TARADTHONG.COM
ตุลาคม 23, 2014, 10:01:10 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 [2] 3 4 ... 113   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 563669 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2013, 08:28:29 AM »




รายการ Money Delivery 29 May 2013 By classicgoldfutures
คุณณัฐฑี จุฑาวรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ร่วมพูดคุยในรายการ Moneydelivery ทางช่อง TNN24 ช่วง
อนาคตทอง เรามองขาด กับ classic gold ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อราคาทองคำ ในวันพุธที่  29 พฤษภาคม 2556

บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2013, 09:55:19 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 โดยบริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: Gold ราคาแกว่งตัวในกรอบ และมีราคาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากค่าเงิน USD ที่อ่อนค่าลง ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง และเงินบาทที่อ่อนค่าลงช่วยหนุนราคาทองในประเทศ  SET50 หากดัชนียังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,065/1,075 ดัชนี ยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงมา

•   Gold เมื่อวานนี้ราคาทองคำในตลาด COMEX ปิดปรับตัวขึ้นได้จากการที่ค่าเงิน USD อ่อนค่าลง และการปรับลดลงของตลาดหุ้นสหรัฐ ทำให้มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การที่ราคาทองคำปรับลดลงแรงในวันอังคารยังช่วยกระตุ้นความต้องการทองคำในตลาด Physical ให้เพิ่มขึ้นโดยค่าพรีเมียมของทองแท่งในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเป็น 7 USDต่อออนซ์ ในขณะที่ค่าพรีเมี่ยมในตลาดฮ่องกงอยู่ที่ 4 – 5 USDต่อออนซ์ ส่วน SPDR กลับเข้ามาซื้อทองคำเป็นครั้งแรกจำนวน 0.9 ตัน นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงอีกครั้ง ซึ่งในอนาคตจะผลต่อราคาทองคำเช่นกัน ด้านสภาทองคำโลกคาดการณ์ว่าความต้องการทองคำของอินเดียในไตรมาสที่ 2 จะประมาณ 300 – 400 ตันซึ่งเท่ากับการนำเข้าทองคำในปีที่แล้วครึ่งปี สามารถชดเชยการขายออกของกองทุน ETF ที่ขายทองคำในปีนี้ไปแล้ว 477.7 ตันในช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 1,396 USDต่อออนซ์ มีปัจจัยหนุนจาก ค่าเงิน USD ที่อ่อนตัวลง เงินบาทอ่อนค่าลง และแรงซื้อที่เข้ามาในตลาด Spot  คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,373/1,358 ส่วนแนวต้านของวันมีที่บริเวณ 1,400/1,411 โดยนักลงทุนจะจับตาดูการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในวันคืนนี้ ได้แก่ ตัวเลข GDP ในไตรมาสที่ 1 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน

•   ดัชนีดาวโจนส์ ร่วงลง 106.59 จุด หรือ 0.69% มาที่ระดับ 15,302.80 จุด จากการคาดว่าเฟดจะลดขนาดมาตรการซื้อพันธบัตรในเร็วๆนี้ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐพุ่งขึ้น และหุ้นที่ปันผลสูงมีราคาร่วงลง

•    USD/THB ค่าเงิน USD อ่อนค่าลง ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เมื่อผลการประชุม กนง.เมื่อวานนี้มีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%

•   Oil ราคาน้ำมันในตลาด Nymex ปรับตัวลดลงแรง โดยนักลงทุนกังวลต่ออุปสงค์น้ำมันที่ไม่แน่นอนในตลาดโลก หลังจากมีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลง

•   Gold ปิดที่ 1,392.45 USDต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 12.20 USDต่อออนซ์ มีความเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,380.29  – 1,394.66 USDต่อออนซ์  ในช่วงเช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,396 USDต่อออนซ์ โดยวันนี้ มีแนวต้านบริเวณ 1,400/1,411 และแนวรับ 1,373/1,358

•   USD/THB ปิดที่ 30.15 บาทต่อUSD เช้านี้ทรงตัวที่ 30.15 วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 30.25 / 30.5 แนวรับบริเวณ  29.95 / 29.65

•   ICE Brent ปิดที่บริเวณ 102.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันนี้มีแนวต้านบริเวณ  104.25 / 104.7 แนวรับบริเวณ  101.6 / 100.4

Spot Gold
ระยะสั้น :  อยู่ในกรอบ 1,320 – 1,420 แนะนำ Trading ในกรอบ
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ  1,300 –1,500 แนะนำ สะสม Long หากไม่หลุด 1,300 
ระยะยาว :    อยู่ในกรอบ 1,300 – 1,600 แนะนำ รอจังหวะเข้าสะสม Long อีกครั้ง

Positive View( + )
•   นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารต่างๆ ทั่วโลก
•   เงินบาทอ่อนค่า

Negative View( - )
•   แนวโน้มการยุติการดำเนินมาตรการ QE ต่อเนื่อง
•   ความกังวลในเศรษฐกิจยุโรป
•   อินเดียออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทอง
•   ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้
•   การประชุม G8 ในวันศุกร์

 
Spot Silver
โลหะเงินยังคงแกว่งตัวแคบ ๆ อยู่เหนือระดับ 22  ขณะที่ rsi แกว่งตัวบริเวณ 50  ทำให้มีแนวโน้มไม่ชัดเจนว่าจะเลือกทิศทางอย่างไร  จึงยังคงให้กรอบ 21–23 เช่นเดิม  แต่ควรระวังความผันผวนในกรอบดังกล่าวมากขึ้น
ให้แนวต้านบริเวณ  23.1 / 23.5
ให้แนวรับบริเวณ  20.9 / 19.8
Strategy :  trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

USD/THB
เงินบาทอ่อนค่าแตะระดับ 30.23 ตอบรับการลดดอกเบี้ยลง 0.25%  ขณะที่ rsi เริ่มอ่อนแรงก่อนเข้าเขต overbought  จึงควรระวังการกลับมาแข็งค่า
ให้แนวต้านบริเวณ  30.25 / 30.5
ให้แนวรับบริเวณ  29.95 / 29.65
Strategy :  สะสม short USD

ICE Brent
ราคาน้ำมันยังคงผันผวนในกรอบ channel การแกว่งตัวแบบ sideway โดย rsi อ่อนตัวในลักษณะเดียวกัน แต่ไม่บอกทิศทางราคาในระยะถัดไป
ให้แนวต้านบริเวณ  104.25 / 104.7
ให้แนวรับบริเวณ  101.6 / 100.4
Strategy :  trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

SET 50
ภาพกราฟทางเทคนิค SET50 ดัชนีร่วงลงมาแรงเมื่อวานนี้ อาจพบการ rebound กลับช่วงสั้น แต่ถ้ายังไม่ผ่าน 1,065/1,075 อาจพบการอ่อนตัวลงมาอีกครั้ง ทั้งนี้ หากดัชนีปรับลดลงต่ำกว่าระดับ 1,048 อาจกดดันให้ปรับลดลงไปได้อีกกว่า 5 – 10 จุด     
Strategy :Tradingในกรอบ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
-   6 มิ.ย. สรุปผลการคัดเลือกผู้ชนะประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ และ คาดว่าจะเสนอที่ประชุมครม. พิจารณาได้ ในวันที่ 11 มิ.ย.   

