TARADTHONG.COM
กันยายน 25, 2018, 08:36:35 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 70 71 [72] 73 74 ... 90   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1577871 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1065 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2017, 05:28:35 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ขึ้นต่อได้หรือไม่
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,249.33 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,247.15 – 1,255.20  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อหลังจากเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนต่อเนื่องหลังจากนักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักน้อยลงในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า รวมทั้งแผนการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ดูเหมือนจะยังขาดความชัดเจน และมีโอกาสที่จะเลื่อนออกไป ทำให้ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อยและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเช่นกัน ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นช่วยหนุนราคาทองให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ และในคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อโดย ม. มิชิแกน และในสัปดาห์ติดตามการแถลงการณ์ครั้งของประธานธิบดีทรัมป์ต่อสภาครองเกสที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินได้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐประกาศเมื่อวานนี้ว่า จีนเป็น "แชมเปี้ยนใหญ่" ของการปั่นค่าเงิน หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐเพิ่งให้สัญญาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นว่า เขาจะใช้วิธีการที่เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นในการวิเคราะห์การปฏิบัติของจีนในด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
-   บาร์เคลย์สเปิดเผยว่า การคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์โดยเฉลี่ยในปีนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และคาดว่า ราคาจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2 "เราทบทวนปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สำหรับปี 2018 ลงสู่ระดับ 67 ดอลลาร์/บาร์เรล  และปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในไตรมาส 4 ปีนี้ขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 55 ดอลลาร์ จาก 53 ดอลลาร์" บาร์เคลย์สระบุ
-   สำนักงานสถิติของรัฐบาลกลางเยอรมนีรายงานในวันนี้ว่า จีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญที่สุดของเยอรมนีได้เป็นครั้งแรกในปี 2016 โดยก้าวขึ้นมาแทนที่สหรัฐที่เคยครองอันดับหนึ่งในปี 2015 ในขณะที่อันดับสองของปี 2016 เป็นของฝรั่งเศส และอันดับสามเป็นของสหรัฐ
-   สำนักข่าวฟาร์สรายงานว่า อิหร่านเปิดเผยวานนี้ว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันสู่ระดับสูงกว่า 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไม่ได้เป็นผลประโยชน์ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เนื่องจากจะกระตุ้นให้ผู้ผลิตนอกโอเปกปรับเพิ่มการผลิต
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวต่อซีอีโอของบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐในวันพฤหัสบดีว่า เขาวางแผนจะดึงตำแหน่งงานหลายล้านตำแหน่งกลับคืนมาสู่สหรัฐ แต่เขาไม่ได้เปิดเผยแผนการที่เฉพาะเจาะจงในเรื่องวิธีการฟื้นฟูการจ้างงานในภาคโรงงานของสหรัฐ หลังจากตำแหน่งงานในโรงงานสหรัฐลดลงมานานติดต่อกันหลายสิบปี
-   ราคาทองในตลาดสปอตทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ทำไว้เมื่อวานนี้ในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่ตลาดลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า และนักลงทุนรอดูความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
-   รายงานการประชุมเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-1 ก.พ.ของเฟดยังพบว่า เฟดมีความไม่แน่ใจอย่างมากต่อการขาดความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของฝ่ายบริหารชุดใหม่ของปธน.ทรัมป์

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   แผนการปรับอัตราภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แกว่งผันผวน
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน เดือน มี.ค.

คำแนะนำ    : ฝั่ง long ทยอยปิดทำกำไรหากราคาปรับขึ้นแรง หรือนักลงทุนไม่มีสถานะรอ long เมื่อย่อตัว

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1066 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 10:24:36 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการปิดบวกสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน และราคาได้ขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนเครึ่งที่บริเวณ 1,260 เหรียญ โดยสัปดาห์นี้ประเด็นหลักที่ต้องติดตามคือการแถลงการณ์ครั้งแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อสภาครองเกรส ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะมีการกล่าวถึงประเด็นการปฏิรูปแผนภาษี และนโยบายต่างๆ รวมทั้งติดตามตัวเลข PMI และ GDP สหรัฐฯ ที่คาดว่าจะสร้างความผันผวนให้กับราคาทองได้มากขึ้นในสัปดาห์นี้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.22 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.58% โดยปิดที่ 1,256.56 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,247.15 – 1,260.10 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,258 เหรียญ ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อในคืนวันศุกร์ ทำให้ปิดบวกเป็นสัปดาห์ที่ 4 และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 3 เดือนครึ่ง ที่บริเวณ 1,260 เหรียญ ถึงแม้ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาจะไม่ค่อยมีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ แต่ราคาทองได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนถึงความชัดเจนของนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ โดยในวันอังคารนี้จะเป็นครั้งแรกที่ประธานาธิบดีทรัมป์ แถลงการณ์ต่อสภาครองเกรส ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าอาจจะได้เห็นความชัดเจนเรื่องแผนปฏิรูปภาษีมากขึ้น และมีโอกาสสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินได้ ในสัปดาห์นี้มีประกาศตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อที่ต้องติดตาม รวมทั้งตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ทำให้คาดว่าราคาทองมีโอกาสแกว่งผันผวนมากขึ้นในสัปดาห์นี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันศุกร์ ในขณะที่นักลงทุนกังวลกับอุปทานน้ำมันสหรัฐที่เพิ่มสูงขึ้น และความกังวลดังกล่าวบดบังคำสัญญาของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่จะปรับเพิ่มการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนไม่แน่ใจเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปฏิรูปภาษี และการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างรวดเร็วของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
•   นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า ยังคงต้องดำเนินงานอีกมากในแผนปฏิรูปภาษีซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่นักลงทุนคาดว่าจะกระตุ้นเงินเฟ้อ และหนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 7.22 ดอลลาร์ สู่ 1,256.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 1,260.10 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดรอบ 1 สัปดาห์ หลังจากถ้อยแถลงของนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐฯกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายดอลลาร์ออกมา โดยนักลงทุนเคยเข้าซื้อดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะคาดการณ์ในทางบวกต่อนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสภาครองเกรส
•   การเลือกตั้งของฝั่งยุโรป

•   Strategy : ทยอยปิด long เมื่อราคาปรับขึ้นแรง หรือผู้ไม่มีสถานะรอ long เมื่อย่อตัว แต่ให้ระมัดระวังความผันผวนมากขึ้น

 
Smart Stock
Today Strategy:
ตลาดเริ่มมีประเด็นใหม่ๆ
ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์ก่อนยังคงเคลื่อนไหวไม่สดใส โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลปัจจัยภายนอก แม้นักลงทุนแต่ละกลุ่มจะมีมุมมองที่แตกต่างกันในการเข้า/ออก หรือ คงสถานะการลงทุน แต่สิ่งหนึ่งที่เรามองว่ายังเป็นปัจจัยร่วมกันก็คือความ “ไม่มั่นใจ” และความไม่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนออกมาผ่านค่าเฉลี่ยของมูลค่าการซื้อขายตลอดสัปดาห์ที่ค่อนข้างเบาบาง ประกอบกับการเคลื่อนไหวที่ผันผวนไร้ทิศทาง ในส่วนของ S50H17 วันศุกร์ที่ผ่านมาเปิดตลาดที่ 980.70 จุด เคลื่อนไหวผันผวนรุนแรงโดยเฉพาะช่วงท้ายตลาดก่อนปิดตลาดที่ 974.70 จุด มีความผันผวนมากกว่า SET index ซึ่งปิดตลาด 1,564.59 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันเพียง 41,604.13 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ 283.67 ล้านบาท เเละ นักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ 475.71 ล้านบาท ถือว่าไม่มีนัยสำคัญในการชี้นำตลาด สำหรับการซื้อขายในสัปดาห์นี้ตลาดโลกยังคงให้น้ำหนักติดตามการแถลงการณ์ต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ/โครงสร้างภาษี รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ฯ ในขณะที่ปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตามได้แก่ดัชนีเศรษฐกิจประเทศไทย (ดุลการค้า, มูลค่าการนำเข้า/ส่งออก, ยอดขายรถใหม่) อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักฝั่ง Downside มากกว่า

•   Strategy : ฝั่ง short position ได้เปรียบในวันหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 979-980 จุด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ติดตามดัชนีเศรษฐกิจประเทศไทย (ดุลการค้า, มูลค่าการนำเข้า/ส่งออก, ยอดขายรถใหม่)

