ว่า ความต้องการใช้น้ำมันในปี 2016 ของจีนเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดในรอบ 3 ปีเป็นอย่างต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่า อุปสงค์จากจีนลดลง
-   นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะแถลงรายงานรอบครึ่งปีของเฟดเกี่ยวกับนโยบายการเงิน และเศรษฐกิจต่อคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันที่ 14 ก.พ.นี้ โดยนางเยลเลนจะเริ่มแถลงในเวลา 10.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นหรือ 22.00 น.ตามเวลาไทย

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การเข้าซื้อทองคำของกองทุน SPDR
-   ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาเคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 100 จุด

คำแนะนำ    : trading long หากราคายืนเหนือ 1,235 เหรียญ และปิดสถานะเมื่อปรับตัวขึ้นแรง

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1045 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2017, 09:43:09 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยต่อเนื่อง โดยปัจจัยหลักเนื่องจากความกังวลทางด้านการเมืองของฝั่งยุโรป และการออกจากยูโรโซนของประเทศอังกฤษ (Brexit) ที่เริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งการเมืองในฝั่งสหรัฐฯ หนุนให้แรงซื้อทองคำยังมีเข้ามาต่อเนื่อง โดย SPDR ซื้อทองคำติดต่อกัน 6 วันทำการ ทำให้ภาพรวมราคาทองคำมีแนวโน้มที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.97 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.65% โดยปิดที่ 1,241.61 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,229.90 – 1,244.67 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,239 เหรียญ ราคาทองคำปรับขึ้นในเมื่อวานนี้หลังจากค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าเล็กน้อย โดยราคาทองขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ในรอบกว่า 3 เดือน ที่บริเวณ 1,244 เหรียญ โดยราคาทองได้รับปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนของทางฝั่งสหรัฐฯ และการเลือกตั้งในปีนี้ของทางฝั่งยุโรป ทำให้แรงซื้อทองคำในแง่สินทรัพย์ปลอดภัยมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกองทุน SPDR สะสมซื้อทองคำต่อเป็นวันที่ 6 โดยซื้อทอง 5.63 ตัน หรือคิดเป็น 0.68% ทำให้ปัจจุบันถือทองคำรวม 832.58 ตัน รวมทั้งประเด็นเรื่องการออกจากยูโรโซนของอังกฤษ (Brexit) ได้ผ่านการลงมติของสภาไปอีกขั้น ทำให้การเดินหน้าออกจากยูโรโซนของอังกฤษมีแนวโน้มจะลุล่วงไปด้วยดี ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในช่วงนี้เช่นกัน

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ ในขณะที่เทรดเดอร์เข้าซื้อชดเชยการทำชอร์ตเซล  หลังจากรัฐบาลสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในระดับที่ไม่มากเท่ากับที่หลายคนกังวล นอกจากนี้ ราคาสัญญาล่วงหน้าน้ำมันเบนซินก็พุ่งขึ้น 4.4 % หลังจากสต็อกน้ำมันเบนซินดิ่งลงอย่างพลิกความคาดหมาย
•   ดอลลาร์ร่วงลงในวันพุธหลังปรับตัวขึ้นสองวัน โดยถูกกดดันจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนไม่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. เนื่องจากยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกจากนโยบายกีดกันทางการค้าและผู้อพยพของปธน.ทรัมป์ได้ส่งผลกดดันดอลลาร์ด้วย
•   ปธน.ทรัมป์จะพบปะกับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นในสัปดาห์นี้ โดยปธน.ทรัมป์มีแนวโน้มที่จะระบุย้ำถึงการคัดค้านของเขาต่อดอลลาร์ที่แข็งค่าและเยนที่อ่อนแอ ซึ่งอาจจะทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงไปอีก
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 7.97 ดอลลาร์ สู่ 1,241.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ ในขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเรื่องปัจจัยทางการเมือง ซึ่งรวมถึงเรื่องการเลือกตั้งในยุโรป และนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส
•   ความกังวลนโยบายต่างๆ ของนายทรัมป์

