TARADTHONG.COM
มิถุนายน 24, 2018, 10:25:42 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 71 72 [73] 74 75 ... 90   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1544717 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1080 เมื่อ: มีนาคม 08, 2017, 05:13:56 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 8 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ยังคงอ่อนแอ
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,215.57 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,211.04 – 1,218.60  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าก่อนที่จะเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ราคาทองโดนกดดันต่อเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่ขยับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ หลังจากนักลงทุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ รวมทั้งแรงขายของกองทุน SPDR ที่มีเข้ามาต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ก็ช่วยกดดันราคาทองเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามในคืนนี้มีตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP ที่ต้องติดตามว่าจะกดดันราคาทองต่อหรือจะช่วยหนุนให้ราคาทองฟื้นตัวได้ หากตัวเลขออกมาแย่กว่าคาดการณ์ หากราคาทองคำปิดลบในคืนนี้จะเป็นการปิดลบติดต่อกัน 5 วันทำการ ซึ่งคาดว่าภาพรวมทองคำมีแนวโน้มอ่อนแอต่อในช่วงนี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ในช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว นักลงทุนในตลาดการเงินคาดว่า มีโอกาสเพียง 30 % ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค. อย่างไรก็ดี โอกาสดังกล่าวได้พุ่งขึ้นสู่ 80 % ในวันศุกร์ที่แล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดหลายรายแสดงความเห็นออกมาในระหว่างสัปดาห์ ซึ่งรวมถึงนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด
-   นักลงทุนตระหนักอยู่แล้วว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ปรับตัวดีขึ้น, เศรษฐกิจโลกที่มีเสถียรภาพ, ตลาดหุ้นสหรัฐที่อยู่ในภาวะเฟื่องฟู และสถานการณ์ทางการเงินที่ผ่อนคลาย ถือเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้
-   สำนักงานศุลกากรของจีนเปิดเผยว่า จีนมียอดขาดดุลการค้าเป็นเดือนแรกในรอบ 3 ปีในเดือนก.พ. ขณะที่ยอดนำเข้าพุ่งขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2012 เนื่องจากความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ นับตั้งแต่สินแร่เหล็กไปจนถึงน้ำมันดิบและถ่านหิน
-   รัฐมนตรีคลังและผู้นำธนาคารกลางของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) จะประชุมกันในวันที่ 17-18 มี.ค.ที่เมืองบาเดน บาเดนในเยอรมนีเพื่อหารือเรื่องเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ดี ร่างแถลงการณ์สำหรับการประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้นำทางการเงินของกลุ่มจี-20 อาจจะไม่ต่อต้านมาตรการกีดกันทางการค้า และไม่ต่อต้านการแข่งขันกันในการปรับลดค่าเงินอย่างชัดเจนอีกต่อไป โดยร่างแถลงการณ์ระบุเพียงแค่ว่า กลุ่มจี-20 จะรักษา "ระบบการค้าระหว่างประเทศที่เปิดกว้างและเป็นธรรม" ไว้ต่อไป
-   นายมิตสึฮิโระ ฟุรุซาวะ รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวในวันนี้ว่า การที่ประเทศขนาดใหญ่บางประเทศมียอดขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ขณะที่ประเทศอื่นๆ มียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูง ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก และอาจจะทำให้ตลาดการเงินประสบภาวะปั่นป่วนวุ่นวาย
-   เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตในไตรมาส 4/2016 ในอัตราที่สูงเกินกว่าที่เคยประเมินไว้ในขั้นต้น ในขณะที่การใช้จ่ายทุนเติบโต 2.0% ต่อไตรมาส ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี และรายงานตัวเลขนี้ก็ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้กำหนดนโยบายของญี่ปุ่น ในขณะที่ผู้กำหนดนโยบายเริ่มหารือกันเรื่องวิธีการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใช้กันมานานหลายปี

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป
-   ตัวเลขภาคการจ้างงานของสหรัฐฯ
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : ฝั่ง short เริ่มทยอยปิดทำกำไร และเปลี่ยนมา trading ในกรอบ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1081 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 10:00:28 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 5 วันทำการ และราคาทองได้ไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบกว่า 5 สัปดาห์ที่บริเวณ 1,206 เหรียญ โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นทดสอบบริเวณ 102 จุด และความกังวลในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ที่จะเป็นปัจจัยลบต่อทอง รวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP ออกมาดีกว่าคาดการณ์มาก ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ดี และต้องติดตามตัวเลขจ้างงานในคืนวันศุกร์ที่คาดว่าจะออกมาดีเช่นกัน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.07 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.66% โดยปิดที่ 1,207.50 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,206.05 – 1,218.60 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,207 เหรียญ  ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน และราคาได้ลงไปทดสอบจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์บริเวณ 1,206 เหรียญ โดยปัจจัยที่กดดันราคาทองคือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นทดสอบบริเวณ 102 จุดอีกครั้ง จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP ปรับตัวขึ้นมาดีกว่าคาดการณ์อย่างมาก ออกมาที่ 298,000 ตำแหน่ง ซึ่งคาดการณ์ไว้เพียง 184,000 ตำแหน่ง ทำให้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ได้ดี แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานในวันศุกร์เป็นหลักที่คาดว่าก็จะมีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน โดยตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าของสหรัฐฯ ให้น้ำหนักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าที่ 90% ทำให้ราคาทองมีโอกาสได้รับแรงกดดันต่อ

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 5.38 % สู่จุดต่ำสุดของปีนี้ในวันพุธ ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดสู่สถิติสูงสุดใหม่ และทำให้นักลงทุนกังวลว่า ภาวะน้ำมันล้นตลาดโลกจะยังคงดำเนินต่อไป ถึงแม้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) พยายามหนุนราคาน้ำมันด้วยมาตรการจำกัดการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันพุธสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 วัน หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าการจ้างงานในภาคเอกชนของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากเกินคาดในเดือนก.พ. ซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์ของนักลงทุนที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้
•   ส่วนยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. ขณะที่นักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งตลาดไม่คาดว่าอีซีบีจะประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษ แม้มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นก็ตาม
•   นักลงทุนรอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ที่รัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยออกมาในวันศุกร์นี้ เพื่อใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นมาตรวัดความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด กล่าวในสัปดาห์ที่แล้วว่า เฟดมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถ้าหากตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อรักษาระดับความแข็งแกร่งไว้ได้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การประชุมของธนาคารกลางยุโรป
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร

•   Strategy : trading short เป็นหลักและทยอยปิดทำกำไรบางส่วน หากราคาปรับลดลงแรง

 
Smart Stock
Today Strategy:
ผันผวนรุนแรง
   สำหรับการซื้อขายเมื่อวานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่สร้างความตึงเครียดให้นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นอย่างมาก หลังดัชนีเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนอย่างมีนัยสำคัญและไร้ทิศทางแนวโน้มอย่างชัดเจน สะท้อนความเปราะบางของอารมณ์ตลาดซึ่งได้รับแรงกดดันจากปัจจัยฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เปิดตลาดบริเวณ 971.50 จุด มีแรงขายลงไปทำจุดต่ำสุดในวันในการซื้อขายภาคเช้าบริเวณ 969.40 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้ออย่างรุนแรงดันสัญญาฯ ปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 980.70 จุด และปิดตลาดที่ 979.90 จุด สร้างกรอบการเคลื่อนไหวในวันถึง 11.30 จุด ในด้านของ SET index ปิดตลาดที่ 1,551.73 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันที่มากอย่างมีนัยสำคัญถึง 62,029.17 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะขายสุทธิ -843.46 ล้านบาท สะท้อนเงินทุนที่ไหลออกเช่นเดิม สำหรับกการเปิดสถานะซื้อขายในวันนี้ให้ระมัดระวังผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ซึ่งปรับลดลงกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 50.62  USD/bbl และอาจกดดันกลุ่มพลังงานภายในประเทศ

•   Strategy : Wait & See, ถือเงินสดหลีกเลี่ยงความผันผวน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจกดดันกลุ่มพลังงานภายในประเทศวันนี้