ข่าวในประเทศ
-   ‘กลุ่มพลังงาน’ กำไรพุ่ง 1.9 แสนล้าน-กลุ่มเหล็กแชมป์โตสูงสุด 4.5 เท่า : บจ.รายงานกำไรสุทธิปี 2559 ล่าสุดเกิน 70% มีมูลค่ารวม 7.1 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน ‘กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี’ หนุนกำไรเกือบ 1.6 แสนล้านบาท ตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน และราคาปิโตรเคมี ส่วนกลุ่มเหล็กแชมป์โตสูงสุดเกิน 4 เท่า อานิสงส์ราคาเหล็กฟื้น
-   เร่ง “บจ.” รับเกณฑ์ ‘ซีจีโค้ด’ ใหม่ : ก.ล.ต. จี้ บจ. ต้องเร่งปรับตัวรับเกณฑ์ซีจีโค้ดรูปใหม่ที่จะเริ่มใช้เดือน มี.ค.นี้ ประเมินอาจต้องใช้เวลา 2-3 ปี ถึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงเพราะต้องนำหลักธรรมภิบาลเข้ามารวมเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายการดำเนินธุรกิจ
-   (PTGH17) PTG กำไรพุ่ง 65% ทะลุพันล้าน/จ่ายปันผล 0.20 บาท : PTG อวดผลงานปี 2559 กวาดรายได้กว่า 6.46 หมื่นล้านบาท กำไรพุ่ง 65% ทะลุ 1,073 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลเอาใจผู้ถือหุ้นอีก 0.20 บาทต่อหุ้น “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ย้ำผลงานปี 2560 เติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้าขยายปั๊มครบ 1,800 สาขาในปีนี้ เตรียมรุกธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้น ด้วยงบลงทุน 5,000 ล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1067 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2017, 05:21:40 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งในกรอบด้านบน
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,257.33 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,252.70 – 1,259.00  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากราคาทองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนครึ่ง ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความกังวลเรื่องนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ว่าจะช่วยหนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตได้ตามคาดหรือไม่ และในสัปดาห์นี้ต้องติดตามปัจจัยหลัก คือการแถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อหน้าสภาครองเกส โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะมีความคืบหน้าของประเด็นเรื่องแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษี แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องดูผลตอบรับจากนักลงทุนว่าจะให้มุมมองอย่างไรต่อการแถลงการณ์และนโยบายดังกล่าว และติดตามตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ทำให้สัปดาห์นี้คาดว่าสินทรัพย์ทรัพย์การเงินทั่วโลกมีโอกาสแกว่งผันผวนมากขึ้น

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นักวิเคราะห์กล่าวว่า แผนเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้ช่วยหนุนตลาดหุ้นสหรัฐให้พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา แต่นักลงทุนบางคนกังวลว่า การกล่าวแถลงครั้งสำคัญครั้งแรกของปธน.ทรัมป์ต่อสภาคองเกรสในวันอังคารนี้ อาจจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐได้ ถ้าหากนักลงทุนคาดว่าจะมีการดำเนินการอย่างเชื่องช้าในการทำตามแผนการของเขา หรือถ้าหากแผนการของเขามีความคลุมเครือมากเกินไป
-   สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) เปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดขาดดุลการค้าของจีนในภาคบริการลดลงสู่ 2.09 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนม.ค.จาก 2.61 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนธ.ค. ยอดขาดดุลในเดือนม.ค.มีสาเหตุหลักมาจากส่วนต่างการใช้จ่ายระหว่างนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และชาวจีน ซึ่งใช้จ่ายในต่างประเทศมากกว่าที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศใช้ในจีน ยอดขาดดุลการค้าในภาคบริการของจีนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.601 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว จาก 2.065 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2015
-   กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเปิดเผยว่า สัดส่วนการถือครองทองของกองทุนเพิ่มขึ้นกว่า 5% แล้วในเดือนนี้เนื่องจากความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางการเมือง
-   ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ และพุ่งขึ้น 5 วันในรอบ 7 วันทำการที่ผ่านมา ขณะที่ภาวะน้ำมันล้นตลาดโลกดูเหมือนว่าจะบรรเทาลง แต่การผลิตที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐได้สกัดแรงบวก
-   นักวิเคราะห์กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เศรษฐกิจยูโรโซนมักจะส่งสัญญาณว่าจะฟื้นตัวขึ้น แต่กลับชะลอตัวลงในเวลาต่อมา ดังนั้นจึงมีการตั้งข้อสงสัยในขณะนี้ว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะฟื้นตัวได้อย่างยั่งยืนในช่วงนี้หรือไม่

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   แผนการปรับอัตราภาษีใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
-   แถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ครั้งแรกต่อสภาครองเกรส
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน เดือน มี.ค.

คำแนะนำ    : ทยอยปิดทำกำไรฝั่ง long และเปลี่ยนมา trading ในกรอบด้านบน

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1068 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2017, 09:47:33 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยราคาทองแกว่งผันผวนมากขึ้น โดยขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดใหม่ที่บริเวณ 1,263.80 เหรียญ โดยปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองในช่วงค่ำคือตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ปรับตัวออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ทำให้ทองได้รับแรงหนุนต่อ ก่อนที่จะเจอแรงขายทำกำไร หลังจากนักลงทุนรอติดตามการแถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ เรื่องปฏิรูปแผนภาษี และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ทำให้วันนี้นักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนมากขึ้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 3.88 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.31% โดยปิดที่ 1,252.68 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,250.40 – 1,263.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,253 เหรียญ ราคาทองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงค่ำเมื่อคืนนี้ โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่บริเวณ 1,263.80 เหรียญ หลังจากตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทน และยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย ออกมาแย่กวาคาดการณ์ แต่อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายตลาดราคาทองเริ่มมีแรงขายทำกำไร และนักลงทุนเริ่มให้ความสนใจกับประเด็นการแถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้ ซึ่งหัวข้อหลักๆ คือแผนการปฏิรูปภาษี และนโยบายที่ช่วยกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ส่งผลให้ราคาทองได้รับแรงกดดันในเช้าวันนี้ต่อ แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามผลการแถลงการณ์อย่างใกล้ชิด และระมัดระวังความผันผวนที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดแทบไม่ขยับในวันจันทร์ ในขณะที่ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่สหรัฐจะยังคงปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบต่อไป อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในเวลาเดียวกันจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันในอัตราสูง และจากการที่นักเก็งกำไรเข้าลงทุนมากเป็นประวัติการณ์ตามการคาดการณ์ที่ว่า ราคาน้ำมันดิบจะปรับขึ้นต่อไป
•   ดอลลาร์ทรงตัวเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันจันทร์ก่อนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐแถลงเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และก่อนการเปิดเผยความเห็นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้
•   นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐกล่าวในวันอาทิตย์ว่า ปธน.ทรัมป์ซึ่งจะแถลงต่อสภาคองเกรสในวันอังคารนี้นั้น จะเปิดเผยแผนการของเขาที่จะปรับลดภาษีสำหรับชนชั้นกลาง, ปฏิรูประบบภาษีให้ง่ายขึ้น และทำให้บริษัทสหรัฐสามารถแข่งขันทางการค้าได้มากขึ้นทั่วโลก
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 3.88 ดอลลาร์ สู่ 1,252.68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 3 เดือนครึ่งในระหว่างวัน ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับขึ้น และนักลงทุนรอฟังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐในเรื่องแผนการปรับลดภาษี, แผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน, ภาษีนำเข้า และนโยบายต่างประเทศ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อสภาครองเกรส
•   การเลือกตั้งของฝั่งยุโรป

•   Strategy : ทยอยปิดทำกำไรฝั่ง long แล้วเปลี่ยนมา trading ในกรอบด้านบน โดยระมัดระวังความผันผวน

 
Smart Stock
Today Strategy:
ติดตามปัจจัยฝั่งสหรัฐฯ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในแดนลบชัดเจนตลอดวันได้รับแรงกดดันจากคาดการณ์การแถลงการต่อสภาคอง   เกรสของประธานาธิบดีทรัมป์และถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC สหรัฐฯ ตลอดสัปดาห์ แม้จะมีข่าวดีจากจากมูลค่าการส่งออกเดือน ม.ค.ที่ขยายตัว 8.8% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 826 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็ไม่สามารถเป็นปัจจัยบวกที่พยุงดัชนีไว้ได้อย่างมีนัยสำคัญ  โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดและเคลื่อนไหวแคบๆ ในแดนลบก่อนปิดตลาดที่ 975.50 จุด โดยลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายคลึงกับ SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,558.03 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางเพียง 37,147.74 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมามีมุมมองขายสุทธิ (-706.96 ล้านบาท) รวมสะสมตลอดเดือน ก.พ. นี้ รวม -2,644.63 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวแคบๆ และมีมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางไม่คึกคักจากการเฝ้ารอการแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์ แต่อย่างไรก็ตามหากมีข่าวร้ายเข้ามากระทบตลาดก็มีแนวโน้มที่จะมีแรงขายรุนแรงดังนั้นต้องเปิดสถานะด้วยความระมัดระวัง