•   Strategy : trading long เป็นหลักหากราคายืนเหนือ 1,235 เหรียญได้ แต่ถ้าไม่ให้เปลี่ยนเป็น trading ในกรอบ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ผันผวนในกรอบที่กว้างขึ้น
สัญญาฯ S50H17 เปิดตลาดเมื่อวานนี้เกิดช่องว่างของราคา (Trading Gap) ในแดนลบก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สัญญาฯ S50H17 สามารถเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ตลอดวัน โดยขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในวันบริเวณ 997.40 จุด และปิดตลาดบวกที่ 994.40 จุด การเคลื่อนไหวผันผวนกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดบวกเช่นกันที่ 1,589.29 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันหนาแน่นที่ระดับ 59,061.98 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อจากกลุ่มสถาบันภายในประเทศ (+915.66 ล้านบาท), บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (+472.83 ล้านบาท) เเละนักลงทุนต่างชาติ       (+541.04 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปในประเทศมีมุมมองที่เเตกต่างออกไปโดยขายสุทธิสวนทางกับนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ กว่า-1,929.55 ล้านบาท โดยปัจจัยหนึ่งที่เป็นปัจจัยในการพิจารณาการลงทุนเมื่อวานนี้ได้แก่ ผลการประชุมของที่ประชุม กนง. ที่มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่     1.5 % รวมทั้งให้ความเห็นว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปัจจุบันดีกว่าที่ได้ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน สำหรับค่าเงินบาทไทยยังคงเเข็งค่าต่อเนื่องโดยปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 35.01 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวเเข็งค่าขึ้นเคลื่อนไหวเหนือระดับ 100 จุด ดังนั้นอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะเริ่มกลับมากดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงโดยเปรียบเทียบในช่วงสั้นๆ อย่างไรก็ตามการซื้อขายในวันนี้คาดการณ์ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวนมากขึ้นและเริ่มแกว่งตัวออกข้างโดยยังปัจจัยบวกที่มีนัยสำคัญและ Upside เริ่มจำกัดแล้ว

•   แนะนำ : เปิดสถานะในกรอบราคา, Upside จำกัดในวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ค่าเงินบาทยังคงเเข็งค่าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม

ข่าวในประเทศ
-   ที่ประชุม กนง. คงอัตราดอกเบี้ย 1.5% ชี้เงินเฟ้อเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ :  ที่ประชุม กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% ต่อปี โดยในการตัดสินใจด้านนโยบาย กนง.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อนเป็นผลจากการส่งออก การท่องเที่ยวและนโยบายในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องของภาครัฐ
-   ฟิวเจอร์ฟันด์ระดมทุนลอตแรก 4-5 หมื่นล้าน : "สมคิด" ย้ำการลงทุนภาครัฐ-รัฐวิสาหกิจ เป็นหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยปี 60 แจงคืบหน้า "กองทุนไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ ฟันด์" เตรียมประเดิมระดมทุนลอตแรก 4-5 หมื่นล้าน กทพ.คัด 3 เส้นทาง แปลงเป็นหน่วยลงทุน คาดยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต. เดือนมีนาคมนี้ตามแผนเดิม ก่อนเปิดขายประชาชนทั่วไปกลางปีนี้
-   (EPGH17) EPG การันตีรายได้หมื่นล้าน สยายปีกแพ็กเกจจิ้งอินเดีย : EPG ซุ่มศึกษาขยายตลาดแพ็กเกจจิ้งในประเทศอินเดียเสริมพอร์ตโกยเงินระยะยาว "รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์" มั่นใจทั้งปีรายได้เข้าเป้า 1 หมื่นล้านบาท รับอานิสงส์ลูกค้าใหม่ขยายตัว
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1046 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2017, 05:06:30 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