ข่าวในประเทศ
-    สสว.เผยดัชนี TAAI คาดการณ์ภาคบริการเติบโตได้อีก : สสว. เผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการเดือนมกราคม 2560 พบว่า ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือนธันวาคม 2559 ระดับ 99.0 มาอยู่ระดับ 96.8 เป็นผลจากปัจจัยด้านกำไร การลงทุนและยอดจำหน่ายที่ชะลอตัวลงหลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่ ขณะที่ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า คาดว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายน 2560 ดัชนีจะกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 101.2 ในทุกภาคธุรกิจ
-    รองนายกฯ สมคิดกดปุ่มตลาดประชารัฐนำร่องปีนี้ 400 แห่งทั่วปท.ดันเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็งแก้ 2 ปัญหาใหญ่รากหญ้าเล็งเปิดหลักสูตรใหม่ 4.0 : 'สมคิด' ร่วมเป็นสักขีพยานเอ็มโอยูขับเคลื่อนร้านค้าและตลาดประชารัฐต้นแบบ ผลักดันกองทุนหมู่บ้านฯ แกนหลักแก้ 2 ปัญหาใหญ่ประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาคตั้งเป้าร้านค้า-ตลาดต้นแบบ 400 แห่งในปีนี้
-    (CPNH17)‘เซ็นทรัลพัฒนา’เร่งแปลงกองรีทหวังระดมเงินต่อยอดธุรกิจยอมรับอัตราเติบโตรายได้ลดลงเหลือ 6-8% จาก 14% : เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าแปลกองทุนรวมซีพีเอ็นอาร์เอฟ เป็นกองรีท พร้อมขายสินทรัพย์เข้ากองทุน หวังนำเงินหาโอกาสทางธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศ เร่งกระจายความเสี่ยงยอมรับรายได้ปีนี้อัตราเติบโตลดลงเหลือ 6-8% จากปีก่อน 14%
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1082 เมื่อ: มีนาคม 09, 2017, 05:03:36 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ยังคงไร้ปัจจัยบวก
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,207.18 USD/toz ยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลงค่อนข้างชัดเจนไร้ปัจจัยบวกและได้รับแรงกดดันระหว่างวันจากดัชนีค่าเงินดอลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอด 6 วันที่ผ่านมาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 102.08 จุด รวมไปถึงการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ประกาศออกมาค่อนข้างแข็งแกร่งกดดัน Upside ของราคาทองคำ ในส่วนของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลงบ้างเล็กน้อยทั้งสามตลาดหลักตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาแต่ก็ไม่ได้เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญตามที่ตลาดคาดการณ์ ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดทองคำยังคงโดนปัจจัยลบปกคลุมอย่างต่อเนื่องตลอดจนถึงช่วงกลางเดือน ซึ่งมีแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้ ภาพรวมตลาดยังคงไร้ปัจจัยบวกจากที่ต้นเดือนนักลงทุนยังคงฝากความหวังไว้กับกองทุน SPDR ที่จะเข้ามาพยุงตลาดทองคำแต่ก็ผิดคาดที่กองทุน SPDR เริ่มกลับมาคงสถานะถือครองทองคำสุทธิที่ 836.77 ตัน ติดต่อกันเป็นวันที่สามแล้วซึ่งสะท้อนมุมมองที่ไม่ชัดเจนของตลาดในช่วงก่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ  สำหรับการเปิดสถานะในค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ดัชนีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ รวมทั้งการแถลงต่อสื่อของธนาคารกลางยุโรปอย่างใกล้ชิด

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำปรับตัวร่วงลงขณะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่า : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลง 8.07 ดอลลาร์ สู่ 1,207.50 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธที่ผ่านมาหลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 5 สัปดาห์ที่ 1,206.05 USD/toz ในระหว่างวัน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทั้งนี้ราคาทองส่งมอบเดือน เม.ย.ที่ตลาด COMEX ปิดลดลง 6.70 ดอลลาร์ ที่ 1,209.40 USD/toz
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ปรับตัวพุ่งรับข้อมูลจ้างงานภาคเอกชน : อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับพุ่งขึ้นในวันพุธ โดยผลตอบแทน พันธบัตรอายุ 2 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีครึ่ง ขณะที่การจ้างงานในภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือน ก.พ. ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ราคาพันธบัตรรัฐบาล สหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปิดที่ 97-40/256 โดยมีผลตอบแทน 3.1473% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 97-84/256 โดยมีผลตอบแทน 2.556%
-   ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่ารับข้อมูลจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง : ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันพุธสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 วัน หลังข้อมูลบ่งชี้ว่าการจ้างงานในภาคเอกชนของสหรั ฐเพิ่มขึ้นมากเกินคาดในเดือน ก.พ. ซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์ของนักลงทุนว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์บวก 0.25% สู่ 102.08 ใกล้กับ ระดับสูงสุดของวันที่ 2 มี.ค.ที่ 102.26 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ม.ค.
-   ประกาศตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ กดดันน้ำมันดิบปิดดิ่งลดลง 5.38% : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า WTI(NYMEX) ดิ่งลง 5.38 % สู่จุดต่ำสุดของปีนี้ในวันพุธ ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นสูงเกินคาดสู่สถิติสูงสุดใหม่และทำให้นักลงทุนกังวลว่า ภาวะน้ำมันล้นตลาดโลกจะยังคงดำเนินต่อไป ถึงแม้กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือกลุ่มโอเปกพยายามหนุนราคาน้ำมันด้วยมาตรการจำกัดการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน เม.ย.ดิ่งลง 2.8 6 ดอลลาร์ หรือ 5.38 % มาปิดตลาดที่ 50.28 USD/bbl

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ และการแถลงต่อสื่อของธนาคารกลางยุโรป
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short ยังคงได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,206 USD/toz

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1083 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 10:12:51 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงติดต่อกัน 6 วันทำการ และทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบกว่า 5 สัปดาห์ ราคาทองโดนกดดันโดยปัจจัยหลักคือ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนนี้ค่อนข้างแน่นอน ผนวกกับเจอแรงขายของกองทุน SPDR ต่อเนื่อง ทำให้ราคาทองคำยังมีแนวโน้มอ่อนแอ แต่อย่างไรก็ตามคืนนี้ติดตามตัวเลขภาคการจ้างงานที่มีโอกาสทำให้ราคาทองแกว่งผันผวนได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง -6.74 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.56% โดยปิดที่ 1,200.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,297.08 – 1,204.48 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,198 เหรียญ ราคาทองปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันโดยราคาปรับตัวลดลงทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ โดยทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,199 เหรียญ โดยราคาทองโดนกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ที่มีโอกาสการปรับขึ้นสูงในเดือนนี้ โดยตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าให้น้ำหนักในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนนี้อยู่ที่มากกว่า 90% รวมทั้งการประชุม ECB เมื่อวานนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และคงอัตราดอกเบี้ยจึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาทอง แต่กองทุน SPDR ขายทองคำ 2.67 ตัน ทำให้ราคาทองคำขาดปัจจัยบวกในช่วงนี้ คืนนี้จับตาตัวเลขการจ้างงานที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ราคาทองคำได้อีกครั้งแนะนำ  trading short เป็นหลักและทยอยปิดทำกำไรบางส่วน หากราคาปรับลดลงแรง

Exclusive News
•   บอนด์ยิลด์พุ่งก่อนเผยข้อมูลจ้างงานนอกภาคเกษตร : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 11 สั ปดาห์ตามผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนี ก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ซึ่งอาจจะตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีปิดที่ 96-14 4/256 โดยมีผลตอบแทน 3.1788% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปิดที่ 97 โดยมีผลตอบแทน 2.5944%
•   กังวลสต็อกน้ำมันสหรัฐกดน้ำมันดิบปิดดิ่งลง 2% : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดดิ่งลงราว 2 % ในวันพฤหัสบดีท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่แน่นหนาหลังจากราคาน้ำมันดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่กลางเดือนธ.ค. ในระหว่างวัน ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่สูงเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐ ทำให้นักลงทุนกังวลกับประสิทธิภาพของข้อตกลง ปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนเม.ย.ดิ่งลง 1 ดอลลาร์ หรือ 2 % มาปิดตลาดที่ 49.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายฝั่งยุโรป
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงาน

•   Strategy : ผู้มีสถานะ Short ถือต่อ หรือทยอยปิดทำกำไรเมื่อปรับลดลงแรง ส่วนฝั่ง long หยุดรอดูความชัดเจนในสัปดาห์หน้า

 
Smart Stock
Today Strategy:
สูญญากาศ
   ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกตลอดสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนบวกลบสลับกันไร้ทิศทางที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียซึ่งเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลออกทั้งในตลาดทุน, ตลาดตราสารหนี้ และตลาดอนุพันธ์ โดยเราเชื่อว่าเงินทุนบางส่วนไหลเข้าสู่ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ยังคงมีส่วนหนึ่งซึ่งนักลงทุนยังไม่เข้าถือสถานะลงทุนใดๆ โดยยังคงรอการประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการในการประชุมช่วงกลางเดือนนี้ แม้ตลาดรับรู้ข่าวไปแล้วแต่เราเชื่อว่านักลงทุนบางส่วนยังคงมีความไม่มั่นใจต่อท่าทีดังกล่าวเนื่องจากในช่วงระยะเวลาที่เหลือก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจมีปัจจัยใดที่เข้ามากระทบในเชิงลบก็ได้ประกอบกับตลาดเองก็ยังมีความอ่อนไหวพอสมควร สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดในแดนลบบริเวณ 976.60 จุด เคลื่อนไหวไร้ทิศทางก่อนปิดตลาดที่ 977.30 จุด มีความผันผวนกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดบริเวณ 1,549.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่เบาบางต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเพียง 38,047.50 ล้านบาท เป็นเเรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ -329.19 ล้านบาท เเละนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ -16.78 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายวันนี้เราคาดว่าตลาดยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางไม่น่าลงทุนประกอบกับเป็นวันศุกร์ปลายสัปดาห์ซึ่งอาจมีมูลค่าการซื้อขายที่เบาบางในวันจำกัดกรอบการเคลื่อนไหวของตลาดได้

•   Strategy : Wait & See ถือเงินสดปลายสัปดาห์

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ราคาน้ำมันดิบปรับลดรุนเเรงอาจกระทบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ  (WTI=49.69 USD/bbl)