•   Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบในวันหากราคายังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่า 976/977 จุด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์

ข่าวในประเทศ
-   ตลาดหลักฟื้น-จีนโต ‘ส่งออกไทย’ เดือน ม.ค. พุ่ง 8.8% : ส่งออกเดือนแรกเป็นบวกต่อเนื่องเดือนที่ 3 ขยายตัวแรง 8.8% รับอานิสงส์ราคาน้ำมันขยับขึ้น ดึงมูลค่าสินค้าเกี่ยวเนื่อง-เกษตรกรเพิ่มขึ้น ขณะตลาดหลักขยายตัวทุกตลาด สะท้อนการค้าโลกเริ่มปกติ ด้านนักวิเคราะห์ชี้ส่งออกขยายตัวสูงมาจากปัจจัยด้านราคา ประเมินปีนี้ขยายตัวได้
-   ‘ลดภาษี 300%’ หนุนวิจัย จูงใจเอกชนลงทุน 5 อุตสาหกรรมไฮเทค รองรับ ‘ไทยแลนด์ 4.0’ เผยงบวิจัยปีนี้ขยับแตะ 1% จีดีพี สัดส่วนใกล้ประเทศพัฒนาแล้ว : บอร์ดสภาวิจัยฯ ไฟเขียวลดภาษี 300% ต่อเนื่อง 3 ปี จูงใจเอกชนรวมกลุ่มวิจัยตอบโจทย์พัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 พุ่งเป้า 5 กลุ่มอุตฯ เป้าหมาย ด้าน “อรรชกา” คาดช่วยหนุนเอกชนร่วมมืออาร์แอนด์ดีเพิ่มขึ้น
-   (CPFH17)'ซีพีเอฟ' จัดทัพแยกธุรกิจเกษตรฯ-อาหาร ตั้ง 2 ผู้บริหารคุมบังเหียนสอดรับสังคมใหม่ : 'ซีพีเอฟ' จัดทัพใหม่สอดรับพฤติกรรมสังคมเปลี่ยนเร็ว ตั้ง 2 ผู้บริหารแยกคุมสายธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และสายธุรกิจอาหาร รับภาระกิจมุ่งเน้นการขยาย-การเติบโตที่มั่นคงยั่งยืน เน้นกิจการต่างประเทศเป็นหลัก ตั้งเป้าปีนี้ยอดขายโตเพิ่ม 10% โชว์กำไรปี'59 พุ่ง 33% กว่า 1.4 หมื่นล้าน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1069 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 28, 2017, 05:27:38 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด
ราคาทองคำปรับตัวลดลงค่อนข้างมีนัยสำคัญ โดยเมื่อคืนมีแรงขายกดดันชัดเจนในตลาดทองคำให้ลงไปทำจุดต่ำที่สุดในช่วงค่ำคืนบริเวณ 1,250.40 USD/toz หลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบสามเดือนครึ่งบริเวณ 1,263.80 USD/toz อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตสำหรับแรงขายดังกล่าวก็คือ นักลงทุนสถาบันหลักอย่างกองทุน SPDR ยังคงสถานะถือทองคำสุทธิที่ 841.17 ตัน ไม่ปรับลด/เพิ่ม สถานะลงทุนใดๆ ตั้งแต่ช่วงวันที่ 17 ก.พ. ที่ผ่านมาและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแรงขายเมื่อคืนด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับการซื้อขายในระหว่างวันช่วงเช้าทองคำเปิดตลาดเอเชียที่ 1,252.90 USD/toz แกว่งตัวในกรอบแคบประมาณ 3-4 ดอลลาร์ไม่ผันผวน โดยฝ่ายวิจัยคาดว่านักลงทุนส่วนมากในตลาดยังคงเฝ้ารอการแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์เรื่องการตุ้นเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างทางภาษีภายในประเทศ รวมทั้งมีความกังวลตัวเลขดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการประกาศหลายดัชนีในค่ำคืนนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขจีดีพีและดุลการค้า ซึ่งมีนัยสำคัญในการชี้นำทิศทางราคาทองคำในค่ำคืนนี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำร่วงลงจากจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลง 3.88 ดอลลาร์ สู่ระดับ 1,252.68 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบสามเดือนครึ่งในระหว่างวัน ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับ ขึ้นและนักลงทุนยังคงรอฟังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ในเรื่องแผนการปรับลดภาษี, แผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน, ภาษีนำเข้าและนโยบายการต่างประเทศ
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้นในวันจันทร์จากระดับต่ำสุดในรอบหลาย สัปดาห์ที่ทำไว้เมื่อวันศุกร์จากการคาดการณ์ว่า การแถลงนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ในวันอังคารอาจจะทำให้ ผลตอบแทนสูงขึ้นขณะที่ความเห็นจากสายเหยี่ยวของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีส่วนช่วยหนุนด้วย โดยทั้งนี้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปิดที่ระดับ 100-88/256 โดยมีผลตอบแทน 2.9825% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 98-252/256 โดยมีผลตอบแทน 2.365%
-   ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวก่อนทรัมป์แถลงต่อสภาคองเกรส : ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันจันทร์ก่อนประธานาธิบดี ทรัมป์ของสหรัฐฯ จะแถลงเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และก่อนการเปิดเผยความเห็นจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.0 3% สู่ 101.12 หลังร่วงสู่ 100.69 จุด
-   น้ำมันดิบทรงตัวขณะนักเก็งกำไรเข้าลงทุนเพิ่มขึ้น : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดแทบไม่เคลื่อนไหวในวันจันทร์ที่ผ่านมา ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่สหรัฐฯ จะยังคงปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบต่อไป อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงหนุนในเวลาเดียวกันจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ปฏิบัติตามข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในอัตราสูงและจากการที่นักเก็งกำไรเข้าลงทุนมากเป็นประวัติการณ์ ตามการคาดการณ์ที่ว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับขึ้นต่อไป ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนเม.ย.ขยับขึ้น 6 เซนต์ หรือ 0.1% มาปิดตลาดที่ 54. 05 USD/bbl

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศในค่ำคืนนี้หลายดัชนีโดยเฉพาะคาดการณ์จีดีพีและดุลการค้า
-   แถลงการณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์ต่อสภาครองเกรส
-   แผนการปรับอัตราภาษีใหม่ของประธานาธิบดีทรัมป์และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : Wait & See, มีความเสี่ยงจากการแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1070 เมื่อ: มีนาคม 01, 2017, 05:48:16 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 1 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มย่อ
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,248.29 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,241.95 – 1,249.18  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้ โดยในช่วงเช้าวันนี้ได้มีการแถลงการณ์ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อหน้าสภาครองเกรส โดยยังมีใจความหลัก คล้ายกับที่เคยพูดไว้ก่อนหน้า คือจะกระตุ้นการจ้างงานใหม่ในสหรัฐฯ ปรับลดอัตราภาษีเงินได้ส่วนบุคคล และบริษัท แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาที่ชัดเจน ทำให้ราคาทองคำพยายามดีดกลับในช่วงหลังจากการแถลงการณ์ แต่อย่างไรก็ตามหลังการแถลงเสร็จสิ้นราคาทองก็เริ่มย่อตัวอีกครั้ง โดยปัจจัยที่กดดันเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มแข็งค่าต่อเนื่อง จากการคาดการณ์ของนักลงทุนที่เริ่มเห็นสัญญาณบ่งชี้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของการประชุมเฟดในเดือนนี้ โดยมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าโดย CME ให้โอกาสสูงเกินกว่า 50% ทำให้ปัจจัยนี้จะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองในช่วงนี้ และในคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานภาวะเศรษฐกิจของเฟด

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ดอลลาร์พุ่งขึ้นในวันนี้ ขณะที่ถ้อยแถลงของผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่า เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค. และปัจจัยบวกนี้บดบังถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของเขา
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้กล่าวแถลงต่อสภาคองเกรสในวันอังคาร โดยเขาเปิดโอกาสสำหรับการปฏิรูประบบผู้อพยพของสหรัฐในวงกว้าง และประกาศว่าจะดำเนินมาตรการลดหย่อนภาษีขนาดใหญ่สำหรับชนชั้นกลาง
-   ปธน.ทรัมป์กล่าวถึงสิ่งที่เขาต้องการจะทำในปีแรกที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งรวมถึงเรื่องการปฏิรูประบบประกันสุขภาพและภาษี, การเสริมความแข็งแกร่งให้แก่พรมแดนสหรัฐ และการต่อสู้กับนักรบอิสลามิสต์
-   สำนักข่าวเอพีรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่ระบุชื่อว่า คำสั่งอพยพใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะไม่มีอิรักอยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศที่พลเรือนของประเทศเหล่านี้ห้ามเดินทางเข้าสหรัฐเป็นการชั่วคราว
-    นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์กล่าววานนี้ว่า ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่กำลังจะประกาศออกมา อาจจะอยู่ในระดับ "สูง" แต่ก็ยังไม่ทำให้เฟดต้องรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย
-   ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดปรับตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงในช่วงแรกเนื่องจากการผลิตน้ำมันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐ แต่การลดการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ยังคงหนุนราคา

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน เดือน มี.ค.
-   รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจจากเฟด
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าต่อ

คำแนะนำ    : trading short เริ่มน่าสนใจมากขึ้นหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,248 เหรียญ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1071 เมื่อ: มีนาคม 02, 2017, 09:55:52 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย แต่ระหว่างวันราคาได้ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่บริเวณ 1,236 เหรียญ โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ปรับตัวออกมาดีกว่าคาดการณ์ รวมทั้งแรงสนับสนุนจากประธานเฟดสาขาย่อย ต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามการปราศัยของประธานเฟด นางเจนเนต เยลเลน ในคืนวันศุกร์นี้เป็นหลัก ว่าจะแสดงความเห็นต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างไร

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.34 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.03% โดยปิดที่ 1,248.86 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,236.45 – 1,250.60 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,245 เหรียญ ราคาทองปิดบวกได้เล็กน้อย แต่ในระหว่างวันราคาทองได้ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,236.45 เหรียญ โดยปรับตัวลดลงในช่วงค่ำ จากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่ปรับออกมาเพิ่มขึ้นเกินคาดทำให้ความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีมากขึ้น จะเห็นได้จากตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าโดย CME อยู่ที่ 66.4% ในการปรับขึ้นในเดือน มี.ค. รวมทั้งได้รับแรงสนับสนุนจากประธานเฟดสาขาย่อยหลายสาขาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามนางเจนเนต เยลเลน ปราศัยในคืนวันศุกร์ว่าจะให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้อย่างไร โดยราคาทองยังได้รับแรงซื้อหนุนจาก SPDR ที่ซื้อทองเพิ่มอีก  2.37 ตัน รวมถือทอง 843.54 ตัน หลังจากไม่ได้มีการซื้อเพิ่มนานกว่า 2 สัปดาห์

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันพุธ ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐปรับขึ้นแตะสถิติสูงสุด และปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า ตลาดน้ำมันจะปรับเข้าสู่ภาวะสมดุล ถึงแม้มีหลักฐานบ่งชี้ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในอัตราที่สูงถึง 94 % ในเดือนก.พ.
•   ดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในวันพุธหลังเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สองรายแสดงความเห็นในวันอังคารที่หนุนการคาดการณ์ว่า เฟดใกล้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
•   นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์คกล่าวว่า มีความจำเป็นมากขึ้นที่เฟดจะต้องทำการคุมเข้มนโยบายการเงิน  ขณะที่นายจอห์น วิลเลียม ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกกล่าวว่า จะมีการพิจารณาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างจริงจังในการประชุมเดือนนี้ เนื่องจากมีการจ้างงานอย่างเต็มที่และเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในสหรัฐ
•   ข้อมูลในวันพุธบ่งชี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐพุ่งขึ้น 0.4% ในเดือนม.ค. มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2013 ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 0.2%

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   ถ้อยคำปราศัยของประธานเฟด
•   การเลือกตั้งทางฝั่งยุโรป

•   Strategy : สะสม long โดยมีจุด stoploss ที่จุดต่ำสุด 1,236 เหรียญ แต่ถ้าหลุดให้เปลี่ยนมาเป็น trading short

 
Smart Stock
Today Strategy:
ตลาดตอบรับเชิงบวก
ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวค่อนข้างสดใสตามฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งได้รับปัจจัยบวกมาจากการแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวานนี้ ซึ่งได้สร้างความมั่นใจให้แก่ตลาดในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติทั้งในมิติของการเมืองที่จะผสานผลประโยชน์ร่วมกัน มิติคุณภาพชีวิตของพลเมืองในเรื่องอาชีพ/การศึกษาพื้นฐาน และยังคงยืนยันต่อจุดยืนเดิมที่จะทำให้สหรัฐฯ แข็งแกร่งและเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งนักลงทุนค่อนข้างตอบรับเป็นอย่างดีโดยดัชนีตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ ปิดปรับตัวบวกทั้งสามตลาดเฉลี่ยประมาณ 1.2-1.4% ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกและภูมิภาคเอเชียเปิดตลาดและเคลื่อนไหวค่อนข้างสดใส ในส่วนของสัญญาฯ S50H17 เมื่อวานได้รับแรงหนุนให้เคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างชัดเจนก่อนปิดบวกที่ 985.80 จุด ภาพการเคลื่อนไหวบวกชัดเจนกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,567.19 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยที่ 42,033.67 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายวันนี้เรามองว่าตลาดเริ่มมีปัจจัยบวกให้นักลงทุนสดชื่นมากขึ้นแต่อย่างก็ตามขอให้พิจารณาการ Sell on Fact และเม็ดเงินต่างชาติที่อาจเริ่มไหลออกบางส่วน

•   Strategy : หากราคาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 982/983 ฝั่ง long position น่าสนใจ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดเเละสมาชิก FOMC(Evans, Powell, Fischer) 3-4 มี.ค.

ข่าวในประเทศ
-   เงินเฟ้อเดือน ก.พ.เพิ่มขึ้น 1.44% น้ำมัน-ก๊าซหุงต้มต้วแปร/มั่นใจทั้งปีอยู่ในกรอบ 1.5-2% : ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้าเปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือน ก.พ.มีค่า 100.79 เพิ่มขึ้น 1.44% เมื่อเทียบเดือน ก.พ.59 ถือว่าสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 จาก เม.ย.59 ที่เงินเฟ้อสูง 0.07% และเพิ่มขึ้น 0.04% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.60 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 2 เดือนแรกของปีนี้ สูงขึ้นแล้วกว่า 1.49%
-   รองนายกสมคิดสั่งปฏิรูปตลาดทุน ดึง ‘ซีแอลเอ็มวี’ ระดมทุน : รองนายกฯ ได้มอบหมายให้ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เร่งปฏิรูปตลาดทุนไทยให้เป็นตลาดหุ้นที่มีคุณภาพจากเดิมเน้นปริมาณของบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้งออกมาตรการเข้มงวดควบคุมและเพิ่มบทลงโทษ บจ.ที่ไม่มีธรรมาภิบาล และควรหามาตรการสนับสนุน บจ.ที่มีธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและให้ตลาดหุ้นไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
-   (CPNH17)ค้าปลีกย่านพระราม 4 แข่งเดือด เซ็นทรัลจับมือดุสิตผุด 'มิกซ์ยูส' สีลม แข่งทีซีซีแลนด์พัฒนาที่เตรียมทหาร : กลุ่มเซ็นทรัลกางแผนลงทุนปี'60 ทุ่ม 4.5 หมื่นล้าน ลุยธุรกิจค้าปลีก โรงแรม คอนโดมิเนียม แจง ตลท.ตั้งบริษัทร่วมทุนโรงแรมดุสิตธานี ผุดโครงการมิกซ์ยูสหัวมุมถนนสีลม มูลค่า 3.6 หมื่นล้าน คาดแข่งทีซีซีแลนด์ หลังผิดหวังตกรอบชวดพัฒนาที่โรงเรียนเตรียมทหารหรือสวนลุมไนท์บาซาร์เดิม
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1072 เมื่อ: มีนาคม 02, 2017, 05:20:31 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

มีแรงขายรินออกมาเรื่อยๆ
ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,246.16 USD/toz แกว่งตัวในกรอบแคบโดยมีแรงขายรินออกมาเรื่อยๆ โดยราคาทองคำเริ่มได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการแถลงต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวานนี้ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงและยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งกลับมาดีดตัวแข็งค่าอีกครั้งปัจจุบันเคลื่อนไหวแข็งค่าอยู่บริเวณ 101.87 จุด ประกอบกับคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จำกัด Upside ของทองคำอย่างมีนัยสำคัญ ในส่วนของมุมมองนักลงทุนสถาบันหลักอย่างกองทุน SPDR เริ่มกลับมาซื้อสุทธิในทองคำ +2.37 ตัน เมื่อวานนี้รวมมีสถานะลงทุนในทองคำสุทธิ ที่ 843.54 ตัน โดยเรามองว่าเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างหลังจากที่ไม่มีสถานะลงทุนมาตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ สำหรับการเปิดสถานะในค่ำคืนนี้เรามองว่า Upside เริ่มจำกัด ประกอบกับตลาดยังคงมีความกังวลต่อถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC (Evans, Powell, Fischer) และถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์ (3-4 มี.ค.)