นักลงทุนยังคงมีมุมมองบวก
ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าที่ 1,239.40 USD/toz เคลื่อนไหวในกรอบแคบประมาณ 4 ดอลลาร์ โดยภาพรวมราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคม ได้รับปัจจัยบวกจากความไม่แน่นอนของการเมืองสหรัฐฯ และการเมืองฝั่งยุโรป รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นปัจจัยสนับสนุน โดยราคาทองคำเคลื่อนไหวขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในรอบเกือบสามเดือนที่ 1,244.67 USD/toz เมื่อคืนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่ามีแนวโน้มที่ราคาทองคำจะปรับขึ้นไปทดสอบระดับนัยสำคัญที่ 1,250 USD/toz ได้อีกครั้ง แต่อาจมีการพักฐานในช่วงหนึ่งท่ามกลางปัจจัยบวกที่เข้ามาจำกัด Downside Risk ด้านมุมมองของนักลงทุนสถาบันหลักอย่าง SPDR ยังคงมีมุมมองบวกต่อทองคำโดยเข้าซื้อสุทธิในทองคำเมื่อวานนี้ 5.63 ตัน เป็นการซื้อต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงปัจจุบันรวม 33.51 ตัน รวมสถานะถือครองทองคำสุทธิปัจจุบันที่ 832.58 ตัน สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ติดตามการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้แก่ ตัวเลขการขอสิทธิ์การว่างงานและปริมาณสินค้าคงคลังภาคค้าส่งขึ้นสุดท้าย

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ค่าเงินดอลลาร์ร่วงหลังผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลง : ดอลลาร์ร่วงลงในวันพุธหลังปรับตัวขึ้นสองวัน โดยถูกกดดันจากการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนไม่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม เนื่องจากยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.2% สู่ระดับ 100.27
-   ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นเล็กน้อยหลังสต็อกเบนซินลดลง : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่เทรดเดอร์เข้าซื้อชดเชยการทำชอร์ตเซล หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ รายงานว่าตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในระดับที่ไม่มากเท่ากับที่หลายคนกังวล นอกจากนี้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบนซินก็พุ่งขึ้น 4.4 % หลังจากสต็อกน้ำมันเบนซินดิ่งลงอย่างพลิกความคาดหมาย ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมีนาคมปรับขึ้น 17 เซนต์ หรือ 0.33 % มาปิดตลาดที่ 52.34 USD/bbl หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 51.22-52.67 USD/bbl
-   ปัจจัยการเมืองหนุนราคาทองปรับขึ้นต่อเนื่อง  : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ปรับขึ้น 7.97 ดอลลาร์ สู่ 1,241.61 USD/ tozในช่วงท้ายตลาดวันพุธ ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเรื่องปัจจัยทางการเมือง ซึ่งรวมถึงเรื่องการเลือกตั้งในยุโรปและนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ราคาทองส่งมอบเดือนเมษายนที่ตลาด COMEX ปิดปรับขึ้น 3.40 ดอลลาร์ สู่ 1,239.50 USD/toz
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดพุ่งขึ้น : ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นในวันพุธขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดรอบหลายสัปดาห์ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภทอายุ 5 ปี ดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีปิดปรับขึ้น 09/32 สู่ 96-29/32 โดยมีผลตอบแทน 2.356 % และราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดพุ่งขึ้น 1-01/32 สู่ 98-07/32 โดยมีผลตอบแทน 2.966 %

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การเข้าซื้อทองคำของกองทุน SPDR อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้น 1 ก.พ.
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กลับมาเคลื่อนไหวแข็งค่าเหนือบริเวณ 100 จุด