ข่าวในประเทศ
-   กนง. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.50% หลังเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงด้านการขยายตัวมากขึ้น
-   ธ.กรุงเทพ กำลังพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ หลังกนง.มี มติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ซึ่งอาจเห็นภายใน 1-2 วัน 
-   คลัง เตรียมเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลเพิ่ม 1.50 บาท แต่ยังคาดว่าจะยังไม่ทำให้ราคาขายปลีกดีเซลปรับเพิ่มขึ้น
-   AOT พลิกวิกฤติบาทแข็งเป็นโอกาส สว็อปหนี้สกุลเงินเยนก้อนใหญ่สุด 10,000 ล้านบาท ทำให้มูลหนี้ลดลงไป 2,900 ล้านบาท
-   ไอเอ็มดี เผย ขีดแข่งขันไทยขยับขึ้น 3 ขั้น ปีนี้มาอยู่ที่ 27 จากปีก่อนอยู่ที่อันดับ 30       
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2013, 10:21:09 AM »





รายการ Morning Talk วิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 โดย ฝ่ายวิจัย บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2013, 05:12:23 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโลหะมีค่า วันที่ 30 พฤษภาคม 2556 โดยบริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียที่ 1,390 USDต่อออนซ์  ปรับตัวขึ้นระหว่าง 1,388–1,410 USDต่อออนซ์  โดยได้แรงหนุนจากปริมาณความต้องการซื้อทองคำที่ยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของอินเดีย แม้ว่าค่าเงินรูปีค่อนข้างอ่อนทำให้ราคาขายในอินเดียสูงขึ้นและรัฐบาลเพิ่มภาษีเพื่อลดการนำเข้าทองคำก็ตาม  ทั้งนี้ World Gold Council คาดว่า ในไตรมาสนี้ อินเดียจะนำเข้าทองคำอีก 300–400 ตัน  ส่วนราคาทองคำในประเทศไทยยังคงได้รับผลบวกจากเงินบาทที่ทรงตัวเหนือระดับ 30 บาทต่อUSD  แต่ในระยะยาวยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าจากการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและมาตรการผ่อนคลายทางการเงินของญี่ปุ่น

สรุปข่าวที่น่าสนใจ:
ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) สาขาบอสตัน เอริค โรเซนเกรน เห็นด้วยหาก Fed จะชะลอการซื้อพันธบัตรในเร็ว ๆ นี้ ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงฟื้นตัวในอัตราปัจจุบัน โดยควรพิจารณาลดสัดส่วนการซื้อสินทรัพย์อย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะยุติการซื้อพันธบัตรในทันที และเขาเชื่อว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาการขยายตัวด้านการจ้างงานอย่างต่อเนื่องมากกว่านี้ โดยระบุว่าสหรัฐต้องเพิ่มการจ้างงานมากกว่า 2 แสนตำแหน่งต่อเดือน เพื่อกระตุ้นอัตราจ้างงาน ซึ่งร่วงลงไปนับตั้งแต่ที่เกิดวิกฤตการเงินโลก

ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนในเดือน พ.ค.ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 89.4 จากระดับ 88.6 ในเดือน เม.ย. ท่ามกลางสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของภูมิภาคเริ่มหลุดพ้นจากภาวะถดถอยที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

ดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI)ของอิตาลีในเดือน เม.ย.ลดลงต่อเนื่องจากเดือน มี.ค.อีก 0.4% และร่วงลง 1.0% จากช่วงเดือนเม.ย.ปีก่อน โดยเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2552 เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับลดลง 1.5% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวลง 8 ไตรมาสติดต่อกัน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยว่า หนี้สินของรัฐบาลจีนเพิ่มขึ้นมาเกือบ 50% ของ GDP แต่ยังสามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ IMF คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัวราว 7.75% ในปีนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกยังอ่อนแอและมีความไม่แน่นอน

 
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตาม  ได้แก่
-   19:30   GDP (สรุปเบื้องต้น) ไตรมาส 1/2556  –  เป็นตัวเลขเบื้องต้นก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการในครั้งหน้า จึงถือเป็นข้อมูลที่สำคัญมากต่อการประเมินทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งจากการประเมินในคืนนี้ คาดว่าจะออกมาสูงถึง +2.5% แต่เนื่องจากเท่ากับตัวเลขประมาณการณ์ในครั้งก่อน และตลาดได้รับรู้ข่าวนี้ไปแล้ว จึงอาจส่งผลลบเล็กน้อยต่อราคาทองคำ

-   19:30   จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน รายสัปดาห์  –  ตัวเลขในระดับต่ำกว่า 4 แสนราย แสดงถึงภาวะที่ดีขึ้นของการจ้างงานในสหรัฐ สอดคล้องกับอัตราการว่างงานที่ล่าสุดลดลงมาอยู่ที่ 7.5% อย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐดีขึ้นมาก แต่เป้าหมาย 6.5% ที่ Fed คาดหวังไว้ ยังคงต้องให้ตัวเลขรายสัปดาห์ทรงตัวต่ำกว่าระดับ 3 แสนราย เสียก่อน  หากในคืนนี้ประกาศตัวเลขออกมาระหว่าง 3.0-3.5 แสนราย เช่นเดียวกับสัปดาห์ก่อน จะเป็นผลลบต่อราคาทองคำ

-   21:00   ยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย เดือน เม.ย.  –  คล้ายกับดัชนีในภาคอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ที่เป็นเครื่องชี้นำภาวะเศรษฐกิจในระยะใกล้ แต่จะบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของผู้ซื้อได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นการตัดสินใจว่าจะทิ้งเงินจองหรือเงินดาวน์หรือไม่ ทั้งนี้ การปรับตัวสอดคล้องไปดัชนีที่อยู่อาศัยตัวอื่น จะแสดงถึงความแข็งแกร่งของตลาดบ้านได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในแต่ละเดือน ไม่ได้มีนัยสำคัญต่อทิศทางราคาทองคำ จึงส่งผลกระทบไม่มากนัก และถ้าหากออกใกล้เคียงกับที่คาดในคืนนี้ จะมีผลลบต่อราคาทองคำเพียงเล็กน้อย