ข่าวในประเทศ
-    ยอดขาย 'อสังหาฯ' กพ.พุ่ง 2 เท่า หลังอั้นมาตั้งแต่ปลายปีที่ : มหกรรมบ้านคึกคักค่ายอสังหาฯ อัดแคมเปญลดแลกแจกแถมแบงก์โปร 0% เอกชนมั่นใจปีนี้เติบโตดี ปลื้มยอดขาย ก.พ.โตพรวด 2 เท่าหลังอั้นตั้งแต่ปลายปี ศูนย์ข้อมูลหวั่นดอกเบี้ยขึ้นฉุดยอดขาย
-    บิ๊กตู่ขอคนไทย-แวตอีก 1% วอนเสียสละ-ปัดถังแตกคลังยืด 7% เท่าเดิมอีกปี : 'บิ๊กตู่' ขอประชาชนเสียสละ ขึ้นแวตอีก 1% ช่วย ประเทศมีรายได้กว่าแสนล้าน เล็งเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมอีก รีดยาฆ่าแมลง-ยางรถยนต์-บรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตเครื่องดื่มนัดถกขึ้นภาษีน้ำหวาน รมว.คลังแจงแหล่งทุนโครงสร้างพื้นฐาน คาดอีก 2-3 เดือนเปิดขายหุ้นไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์
-    (EPGH17)EPGส้มหล่นรับโชคสองเด้ง น้ำมันลด/บาทอ่อนหนุน : EPG ข่าวดีหนุนฐานแกร่ง รับอานิสงส์น้ำมันลดลง-บาทอ่อนค่า หนุนมาร์จิ้นทะยาน จับตางวดบัญชีปี 2561 กำไรพุ่ง 25% รับพอร์ตทุกไลน์สินค้าโตต่อเนื่อง โบรกแนะ “ซื้อ” อนาคตไกล ขณะที่ตั้งงบลงทุน 1 พันล้านบาทอัพฐานปูพรมโกยเงินระยะยาว
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1084 เมื่อ: มีนาคม 10, 2017, 05:10:14 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ตลาดยังคงเฝ้ารอเฟด
      ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,199.14 USD/toz ก่อนเคลื่อนไหวในแดนลบอย่างต่อเนื่องแม้ไม่มีความผันผวนที่รุนแรงมากนักแต่ก็ถือว่ารินขายออกมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องสะท้อนการขาดปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่ยังคงปกคลุมตลาดทองคำอยู่ในระยะสั้น ซึ่งโดยภาพรวมราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในเเนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งเเต่ต้นเดือนมีนาคมและได้รับเเรงกดดันจากการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงกลางเดือนนี้ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่ยังคงเคลื่อนไหวเเข็งค่าอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลักที่กดดัน Upside ของราคาทองคำ โดยปัจจุบันดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 101.90 จุด ได้รับแรงหนุนจากเงินทุนบางส่วนที่ไหลออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่เข้าสู่ค่าเงินดอลลาร์ ด้านกองทุน SPDR เมื่อวานนี้มีมุมมองขายสุทธิในตลาดทองคำ 2.67 ตัน รวมมีสถานะถือครองทองคำปัจจุบันอยู่ที่ 834.1ตัน สำหรับอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามากระทบตลาดทองคำในช่วงสั้นๆ ได้แก่ ถ้อยแถลงของประธาน ECB เมื่อวานนี้ที่ภาพรวมยังคงมีมุมมองดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปจนถึงปลายปีนี้เป็นอย่างต่ำ ในส่วนการซื้อขายในค่ำคืนนี้ให้ติดตามตัวเลขผู้อัตราการว่างงานและอัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงรวมทั้งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลง : ราคาทองคำในตลาดสปอตร่วงต่ำกว่าระดับสำคัญที่ 1,200 USD/toz ในช่วงเช้าวันนี้มาที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ โดยถูกกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นก่อนการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ โดยในวันนี้ ณ เวลา 09.41 น.ตามเวลาไทย ราคาทองในตลาดสปอตอยู่ที่ 1,199.21 USD/toz ปรับลบ -1.55 ดอลลาร์ หลังจากที่ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.ที่ 1,197.02 USD/toz เมื่อวานนี้ และราคาดิ่งลงราว 2.8% แล้วในสัปดาห์นี้
-   อีซีบีคงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ : ธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบีประกาศในวันพฤหัสบดีว่าจะดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ต่อไปจนกว่าจะถึงสิ้นปีนี้เป็นอย่างน้อย และยังส่งสัญญาณว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนน้อยลงในการดำเนินนโยบายเพิ่มเติมและสัญญาณดังกล่าวก็มากพอที่จะช่วยหนุนยูโรและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้พุ่งขึ้น
-   นักเศรษฐศาสตร์มั่นใจเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมกลางเดือนนี้ : นักเศรษฐศาสตร์กว่า 100 คนในโพลล์รอยเตอร์คาดการณ์ตรงกันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค. เพื่อตอบรับต่อตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในช่วงต่อไปในปีนี้ โดยถ้อยแถลงแบบสายเหยี่ยวของเจ้าหน้าที่เฟดบางคนส่งผลให้นักลงทุนในตลาดสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยคาดว่ามีโอกาส 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 15 มี.ค. โดยพุ่งขึ้นจากโอกาส 30% ที่เคยคาดไว้ในช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้ว

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่อง
-   ค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขอัตราการว่างงานและอัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงสหรัฐฯ
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short ยังคงได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,204 USD/toz

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1085 เมื่อ: มีนาคม 13, 2017, 09:50:14 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยได้ในช่วงท้ายตลาด หลังจากซึมตัวลงตลอดวันในช่วงแรกก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงาน และราคาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงหลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรออกมาดีกว่าคาดการณ์แต่น้อยกว่าที่นักลงทุนคาดหวัง รวมทั้งค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงออกมาแย่กว่าคาดการณ์ รวมทั้งค่าเงินยูโรเริ่มแข็งค่าหลังจากนโยบาย QE ของยุโรปใกล้สิ้นสุดลง ปัจจัยดังกล่าวล้วนกดดันค่าเงินดอลลาร์และช่วยหนุนราคาทองได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.71 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.31% โดยปิดที่ 1,204.47 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,194.55 – 1,206.36 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,204 เหรียญ ราคาทองคำปรับซึมลงในช่วงก่อนที่จะประกาศตัวเลขการจ้างงานและลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ที่บริเวณ 1,194 เหรียญ แต่หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรประกาศออกมามากกว่าคาดการณ์ แต่ไม่มากกว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP ในวันพุธก่อนหน้า รวมทั้งค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ร่วงลง รวมทั้งการแข็งค่าของค่าเงินยูโร หลังจากมาตรการ QE ของทางฝั่งยุโรปใกล้สิ้นสุดลง ทำให้ราคาทองมีแรงหนุนและปิดบวกได้ในช่วงท้ายตลาด แต่สัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะส่งผลให้ราคาทองเคลื่อนไหวผันผวนได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดดิ่งลงอีกครั้งในวันศุกร์ หลังจากรูดลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 เดือนในระหว่างวัน ในขณะที่นักลงทุนยังคงระบายสถานะซื้อออกมา เนื่องจากกังวลว่ามาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกไม่สามารถบรรเทาภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลกลงได้
•   ยูโรแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 สัปดาห์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันศุกร์ หลังมีรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้หารือถึงความเป็นไปได้เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนสิ้นสุดโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
•   ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. และลดลง 0.34% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์   ดอลลาร์ถูกถ่วงลงหลังข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐบ่งชี้ว่า ค่าแรงเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 3.71 ดอลลาร์ สู่ 1,204.47 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ หลังจากร่วงลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 5 สัปดาห์ที่ 1,194.55 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองได้รับแรงหนุนจากการร่วงลงของดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอกว่าการคาดการณ์ของนักลงทุนบางราย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

•   Strategy : ปิดทำกำไรฝั่ง short และเริ่มเปลี่ยนมา trading long หากราคาไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่

 
Smart Stock
Today Strategy:
น้ำมันดิบกดดันกลุ่มพลังงานภายในประเทศ
   ดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ก่อนได้รับปัจจัยกดดันจากฝั่งสหรัฐฯ ค่อนข้างชัดเจน ภาพรวมการเคลื่อนไหวมีความผันผวนอย่างรุนแรงในระหว่างวัน แกว่งตัวไร้ทิศทางเช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคซึ่งเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบและเงินทุนยังคงไหลออกอย่างชัดเจนทั้งในตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้ประกอบกับยังสะสมสถานะขายในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี SET50 กว่า -6,141 สัญญา สะท้อนมุมมองของนักลงทุนต่างชาติหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ (ซึ่งมีโอกาสที่อาจจะปรับขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยก็ได้เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีมุมมองต่อเศรษฐกิจที่อาจไม่สอดรับกันในบางมิติ) สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 ในวันศุกร์ที่ผ่านมาเปิดตลาดและซื้อขายในแดนลบมีกรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 970-979 จุด และปิดตลาดที่ 972.30 จุด ผันผวนรุนแรงกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดลบบริเวณ 1,539.91 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันเพียง 39,569.57 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติยังคงมีมุมมองขายสุทธิ -1,290.12 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยอาจได้รับปัจจัยลบจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดค่อนข้างรุนแรงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์ตลาดโดยเฉพาะกลุ่มพลังงานภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