คำแนะนำ    : ฝั่ง Long Position ยังคงได้เปรียบในวัน, ติดตามการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1047 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 09:54:44 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงเกือบ 1% หลังจากขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่บริเวณ 1,244 เหรียญในเมื่อคืนนี้ แต่เริ่มเห็นแรงขายทำกำไรในสินทรัพย์ปลอดภัย และเม็ดเงินไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยงส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกทุกตลาด จากการแสดงความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะมีการปรับแผนภาษีครั้งใหญ่ในเร็วๆนี้ รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองคำมีโอกาสพักฐานได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 11.10 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.89% โดยปิดที่ 1,230.51 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,229.84 – 1,244.13 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,224 เหรียญ ราคาทองเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกทุกตลาด และทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติการณ์ รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ดีดกลับต่อเนื่องและยืนเหนือบริเวณ 100 จุดได้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคือ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แสดงความเห็นว่าเขาจะประกาศแผนภาษีครั้งใหญ่ใน 2 - 3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งนักลงทุนคาดว่าจะเป็นการลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่นายทรัมป์ได้หาเสียงไว้ รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ประกาศออกมาดีกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้เม็ดเงินเริ่มไหลกลับเข้าสินทรัพย์เสี่ยง และเม็ดเงินเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย รวมทั้งกองทุน SPDR ไม่ได้ทำการซื้อขายเพิ่ม หลังจากซื้อติดต่อกัน 6 วันติด ทำให้คาดว่าราคาทองมีโอกาสพักฐานในช่วงสั้นได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงหนุนจากหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า อุปสงค์ในน้ำมันเบนซินอาจพุ่งสูงขึ้นในสหรัฐ อย่างไรก็ดี อุปทานน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงมากบ่งชี้ว่า ตลาดเชื้อเพลิงจะยังคงได้รับแรงกดดันต่อไป
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆในวันพฤหัสบดี โดยพุ่งขึ้นวันเดียวมากที่สุดเมื่อเทียบกับเยนในรอบ 3 สัปดาห์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แสดงความเห็นว่า เขาจะประกาศแผนภาษีครั้งใหญ่ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้
•   ในการประชุมร่วมกับบรรดาผู้บริหารสายการบิน ปธน.ทรัมป์กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า รัฐบาลของเขาจะประกาศเรื่องภาษี แต่เขายังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ
•   ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่บ่งชี้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 43 ปี ขณะที่สต็อกสินค้าภาคค้าส่งพุ่งขึ้นในเดือนธ.ค.เป็นเดือนที่สองติดต่อกัน
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐดิ่งลง 11.10 ดอลลาร์ สู่ 1,230.51 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี หลังจากเพิ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 3เดือนที่ 1,244.67 ดอลลาร์ในวันพุธ โดยราคาทองได้รับแรงกดดันในวันพฤหัสบดีจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง และตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า มีโอกาสมากยิ่งขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส
•   ความกังวลนโยบายต่างๆ ของนายทรัมป์

•   Strategy : trading ในกรอบการอ่อนตัว 1,215 – 1,235 เหรียญเป็นหลัก โดยฝั่ง short เริ่มน่าสนใจ

 
Smart Stock
Today Strategy:
เผชิญแรงขายทำกำไร
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มเผชิญกับแรงขายทำกำไรชัดเจนหลัง SET index มีความพยายามที่จะขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่มีนัยสำคัญทางจิตวิทยาบริเวณ 1,600 จุด แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ส่งผลให้มีแรงขายกดดันดัชนีออกมาโดย SET index ลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 1,582.60 จุด ก่อนปิดตลาดในแดนลบที่ 1,583.25 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันที่ค่อนข้างหนาแน่นกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 58,472.75 ล้านบาท เป็นแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีมูลค่าถ่วงน้ำหนักในดัชนีสูง โดยเป็นแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (-585.70 ล้านบาท), นักลงทุนทั่วไปในประเทศ (-997.33 ล้านบาท) เเละบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-585.70 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศมีมุมมองที่เเตกต่างออกไปโดยซื้อสุทธิโดดเด่นกว่า +1,719.30 ล้านบาท สำหรับในด้านของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เปิดตลาดบริเวณ 995 จุด ก่อนมีแรงขายทำกำไรกดดันสัญญาฯ ให้ลงไปปิดตลาดลบที่ 987 จุด โดยภาพรวมการเคลื่อนไหวเมื่อวานนี้ค่อนข้างแตกต่างจากรูปแบบที่ผ่านมาที่ปกติสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีจะเคลื่อนไหวผันผวนมากกว่าแต่เมื่อวาน SET index กลับมีแรงขายช่วงเปิดตลาด(และช่วงปิดตลาด)ที่รุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวออกข้างในกรอบรวมราคารวมทั้งเผชิญกับแรงขายทำกำไรในช่วงหนึ่งเพื่อที่จะสร้างฐานราคาให้มั่นคงก่อนที่ SET index จะขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่มีนัยสำคัญที่ระดับ 1,600 จุด อีกครั้ง

•   แนะนำ : Wait & See, Upside เริ่มจำกัดเเละเริ่มมีความเปราะบาง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    การปรับน้ำหนัก(Rebalance) ในดัชนี MSCI Thailand