-   22:00   ยอดสต๊อคน้ำมัน รายสัปดาห์  –  ยอดที่ประกาศออกมาในแต่ละครั้งมีความผันผวนสูง เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำมันในสหรัฐขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน, ภาวะเศรษฐกิจ, ความเชื่อมั่นในการจับจ่ายของประชาชน, ความต้องการตามช่วงเวลา ฯลฯ ดังนั้น แม้ราคาทองคำจะค่อนข้างเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันก็ได้ ดังนั้นจึงประเมินว่า ยอดสต๊อครายสัปดาห์ที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่ถึง 5 ล้านบาร์เรล จะไม่มีผลต่อราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ แต่แนวโน้มการผลิตน้ำมันในสหรัฐมีต้นทุนที่ถูกลงจากการดึง shale gas ออกมาใช้ ทำให้คาดว่าสต๊อคน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูง และกดดันราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง

Technical Analysis:
ทองคำ   จากกราฟราย 1 ชม. ราคาทะลุผ่านกรอบบนของรูป ascending triangle ขึ้นมายืนเหนือ 1,400  โดย macd เริ่มชะลอการปรับขึ้น  และ rsi แกว่ง sideway ในเขต overbought  ทำให้ราคามีแนวโน้มจะพักตัวช่วงสั้น ก่อนการปรับขึ้นต่อ โดยหากไม่หลุด 1,390 จะมีเป้าหมายตามรูปแบบ ascending triangle ที่ 1,430–1,450  ให้แนวต้านบริเวณ 1,420/1,430  ให้แนวรับบริเวณ 1,395/1,390  แนะนำให้ สะสม long เมื่อราคาอ่อนตัวไม่หลุดแนวรับ
 
โลหะเงิน   ราคายังคงแกว่งตัวแคบ ๆ อยู่เหนือระดับ 22  ขณะที่ rsi แกว่งตัวบริเวณ 50  ทำให้มีแนวโน้มไม่ชัดเจนว่าจะเลือกทิศทางอย่างไร  จึงยังคงให้กรอบ 21–23 เช่นเดิม  แต่ควรระวังความผันผวนในกรอบดังกล่าวมากขึ้น  ให้แนวต้านบริเวณ 23.1/23.5  ให้แนวรับบริเวณ 20.9/19.8  แนะนำให้ trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน


บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2013, 05:27:46 PM »





รายการ Gold Insight วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2556 โดย ฝ่ายวิจัย บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด


บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 10:10:58 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 โดยบริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: Gold ราคา break ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,400 ขึ้นมาได้มีแนวโน้มไปต่อ แต่ให้ระมัดระวังความผันผวนในวันนี้ SET50 มีโอกกาสปรับขึ้นชนแนวต้าน 1,055/1,060 แต่หากยังไม่สามารถผ่านไปได้ มีแนวโน้มอ่อนตัวลงมาอีกครั้ง

•   Gold เมื่อวานนี้ราคาทองคำในตลาด COMEX ปิดปรับตัวขึ้นได้แรง จากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาแย่กว่าคาด ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้น 10,000 รายมาที่ระดับ 354,000 ราย GDP ไตรมาสที่ 1 เท่ากับ 2.4% ต่ำกว่าประมาณการณ์ครั้งก่อนที่ 2.5% ยอดขายบ้านรอปิดการขายเพิ่มขึ้น 0.3% ต่ำกว่าคาดที่ 1.1% ทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าลง และนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะดำเนินมาตรการซื้อพันธบัตรต่อไป ในช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 1,420 USDต่อออนซ์ มีปัจจัยหนุนจาก ค่าเงิน USD ที่อ่อนค่าลง เงินบาทอ่อนค่าลง และแรงซื้อที่เข้ามาในตลาด Spot  คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,400/1,394/1,380 ส่วนแนวต้านของวันมีที่บริเวณ 1,425/1,440 โดยนักลงทุนจะจับตาดูการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในวันคืนนี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค รายได้รายจ่ายผู้บริโภค ดัชนี PMI ในเขตชิคาโก อย่างไรก็ตามให้นักลงทุนระมัดระวังความผันผวนในวันนี้ จากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจำนวนมากในวันสุดท้ายของเดือน และเป็นวันเทรดวันสุดท้ายของสัปดาห์อาจมีการทำกำไรก่อนวันหยุด และการขึ้นชนแนวต้านบริเวณ 1,440/51,445

•   ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวกได้ 21.73 จุด ปิดที่ระดับ 15,324.53 จุด เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะดำเนินมาตรการซื้อพันธบัตรต่อไป

•   USD/THB ค่าเงิน USD อ่อนค่าลง ในขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เมื่อผลการประชุม กนง.มีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%

•   Oil ราคาน้ำมันในตลาด Nymex ปรับตัวบวกได้ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า เฟดจะดำเนินมาตรการซื้อพันธบัตรต่อไป

•   Gold ปิดที่ 1,413.25 USDต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 20.80 USDต่อออนซ์ มีความเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,388.19  – 1,417.81 USDต่อออนซ์  ในช่วงเช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,420 USDต่อออนซ์ โดยวันนี้ มีแนวต้านบริเวณ 1,425/1,440 และแนวรับ 1,400/1,394/1,380

•   USD/THB ปิดที่ 30.16 บาทต่อUSD เช้านี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 30.11 วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 30.25 / 30.5 แนวรับบริเวณ  29.95 / 29.65

•   ICE Brent ปิดที่บริเวณ 102.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันนี้มีแนวต้านบริเวณ  103.85 / 104.5 แนวรับบริเวณ  101.5 / 100

Spot Gold
ระยะสั้น :  อยู่ในกรอบ 1,320 – 1,450 แนะนำ Trading ในกรอบ
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ  1,300 –1,500 แนะนำ สะสม Long หากไม่หลุด 1,300 
ระยะยาว :    อยู่ในกรอบ 1,300 – 1,600 แนะนำ รอจังหวะเข้าสะสม Long อีกครั้ง

Positive View( + )
•   นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารต่างๆ ทั่วโลก
•   เงินบาทอ่อนค่า

Negative View( - )
•   แนวโน้มการยุติการดำเนินมาตรการ QE ต่อเนื่อง
•   ความกังวลในเศรษฐกิจยุโรป
•   อินเดียออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทอง
•   ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้
•   การประชุม G8 ในวันศุกร์

 
Spot Silver
โลหะเงินแกว่งตัวขึ้นทดสอบระดับ 23  ขณะที่ rsi แกว่งตัวเชิงบวกต่อราคา และยังไม่เข้าเขต overbought  จึงมีโอกาสที่ราคาจะผ่านแนวต้านดังกล่าวขึ้นไปและทรงตัวเหนือ 23 ได้  แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรช่วงสั้น ๆ ด้วย
ให้แนวต้านบริเวณ  23.1 / 23.5
ให้แนวรับบริเวณ  22.1 / 21.1
Strategy :  trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

USD/THB
เช้านี้ เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าด้วย gap ลงจากแท่งเทียนรายวันรูป shooting star วานนี้  จึงมีโอกาสที่เงินบาทจะเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่การแข็งค่า  ขณะที่ rsi แม้ยังไม่เข้าเขต overbought แต่ก็เริ่มอ่อนแรงลง
ให้แนวต้านบริเวณ  30.25 / 30.5
ให้แนวรับบริเวณ  29.95 / 29.65
Strategy :  สะสม short USD