•   Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 976 จุด ในระหว่างวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
-   ราคาน้ำมันดิบปรับลดรุนเเรงอาจกระทบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ  (WTI=48.17 USD/bbl)

ข่าวในประเทศ
-    สินเชื่อบุคคลหดล้านบัญชี หนี้บัตรเครดิตลดตาม 20% เหตุแบงก์กลัวหนี้เสียและลูกหนี้หวั่นรายได้น้อย : ธปท. รายงานสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงินเดือน ม.ค.2560 ว่า จำนวนบัญชีผู้ใช้สินเชื่อรวมทั้งระบบลดลงจากเดือนก่อนหน้าถึง 1.02 ล้านบัญชี หรือ 7.5% จาก 13.7 ล้านบัญชี เหลือ 12.7 ล้านบัญชี โดยลดลงจากบัญชีของนันแบงก์ 1 ล้านบัญชี และธนาคารพาณิชย์ลดลง 2.4 หมื่นล้านบัญชี ขณะที่ยอดสินเชื่อรวมลดลง 5,951 ล้านบาท หรือ 1.8% จาก 3.38 แสนล้านบาท เหลือ 3.32 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่ 4,505 ล้านบาท ลดลงจากยอดสินเชื่อของนันแบงก์
-    โครงสร้างภาษีกระทบผู้ค้าออนไลน์เติบโตลดลง : นายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทยมูลค่า 2.4 แสนล้านบาท ในช่วง 9 เดือนข้างหน้า การเติบโตมีโอกาสชะลอตัวลง จากเดิมคาดการณ์ว่าทั้งปีตลาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%
-    (CPNH17)CPNอัดฉีดงบ4.5พันล้าน ปรับโฉม ‘เซ็นทรัล บางนา’ : CPN ทุ่มงบ 4.5 พันล้านบาท ปรับโฉมเซ็นทรัลพลาซาบางนาใหม่ หวังปรับภาพลักษณ์และสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายหลักช็อปปิ้งมอลล์ โซนกรุงเทพฯ ตะวันออกภายใต้ธีม Lifestyle Companion Shopping-เพราะความผูกพัน สร้างพิกัดแห่งความสุข
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1086 เมื่อ: มีนาคม 13, 2017, 05:10:03 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มดีดกลับแต่ยังมีปัจจัยกดดัน
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,204.93 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,203.17 – 1,211.16  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองดีดกลับในท้ายตลาดในช่วงคืนวันศุกร์หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรออกมาแย่กว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ ถึงแม้จะออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก็ตาม รวมทั้งค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ทำให้ราคาทองได้รับแรงหนุนในการดีดกลับสั้นๆ จนถึงบ่ายวันนี้ แต่ภาพรวมสัปดาห์นี้ยังต้องติดตามการประชุมของเฟดเป็นหลักเนื่องจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกดดันราคาทองคำต่อได้ รวมทั้งการขายของกองทุน SPDR ในปลายสัปดาห์ก่อนที่มีการขายออกมาเกือบ 10 ตัน ทำให้ฝั่ง short คาดว่ายังได้เปรียบกว่า แต่ควรระมัดระวังความผันผวนที่มีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์นี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดหุ้นจีนปิดพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ในวันนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านวิจัยรายหนึ่งกล่าวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจจีนกำลังฟื้นตัว
-   โกลด์แมนยังคงคาดการณ์แนวโน้มเชิงบวกสำหรับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ "แม้มีความวิตกเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ"  โกลด์แมนระบุว่า "เรายังคงคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ 57.50 ดอลลาร์/บาร์เรลในไตรมาส 2 ของปีนี้
-   มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศระบุในวันนี้ว่า สหรัฐจะยังคงมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ AAA ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดต่อไป ตราบใดที่สหรัฐชำระดอกเบี้ยตรงเวลา ถึงแม้เพดานการกู้ยืมเงินของรัฐบาลสหรัฐจะกลับมามีผลบังคับใช้อีกครั้งในวันพฤหัสบดีนี้
-   ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่นร่วงลงอย่างพลิกความคาดหมายในอัตรา 3.2% ในเดือนม.ค.เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 เดือน และตัวเลขนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจจะไม่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน
-   ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 15-16 มี.ค. และจะประกาศผลการประชุมในเวลาราว 10.30-12.30 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดีนี้ โดยนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจ จะจัดการแถลงข่าว ณ เวลา 13.30 น.ตามเวลาไทยในวันพฤหัสบดีนี้

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การปราศัยของประธานธนาคารกลางยุโรป
-   ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่า
-   การประชุมเรื่องการอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

คำแนะนำ    : trading ในกรอบการรีบาวน์สั้นๆ โดยฝั่ง short รอจังหวะเมื่อปรับขึ้นแรง

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1087 เมื่อ: มีนาคม 14, 2017, 09:40:37 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยราคาทองคำพยายามดีดกลับในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ แต่ปัจจัยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่นักลงทุนคาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ ทำให้ราคาทองยังโดนกดดันต่อเนื่อง และประเด็นถัดไปที่ต้องให้ความสนใจคือ การประมาณการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ว่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากมีอาจจะกดดันราคาทองต่อ แต่ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอาจจะช่วยหนุนราคาทองในช่วงปลายสัปดาห์ได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 0.92 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.08% โดยปิดที่ 1,203.5 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,201.97 – 1,211.16 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,202 เหรียญ ราคาทองพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ แต่ยังคงมีปัจจัยกดดันทำให้ราคาทองปรับตัวลดลงในท้ายตลาดก่อนที่จะปิดลบเล็กน้อย โดยคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว ทำให้สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากเฟดเริ่มมีการปรับประมาณการณ์เป็น 4 ครั้งในปีนี้ ราคาทองมีโอกาสถูกกดดันได้ต่อ แต่ถ้าไม่อาจจะช่วยหนุนให้ราคาทองฟื้นตัว ในขณะที่ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งยุโรปจะมาถึงในช่วงเดือนหน้า และในคืนนี้ติดตามดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ และระมัดระวังความผันผวนมากขึ้นในวันพรุ่งนี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดขยับลงเล็กน้อยในวันจันทร์ หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 เดือนในระหว่างวัน ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่า การพุ่งขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบสหรัฐอาจจะเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันและในการบรรเทาภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 92 เซนต์ สู่ 1,203.55 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ แต่ราคาทองก็ได้รับแรงหนุนในเวลาเดียวกันจากการเลือกตั้งในยุโรป
•   นักลงทุนจับตามองการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ในวันพุธนี้ โดยนักลงทุนคาดว่ามีโอกาสน้อยที่พรรคการเมืองที่ต่อต้านสหภาพยุโรป (อียู) จะชนะการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ แต่ถ้าหากพรรคดังกล่าวทำคะแนนโหวตได้สูง นักลงทุนก็จะคาดการณ์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเม.ย.และเดือนพ.ค.อาจจะออกมาในแบบที่พลิกความคาดหมาย
•   เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 14-15 มี.ค. และจะออกแถลงการณ์ในเวลาราว 01.00 น.ของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย และจะจัดงานแถลงข่าวในเวลา 01.30 น.ของวันพฤหัสบดีด้วย โดยนักลงทุนจะจับตาดูแถลงการณ์เฟดเพื่อดูว่า ผู้กำหนดนโยบายของเฟดปรับเปลี่ยนแนวคิดไปจากเดิมอย่างไรบ้าง

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบความผันผวน โดยฝั่ง short ยังได้เปรียบในภาพรวม

 
Smart Stock
Today Strategy:
ปัจจัยภายนอกยังคงกดดัน
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดบริเวณ 972.90 จุด แกว่งตัวในกรอบประมาณ 5 จุด ในภาคเช้าก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดในช่วงท้ายตลาดดันสัญญาฯ ขึ้นไปปิดบวกที่ 974.70 จุด ในขณะที่ SET index ปิดตลาดลบที่ 1,535.51 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ยังคงเบาบางเพียง 35,930.85 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ (+239.15 ล้านบาท), นักลงทุนสถาบันภายในประเทศ (+949.21 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยเเละบัญชีบริษัทหลักทรัพย์มีมุมมองที่ต่างออกไป ภาพรวมการเคลื่อนไหวยังคงผันผวนเหมือนกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออกและแรงกดดันจากสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมสัปดาห์นี้ สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดยังคงขาดปัจจัยใหม่ๆ ที่เป็นปัจจัยบวกหนุนดัชนีและคาดว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะ sideway down มากกว่ารวมทั้งยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงรุนเเรงซึ่งอาจกระทบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ  (WTI=48.27 USD/bbl) ประกอบกับค่าเงินบาทที่ยังคงอ่อนค่าสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในส่วนประเด็นการเลือกตั้งฝั่งยุโรปเราให้น้ำหนักไม่มากเนื่องจากมีแนวโน้มที่จะกระทบในตลาดทองคำและตราสารหนี้มากกว่าแต่อย่างไรก็ตามควรติดตามประกอบการลงทุนด้วย