ข่าวในประเทศ
-   เงินไหลเข้า 3 หมื่นล้านบาทในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ - คาดครึ่งหลังปีนี้ผันผวน : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเผยว่าตั้งแต่วันที่ 1-27 ม.ค. มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าประเทศไทยทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้แล้วกว่า 29,420 ล้านบาท โดยเข้าในตราสารหนี้ระยะยาว 1.95 หมื่นล้านบาท ตราสารหนี้ระยะสั้น 2,500 ล้านบาท และไหลเข้าตลาดหุ้น 7,420 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ปัจจัยพื้นฐานยังแข็งแกร่งเพราะมีการลงทุนของภาครัฐ แต่สิ่งที่จะต้องพิจารณาคือความเชื่อมั่นที่จะทำให้ภาคเอกชนกล้าลงทุน
-   สินเชื่อธนาคารโตต่ำสุดในรอบ 7 ปี - ธนาคารปรับเพิ่มการสำรองหนี้ NPL : ธนาคารแห่งประเทศไทยแจงปี 59 สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์เติบโตเพียง 2% ต่ำสุดในรอบ 7 ปี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจนต้องกันสำรองหนี้ถึง 5.28 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 19%
-   (BJCH17Y) BJC จ่อขายหุ้นกู้ 4 หมื่นล้าน : ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันวงเงินไม่เกิน 3.5 หมื่นล้านบาท และหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติมวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ของบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์  ที่ระดับ “A+ แนวโน้มคงที่” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปชำระหนี้เงินกู้ยืมหรือใช้เป็นเงินลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1048 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2017, 05:15:42 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มพักฐาน
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,230.68  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,221.02 – 1,230.68  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำแกว่งตัวในแดนลบตลอดทั้งวันนี้ หลังจากโดนปัจจัยกดดันจากประเด็นเรื่องการปรับแผนอัตราภาษีใหม่ที่นายทรัมป์คาดว่าจะประกาศในอีก 2-3 สัปดาห์ ซึ่งปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่นายทรัมป์ได้หาเสียงไว้ ผนวกกับการที่ประธานเฟดสาขาย่อยเริ่มออกมากล่าวถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่าปีนี้มีโอกาสปรับขึ้นประมาณ 3 ครั้งตามที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อปีก่อน ทำให้ราคาทองคำเริ่มปรับตัวลดลงหลังจากปรับขึ้นมากว่า 8 % นับตั้งแต่ต้นปี 2560 และคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสแกว่งในกรอบการอ่อนค่าได้ต่อในคืนนี้ และในสัปดาห์หน้าติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดในช่วงต้นสัปดาห์ที่คาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนของราคาทองอีกครั้ง ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำควรระมัดระวังการถือสถานะเนื่องจากในวันจันทร์หน้าตลาดไทยปิดทำการเนื่องในวันมาฆบูชา

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือนในวันนี้ โดยพุ่งขึ้นตามตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐสัญญาว่าจะประกาศแผนภาษีครั้งใหญ่เพื่อลดภาระภาคธุรกิจ
-   สกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ในเอเชียร่วงลงในวันนี้ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ประกาศว่าจะเปิดเผยแผนภาษี "ครั้งใหญ่" ซึ่งทำให้มีความหวังเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ
-   นายเจอร์รี ไรซ์ โฆษกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า ไอเอ็มเอฟไม่เห็นหลักฐานที่ชัดเจนที่บ่งชี้ว่า กำลังจะเกิดสงครามสกุลเงินในเร็วๆนี้ แต่ไอเอ็มเอฟต้องการจะให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) ยืนยันภาระผูกพันของตนเองที่มีต่อการค้าเสรีและเป็นธรรมในปีนี้
-   ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ปรับเพิ่มปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรประเภท "ซูเปอร์ลอง" หรือพันธบัตรที่มีอายุยาวนานมากในวันนี้ และคำสั่งซื้อนี้ก็ช่วยสกัดกั้นการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในช่วงนี้     อย่างไรก็ดี นโยบายของบีโอเจในการควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) มีแนวโน้มที่จะเผชิญกับอุปสรรคต่อไปในอนาคต ซึ่งรวมถึงอุปสรรคจากรัฐบาลสหรัฐ
-   นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า อัตราดอกเบี้ยสหรัฐมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับต่ำจนถึงสิ้นปี 2017 เป็นอย่างน้อย เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องที่ว่า นโยบายของคณะผู้บริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ จะกระตุ้นอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐให้พุ่งขึ้นหรือไม่
-   นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโกกล่าวในวันพฤหัสบดีว่า เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลที่จะคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ เพราะว่าทิศทางขั้นต้นของนโยบายการคลังสหรัฐดูเหมือนจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มกลับมาแข็งค่า
-   การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์