ICE Brent
ราคาน้ำมันแกว่งพักตัวช่วงสั้นระหว่าง 101–103  โดยสต๊อคน้ำมันดิบสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ และการประชุม OPEC ในวันนี้ ตลาดคาดว่าจะคงกำลังการผลิตไว้เท่าเดิม  จึงทำให้เป็นแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้น  อย่างไรก็ตาม การยืนเหนือระดับ 100 และ rsi อยู่ในระดับต่ำ แต่ยังไม่เข้าเขต oversold ทำให้ราคามีโอกาสดีดขึ้นหลังการอ่อนตัว
ให้แนวต้านบริเวณ  103.85 / 104.5
ให้แนวรับบริเวณ  101.5 / 100
Strategy :  trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

SET 50
ภาพกราฟทางเทคนิค SET50 ดัชนีมีโอกาส Rebound ขึ้น หลังจากอ่อนตัวลงมาต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ ต้องดูที่ระดับแนวต้าน 1,055/1,060 ว่าสามารถผ่านได้หรือไม่ ถ้าไม่สามารถผ่านไปได้ ยังมีโอกาสลงมาทดสอบ Low เดิม ที่ 1,040 และถัดไปที่ระดับ 1,030/1,025 ซึ่งระดับใกล้แนวรับ 1,025 – 1,030 จะเป็นแนวรับสำคัญ ซึ่งหากรับไว้อย่างแข็งแกร่ง ดัชนีพร้อม Rebound กลับขึ้นไปแรงๆ     
Strategy :Tradingในกรอบ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
-   6 มิ.ย. สรุปผลการคัดเลือกผู้ชนะประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ และ คาดว่าจะเสนอที่ประชุมครม. พิจารณาได้ ในวันที่ 11 มิ.ย.   

ข่าวในประเทศ
-   เอ็กโกกรุ๊ป เตรียมสร้างโรงไฟฟ้าขนอม ขนาด 900 เมกะวัตต์ รองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคใต้ที่เพิ่มขึ้น
-   สศค.ระบุ ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนเม.ย. มีสัญญาณหดตัว ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัว 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
-   ธปท. ระบุ หนี้ภาคครัวเรือนมีมากถึง 78% ของจีดีพี ขณะที่สินเชื่อภาคครัวเรือนของสถาบันการเงินขยายตัว 17% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ในระดับ 13% เพราะเศรษฐกิจขยายตัวดี ดอกเบี้ยต่ำ

อบรมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้นที่ 12
สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เบอร์โทร 02 618 0808,
http://www.classicgoldfutures.co.th
http://www.facebook.com/ClassicGoldGroup
http://www.youtube.com/ilovecgf
http://www.twitter.com/ilovecgf
https://plus.google.com/114919553661509313835/posts
http://web.stagram.com/n/classicgoldgroup/
http://classicgoldfutures.blogspot.com
Application search CLASSIC GOLD ทั้ง iPhone และ Android
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 10:50:36 AM »





รายการ Morning Talk วิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556 โดย ฝ่ายวิจัย บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 05:05:40 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโลหะมีค่า วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 โดยบริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียที่ 1,414 USDต่อออนซ์  ผันผวนระหว่าง 1,410–1,421 USDต่อออนซ์  โดยเมื่อคืนนี้ ราคาได้แรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอเกินคาด ทั้งยอดขายบ้าน, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน และ GDP ไตรมาสแรก ส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลต่อมาตรการรัดเข็มขัดของโอบามาที่เริ่มส่งผลลบต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนก็คลายความวิตกในช่วงสั้นว่า Fed จะยังคงมาตรการ QE ต่อไป หากดัชนีเศรษฐกิจยังไม่แข็งแกร่งจริง อีกทั้งการปรับพอร์ตของนักลงทุนด้วยการเทขายทำกำไรในตลาดหุ้น ส่งผลให้ทองคำทะยานขึ้นเหนือระดับ 1,400 ได้เป็นผลสำเร็จ แต่ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ราคาชะลอตัวลง เนื่องจากดัชนีเศรษฐกิจของยูโรโซนและสมาชิกหลายประเทศ ออกมาค่อนข้างแย่ โดยเฉพาะอัตราการว่างงานทั่วยุโรปที่สูงถึง 12.2% สูงที่สุดนับตั้งแต่ใช้เงินสกุลยูโร ขณะที่เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าในลักษณะที่ผันผวนมากขึ้นตามค่าเงินยูโรและดอลลาร์

สรุปข่าวที่น่าสนใจ:
อัตราว่างงานของยูโรโซนเดือน เม.ย.ทะยานขึ้นมาอยู่ 12.2% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่นับแต่เริ่มมีการรวบรวมข้อมูลเมื่อ 18 ปีก่อน เมื่อเทียบกับระดับ 12.1% ในเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 95,000 คน ทำให้มีคนตกงานในยูโรโซนจำนวนทั้งสิ้น 19.38 ล้านคน ส่วนอัตราเงินเฟ้อในเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้นแตะ 1.4% จาก 1.2% ในเดือน เม.ย. ซึ่งยังคงต่ำกว่าเป้าที่ 2% ของธนาคารกลางยุโรป(ECB)

ยอดค้าปลีกของเยอรมนีในเดือน เม.ย.ลดลง 0.4% จากเดือน มี.ค. ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สวนทางกับคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยเป็นอุปสรรคต่อการจับจ่ายของผู้บริโภค

อัตราว่างงานของอิตาลีในเดือน เม.ย.พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 12% โดยจำนวนคนว่างงานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.83 ล้านคน ส่วนอัตราว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวของอิตาลีพุ่งขึ้นมาแตะ 40.5% สูงสุดนับแต่เริ่มการสำรวจในปี 2520 สำหรับอัตราการจ้างงานในเดือน เม.ย.ลดลงมาอยู่ที่ 56% จาก 56.1% ในเดือน มี.ค.