•   Strategy : ฝั่ง Short ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 977 จุด, Upside ถูกจำกัดจากประเด็นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เป็นหลัก

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
-   ราคาน้ำมันดิบยังคงปรับลดรุนเเรงอาจกระทบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ  (WTI=48.27 USD/bbl)

ข่าวในประเทศ
กระทรวงการคลังลุยระบบ ‘ค่าปรับอิเล็กทรอนิกส์’ : รมว.คลัง เปิดเผยถึงแผนการผลักดันเนชันแนล อี-เพย์เมนต์ในระยะต่อไปว่า เตรียมจัดทำระบบค่าปรับอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนจ่ายค่าปรับทุกประเภทด้วยบัตรอิเลกทรอนิกส์ไปยังหน่วยงานได้โดยตรง ป้องกันการรั่วไหลของค่าปรับ ไม่ให้เกิดการทุจริต เหมือนจ่ายเป็นเงินสด ซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ามีการนำไปเข้ารายได้ของรัฐบาลจริงหรือไม่
-    คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% จับตาตลาดเงิน-หุ้นผันผวน : ผู้ว่า ธปท. เปิดเผยถึงกรณีเฟด เตรียมปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระหว่างวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ว่า ธทป.ได้มีการติดตามสถานการณ์อยู่ ซึ่งขณะนี้ตลาดเงินคาดกันว่าเฟดจะมีการขึ้นดอกเบี้ย ดังนั้นหากมีการปรับขึ้นจริงก็ไม่เป็นการสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเพราะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าไว้แล้ว ส่วนค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าก็เป็นการปรับตัวตามกลไกของตลาด เช่นเดียวกับการไหลออกของเงินทุนต่างชาติก็เป็นเรื่องปกติไม่ได้มีความกังวล
-    (BJCH17Y)BJCคลอดหุ้นกู้ วงเงิน4หมื่นล้าน ทริสจัดอันดับA+ : BJC ออกหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 6 ชุด เสนอขายนักลงทุนทั่วไป-สถาบัน-รายใหญ่ เปิดจอง 21-23 มี.ค.นี้ ด้านบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ BJC ที่ “A+” แนวโน้ม “คงที่”
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1088 เมื่อ: มีนาคม 14, 2017, 05:11:05 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ตลาดยังคงเฝ้ารอเฟด
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าที่ 1,204.22 USD/toz มีแรงขายกดดันอย่างต่อเนื่องระหว่างวันก่อนลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 1,200.04 USD/toz ซึ่งเรามองว่าเป็นระดับที่มีนัยสำคัญต่อจิตวิทยาการลงทุนของนักลงทุนในตลาด โดยภาพรวมสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำตลอดสัปดาห์นี้เราคาดว่ามีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวอย่างผันผวนและอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกที่เข้ามกระทบทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ด้านปัจจัยบวกคงนี้มีเพียงประเด็นการเลือกตั้งฝั่งยุโรป (ประเทศเนเธอร์แลนด์) ซึ่งเข้ามาเป็นประเด็นที่กระตุ้นความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง(เราให้น้ำหนักเพียงระยะสั้นเท่านั้น) ซึ่งสะท้อนผ่านการเข้าซื้อสุทธิในทองคำของนักลงทุนสถาบันหลักอย่างกองทุน SPDR ซึ่งมีสถานะซื้อสุทธิเมื่อวานนี้กว่า 6.81 ตัน รวมถือครองทองคำสุทธิที่ 832.03 ตัน ถือว่าเป็นมุมมองที่มีนัยสำคัญเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง ในส่วนของปัจจัยลบก็คงจะหนีไม่พ้นประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มสูงที่จะเกิดขึ้นในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองคำทรงตัว/ตลาดรอดูประชุมเฟดและการเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์ : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ขยับลง 92 เซนต์ สู่ 1,203.55 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์โดยราคาทองได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธนี้ แต่ราคาทองก็ได้รับแรงหนุนในเวลาเดียวกันจากการเลือกตั้งในยุโรป ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนเม.ย.ที่ตลาด COMEX ปิดบวก 1.70 ดอลลาร์ ที่ 1,203.10 USD/toz
-   ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวขณะนักลงทุนจับตาการประชุมเฟด : ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวในวันจันทร์โดยฟื้นตัวหลังจากร่วงลงในวันศุกร์ แม้รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ทั้งนี้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตะกร้าเงินที่ 101.33 จุด
-   ตลาดเก็งเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหนุนบอนด์ยิลด์ปรับตัวขึ้น : อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นอัตราดอกเบ ี้ยในวันพุธนี้ โดยความวิตกที่ว่าเฟดอาจจะบ่งชี้ถึงอัตราการขึ้นดอกเบี้ย ในอนาคตแบบเชิงรุกมากขึ้นและการขายหุ้นกู้เอกชนใหม่ ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปิดที่ 96-48/256 โดยมีผลตอบแทน 3.1988% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิด ที่ 96-216/256 โดยมีผลตอบแทน 2.613%
-   น้ำมันดิบปรับลดลงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือน : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดขยับลดลงเล็กน้อย ในวันจันทร์หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 เดือนในระหว่างวัน ในขณะที่นักลงทุนกังวลว่าการพุ่งขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบ สหรัฐฯ อาจจะเป็นอุปสรรคขัดขวางความพยายามของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก ในการจำกัดปริมาณการผลิต น้ำมันและในการบรรเทาภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน เม.ย. ร่วงลง 9 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 48.40 USD/bbl

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมเรื่องการอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
-   การเลือกตั้งฝั่งยุโรป (ประเทศเนเธอร์แลนด์)

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short Position น่าสนใจมากกว่าแต่ต้องพิจารณาแรงซื้อ ณ ระดับราคาที่ 1,200 USD/toz ไว้ด้วย

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1089 เมื่อ: มีนาคม 15, 2017, 09:58:42 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยเป็นวันที่สองติดต่อกัน หลังจากมีแรงขายในช่วงท้ายตลาด โดยเมื่อคืนนี้มีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ และเพิ่มขึ้นมากสุดในรอบกว่า 5 ปี และนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในคืนนี้ แต่ราคาทองมีแรงซื้อสนับสนุนจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของทางฝั่งยุโรป และแรงซื้อจากกองทุน SPDR ทำให้วันนี้ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการประชุมเฟดอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่าราคาทองมีโอกาสผันผวนแรง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 5.22 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.43% โดยปิดที่ 1,198.33 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,196.79 – 1,207.63 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,200 เหรียญ ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง โดยมีแรงขายออกมาในช่วงท้ายตลาดเมื่อวานนี้ โดยในเมื่อคืนนี้มีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค ที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์และดีสุดในรอบกว่า 5 ปี ซึ่งช่วยหนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในคืนนี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะเป็นปัจจัยหนุนในการเข้าซื้อทองในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยกองทุน SPDR เริ่มมีการกลับเข้าซื้อทองคำอีก 2.96 ตัน รวมถือครอง 834.99 ตัน ทำให้คืนนี้ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และการประชุมของเฟดว่าจะออกมาแสดงท่าทีอย่างไร ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองคำมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวนแรงได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงในวันอังคาร หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น และซาอุดิอาระเบียปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันโดยซาอุดิอาระเบียแจ้งโอเปกว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของซาอุดิอาระเบียเพิ่มขึ้นสู่ 10.011 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.พ. แต่แหล่งข่าวกล่าวว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของซาอุดิอาระเบียลดลงสู่ 9.797 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนก.พ.
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันอังคารโดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ และได้แรงหนุนจากความเสี่ยงทางการเมืองในยุโรปขณะที่จะมีการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์
•   ปอนด์ร่วงลง 0.5% สู่ระดับ 1.2158 ดอลลาร์ หลังร่วงต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สก็อตแลนด์จะจัดการลงประชามติเรื่องการแยกตัวเป็นอิสระเป็นครั้งที่ 2 และการใช้มาตรา 50 ซึ่งจะเริ่มการเจรจาต่อรองอย่างเป็นทางการเพื่อให้อังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป
•   เนเธอร์แลนด์จะจัดการเลือกตั้งในวันพุธนี้ ทั้งนี้ พรรคปาร์ตี ฟอร์ ฟรีดอมที่มีนโยบายต่อต้านอิสลามไม่มีแนวโน้มว่าจะชนะการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ แต่ถ้าหากพรรคนี้ได้คะแนนโหวตสูง นักลงทุนก็จะกังวลกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในเดือนเม.ย.และพ.ค.