คำแนะนำ    : trading ในกรอบและหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,235 เหรียญต่อเนื่อง ฝั่ง short เริ่มได้เปรียบ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1202


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1049 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2017, 09:52:39 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังจากราคาพยายามดีดกลับ แต่ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง รวมทั้งปัจจัยต่างๆ สนับสนุนให้มีแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่อง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 3 วันทำการ ในสัปดาห์นี้ติดตามการแถลงการณ์ของเฟดต่อสภา ที่จะช่วยบ่งชี้ถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ได้ แต่กองทุน SPDR ยังสะสมทองต่อเนื่อง โดยภาพรวมสัปดาห์นี้คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสย่อตัวเล็กน้อยมากกว่าที่จะปรับขึ้นต่อ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.95 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.73% โดยปิดที่ 1,225.06 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,218.98 – 1,232.27 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,224 เหรียญ ราคาทองคำเริ่มถูกแรงกดดันต่อเนื่องหลังจากราคาพยายามดีดกลับในเมื่อวานนี้แต่ไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ เนื่องจากความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง จากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณการปรับแผนภาษีครั้งใหญ่ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า รวมทั้งการประชุมกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นที่แสดงท่าทีเป็นมิตร เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าที่สำคัญกับสหรัฐฯ ผนวกกับนักลงทุนรอผลการแถลงการณ์ของประธานเฟดต่อสภาในสัปดาห์นี้ ที่จะบ่งชี้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 3 วันทำการ แต่อย่างไรก็ตามกองทุน SPDR ซื้อสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยมีการซื้อในเมื่อวานนี้ 4.14 ตัน รวมถือครอง 840.87 ตัน แต่ภาพรวมทางเราให้น้ำหนักทองคำแกว่งในกรอบการย่อตัวมากกว่าปรับขึ้นต่อ

Exclusive News
•   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) หลังจากเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ รายงานว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าการผลิตน้ำมันในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น
•   สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) ด้วยแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ให้คำมั่นว่าจะประกาศแผนปรับลดภาษีครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
•   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 14-15 ก.พ.นี้ โดยคาดว่าอาจจะมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
•   การแถลงการณ์ประธานเฟดต่อสภา