การใช้จ่ายของผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสในเดือน เม.ย.ลดลง 0.3% จากเดือน มี.ค. จากการใช้จ่ายด้านอาหารที่หดตัวลง 3.3% เมื่อเทียบรายเดือน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ประเมินว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)จะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% หากรัฐบาลดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพเพื่อหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและฟื้นความแข็งแกร่งด้านฐานะการคลังของประเทศ ซึ่งอยู่ในภาวะย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

อัตราว่างงานของญี่ปุ่นทรงตัวที่ระดับ 4.1% ในเดือน เม.ย. ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย.2551 บ่งชี้ว่าบริษัทบางส่วนเริ่มจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นจากความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว โดยจำนวนผู้ว่างงานลดลง 240,000 คนจากปีก่อน สู่ระดับ 2.91 ล้านคน ขณะที่จำนวนผู้มีงานทำเพิ่มขึ้น 370,000 คน แตะที่ 63.12 ล้านคน

ยอดนำเข้าน้ำมันดิบของญี่ปุ่นในเดือน เม.ย. ลดลง 6.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี มาอยู่ที่ระดับ 110.64 ล้านบาร์เรล ซึ่งปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้นำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นสัดส่วน 81.4% ปรับตัวลดลง 1.7% โดยนำเข้าจากซาอุดิอารเบียมากที่สุดกว่า 36.17 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 12.6% จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 22.20 ล้านบาร์เรล ลดลง 26% และจากกาตาร์ 14.84 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 9.5% นอกจากนี้ ผลผลิตหมวดผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมปรับลดลง 0.1% จากปีก่อนหน้าอยู่ที่ 15.05 ล้านกิโล ลดลงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนยอดขายน้ำมันในประเทศลดลง 1.2% แตะที่ 14.83 ล้านกิโล ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน

 
ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตาม  ได้แก่
-   19:30   ดัชนีราคาผู้บริโภค (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) เดือน เม.ย.  –  การเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกเดือนในระดับ 0.1-0.2% ถือว่าดีสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งในคืนนี้คาดว่าจะออกมาตามคาดที่ +0.1% จึงจะไม่มีผลกระทบกับราคาทองคำ แต่ถ้าหากประกาศต่ำกว่า 0% จะเป็นผลดีอย่างมากทันที

-   19:30   รายจ่ายผู้บริโภค และรายได้ผู้บริโภค เดือน เม.ย.  –  เป็นดัชนีที่สามารถบ่งชี้ได้ถึงระดับความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของชาวอเมริกัน รวมทั้งใช้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในอนาคต โดยการปรับเพิ่มขึ้นของรายจ่ายส่วนบุคคลตั้งแต่ +0.5% ขึ้นไป จะกดดันราคาทองคำ และหากปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่ารายได้ส่วนบุคคลในเดือนเดียวกัน จะส่งผลลบทันที

-   20:45   ดัชนีมุมมองต่อการทำธุรกิจของฝ่ายจัดซื้อ (ชิคาโก) เดือน พ.ค.  –  เป็นผลสำรวจความคิดเห็นของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของเมืองชิคาโก โดยเป็นการสอบถามมุมมองโดยรอบต่อการประกอบการ ทั้งภาวะการจ้างงาน, การใช้กำลังการผลิต, สต๊อคสินค้า, ยอดคำสั่งซื้อ, การตั้งราคาขาย ฯลฯ ซึ่งผลสรุปดังกล่าวจะชี้ให้เห็นถึงภาวะเศรษฐกิจจากสภาพความเป็นจริงที่ผู้ประกอบการในเขตที่ทำการสำรวจกำลังเผชิญอยู่ โดยค่ากลางอยู่ที่ 50 และระดับ 45-55 จะส่งผลต่อราคาทองคำเพียงเล็กน้อย แต่เนื่องจากเดือนก่อนดัชนีอยู่ที่ 49 จึงเป็นตัวเลขที่น่าจับตาในคืนนี้ว่าจะอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 หรือไม่

-   20:55   ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (ตัวเลขสรุป) เดือน พ.ค. โดย ม.มิชิแกน  –  เป็นการสรุปผลสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐจากประชาชน 500 คน ที่เคยประมาณไว้ในการประกาศครั้งก่อนหน้า ซึ่ง 5 เดือนล่าสุด ตัวเลขอยู่ในระดับต่ำกว่า 80 แต่คืนนี้คาดว่าจะประกาศออกมาสูงกว่า 80 เช่นเดียวกับตัวเลขเบื้องต้นที่ประกาศมาก่อนหน้านี้  ซึ่งจะเป็นผลลบต่อราคาทองคำ

การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์หน้า (3-7 มิ.ย.) :  วันจันทร์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI) ภาคการผลิต เดือน พ.ค., ค่าใช้จ่ายด้านก่อสร้าง เดือน เม.ย., ดัชนีภาคการผลิต เดือน พ.ค.  วันอังคาร ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ เดือน เม.ย., ดัชนีภาวะธุรกิจนิวยอร์ก เดือน พ.ค.  วันพุธ ตัวเลขจ้างงาน เดือน พ.ค., ประสิทธิภาพการผลิตและต้นทุนแรงงานต่อหน่วย ไตรมาส 1/2556, ดัชนีภาคบริการ เดือน พ.ค. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงาน เดือน เม.ย., สต็อกน้ำมัน รายสัปดาห์, รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ(Beige Book)  วันพฤหัสบดี จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน รายสัปดาห์  วันศุกร์ ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน พ.ค., สินเชื่อผู้บริโภค เดือน เม.ย.

Technical Analysis:
ทองคำ   จากกราฟราย 1 ชม.  macd และ rsi ปรับตัวลงจากเขต overbought ทำให้ราคาปรับตัวลงทดสอบการยืนเหนือระดับ 1,400  ซึ่งหากแนวโน้มดังกล่าวแข็งแรง จะทำให้ราคายังคงรักษาเป้าหมายตามรูปแบบ ascending triangle ที่ 1,430–1,450 ได้  ให้แนวต้านบริเวณ 1,420/1,430  ให้แนวรับบริเวณ 1,405/1,395  แนะนำให้ สะสม long เมื่อราคาอ่อนตัวไม่หลุดแนวรับ
 
โลหะเงิน   ราคาอ่อนตัวเล็กน้อยหลังถูกขายทำกำไรช่วงสั้นจากดัชนีเศรษฐกิจยูโรโซนที่อ่อนแอ แต่ rsi ในกราฟราย 1 ชม. อยู่เหนือระดับ 50  ทำให้มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นทดสอบระดับ 23 ได้อีกครั้ง  ให้แนวต้านบริเวณ  23.1/23.5  ให้แนวรับบริเวณ  22.1/21.1  แนะนำให้ trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2013, 05:13:33 PM »



 

รายการ Gold Insight วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2556 โดย ฝ่ายวิจัย บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 10:04:07 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันที่ 3 มิถุนายน 2556 โดยบริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: Gold ถูกขายทำกำไรแรงเมื่อไม่ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,425 ราคาอ่อนตัวหลุด 1,400 ลงมาอีกครั้ง หากไม่สามารถกลับมายืน 1,400 ได้แนวโน้มอาจเป็นขาลงในสัปดาห์นี้ หรือ side way ในกรอบ 1,360 – 1,425 SET50  มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอีกตามตลาดหุ้นดาวโจนส์และตลาดหุ้นอื่นๆ คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,015/1,005 แนวต้านบริเวณ 1,040/1,050 แนะนำ Trading ในกรอบ