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

•   Strategy : ฝั่ง short ยังคงได้เปรียบ แต่ให้ระมัดระวังความผันผวน และแรงซื้อกลับหลังจากเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยตามคาดการณ์

 
Smart Stock
Today Strategy:
ติดตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด
   สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดบริเวณ 975.50 จุด มีแรงซื้อเข้ามาในภาคเช้า เคลื่อนไหวปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 979.20 จุด ก่อนจะปิดตลาดในแดนบวกที่ 976.50 จุด ด้าน SET index ก็เคลื่อนไหวและปิดตลาดในแดนบวกเช่นเดียวกันที่ 1,543.15 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่เริ่มกลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติที่ 49,875.34 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ +1,679.44 ล้านบาท, บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ +239.56 ล้านบาท เเละนักลงทุนรายย่อยทั่วไปในประเทศ +62.65 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างประเทศมีมุมมองสวนทางขายสุทธิ -1,981.65 ล้านบาท (และมีสถานะขายสุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี SET50 -408 สัญญา) ซึ่งเราคาดการณ์ว่าเป็นผลมาจากเงินทุนที่ไหลออกบางส่วนจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในช่วงประมาณตีหนึ่งคืนนี้ตามเวลาประเทศไทย โดยฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักประเด็นดังกล่าวเป็นหลักในการเปิดสถานะซื้อขายในวันนี้มากกว่าปัจจัยภายในประเทศซึ่งยังคงไร้ปัจจัยบวกตลอดเดือนมีนาคม ประกอบกับค่าเงินบาทที่ยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าและราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ที่ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 USD/bbl

•   Strategy : Wait & See ไม่เปิดสถานะการลงทุน, ติดตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดช่วงตีหนึ่งตามเวลาไทย

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
-    ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50 USD/bbl จำกัดกรอบกลุ่มพลังงานภายในประเทศ

ข่าวในประเทศ
-     จีดีพี'เอสเอ็มอี'ปี 59 พุ่ง 4.8% : สสว. เปิดเผยว่า มูลค่าจีดีพีเอสเอ็มอี ในปี 2559 สูงถึง 6.04 ล้านล้านบาท โดยขยายตัว 4.8% จากปี 2558 ซึ่งยังคงสูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศที่ขยายตัว 3.2% และมีสัดส่วนต่อจีดีพีของประเทศเพิ่มขึ้นจาก 41.2% เป็น 42.1% จากปีก่อนหน้า โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 เอสเอ็มอีเติบโต 4.1% ชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/2559 ที่ขยายตัว 5.0%
-    ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยไม่หวือหวา เชื่อสหรัฐฯ ห่วงสูญกำไรลงทุนนอก : ธนาคารกสิกรไทยเปิดเผยในงานสัมมนา "มุมมองเศรษฐกิจและค่าเงินไตรมาสแรก" ว่าธนาคารยังคงประมาณการจีดีพีปี 60 ที่ 3.3% ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยแรงส่งสำคัญช่วงไตรมาสแรกปีนี้ คือการขยายตัวของการส่งออก และภาคการท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องแต่การลงทุนภาครัฐยังล่าช้าเพราะต้องรอการปฏิรูปให้แล้วเสร็จก่อน
-    (TTAH17)TTA ตุนเงินสดพร้อมลงทุน : TTA เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากพิซซ่าฮัท ในเดือน มิ.ย. หลังบริษัท พีเอซ แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนกับ TTA เข้าไปถือหุ้น 70% ซื้อขายสินทรัพย์ร้านพิซซ่าฮัทในประเทศไทยจากบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ ปัจจุบันพิซซ่าฮัทมีจำนวนสาขาทั้งหมด 92 แห่ง โดยมีแผนในระยะ 4-5 ปี จะเพิ่มสาขาอีก 100 แห่ง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1090 เมื่อ: มีนาคม 15, 2017, 05:08:55 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามการประชุมเฟด
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,198.36 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,197.61 – 1,205.25  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองแกว่งตัวในแดนบวกส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้ โดยคืนนี้ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญได้แก่ ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค และยอดค้าปลีก และที่สำคัญที่สุดคือการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่นักลงทุนได้คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในคืนนี้ โดยจากตัวเลขของสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าให้น้ำหนักมากกว่า 90% ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในคืนนี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปตามคาดการณ์ ทำให้ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ถ้อยแถลงของประธานเฟด ว่าจะมีการปรับมุมมองต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่า 3 ครั้งหรือไม่ ถ้าหากมากกว่า 3 ครั้ง ราคาทองอาจจะโดนกดดันต่อได้ แต่ถ้าไม่ได้มีการปรับเพิ่มประมาณการณ์ราคาทองอาจจะเริ่มฟื้นตัวได้ เนื่องจากกองทุน SPDR เริ่มทยอยซื้อทอง 2 วันทำการ รวมทั้งปัจจัยความเสี่ยงของการเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์ที่เกิดขึ้นในวันนี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นับตั้งแต่นายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย. 2016 เป็นต้นมา ตลาดโลกก็มีความผันผวนอยู่ในระดับต่ำมากจนน่าประหลาดใจ ถึงแม้นักวิเคราะห์เคยกล่าวเตือนว่า ชัยชนะของนายทรัมป์อาจจะก่อให้เกิดความไม่แน่นอนและภาวะปั่นป่วนวุ่นวายก็ตาม คำอธิบายที่ดีที่สุดสำหรับภาวะผันผวนต่ำนี้ก็คือว่า เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างสม่ำเสมอและคาดการณ์ล่วงหน้าได้ง่ายที่สุดในรอบหลายสิบปีในช่วงนี้ หลังจากเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวออกจากวิกฤติการเงิน และการเติบโตอย่างสม่ำเสมอนี้ก็บดบังปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในระยะสั้น ซึ่งรวมถึงความเปลี่ยนแปลงในทำเนียบขาว
-   กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เรียกร้องเมื่อวานนี้ให้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 19 ประเทศ รวมทั้งสหภาพยุโรป (จี-20) ทำงานร่วมกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางการค้า และหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้า รวมทั้งเรียกร้องให้กลุ่มจี-20 ปรับลดภาวะไม่สมดุลกับต่างประเทศ และยุตินโยบายที่ทำให้การค้าโลกบิดเบือน
-   เนเธอร์แลนด์จัดการเลือกตั้งในวันนี้ โดยจะเริ่มเปิดให้ลงคะแนนโหวต ณ เวลา 13.30 น.ตามเวลาไทย และจะปิดการโหวตในเวลา 03.00 น.ของวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย โดยหลายคนมองว่า การเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบกระแสต่อต้านผู้อพยพและกระแสชาตินิยม ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่างเนเธอร์แลนด์กับตุรกีในช่วงนี้ทำให้กระแสดังกล่าวยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในคืนนี้
-   การประชุมของเฟดเรื่องอัตราดอกเบี้ยในคืนนี้
-   การเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์

คำแนะนำ    : ฝั่ง short ยังคงได้เปรียบ แต่ให้ติดตามการแถลงการณ์ของเฟดอย่างใกล้ชิด

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1091 เมื่อ: มีนาคม 16, 2017, 10:04:13 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง โดยราคาดีดกลับแรงในช่วงท้ายตลาด หลังจากเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์ แต่ไม่ได้ให้สัญญาณในการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งยังคงประมาณการณ์ไว้ 3 ครั้งในปีนี้ ทำให้นักลงทุนเริ่มมีแรงซื้อกลับในตลาดหุ้นและทองคำ และค่าเงินดอลลาร์มีการอ่อนค่า รวมทั้ง SPDR มีการซื้อทองคำติดต่อกัน 3 วันทำการ ทำให้ทองคำเริ่มกลับมามีแนวโน้มที่ดีขึ้นอีกครั้ง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.32 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +1.70 โดยปิดที่ 1,218.65 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,197.18 – 1,221.91 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,224 เหรียญ  ราคาทองคำดีดกลับแรงในช่วงท้ายตลาดหลังจากเฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์ แต่ประธานเฟดไม่ได้ส่งสัญญาณการปรับเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยยังให้น้ำหนักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ประมาณ 3 ครั้งเท่าเดิม ทำให้ราคาทองมีแรงซื้อกลับหลังจากนักลงทุนส่วนใหญ่ได้คาดการณ์ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้อยู่แล้ว และประธานเฟดได้กล่าวอีกว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตได้ดี แต่ไม่ได้มีทีท่าในการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และเม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นและทองคำ โดยจะเห็นได้ว่ากองทุน SPDR ซื้อทองติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยเมื่อคืนนี้ซื้ออีก 4.44 ตัน รวมถือครอง 839.43 ตัน ทำให้ทองคำเริ่มกลับมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และในวันนี้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นและอังกฤษ ทางฝั่งสหรัฐฯ ติดตามตัวเลขภาคที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 8 วันในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลงอย่างพลิกความคาดหมาย และจากรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่ระบุว่า มาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก) อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบในช่วงครึ่งแรกของปี 2017
•   ดอลลาร์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญในวันพุธ หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินในอัตราที่ค่อยเป็นค่อยไปในปีนี้มากกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากในตลาดคาดไว้
•   ยูโรและฟรังก์สวิสปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังผลสำรวจexit poll ในการเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์บ่งชี้ว่า พรรค VVD ของนายมาร์ค รูทท์นายกรัฐมนตรีชนะที่นั่งส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งรัฐสภา ส่วนพรรคParty for Freedom ที่ต่อต้านอิสลามของนายเกิร์ท ไวล์เดอร์สชนะเพียง 19 ที่นั่งจาก 150 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร
•   เฟดระบุในแถลงการณ์ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น และเจ้าหน้าที่เฟดยังคงคาดการณ์ตามเดิมว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้งในปี 2018