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้หนุนบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ พุ่ง : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันพุธโดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี จากการคาดการณ์มากขึ้นที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเ ดือนนี้ ทั้งนี้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีร่วงกว่า 2 จุด ส่งผลให้ผลตอบแทน พุ่งสู่ระดับ 3.074% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งสู่ระดับ 2.471% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 16 ก .พ.
-   ค่าเงินดอลลาร์พุ่งรับคาดการณ์เฟดใกล้ปรับขึ้นดอกเบี้ย : ค่าเงินดอลลาร์ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในวันพุธหลังเจ้าหน้าที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ สองรายแสดงความเห็นในวันอังคารที่หนุนการคาดการณ์ว่าเฟดใกล้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญสู่ระดับ 101.73 จุด หลังแตะ 101.97 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.
-   ราคาน้ำมันดิบร่วงลงขณะสต็อกน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันพุธ ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับขึ้นแตะสถิติสูงสุดและปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่ว่าตลาดน้ำมันจะปรับ เข้าสู่ภาวะสมดุลถึงแม้มีหลักฐานบ่งชี้ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก ปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในอัตราที่สูงถึง 94 % ในเดือน ก.พ. ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน เม.ย.ร่วงลง 18 เซนต์ หรือ 0.3 % มาปิดตลาดที่ 53.83 USD/bbl
-   ราคาทองคำทรงตัวขณะดอลลาร์ลดช่วงบวก : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ขยับขึ้น 34 เซนต์ สู่ 1,248.86 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธโดยราคาทองดิ่งลงในช่วงแรก โดยได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. อย่างไรก็ดี ราคาทองลดช่วงติดลบกลับขึ้นมาได้ในเวลาต่อมาในขณะที่ดอลลาร์ลดช่วงบวกลง

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟดเเละสมาชิก FOMC(Evans, Powell, Fischer) 3-4 มี.ค.
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน เดือน มี.ค.

คำแนะนำ    : ฝั่ง Shot position เริ่มน่าสนใจ, ติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1073 เมื่อ: มีนาคม 03, 2017, 10:22:04 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงกว่า 1.13% โดยปัจจัยที่กดดันราคาทองคือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าเหนือ บริเวณ 102 จุด โดยปัจจัยที่สนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ได้แก่ การคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ที่มีโอกาสประมาณ 75% รวมทั้งตัวเลขขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ที่ออกมาต่ำสุดในรอบ 44 ปี และวันนี้ติดตามประธานเฟด ปราศัยอีกครั้งว่าจะมีสัญญาณบ่งชี้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนนี้เป็นอย่างไร

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 14.14 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -1.13% โดยปิดที่ 1,234.72 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,230.58 – 1,249.78 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,231 เหรียญ ราคาทองได้ปรับตัวลดลงแรงในเมื่อวานนี้ โดยปัจจัยที่กดดันราคาทอง คือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้โดย CME ให้โอกาสถึงกว่า 75% รวมทั้งตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานปรับตัวออกมาดีกว่าคาดการณ์ และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี หรือในปี 1973  ทำให้ราคาทองได้รับแรงกดดันต่อเนื่องในเช้านี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามทางกองทุน SPDR ยังคงสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยซื้อทองเป็นวันที่สองติดต่อกัน เมื่อวานนี้ซื้อทองอีก 1.78 ตัน รวมถือทอง 845.32 ตัน และในคืนนี้ติดตามสัญญาณบ่งชี้จากประธานเฟด

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงกว่า 2 % ในวันพฤหัสบดีหลังจากรัสเซียตรึงปริมาณการผลิตน้ำมันไว้ที่ระดับเดิมในเดือนก.พ. และแสดงให้เห็นว่ารัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในอัตราต่ำ
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันพฤหัสบดี หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รายหนึ่งแสดงความเห็นในวันพุธที่ทำให้นักลงทุนคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้
•   นายลาเอล เบรนาร์ด ผู้ว่าการเฟดกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้นและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐบ่งชี้ว่า จะเป็นการเหมาะสมเร็วๆ นี้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย การเปิดเผยข้อมูลตลาดแรงงานและเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมาสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ด้วย
•   ขณะนี้สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าปรับตัวรับโอกาส 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ โดยเพิ่มขึ้นจาก 66% ในวันพุธและ 35% ในวันอังคาร
•   ราคาทองได้รับแรงกดดัน หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกดิ่งลง 19,000 ราย สู่ 223,000 รายในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 25 ก.พ. ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 44 ปี หรือต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 1973 เป็นต้นมา

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   ถ้อยคำปราศัยของประธานเฟด
•   การเลือกตั้งทางฝั่งยุโรป

•   Strategy : ฝั่ง short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,236 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ติดตามถ้อยแถลงประธานเฟด
   ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบชัดเจนเเม้การเเถลงต่อสภาคองเกรสของประธานาธิบดีทรัมป์จะสร้างความมั่นใจให้ตลาดโลกไปเมื่อวันก่อน เเต่หลังจากตลาดเริ่มรับข่าวเต็มที่นักลงทุนกลับให้น้ำหนักต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้อยเเถลงของนางเยลเลนเเละสมาชิก FOMC ในคืนนี้(เเละพรุ่งนี้เช้า)ตามเวลาไทย สำหรับการเคลื่อนไหวของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 ปิดตลาดที่ 984 จุด มีลักษณะผันผวนกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,569.94 จุด +2.75 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันอยู่ในเกณฑ์ปกติที่ 44,531.53 ล้านบาท เป็นเเรงขายที่ผสานกันระหว่างนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงสถานะขายสุทธิเเละนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศ สำหรับการซื้อขายในวันนี้เราให้มุมมองไว้สองลักษณะคือเเกว่งตัวผันผวนจากการปรับสถานะลงทุนเพื่อรองรับถ้อยเเถลงของนางเยลเลนเเละสมาชิก FOMC ท่านอื่นๆ กับอีกลักษณะคือเเกว่งตัวในกรอบเเคบๆ มูลค่าการซื้อขายเบาบางตามลักษณะของการซื้อขายช่วงปลายสัปดาห์ดังนั้นหากนักลงทุนไม่อยากรับความเสี่ยงจากความผันผวนหรือกรอบการเคลื่อนไหวที่ถูกจำกัดเราเเนะนำให้ถือเงินสดพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์

•   Strategy : ถือเงินสด,ไม่แนะนำให้เปิดสถานะลงทุนในวันนี้

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   ติดตามถ้อยแถลงประธานเฟดและสมาชิก FOMC

ข่าวในประเทศ
-   กรมการค้าภายใน คาด ธงฟ้าประชารัฐลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้เดือนละ 100 ล้านบาท : กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การดำเนินงานตามโครงการ "ธงฟ้าประชารัฐ" คาดว่าจะลดภาระค่าครองชีพของประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศได้ประมาณ 1 ล้านคน รวมยอดใช้จ่ายประมานเดือนละ 500 ล้านบาท สามารถลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้เดือนละ 100 ล้านบาท หรือ ปีละ 1,200 ล้านบาท
-   สสว. มั่นใจปล่อยกองทุน 3,000 ล้านบาท ช่วย SMEs หมดในปี 60 จำนวนกว่า 3,000 ราย: (สสว.) เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อในกองทุนฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วงเงิน 2,000 ล้านบาท และกองทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม วงเงิน 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถอนุมัติให้ผู้ประกอบการกว่า 3,000 ราย ได้ทั้งหมดภายในปี 2560 นี้
-   กระทรวงพาณิชย์ สร้างผู้ผลิตเกษตรกร ให้เป็นพ่อค้าโดยตรง รับนโยบายประเทศไทย 4.0 ผ่าน ตลาดสินค้าเกษตร Online : กรมการค้าภายใน ได้พัฒนาระบบตลาดเชิงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับประเทศไทยยุคดิจิตอลในปัจจุบัน โดยได้จัดทำเว็บไซต์ “ตลาดสินค้าเกษตร Online” เพื่อเป็นการให้บริการกับประชาชน ตลอดจนผู้ประกอบการ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเน้นไปที่สินค้าต่าง ๆ ของเกษตรกร ชาวบ้านฐานราก วิสาหกิจชุมชน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1074 เมื่อ: มีนาคม 03, 2017, 05:11:36 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