•   Gold ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวผันผวนระหว่าง 1,373 – 1,421 USDต่อออนซ์ โดยมีราคาปิดเพิ่มขึ้นเพียง 1.8 USDต่อออนซ์ ราคาปรับขึ้นแรงในวันพฤหัสจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแย่กว่าคาด แต่ถูกหักล้างด้วยการปรับลดลงในวันศุกร์เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศออกมาดี ได้แก่ ดัชนี PMI (ชิคาโก)เท่ากับ 58.7 สูงกว่าเดือนก่อนที่ 49.0 มาก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเท่ากับ 84.5 เทียบกับ 83.7 ในเดือนก่อน ทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่า เฟดจะลดมาตรการซื้อพันธบัตรลงในไม่ช้า ตลาดหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นทั่วโลกรับข่าวนี้และปรับฐานลงแรง ค่าเงิน USD อ่อนค่าลง สำหรับในสัปดาห์นี้ มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญได้แก่ ตัวเลขการจ้างงาน การค้าระหว่างประเทศ ดัชนี ISM ภาคการผลิต ราคาทองคำในสัปดาห์นี้ คาดว่าถ้าไม่สามารถกลับมายืนเหนือ 1,400 ได้จะมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หรืออาจ side way ในกรอบ 1,360 – 1,425 โดยมีแนวต้านหลักบริเวณ 1,420/1,425  และแนวรับของสัปดาห์บริเวณ 1,372/1,360 ส่วนแนวต้านของวันมีที่บริเวณ 1,396/1,405 และแนวรับของวันที่บริเวณ 1.384/1,374 แนะนำ Trading ในกรอบแนวรับ แนวต้าน

•   ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 15.115.57 จุด ลดลง 208.96 จุด แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลง 187.53 จุด  ดัชนีปรับลดลงแรงในวันศุกร์ จากความกังวลว่าเฟดจะชะลอมาตรการ QE ก่อนกำหนด อย่างไรก็ตาม การถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมาพร้อมกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเพิ่มขึ้นของผลประกอบการ ซึ่งจะทำให้ดัชนีเพิ่มขึ้นในที่สุด

•   USD/THB เงินบาทวันนี้อ่อนตัวลงมาก จากความต้องการเงิน USD ของผู้นำเข้า และการไหลออกของเงินทั้งก่อนหน้าการประชุมกนง.และภายหลังการประชุมกนง. นอกจากนี้มีการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร

•   Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปิดปรับตัวลดลงแรงตามตลาดหุ้นสหรัฐ และจากอุปทานน้ำมันที่ระดับสูง และจากปัจจัยทางเทคนิคเมื่อราคาร่วงหลุดแนวรับสำคัญ 

•   Gold ปิดที่ 1,385.89 1USDต่อออนซ์ ลดลง 27.36 USDต่อออนซ์ มีความเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,384.14 – 1,421.00 USDต่อออนซ์  ในช่วงเช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,394  USDต่อออนซ์ โดยวันนี้ มีแนวต้านบริเวณ 1,396/1,405 และแนวรับ 1.384/1,374

•   USD/THBปิดที่ 30.16 บาทต่อUSD เช้านี้อ่อนค่าลงมาแรงที่  30.39 วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 30.56 / 30.64 แนวรับบริเวณ  30.28 / 30.18

•   ICE Brent ปิดที่บริเวณ 100.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วันนี้มีแนวต้านบริเวณ  100.60 / 101.25 แนวรับบริเวณ 99.00 / 98.0

Spot Gold
ระยะสั้น :  อยู่ในกรอบ 1,320 – 1,450 แนะนำ Trading ในกรอบ
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ  1,300 –1,500 แนะนำ สะสม Long หากไม่หลุด 1,300 
ระยะยาว :    อยู่ในกรอบ 1,300 – 1,600 แนะนำ รอจังหวะเข้าสะสม Long อีกครั้ง

Positive View( + )
•   นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารต่างๆ ทั่วโลก
•   เงินบาทอ่อนค่าลงมาก
•   เงิน USD อ่อนค่าลง

Negative View( - )
•   แนวโน้มการยุติการดำเนินมาตรการ QE ต่อเนื่อง
•   ความกังวลในเศรษฐกิจยุโรป
•   อินเดียออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทอง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้
•   การประชุม ECB วันที่ 6 มิ.ย.

 
Spot Silver
โลหะเงินยังสามารถตั้งฐานเหนือแนวรับสำคัญ 22.0 ดังนั้น อาจพบการ rebound กลับขึ้นมา อย่างไรก็ตาม หากยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 23.0 อาจพบการอ่อนตัวกลับลงมาอีกครั้ง
ให้แนวต้านบริเวณ 22.6 / 23.0
ให้แนวรับบริเวณ 22.0 / 21.8
Strategy: Trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

USD/THB
ค่าเงินบาททำ Pattern V shape หลังจากชนจุดต่ำสุด อีกทั้งการประกาศ กนง. ยังเป็นแรงส่งให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก ค่าเงินบาทใกล้เข้าชนแนวต้านสำคัญ 30.5 – 30.6 ดังนั้น อาจพบการกลับมาแข็งค่าเมื่อเข้าชนบริเวณแนวต้านดังกล่าว
ให้แนวต้านบริเวณ 30.56 / 30.64
ให้แนวรับบริเวณ  30.28 / 30.18
Strategy: เปิด short หากไม่ผ่าน 30.50

ICE Brent
ราคาน้ำมันเข้าสู่แนวรับสำคัญ ซึ่งหากไม่หลุดแนวรับ 99.00 – 99.50 ราคามีโอกาสดีดกลับขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 100 – 101 ในระยะถัดไป 
ให้แนวต้านบริเวณ  100.60 / 101.25
ให้แนวรับบริเวณ 99.00 / 98.00
Strategy: Trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

SET 50
ภาพกราฟทางเทคนิค SET50 ปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่อง และอาจปรับตัวลดลงต่อจากการลดลงของตลาดหุ้นดาวโจนส์และตลาดหุ้นอื่นๆที่ปรับฐานลง คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,015/1,005 แนวต้านบริเวณ 1,040/1,050
Strategy :Tradingในกรอบ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
-   6 มิ.ย.สรุปผลการคัดเลือกผู้ชนะประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ และ คาดว่าจะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาได้ ในวันที่ 11 มิ.ย.   