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางอังกฤษ

•   Strategy : หาจังหวะเปิด long เมื่อราคาย่อตัว

 
Smart Stock
Today Strategy:
เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยตามคาด
ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้ยังคงเคลื่อนไหวผันผวนเช่นเดียวกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคซึ่งปิดตลาดในแดนบวกสลับลบเช่นกัน ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นฝั่งยุโรปเคลื่อนไหวเเละปิดตลาดในเดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยเมื่อวานนี้ตลาดยังคงกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาซึ่งได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย +0.25% เพื่อให้สอดรับกับเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้ตลาดสหรัฐฯ ทั้งสามตลาดตอบรับในเชิงบวกปรับขึ้นราว 0.5-0.8 %  ในส่วนของปัจจัยภายในภูมิภาคคงหนีไม่พ้นกรณีประธานาธิบดีเกาหลีใต้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งซึ่งเรามองว่าผลกระทบจำกัดแค่ภายในประเทศเกาหลีใต้เท่านั้นจึงไม่ให้น้ำหนักมากเท่าใด สำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดบริเวณ 975.60 จุด เคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นระหว่างวันก่อนมีแรงซื้อช่วงท้ายตลาดและปิดตลาดที่ 977.40 จุด ภาพการเคลื่อนไหวค่อนข้างแตกต่างกับ SET index ซึ่งปิดตลาดไม่คึกคักบริเวณ 1,540.80 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันในเกณฑ์ปกติที่ 46,887.65 ล้านบาท โดยเป็นเเรงขายสุทธิจากนักลงทุนทั่วไปในประเทศ (-275.13ล้านบาท), บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-70.70 ล้านบาท) เเละนักลงทุนต่างประเทศ (-2,465.79 ล้านบาท) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่นำตลาดยังคงเป็น 3 กลุ่มหลักในตลาดได้แก่กลุ่มพลังงาน, สื่อสารและค้าปลีกสลับกันไป โดยเรามองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยยังพอมี Upside อยู่บ้างจากกลุ่มธนาคารประกอบกับ P/E ตลาด ณ ปัจจุบันค่อนข้างเหมาะสมประมาณ 16 เท่า แต่อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้ติดตามราคาน้ำมันดิบอย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จำกัดกรอบ Upside กลุ่มพลังงานภายในประเทศแม้สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ จะรายงานเป็นบวกต่อราคาน้ำมันดิบแต่เรามองว่าภาพรวมอุปทานน้ำมันยังคงล้นตลาดอยู่พอสมควร

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบความผันผวนระหว่างวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าสวนทางดอลลาร์ที่ 35.06 บาท/USD

ข่าวในประเทศ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จูงมือบริษัทจดทะเบียนไทยชูศักยภาพต่างแดน : ตลท.พา 9 บริษัทจดทะเบียน ประเดิมโรดโชว์แรกปี 2560 พบผู้ลงทุนสถาบันฮ่องกง พร้อมรุกตลาดใหม่ เตรียมอวดความแข็งแกร่ง บจ.ไทยที่เกาหลีปลายเดือน มี.ค.นี้ เผยมีแผนจัดโรดโชว์ต่างประเทศอีก 3 ครั้ง ที่ อังกฤษ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์
-    เชื่อเฟดเร่งเครื่องขึ้นดอกเบี้ย : นักวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายสำนักคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณเร่งการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เร็วขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เดิม 3 ครั้ง เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้แกร่งขึ้น อัตราการจ้างงานขยายตัวดีและมีแนวโน้มจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% เร็วกว่าที่คาดไว้
-    (KBANKH17)แบงก์กสิกรรุก สปป.ลาว ตั้งเป้า 3.1 พันล้าน : ธนาคารกสิกรไทยเปิดสำนักงานใหญ่ใน สปป.ลาว รองรับการเศรษฐกิจขยายตัวสูง หวังเชื่อมธุรกิจจากภูมิภาคอาเซียนตอบโจทย์การค้าการลงทุนจากนักลงทุนไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งเป้ายอดสินเชื่อและเงินฝากกว่า 3,100 ล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1092 เมื่อ: มีนาคม 16, 2017, 05:02:23 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยตามคาดการณ์
สำหรับการเคลื่อนไหวของทองคำในภาคเช้ายังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อจากเมื่อคืนนี้ โดยเปิดตลาดบริเวณ 1,224.51 USD/toz ก่อนเคลื่อนไหวในแดนบวกและขึ้นไปทำจุดสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 1,228.82 USD/toz โดยที่การเคลื่อนไหวตลอดค่ำคืนที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าตลาดทองคำและตลาดทุนอื่นๆ รับรู้ข่าวการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ไปพอสมควรแล้วโดยค่ำคืนที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติอย่างเป็นทางการที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย +0.25%(25 Bps) สู่ระดับ 0.75-1.00% (และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีก 2 ครั้งในปีนี้รวมเป็น 3 ครั้งตลอดปี 2560) เพื่อให้สอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนผ่านอัตราการจ้างงานและดัชนีเศรษฐกิจอื่นๆ รวมทั้งเพื่อให้สอดรับกับอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้มีแรงขายทำกำไรในค่าเงินดอลลาร์กดดันให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์(Dollar Index) ปรับตัวเคลื่อนไหวลดลงที่บริเวณ 100.55 จุด ด้านมุมมองของนักลงทุนสถาบันหลักอย่างกองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำสุทธิเมื่อคืนนี้ที่ +4.44 ตัน รวมมีสถานะถือครองทองคำสุทธิ 839.43 ตัน เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงสัปดาห์นี้ได้รับปัจจัยบวกจากการเมืองฝั่งยุโรป(การเลือกตั้งของประเทศเนเธอร์แลนด์) และฝั่งเอเชีย(การถูกถอดถอนจากตำแหน่งของประธานาธิบดีเกาหลีใต้) ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้เราคาดว่าจะเข้ามาเป็นปัจจัยหนุนทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้งในช่วงสั้นๆ สำหรับการเปิดสภานะในค่ำคืนนี้ให้ซื้อขายด้วยความระมัดระวังเนื่องจากอาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นอีกครั้งและทองคำมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวแกว่งตัวออกข้างในกรอบ รวมทั้งติดตามดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีการประกาศหลายดัชนีในค่ำคืนนี้ได้แก่ จำนวนใบอนุญาตสร้างอาคารใหม่, ดัชนีการสำรวจภาคการผลิตของฟิลาเดเฟีย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดก่อสร้างบ้านใหม่และจำนวนตำแหน่งงานนอกภาคการเกษตร

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามตลาดคาดการณ์ : เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพุธเป็นครั้งที่สองในรอบสามเดือน โดยได้แรงหนุนจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ, การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นที่ว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังปรับตัวขึ้นสู่ระดับเป้าหมายของเฟด ทั้งนี้เฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ซึ่งนับเป็นมา ตรการหนึ่งในความพยายามของเฟดที่จะปรับนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ร่วงหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงในวันพุธหลังจากเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือนตามคาดแต่ไม่ได้ระบุถึงแผนใดๆ ที่จะเร่งอัตราการขึ้นดอกเบี้ย ทั้งนี้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปิดที่ 97-200/256 โดยมีผลตอบแทนที่ 3.1145% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 97-204/256 โดยมีผลตอบแทน 2.5021%
-   ดอลลาร์สหรัฐฯ ร่วงหลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป : ดอลลาร์ร่วงลงอย่างหนักเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญ ในวันพุธหลังเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินในอัตรา ที่ค่อยเป็นค่อยไปใน ปีนี้มากกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากในตลาดคาดไว้ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 1.1% สู่ระดับ 100.56 จุด หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1  เดือน ส่วน ยูโรพุ่งขึ้นสู่ 1.0740 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ร่วงสู่ 0.9980 ฟรังก์สวิส
-   ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นหลังสต็อกน้ำมันดิบปรับลดลง : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้ า NYMEX พุ่งขึ้นเป็นครั้ง แรกในรอบ 8 วันในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลงอย่างพลิกความคาดหมายและจากรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (IE A) ที่ระบุว่ามาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่ม โอเ ปกอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันดิบในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน เม.ย.พุ่งขึ้น 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2.4 % มาปิดตลาดที่ 48.86 USD/bbl
-   ราคาทองคำปรับพุ่งขึ้นหลังเฟดไม่ส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ย : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 20.32 ดอลลาร์ หรือ 1.70 % สู่ 1,218.65 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธหลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 1 สัปดาห์ที่ 1,219.36 USD/toz ในระหว่างวัน ในขณะที่ เฟดระบุว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังจากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 % เป็นครั้งที่สองในรอบ 3 เดือน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในคืนนี้โดยเฉพาะจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, จำนวนตำแหน่งงานนอกภาคการเกษตร
-   ติดตามผลการเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ

คำแนะนำ    : เปิดสถานะในกรอบ, ทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวออกข้าง, ระวังแรงขายทำกำไร