โดนกดดันชัดเจน
ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,233.20 USD/toz เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดวัน โดยลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 1,225.09 USD/toz และมีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 10 ดอลลาร์ แม้ไม่มีภาพการขายที่รุนแรงมากนักแต่ก็เห็นได้ชัดว่า upside ถูกจำกัด โดยทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาค่อนข้างชัดเจนได้รับแรงกดดันโดยตรงจากประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนนี้หลังสมาชิก FOMC ส่งสัญญาณไปในทิศทางเดียวกันซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าดอลลาร์ให้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอีกครั้งโดยขึ้นไปทำจุดแข็งค่าสูงที่สุดในรอบ 7 สัปดาห์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันราคาทองคำชัดเจน อย่างไรก็ตามฝ่ายวิเคราะห์มองว่าสำหรับค่ำคืนนี้จะเป็นอีกค่ำคืนที่สร้างความตึงเครียดให้กับตลาดทองคำพอสมควรจากถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC ถึงสามคน ได้แก่ Evans, Powell, Fischer และที่สำคัญไปกว่านั้นยังมีถ้อยแถลงของนางเจเนตเยลเลนประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นที่ชิคาโก้ ช่วงเวลาประมาณตีหนึ่งตามเวลาไทย

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ทองคำดิ่งลงขณะตลาดคาดเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนนี้ : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ดิ่งลง 14.14 ดอลลาร์ หรือ 1.13 % สู่ 1,234.72 USD/toz ในช่วงท้ายวันพฤหัสบดีโดยการดิ่งลงในวันพฤหัสบดีถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์และจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่งและผู้ว่าการสองคนของเฟดแสดงความเห็นแบบสายเหยี่ยว
-   บอนด์ยิลด์พุ่งทำสถิติสูงสุดหลังคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 2 ปีพุ่งแตะ ระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีครึ่ง ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ผลตอแทนพันธบัตรอื่นๆพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์จากการคาดการณ์มากขึ้นว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีปิดที่ 98-92/256 โดยมีผลตอบแทน 3.0843% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 97-232/256 โดยมีผลตอบแทน 2.4887%
-   ดอลลลาร์แข็งค่ารับแนวโน้มเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้ : ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันพฤหัสบดีหลังจากเจ้าหน้าที่เฟดท่านหนึ่งแสดงความเห็นในวันพุธที่ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้
-   ตัวเลขรัสเซียกดน้ำมันดิบปิดดิ่งลง 2.3% : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงกว่า 2 % ในวันพฤหัสบดี หลังจากรัสเซียตรึงปริมาณการผลิตน้ำมันไว้ที่ระดับเดิมในเดือน ก.พ. และแสดงให้เห็นว่ารัสเซียปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในอัตราที่ต่ำ

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่ำคืนนี้ติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เเละสมาชิก FOMC(Evans, Powell, Fischer)
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน เดือน มี.ค.

คำแนะนำ    : ฝั่ง Shot position ได้เปรียบในวัน, ติดตามถ้อยแถลงฝั่งสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1075 เมื่อ: มีนาคม 06, 2017, 10:05:16 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ระหว่างวันปรับตัวลดลงกว่า 1% โดยนักลงทุนกังวลการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ในเดือนนี้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนางเจนเนต เยลเลน ได้ออกมาปราศัยได้แสดงความเห็นว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนนี้ หากตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ ทำให้มีแรงขายในเงินดอลลาร์ และมีแรงหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวได้ในท้ายตลาด และสัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ เป็นหลัก

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 0.50 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.04% โดยปิดที่ 1,234.22 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,222.51 – 1,236.20 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,233 เหรียญ ราคาทองปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ในระหว่างวันราคาปรับลดลงแรงกว่า 1% โดยปัจจัยที่กดดันคือความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนนี้ โดยราคาทองระหว่างวันได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และดีดกลับได้ในช่วงท้ายตลาดหลังนางเจนเนต เยลเลน ได้พูดถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนนี้หากตัวเลขการจ้างงาน และตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามที่นักลงทุนคาดการณ์ แต่อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นแรงขายทองคำจากกองทุน SPDR ซึ่งในวันศุกร์ขาย 4.74 ตัน คิดเป็น 0.56% ทำให้ถือทองคำรวม 840.58 ตัน และในสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป และอัตราดอกเบี้ย ทางฝั่งสหรัฐฯ ติดตามตัวเลขการจ้างงานซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นในวันศุกร์ ในขณะที่การอ่อนค่าของดอลลาร์กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาน้ำมัน อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงกังวลกับราคาน้ำมัน หลังจากตัวเลขปริมาณการผลิตน้ำมันของรัสเซียแสดงให้เห็นว่า รัสเซียปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงเพียง 1 ใน 3 ของสัญญาที่ทำไว้กับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญในวันศุกร์ หลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้จะมีความเหมาะสม หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงปรับตัวดีขึ้นตามคาด
•   สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าบ่งชี้ว่า มีโอกาส 86% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้นจาก 35% ในวันอังคารที่ผ่านมา
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 50 เซนต์ สู่ 1,234.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ หลังจากดิ่งลง 1 % ในระหว่างวัน ในขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การประชุมของธนาคารกลางยุโรป
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

•   Strategy : ฝั่ง short เริ่มน่าสนใจมากขึ้น หากราคาอยู่ต่ำกว่า  1,237 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ยังคงแกว่งตัวในกรอบ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคเคลื่อนไหวแกว่งตัวในกรอบแคบในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในช่วงปลายสัปดาห์ โดย SET index ปิดตลาดในวันศุกร์ที่ผ่านมาบริเวณ 1,566.20 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันที่เบาบางอย่างมีนัยสำคัญเพียง 34,048.34 ล้านบาท โดยเป็นเเรงขายชัดเจนจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติซึ่งมีมุมมองขายสุทธิกว่า -2,072.76 ล้านบาท รวมสะสมตลอดเดือนมีสถานะขายสุทธิ -3,514.96 ล้านบาท ในขณะที่ S50H17 มีภาพการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างผันผวนกว่าอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้ายตลาดก่อนที่จะปิดตลาดในแดนลบที่ 979.40 จุดสะท้อนความกังวลต่อถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ และสมาชิก FOMC ในช่วงค่ำคืน อย่างไรก็ตามนางเยลเลนประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ และสมาชิก FOMC ท่านอื่น มีถ้อยแถลงค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกันคือการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้ซึ่งส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับเชิงบวกในระดับหนึ่ง(แต่ไม่มากนัก) โดยเราเชื่อว่าตลาดรับข่าวไปพอสมควรแล้ว สำหรับการซื้อขายในวันวันนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจยังไม่ได้รับปัจจัยบวกจากเงินทุนต่างชาติก่อนการประกาศอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนนี้ประกอบกับยังคงขาดปัจจัยบวกภายในประเทศที่จะชี้นำดัชนีได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวไร้ทิศทางในกรอบมากกว่า

•   Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 982 จุด ในวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    เงินทุนต่างชาติหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนนี้