•   Strategy : trading ในกรอบการย่อตัว

 
Smart Stock
Today Strategy:
ผันผวนในกรอบที่กว้างขึ้น
สัญญาฯ S50H17 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเปิดตลาดภาคเช้าเกิดช่องว่างราคาในแดนบวกที่ 993 จุด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 993.50 จุด ก่อนมีแรงขายทำกำไรค่อนข้างรุนแรงกดดันสัญญาฯ ลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 987.50 จุด ก่อนปิดตลาดบวกที่ 989.10 จุด ภาพรวมการเคลื่อนไหวเหมือนกับ SET index ซึ่งเคลื่อนไหวในเเดนบวกตามภูมิภาคเเละตลาดโลกจากปัจจัยบวกฝั่งสหรัฐฯ ปิดตลาดบวก +1.99 จุด ที่ 1,585.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวัน 53,437.25 ล้านบาท เป็นเเรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างประเทศ (-593.19 ล้านบาท), นักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ (-1,024.86 ล้านบาท) เเละบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-729.45 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนสถาบันภายในประเทศมีมุมมองที่ต่างออกไปโดยซื้อสุทธิ (+2,347.49 ล้านบาท) กลุ่มพลังงานเเละธนาคารยังคงเป็นกลุ่มที่นำตลาดเช่นเดิม สำหรับการซื้อชายในวันนี้อาจมีปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นของน้ำมันดิบ (WTI-NYMEX=53.10 USD/bbl) ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้กลุ่มพลังงานภายในประเทศและ SET index ขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่มีนัยสำคัญทางจิตวิทยา 1,600 จุด อีกครั้ง ด้านค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าสอดรับกับดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กลับมาเเข็งค่าอีกครั้งที่ระดับ 101.01 จุด โดยสามารถยืนเหนือระดับ 100 จุด ต่อเนื่องตั้งเเต่วันที่ 6 ก.พ.อย่างไรก็ตามดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มผันผวนขึ้นลงในกรอบและยังคงขาดปัจจัยบวกภายในประเทศที่มีนัยสำคัญต่อการลงทุน มีเพียงประเด็นการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนซึ่งถ้ารายงานดีกว่าตลาดคาดก็จะเป็นผลบวกต่อตลาด ด้านภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนทางตรงในภาค Real Sector (FDI) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าเป็นผลจากวามเขื่อมั่นปัจจัยการเมืองภายในประเทศลดลง ในขณะที่ภาครัฐมีความพยายามที่จะส่งเสริมการลงทุนผ่านการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเเละเเรงงานอยู่เรื่อยๆ ด้านปัจจัยภายนอกยังมีความผันผวนสูงจากการเมืองสหรัฐฯ การปรับลดอัตราภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์เเละการเลือกตั้งฝั่งยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติที่จะกระทบต่อการค้าเเละการลงทุน

•   ซื้อขายในกรอบราคาที่กว้างขึ้น, ฝั่ง Short Position ได้เปรียบในวันหากราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่า 990-991 จุด, ความผันผวนสูง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-     ดัชนีค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอีกครั้งที่ 101.01 จุด

ข่าวในประเทศ
-   ททท.ชี้ สหรัฐฯ เที่ยวไทยเกินล้านคน : ททท.จับตาตลาดสหรัฐฯ เชื่อมีโอกาสติดกลุ่ม 10 ประเทศแห่เที่ยวไทยเกินล้านคน เผยสถิติปี 59 มาไทยกว่า 9.7 แสนคน งัดกลยุทธ์เซเลบริตี้นำกระแสเที่ยวไทยบูมต่อเนื่อง ด้าน รมว.ท่องเที่ยว พร้อมนำทีมร่วมงานซีเทรด ครุยส์        โกลบอล เปิดตลาดท่องเที่ยวทางเรือ
-   กระทรวงพาณิชย์ปัดฝุ่นกฎหมายควบคุม 'โมเดิร์นเทรด' : กระทรวงพาณิชย์เตรียมชง ครม.ปัดฝุ่นกฎหมายค้าปลีกภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังสนช.หนุนให้จัดทำผลศึกษาโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกค้าส่งหวังแก้ไขปัญหาผู้ค้ารายใหญ่เอาเปรียบผู้ค้ารายเล็ก
-   ภาษีน้ำหวานไร้ผลกระทบ บจ.เครื่องดื่มพร้อมรับมือ : นักวิเคราะห์ประเมินบจ.กลุ่มเครื่องดื่มปรับตัวรับมือภาษีน้ำหวานได้ ชี้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงฉวยเป็นจังหวะเข้าลงทุน
-   (PTGH17)'PTG'เบอร์ 1 ปั๊มน้ำมัน-ผนึกพันธมิตรสยายปีกเติบโต : PTG คอนเฟิร์มปี 60 รายได้แตะ 1 แสนล้านบาท ตั้งเป้าปริมาณขายโต 40% ทุ่มงบ 5 พันล้านบาท ลุยขยายปั๊มน้ำมันเป็น 1,800 สาขา ขึ้นแท่นเบอร์ 1 ของประเทศไทย พร้อมสยายปีกเป็น 4,000 สาขาในอนาคต ส่งสัญญาณเจรจาพันธมิตรต่างชาติรุกธุรกิจออโต้เซอร์วิส มูลค่าลงทุน 1 พันล้านบาท จัดทัพโรดโชว์ฮ่องกง-สิงคโปร์ ไตรมาส 2/2560 นี้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 68 69 [70] 71 72 ... 81   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!