ข่าวในประเทศ
-   เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังน่าเป็นห่วง โดยเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลทั้งจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ เช่น การส่งออกชะลอตัว เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลง
-   วันนี้กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำ เดือนพ.ค.ซึ่ง คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจทรงตัว ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอาจลดลงอีก ซึ่งมาตรการควบคุมราคา สินค้าของรัฐบาล และการให้เงินอุดหนุนของรัฐบาลยังคงช่วยสกัด ราคา และการแข็งค่าของบาททำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 05:10:17 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำและโลหะมีค่า วันที่ 3 มิถุนายน 2556 โดยบริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียที่ 1,394 USDต่อออนซ์  เคลื่อนไหวระหว่าง 1,392 – 1,401 USDต่อออนซ์ ราคาทองคำสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ในวันนี้ สวนทางกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ต่างปรับตัวลดลง อีกทั้ง ตัวเลขเศรษฐกิจของยูโรโซนที่มีแนวโน้มหดตัวที่ช้าลง ยังหนุนให้ค่าเงินยูโร และราคาทองคำปรับขึ้นมาได้ ทั้งนี้ นักลงทุนรอติดตามตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่จะประกาศในช่วงกลางสัปดาห์นี้ เพื่อรอดูทิศทางการกำหนดทิศทางของเฟดในระยะถัดไป ทั้งนี้ การที่ราคาทองคำยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจาก การคาดการณ์ถึงแนวโน้มการชะลอการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหากยกเลิกการกระตุ้นเศรษฐกิจจริงดังคาด อาจกดดันต่อราคาทองคำ อีกทั้ง การปรับขึ้นภาษีการนำเข้าทองคำของประเทศอินเดีย ยังเป็นปัจจัยลบต่อแรงซื้อในตลาด Physical อย่างไรก็ตาม การชะลอการขายของกองทุน SPDR และมุมมองที่ดีขึ้นของนักลงทุนในตลาด COMEX ในตลาดทองคำ เมื่อราคาทองคำมีมูลค่าที่ถูกกว่าในเชิงเปรียบเทียบกับตลาดอื่นๆ จึงอาจมีการโยกเงินกลับเข้ามายังตลาดทองคำในอนาคต ขณะที่ ภาพทางเทคนิค เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว แต่ก็ยังไม่ชัดเจน ดังนั้น จับตาดูแนวรับ 1,385/1,375 หากยังไม่หลุดแนวรับดังกล่าว ราคาทองคำมี
โอกาสดีดกลับขึ้นไปทดสอย 1,400 และการทะลุระดับ 1,400 อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้อีก 10 – 15 เหรียญ

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของอินเดียลดลงแตะระดับ 50.1 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2552 ขณะที่สถิติเดือนเม.ย.อยู่ที่ 51 โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะการขยายตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ รัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวในระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี ที่ 5%

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของยูโรโซนในเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้นมาแตะ 48.3 เทียบกับ 47.58 ในเดือนเม.ย. โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตของกลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรซึ่งปรับตัวดีขึ้นในเดือนที่แล้ว ได้รับแรงหนุนจากการที่กิจกรรมการผลิตของประเทศสมาชิกรายใหญ่ๆ ต่างก็มีทิศทางที่เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่ายังไม่หลุดพ้นจากภาวะหดตัว เนื่องจากดัชนีของประเทศสมาชิกดังกล่าวยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ทั้งนี้ ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตในเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลีและสเปน ต่างก็ขยับสูงขึ้นในเดือนที่แล้ว ซึ่งส่งสัญญาณถึงการหดตัวที่ช้าลง

ภาคการผลิตของกรีซในเดือนพ.ค.หดตัวลงยาวนานเกือบ 4 ปีในเดือนพ.ค. แต่ภาวะหดตัวได้ชะลอลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย.2011 ขณะที่การร่วงลงของการผลิตและการจ้างงานได้ชะลอตัวลงมากขึ้น ซึ่งเพิ่มสัญญาณที่ว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำรุนแรงมานาน 6 ปีอาจจะกำลังเริ่มบรรเทาลง โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของ Markit สำหรับภาคการผลิตของกรีซ ซึ่งมีสัดส่วนราว 15% ของเศรษฐกิจ ขยับขึ้นสู่ระดับ 45.3 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 23 เดือน จากระดับ 45.0 ในเดือนเม.ย.

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่ต้องติดตาม  ได้แก่
-   21.00   ดัชนีภาคการผลิตเดือนพ.ค. สะท้อนถึงเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งตัวเลขที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตมีการขยายตัว และจะส่งผลบวกต่อค่าเงิน US Dollar แต่อาจกดดันต่อราคาทองคำ

-   21.00   ค่าใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนเม.ย. ตัวเลขประกอบการพิจารณาการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์สหรัฐ ซึ่งมักใช้ร่วมกับดัชนีราคาที่อยู่อาศัย, ยอดขายบ้านทั้งมือหนึ่งและมือสอง, ยอดคำขอจดจำนอง ฯลฯ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ส่งผลต่อราคาทองคำ

 
Technical Analysis:
ทองคำ   ราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,400 ดังนั้น จึงมีการย่อตัวลงมา โดยมีแนวรับที่บริเวณ 1,385/1,375 ซึ่งหากยังรับอยู่อย่างแข็งแกร่ง อาจพบการดีดกลับขึ้นทดสอบใกล้ 1,400 อีกครั้ง และการทะลุผ่านแนวต้าน 1,400 จะหนุนให้ราคาสามารถขึ้นได้อีก 10 – 15 เหรียญ โดยคืนนี้มีแนวต้านที่บริเวณ 1,400/1,415 และแนวรับบริเวณ 1,385/1,375

โลหะเงิน   ให้แนวต้านบริเวณ 22.6 / 23.0 และแนวรับบริเวณ 22.0 / 21.8 แนะนำ Trading ในกรอบ

บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2013, 05:30:29 PM »





รายการ Gold Insight วิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำ วันจันทร์ ที่ 3 มิถุนายน 2556 โดย ฝ่ายวิจัย บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #27 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2013, 09:55:52 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันที่ 4 มิถุนายน 2556 โดยบริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: Gold ราคากลับมายืนเหนือ 1,400 ได้อีกครั้งทำให้แนวโน้มในระยะสั้นดีขึ้น แต่ควรระมัดระวังการแกว่งตัวผันผวนในระหว่างสัปดาห์ คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,388/1,380 แนวต้านบริเวณ 1,416/1,425  SET50  วันนี้คาดจะ rebound ได้ โดยมีแนวรับบริเวณ 1,012/1,005 แนวต้านบริเวณ 1,040/1,050 แนะนำ Trading ในกรอบ

•   Gold ราคาทองคำเมื่อวานนี้มีราคาปิดเพิ่มขึ้น 25.21 USDต่อออนซ์ ราคาปรับตัวสูงขึ้นเมื่อมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาน่าผิดหวัง ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคการผลิตเท่ากับ 49.0 เทียบกับ 50.7 ในเดือนก่อนและต่ำกว่าคาด ซึ่งดัชนี ISM ภาคการผลิตในเดือนพ.ค.นี้นับว่าต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2009 และแสดงว่าภาคการผลิตของสหรัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ทำให้ค่าเงิน USD ดิ่งลงแรงประมาณ 1% ซึ่งส่งผลบวกต่อราคาทองคำ นอกจากนี้แรงซื้อทองคำในตลาด Physical ยังมีมาก อินเดียได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทองคำอีกครั้งโดยเพิ่มขึ้นจาก 440 USDต่อ 10 กรัมเป็น 459 USDต่อ 10 กรัมในเดือนมิ.ย. แสดงถึงความพยายามของรัฐบาลอินเดียที่จะสกัดกั้นความต้องการนำเข้าทองคำที่มีจำนวนมาก สำหรับแนวโน้มของราคาทองคำวันนี้คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 1,388 – 1,425 โดยราคาสามารถกลับมายืนเหนือ 1,400 ได้อีกครั้ง แนวโน้มในระยะสั้นเป็นบวกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาจะแกว่งตัวผันผวนไปตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงานทั่วประเทศในวันพุธ และการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในวันศุกร์ 