ข่าวในประเทศ
-    กรมสรรพสามิตปรับเพดานภาษีสินค้าทุกรายการ : สรรพสามิตปรับเพดานอัตราภาษีทุกรายการ สินค้าในพิกัดกฎหมายฉบับใหม่ ชี้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ 20 ปีข้างหน้า เพิ่มความคล่องตัวปรับอัตราภาษี ยันไม่กระทบผู้ผลิต/ผู้บริโภค เผยใช้ราคาขายปลีกแนะนำในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เป็นฐานในการคำนวณอัตราภาษีหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้
-    กบง.จ่อตรึงราคาขายปลีกแอลพีจี : แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานเปิดเผยว่าการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมวันที่ 7 มี.ค.นี้ จะมีการพิจารณาโครงสร้างราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ประจำเดือน มี.ค.นี้
-    (AMATAH17) AMATA ขานรับฝรั่งแห่ลงทุน อัดฉีดห้าพันล้านพัฒนานิคม : AMATA เนื้อหอมนักลงทุนไทย-เทศ แห่ขยายฐานการผลิตต่อเนื่องหนุนรายได้การขายพื้นที่และเช่าพื้นที่พุ่งขึ้นแถมรับอานิสงส์แผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกหนุนความต้องการนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มดันผลงานไตรมาส 1/2560 แจ่ม เล็งอัดฉีดงบ 5 พันล้านบาท พัฒนานิคมอุตสาหกรรมไทย-เวียดนาม
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1076 เมื่อ: มีนาคม 06, 2017, 05:06:35 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งในกรอบ
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,232.41 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,230.49 – 1,236.77  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองแกว่งในกรอบแคบๆ ในช่วงเช้าวันนี้หลังจาก ราคาปรับตัวลดลงแรงในคืนวันศุกร์ ก่อนที่จะกลับมาปิดบวกใกล้เคียงเดิมได้  ราคาทองได้รับแรงกดดันจากประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือนนี้ ที่มีโอกาสการปรับขึ้นค่อนข้างแน่นอน โดยให้น้ำหนักมากกว่า 80% จากตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า รวมทั้งแรงขายจากกองทุน SPDR ที่เริ่มมีแรงขายเข้ามาอีกครั้งหลังจากมีสถานะซื้อสุทธิในเดือนก่อน ทำให้ราคาทองมีโอกาสถูกกดดันต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางเดือนที่จะมีการประชุมเรื่องอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ โดยในสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป และตัวเลขภาคการจ้างงานของทางฝั่งสหรัฐฯ ที่จะเป็นตัวบ่งชี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ได้ แต่ในวันนี้ผยังไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ จึงให้น้ำหนักแกว่งในกรอบในคืนนี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   จีนปรับลดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปีนี้ ในขณะที่รัฐบาลจีนผลักดันการปฏิรูปอย่างยากลำบากต่อไปเพื่อแก้ไขการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของหนี้สิน และติดตั้งมาตรการสกัดกั้นความเสี่ยงทางการเงิน
-   นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีนระบุในงานเปิดสมัยประชุมประจำปีของรัฐสภาจีนเมื่อวานนี้ว่า จีนตั้งเป้าที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวราว 6.5 % ในปีนี้จากเคยกำหนดเป้าหมายอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจประจำปี 2016 ไว้ที่ 6.5-7.0%
-   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะสามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้หลายครั้งในปีนี้ ในขณะที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด และผู้กำหนดนโยบายของเฟดอีกหลายคนส่งสัญญาณในสัปดาห์ที่แล้วว่า ยุคสมัยของนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
-   ราคาทองในตลาดสปอตทรงตัวในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังจากราคาร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์เมื่อวานนี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป
-   ตัวเลขภาคการจ้างงานของสหรัฐฯ
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : trading short หากราคาอยู่ต่ำกว่า 1,237 เหรียญ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1077 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 09:47:27 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยราคาทองคำยังเจอแรงขายทำกำไรอย่างต่อเนื่อง จากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำ โดยมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าปรับให้โอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้อยู่ที่ 86.4% รวมทั้ง การขายทองคำของกองทุน SPDR ที่ขายเข้ามาต่อเนื่องติดต่อกัน 2 วันทำการ ทำให้ภาพรวมทองคำมีแนวโน้มโดนกดดันได้ต่อ และติดตามตัวเลขการจ้างงานในปลายสัปดาห์อีกครั้ง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.66 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.70% โดยปิดที่ 1,225.56 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,224.25 – 1,236.77 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,225 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน แต่ราคาทองยังไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในระยะสั้น หลังจากราคาทองได้ทำจุดต่ำสุดในคืนวันศุกร์สัปดาห์ก่อนที่บริเวณ 1,222 เหรียญ ทำให้คาดว่าราคาทองมีโอกาสแกว่งในกรอบซึมลงต่อได้ โดยเมื่อคืนนี้กองทุน SPDR มีการขายทองคำติดต่อกันเป็นวันที่สองโดยเมื่อคืนนี้ขายทองอีก 3.81 ตัน ทำให้ถือทองคำรวม 836.77 ตัน  รวมทั้งตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าได้ให้โอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้สูงถึง 86.4% แต่อย่างไรก็ตามในสัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรป และตัวเลขภาคจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะช่วยบ่งชี้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์ แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้น โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากข่าวที่ว่า อิรักจะเข้าร่วมในมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ถ้าหากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต่ออายุมาตรการนี้ออกไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์เมื่อเทียบกับยูโร หลังนาย Alain Juppe อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่มโอกาสชนะการเลือกตั้งให้กับนางมารีน เลอ แปน ซึ่งต่อต้านสหภาพยุโรป
•   ข่าวที่ว่าเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 4 ลูกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และการกล่าวหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ว่า อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามาดักฟังโทรศัพท์ของเขาจากอาคารทรัมป์ ทางเวอร์นั้น ได้กระตุ้นแรงซื้อเยนซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย
•   ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2017 โดยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค., 13-14 มิ.ย. และ 19-20 ก.ย. และเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2018

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การประชุมของธนาคารกลางยุโรป
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

•   Strategy : trading ในกรอบ 1,222 – 1,237 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
เริ่มเปราะบาง
ดัชนีตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคได้รับปัจจัยลบจากฝั่งสหรัฐฯ กดดันให้ตลาดในภาพรวมเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายไหลออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่ สำหรับดัชนีตลาดหุ้นไทยนั้นมีแรงขายรินออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหลังต้นสัปดาห์เคลื่อนไหวในทิศทางแนวโน้มขาขึ้นค่อนข้างชัดเจน ถือว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวผันผวนไม่ชัดเจนและอ่อนไหวต่อประเด็นต่างๆในตลาด ขณะที่ยังคงขาดปัจจัยบวกภายในประเทศใหม่ๆ มานานพอสมควรทั้งภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) และภาคการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Sector) จะมีเพียงแต่งบบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศกำไรสุทธิโดดเด่นแต่ก็ยังไม่เป็นปัจจัยบวกที่ตลาดให้น้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญโดยเปรียบเทียบ สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดในแดนลบที่ 978.10 จุด เคลื่อนไหวในแดนลบระหว่างวันก่อนปิดตลาดที่ 974.90 จุด เช่นเดียวกับ SET index ซึ่งปิดตลาดในแดนลบที่ 1,553.61 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่เบาบางเพียง 38,747.80 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงมุมมองขายสุทธิ -2,202.07 ล้านบาท รวมมีสถานะขายสุทธิตั้งเเต่ต้นเดือน -5,717.03 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายในวันนี้เรามองว่าดัชนียังคงถูกปัจจัยภายนอกกดดัน Upside ของดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ

•   Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 976 จุด ในขณะที่ฝั่ง Long ยังไม่น่าสนใจ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาเเข็งค่าบริเวณ 101.67 จุด