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1093 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 10:24:33 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อในเมื่อวานนี้ และทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบสัปดาห์ หลังจากได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่ทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาทองคำจะเริ่มแกว่งในกรอบที่แคบลง หลังจากราคาทองคำได้รับข่าวเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปหมดแล้ว และเริ่มมีแรงขายของกองทุน SPDR ในเมื่อคืนนี้ รวมทั้งการเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์ฝ่ายต่อต้านอิสลามแพ้การเลือกตั้งทำให้แรงซื้อทองคำในสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.75 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.64% โดยปิดที่ 1,226.40 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,217.45 – 1,233.13 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,225 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อในเมื่อวานนี้โดยราคาทองคำได้ทำจุดสูงสุดในรอบสัปดาห์ที่บริเวณ 1,233 เหรียญ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ และในวันนี้คาดว่าราคาทองคำจะเริ่มแกว่งในกรอบที่แคบลงหลังจากรับรู้ข่าวเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และเริ่มมีแรงขายออกมาจากกองทุน SPDR ที่ขายออกมา 2.37 ตัน รวมถือครองทองคำ 837.06 ตัน รวมทั้งผลการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ที่ฝ่ายต่อต้านอิสลามแพ้การเลือกตั้งส่งผลให้แรงซื้อทองคำในสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงเช่นกัน และในวันนี้ติดตามตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ โดย ม.มิชิแกน

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันพฤหัสบดี ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐยังคงอยู่ใกล้สถิติสูงสุด และปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า มาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อาจจะไม่สามารถบรรเทาภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก โดยความกังวลดังกล่าวบดบังแรงหนุนที่ราคาน้ำมันได้รับจากการอ่อนค่าของดอลลาร์
•   ดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้ากสุลเงินในวันพฤหัสบดี หลังแถลงการณ์จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าเฟดจะเร่งอัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เฟดลงมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ช่วง 0.75-1.00% และคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่บรรดานักลงทุนคาดไว้ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้
•   ปอนด์ปรับตัวขึ้น หลังธนาคารกลางอังกฤษลงมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ขณะที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการระบุถึงโอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยปอนด์แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 1.2373 ดอลลาร์
•   เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สองในรอบ 3 เดือนในวันพุธที่ผ่านมา แต่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณว่า เฟดจะเร่งความเร็วในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ถึงแม้นักลงทุนบางรายเคยคาดการณ์ก่อนหน้านั้นว่า เฟดอาจจะเร่งความเร็ว

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การประชุม G20

•   Strategy : trading ในกรอบ 1,218 – 1,233 เหรียญ โดยฝั่ง long ยังน่าสนใจเมื่อราคาย่อตัว

 
Smart Stock
Today Strategy:
ได้รับปัจจัยบวกจากกลุ่มธนาคาร
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างชัดเจนโดยเปิดตลาดเกิดช่องว่างของราคาประมาณ +4 จุดที่ 982 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้อเข้ามาดันสัญญาขึ้นไปทำจุดสูงสุดในระหว่างวันบริเวณ 987.20 จุด และปิดตลาดในแดนบวกที่ 986.60 จุด ลักษณะการเคลื่อนไหวเหมือนกับ SET index ซึ่งปิดตลาด 1,557.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันหนาเเน่นพอสมควรที่ 56,117.78 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อหลักจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันภายในประเทศที่ซื้อสุทธิกว่า +5,568.85 ล้านบาท ซึ่งมีมุมมองต่างจากนักลงทุนกลุ่มอื่นโดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยภายในประเทศที่ขายสุทธิ -3,640.94 ล้านบาท เเละนักลงทุนต่างประเทศที่ขายสุทธิ -1,324.92 ล้านบาท (รวมมีสถานะขายสุทธิตลอดเดือนกว่า -16,124.63 ล้านบาท) โดยเป็นแรงซื้อเข้าในกลุ่มธนาคารเป็นหลักจากปัจจัยบวกด้านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ สำหรับการเคลื่อนไหวในวันนี้เราคาดว่าตลาดมีแนวโน้มที่จะมีแรงขายทำกำไรออกมาบางส่วนประกอบกับเป็นวันศุกร์ปลายสัปดาห์อาจส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายระหว่างวันเบาบางจำกัด Upside ของดัชนีได้ อีกทั้งดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงขาดปัจจัยบวกสำคัญภายในประเทศที่จะชี้นำทิศทางการเคลื่อนไหวได้อย่างมีนัยสำคัญ

•   Strategy : ฝั่ง Long ได้เปรียบในวันหากราคายังเคลื่อนไหวสูงกว่าระดับ 985 จุด, ระวังแรงขายทำกำไร

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าที่ 34.97 บาท/USD
-    ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องเคลื่อนไหวที่ระดับ 100.23 จุด

ข่าวในประเทศ
-    ดัชนีตลาดหุ้นโลกทะยานรับเฟดไม่เร่งดอกเบี้ย : เฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ไปอยู่ที่ 0.75-1% ตามความคาดหมายระหว่างการประชุมรอบล่าสุด ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งผ่านอัตราเงินเฟ้อและการจ้างงาน แต่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่เหลือในปีนี้ให้มากขึ้นตามที่ตลาดคาดไว้ ส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกตอบรับในแดนบวกจนทุบสถิติใหม่
-    กลต.อาเซียนออกเกณฑ์คุมกรีนบอนด์ : รายงานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนอาเซียน (ACMF) เห็นชอบโครงการสำคัญตามแผนปฏิบัติการ 5 ปี (2559-2563) มุ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน เชื่อมโยงตลาดทุนในภูมิภาคอาเซียนในแข็งแกร่งและเตรียมออกเกณฑ์อาเซียนกรีนบอนด์ใช้ร่วมกันทั่วภูมิภาค
-    (PTTH17) PTT ลุ้นปันผลครึ่งหลัง : PTT จับตาไตรมาสแรกปี 2560 กลับมาฟื้นตัวโดดเด่น เหตุไม่มีการตั้งสำรองกำไรหลักได้แรงหนุนจากอัตรากำไรของธุรกิจโรงแยกก๊าซที่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนก๊าซที่ทรงตัวต่ำ หนุนทั้งปีเติบโตต่อเนื่อง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1338


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1094 เมื่อ: มีนาคม 17, 2017, 05:21:45 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งในกรอบบน
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,226.56 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,224.36 – 1,228.10  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบสัปดาห์ ในเมื่อคืนนี้ หลังจากค่าเงินดอลลาร์มีเจอแรงขายทำกำไรต่อเนื่อง และต่ำกว่า 100 จุดในช่วงบ่ายวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามแรงซื้อทองคำก็เริ่มชะลอลงหลังจากปรับตัวขึ้นแรงทำให้ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรเช่นกัน โดยจะเห็นได้ว่ากองทุน SPDR เริ่มมีการขายทองออกมาอีกครั้งในเมื่อคืนนี้  รวมทั้งแรงซื้อที่เริ่มลดลงหลังจากการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์เสร็จสิ้นและเป็นไปตามคาดการณ์ ทางฝ่ายวิจัยจึงคาดว่า ราคาทองจะแกว่งตัวในกรอบด้านบน ในคืนนี้ เพื่อรอปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยในคืนนี้ติดตามตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรม และความเชื่อมั่นผู้บริโภคเป็นหลัก

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายอีวาลด์ โนวอทนี ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า อีซีบีจะตัดสินใจในภายหลังว่า อีซีบีจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงก่อนหรือหลังจากที่อีซีบียุติมาตรการเข้าซื้อพันธบัตร หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
-   นางคริสติน ฟอร์บส์ ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ลงคะแนนเสียงให้ BOE ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 0.25% สู่ 0.50% ในวันพฤหัสบดี ในขณะที่สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (MPC) อีก 8 คนใน BOE ลงคะแนนเสียงให้ BOE ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่สถิติต่ำสุดที่ 0.25% ต่อไป อย่างไรก็ดี สมาชิก MPC บางคนระบุว่า ไม่ใช่เรื่องยากในการที่พวกเขาจะลงคะแนนเสียงแบบเดียวกับนางฟอร์บส์ในอนาคต
-   นายคาลิด อัล-ฟาลีห์ รมว.พลังงานซาอุดิอาระเบียกล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวบลูมเบิร์กในวันพฤหัสบดีว่า อาจจะมีการต่ออายุข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ออกไป ถ้าหากสต็อกน้ำมันในคลังยังคงอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ย
-   บริษัทเอ็นทีเอ็น คอร์ป (NTN) ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของญี่ปุ่นแถลงในวันนี้ว่า บริษัทเอ็นทีเค พรีซิชัน แอกเซิล ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนของ NTN จะสร้างโรงงานในรัฐอินเดียนาของสหรัฐเพื่อปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพลาขับ  โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้เรียกร้องให้บริษัทรถยนต์ซึ่งรวมถึงบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปของญี่ปุ่น มาสร้างโรงงานในสหรัฐและจ้างคนงานในสหรัฐ
-   INSEE ซึ่งเป็นสำนักงานสถิติแห่งชาติของฝรั่งเศสระบุในวันพฤหัสบดีว่า เศรษฐกิจฝรั่งเศสจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาส 2 ของปีนี้ และจะเติบโตในอัตราที่สอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนในวงกว้าง หลังจากเติบโตต่ำกว่ายูโรโซนมาเป็นเวลานาน 3 ปี

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมกลุ่มผู้นำ G20
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์

คำแนะนำ    : trading ในกรอบบน  และ follow เมื่อ breakout

 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 71 72 [73] 74 75 ... 90   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!