•   ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 15,254.03 จุด เพิ่มขึ้น 138.46 จุด จากการประกาศตัวเลขกิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐกลับมาหดตัวลงอีกครั้ง ทำให้มีความหวังว่าเฟดจะให้มารตการเข้าซื้อพันธบัตรต่อไป

•   USD/THB เงินบาทยังอ่อนค่า จากการไหลออกของเงินทั้งก่อนหน้าการประชุมกนง.และภายหลังการประชุมกนง. นอกจากนี้มีการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร

•   Oil ราคาน้ำมันดิบ Nymex ปิดปรับตัวขึ้นแรงจากการดิ่งลงของค่าเงิน USD

•   Gold ปิดที่ 1,411.10 1USDต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น  25.21 USDต่อออนซ์ มีความเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,388 – 1,416 USDต่อออนซ์  ในช่วงเช้าวันนี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,412  USDต่อออนซ์ โดยวันนี้ มีแนวต้านบริเวณ 1,416/1,425 และแนวรับ 1.388/1,380

•   USD/THBปิดที่ 30.41 บาทต่อUSD เช้านี้ทรงตัวที่  30.39 วันนี้มีแนวต้านบริเวณ 30.56 / 30.64 แนวรับบริเวณ  30.20 / 30.15

•   ICE Brent ปิดที่บริเวณ 102.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.69 USDต่อบาร์เรล วันนี้มีแนวต้านบริเวณ  102.84 / 103.30 แนวรับบริเวณ 101.60 / 101.00

Spot Gold
ระยะสั้น :  อยู่ในกรอบ 1,320 – 1,450 แนะนำ Trading ในกรอบ
ระยะกลาง : อยู่ในกรอบ  1,300 –1,500 แนะนำ สะสม Long หากไม่หลุด 1,300 
ระยะยาว :    อยู่ในกรอบ 1,300 – 1,600 แนะนำ รอจังหวะเข้าสะสม Long อีกครั้ง

Positive View( + )
•   นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารต่างๆ ทั่วโลก
•   เงินบาทอ่อนค่าลงมาก
•   เงิน USD อ่อนค่าลง

Negative View( - )
•   แนวโน้มการยุติการดำเนินมาตรการ QE ต่อเนื่อง
•   ความกังวลในเศรษฐกิจยุโรป
•   อินเดียออกมาตรการจำกัดการนำเข้าทอง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้
•   การประชุม ECB วันที่ 6 มิ.ย.

 
Spot Silver
โลหะเงิน หลังจากขึ้นชนแนวต้านก็มีการอ่อนตัวลงมา แต่ทั้งนี้ หากไม่หลุด 22.3 – 22.5 ราคายังมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อได้ โดยการทะลุแนวต้าน 23.1 จะสามารถขึ้นไปทดสอบ 23.3 – 23.5 ในระยะถัดไป แต่ถ้าไม่สามารถผ่านไปได้ ราคาจะยังเคลื่อนไหวในกรอบ sideway ออกด้านข้างต่อไป
ให้แนวต้านบริเวณ 23.1 / 23.3 – 23.5
ให้แนวรับบริเวณ 22.5 / 22.3
Strategy: Trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

USD/THB
ค่าเงินบาทยังไม่สามารถทำ High ใหม่ที่สูงกว่าเดิม ดังนั้น อาจกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ มีแนวรับที่บริเวณ 30.1 – 30.2 ซึ่งถ้ายังไม่หลุดแนวรับดังกล่าว อาจดีดตัวกลับขึ้นไปอ่อนค่าได้อีกครั้ง
ให้แนวต้านบริเวณ 30.56 / 30.64
ให้แนวรับบริเวณ  30.20 / 30.15
Strategy: Trading ในกรอบ

ICE Brent
ราคาน้ำมันเข้าชนแนวต้านสำคัญ 102.4 ดังนั้น อาจพบการย่อตัวลงมา แต่หากยังรับอยู่อย่างแข็งแกร่งที่บริเวณแนวรับ 101 อาจพบการดีดกลับ และการทะลุผ่าน 102.4 จะหนุนให้ราคาน้ำมันขึ้นทดสอบ 102.84 / 103.30 ในระยะถัดไป 
ให้แนวต้านบริเวณ  102.84 / 103.30
ให้แนวรับบริเวณ 101.60 / 101.00
Strategy: Trading ในกรอบแนวรับแนวต้าน

SET 50
ภาพกราฟทางเทคนิค SET50 ปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่อง RSI ในราย 240 นาทีเข้าสู่เขต Over sold ทำให้คาดว่าวันนี้มีโอกาสจะ rebound ได้ชั่วคราว คาดว่าวันนี้มีแนวรับบริเวณ 1,012/1,005 แนวต้านบริเวณ 1,040/1,050
Strategy :Trading ในกรอบ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
-   6 มิ.ย.สรุปผลการคัดเลือกผู้ชนะประมูลโครงการบริหารจัดการน้ำ และ คาดว่าจะเสนอที่ประชุมครม.พิจารณาได้ ในวันที่ 11 มิ.ย.   

ข่าวในประเทศ
-   รมว.พลังงานนัดประชุมในสัปดาห์หน้าเพื่อหารือการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน
-   กระทรวงพาณิชย์เผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลง จากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง และเงินบาทแข็งค่า รวมถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพ และควบคุมต้นทุนของรัฐบาล
-   มูดีส์เตรียมปรับลดเครดิตระยะยาวของไทย ชี้จำนำข้าวขาดทุนพุ่งขึ้นสูงกว่าคาด ประเมิน 1.7% ของ GDP ประมาณ 2 แสนล้านบาท อาจเกิดภาระงบประมาณสูงกระทบแผนจัดงบสมดุลในปี 2560
 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2013, 10:09:56 AM »





รายการ Get SET 4 June 2013 By classicgoldfutures 

คุณณัฐฑี จุฑาวรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแนวโน้ม ราคาทองคำและปัจจัยที่กระทบต่อราคาทองคำในช่วงสัปดาห์
ในรายการ Get SET ทางช่อง Money Channel ดำเนินรายการโดยคุณบรรพต ธนาเพิ่มสุข
เมื่อวันอังคารที่ 4 มิถุนายน 2556

บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1689


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2013, 10:45:55 AM »





รายการ Morning Talk วิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดย ฝ่ายวิจัย บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 113   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!