ข่าวในประเทศ
-    บริษัทในตลาดฯ โกยกำไรทุบสถิติ รอบปี'59 ทำเงิน 9 แสนล้าน: ตลท.เผยปี'59 บริษัทจดทะเบียนใน SET กว่า 81% ทำกำไรเพิ่ม/ยอดสุทธิกว่า 9 แสนล้านบาท ทำสถิติสูงสุดรอบ 5 ปี เป็นผลจาก 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายแผนไทยแลนด์ 4.0 มาแรง
-    สศช. เผยเศรษฐกิจยุค 4.0 หันใช้เทคโนโลยีลดต้นทุน: สศช. เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสที่ 4 และภาพรวมปี 59 ว่า สถานการณ์การจ้างงาน และรายได้ของแรงงานไทยในอนาคต จะได้รับผลกระทบจากการเข้าสู่ยุคดิจิตอล 4.0 หลังจากผู้ประกอบการหันมาปรับตัวทำธุรกิจด้วยการใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิต พร้อมกับลดการใช้กำลังแรงงานคนลง โดยเฉพาะแรงงานในภาคธนาคารและธุรกิจค้าปลีก จะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่มีผลกระทบ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้เริ่มนำเทคโนโลย่ต่างๆ มาช่วยลดต้นทุนการประกอบกิจการแล้ว
-    (HMPROH17) HMPRO อัดฉีดงบก้อนโตปูพรมบุกตลาด‘CLMV’: HMPRO กางแผนปี 2560 ปักหมุดรายได้โต 8-12% จากปีก่อน เตรียมทุ่มงบลงทุนประมาณ 6-7 พันล้านบาท ขยายสาขาทั้งไทยและมาเลเซีย ไม่ต่ำกว่า 10 สาขา พร้อมเดินเกมระยะยาว 1-3 ปี (2560-2562) ลุยขยายตลาดใหม่ CLMV เล็งออกหุ้นกู้ วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท รองรับธุรกิจในอนาคต
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1078 เมื่อ: มีนาคม 07, 2017, 05:02:26 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 7 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เผชิญแรงขายต่อเนื่อง
ตลาดทองคำยังคงได้รับเเรงกดดันจากสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งส่งผลให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าที่ระดับ 101.56 จุด อีกครั้งหลังมีแรงขายดอลลาร์ในช่วงวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมาค่อนข้างรุนแรง สำหรับในวันนี้ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,226.20 USD/toz แกว่งตัวในกรอบแคบระหว่างวันประมาณ 2-3 ดอลลาร์ โดยยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในภาพรวมแนวโน้มขาลงชัดเจนตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมท่ามกลางปัจจัยลบต่างๆ ในส่วนมุมมองของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่อย่างกองทุน SPDR เมื่อวานนี้ขายสุทธิทองคำกว่า 3.81 ตัน รวมมีสถานะถือครองทองคำสุทธิอยู่ที่ 836.77 ตัน เหมือนส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้ตลาด ในด้านของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามตลาดหลักเริ่มเเกว่งตัวออกข้างหลังพุ่งทะยานทำ all time high  ต่อเนื่อง แต่ไม่ถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำเท่าใดในระหว่างวัน สำหรับการเปิดสถานะในค่ำคืนนี้ติดตามการประกาศดุลการค้าและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของผู้บริโภคสหรัฐฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำร่วงลงคาดการณ์เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกลางเดือนนี้ : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับ 1,225.56 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ โดยปิดตลาดในแดนลบเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน แต่ทรงตัวอยู่เหนือจุดต่ำสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ 1,222.51 USD/toz ที่ทำไว้ในวันศุกร์ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่สนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ทรงตัวก่อนประมูลพันธบัตร : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทรงตัวในกรอบซื้อขายแคบๆ ระหว่างในวันวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีทรงตัวต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีครึ่ง ขณะที่นักลงทุนเตรียมตัวรับการประมูลขายพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้จำนวนมหาศาลในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีปิดที่ 98-16/256 โดยมีผลตอบแทน 3.0997% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 97-220/256 โดยมีผลตอบแทน 2.4943%
-   แนวโน้มเลือกตั้งฝรั่งเศสหนุนค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเทียบยูโร : ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโรหลังนาย Alain Juppe อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสปฏิเสธที่จะลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่มโอกาสชนะการ เลือกตั้งให้กับนางมารีน เลอแปน ซึ่งต่อต้านสหภาพยุโรป
-   ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ขยับลงในขณะที่เบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับขึ้น โดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากข่าวที่ว่าอิรักจะเข้าร่วมในมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันถ้าหากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันต่ออายุมาตรการนี้ออกไปในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน เม.ย.ร่วงลง 13 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 53.20 USD/bbl

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่ำคืนนี้ติดตามการประกาศดุลการค้าสหรัฐฯ
-   การประชุมอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short  ได้เปรียบแต่อาจมีแรงซื้อต้านบริเวณ 1,223 USD/toz

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1079 เมื่อ: มีนาคม 08, 2017, 10:07:09 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 8 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเกือบ 1 % และราคาทองคำได้ลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน โดยปัจจัยกดดันราคาทองก็คือการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ทำให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ได้รับแรงหนุน และส่งผลลบต่อราคาทองคำ แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์นี้ที่จะเป็นตัวบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้ามากขึ้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 9.99 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.82% โดยปิดที่ 1,215.57 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,213.56 – 1,227.14 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,218 เหรียญ  ราคาทองได้รับแรงกดดันต่อเนื่องหลังจากนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลลบกับราคาทองคำในช่วงนี้ และนักลงทุนยังรอตัวเลขภาคการจ้างงานในช่วงวันศุกร์ปลายสัปดาห์ที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ซึ่งมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยให้น้ำหนักมากกว่า 80% ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้ รวมทั้งการขายของ SPDR ที่เริ่มมีแรงขายมากขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ราคาทองคำมีแนวโน้มที่อ่อนแอในช่วงนี้ได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดขยับลงเล็กน้อยในวันอังคารโดยราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนในช่วงแรก หลังจากรัฐมนตรีน้ำมันซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานในตลาดปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันในช่วงต่อมา จากการคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันมากยิ่งขึ้น
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันอังคาร แต่ยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เข้าทดสอบในเดือนธ.ค.และม.ค.หลังจากมีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า
•   ปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังการเปิดเผยข้อมูลการใช้จ่ายผู้บริโภคที่อ่อนแอได้ตอกย้ำความวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจอังกฤษ
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 9.99 ดอลลาร์ สู่ 1,215.57 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดในรอบกว่า 4 สัปดาห์ที่ 1,213.65 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 15 มี.ค. อย่างไรก็ดี ราคาทองเคลื่อนไหวไม่มากนัก ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์นี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การประชุมของธนาคารกลางยุโรป
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

•   Strategy : trading short หากราคาอยู่ต่ำกว่า 1,223 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
เงินทุนไหลออก
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เคลื่อนไหวผันผวนระหว่างวันโดยเปิดตลาดบริเวณ 975 จุด มีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหนุนให้สามารถปรับตัวเคลื่อนไหวในแดนบวกและขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในวันบริเวณ 978.40 จุด ก่อนมีแรงขายในช่วงบ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงท้ายตลาดกดดันให้สัญญาฯ ลงไปปิดตลาดในแดนลบที่ 972.40 จุด แม้จะปิดลบเพียง -2.6 จุด แต่ภาพการเคลื่อนไหวผันผวนขึ้นลงในวันค่อนข้างรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับ SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,549.87 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันที่เบาบางเช่นเดียวกับวันก่อนหน้าเพียง 36,607.18 ล้านบาทเท่านั้น โดยนักลงทุนต่างชาติยังมุมมองขายสุทธิ -2,411.62 ล้านบาท (รวมขายสุทธิตั้งเเต่ต้นเดือนกว่า -8,128.65 ล้านบาท) รวมทั้งยังกลับมาขายตราสารหนี้ในตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างชัดเจนในรอบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา สะท้อนเม็ดเงินที่เริ่มไหลออกอย่างชัดเจน กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 9 โดยเราคาดว่าเป็นผลมาจากประเด็นการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนนี้ ซึ่งส่งผลกระทบทั้งในด้านตลาดทุน/ตลาดเงินทั่วโลก

•   Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาต่ำกว่า 973 จุด Upside จำกัด/ฝั่ง Long ยังไม่น่าสนใจ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องที่ระดับ 35.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ข่าวในประเทศ
กกร.คงเป้าจีดีพีปีนี้โต 3.5-4% ปัจจัย ‘ภายใน-ภายนอก’หนุนเศรษฐกิจไทย : กกร.คงเป้าจีดีพีปี 2560 ขยายตัว ในกรอบ 3.5-4.0% หลังประเมินปัจจัย “ภายนอก-ภายใน” สดใส ไม่กังวลผลกระทบนโยบายสหรัฐในปีนี้ เหตุต้องใช้เวลา จับตาเฟดประชุม 14-15 มี.ค.นี้ กระทบค่าเงิน
-    ขายข้าวรัฐอีก 1.35 ล้านตัน ระบายต่อผลิตอาหารสัตว์ : กรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวอนุมัติขายข้าวในสต๊อกรัฐบาล 1.35 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 13,200 ล้านบาท จากที่เสนอซื้อ 2.03 ล้านตัน และคิดเป็น 47% ของปริมาณที่เปิดประมูลครั้งล่าสุดกลางเดือนกุมภาพันธ์ปริมาณ 2.86 ล้านตัน ทั้งนี้ข้าวที่เหลือจากประมูลครั้งนี้จะเปิดประมูลต่อไป
-     (WHAH17 )WHA เร่งอัดงบ 7 พันล้าน เสริมทัพธุรกิจระยะยาว : WHA เดินหน้าทุ่มงบราว 7 พันล้านบาท เสริมแกร่งธุรกิจระยะยาว ปูทางโกยเงินเพิ่ม “จรีพร จารุกรสกุล” วางหมากปี 2560 อัพพอร์ตรายได้ประจำ พุ่งแตะ 30% จากปีก่อนที่ราว 15% อานิสงส์เก็บเกี่ยวค่าเช่า-สาธารณูปโภค-กอง REIT หนุน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 70 71 [72] 73 74 ... 90   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!