TARADTHONG.COM
ตุลาคม 19, 2020, 10:46:54 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 51 52 [53] 54 55 ... 57   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1895681 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #780 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2016, 05:24:11 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง
-   ทองคำในช่วงเปิดตลาดเช้าเปิดตลาดที่ 1,252 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แกว่งตัวในแดนบวกกรอบแคบๆ 1,252-1,257ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยในวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อยในช่วงเช้า โดยราคายังยืนเหนือบริเวณ 1,250 เหรียญ แต่จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเนื่องจากปัจจัยภายในประเทศทำให้ฝั่งซื้อยังได้เปรียบ แต่ในคืนนี้ติดตามรายงานบันทึกผลการประชุมของ FOMC ที่น่าจะมาสร้างความผันผวนให้ราคาทองได้อีกครั้ง หรืออาจจะส่งผลให้ราคาทองมีทิศทางราคาที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งถ้าหากราคาหลุดกรอบ 1,250 เหรียญอาจจะเห็นแรงขายอีกรอบ แต่ถ้าทะล 1,265 เหรียญอาจจะฟื้นตัวได้ต่อ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะจัดการเจรจากับประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกในวันนี้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อกำหนดรายละเอียดในข้อตกลงจำกัดการผลิตน้ำมันเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ในขณะที่รัสเซียให้การสนับสนุนแผนการนี้
-   หนังสือพิมพ์ดี เวลท์ของเยอรมนีรายงานว่า มีรายงานใหม่ที่ระบุว่าประสิทธิภาพการผลิตของแรงงานเยอรมนีลดลง และรายงานดังกล่าวทำให้มีความกังวลเรื่องประสิทธิภาพการแข่งขันในอนาคตของภาคยานยนต์และวิศวกรรมเครื่องกลของเยอรมนี
-    นักยุทธศาสตร์การลงทุนของธนาคารเครดิต สวิสระบุในวันนี้ว่า พวกเขาคาดว่าปอนด์/ยูโรอาจร่วงลงต่อไป ในขณะที่ปอนด์ได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit และพวกเขาแนะให้ซื้อหุ้นบริษัทอังกฤษที่มีรายได้ในยุโรป
-   ต่างชาติปรับเพิ่มปริมาณการถือครองตราสารหนี้ในประเทศของจีนในเดือนก.ย.ในระดับที่สูงที่สุดในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่นักลงทุนต่างชาติไม่กังวลกับเศรษฐกิจจีน และให้ความสำคัญกับอัตราผลตอบแทนที่ระดับสูงในจีน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเพิ่มสูงขึ้น
-   ราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น

คำแนะนำ    : trading ในกรอบ โดยฝั่งซื้อได้เปรียบจากค่าเงินบาท

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #781 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2016, 10:23:19 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากลดลงไปทดสอบบริเวณ 1,250 เหรียญ แต่ราคายังมีแรงซื้อกลับมาได้ เมื่อคืนนี้การเปิดเผยผลการประชุมของเฟด ก็ยังเหมือนเดิมคือเฟดมีโอกาสที่จะปรับดอกเบี้ยขึ้นในเดือน ธ.ค. ตามที่นักลงทุนคาดการณ์ ทำให้ราคาทองคำไม่ได้รับแรงกดดันมากหนัก และเช้านี้ราคาทองคำเริ่มฟื้นตัว หลังจากมีแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.16% โดยปิดที่ 1,254.73 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบ 1,249.71-1,258.66 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,259 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองได้พยายามปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหลังจากลดลงมาทดสอบบริเวณ 1,250 เหรียญแล้วยังสามารถมีแรงซื้อกลับได้ ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่องจากรายงานการประชุมของเฟด ในเมื่อคืนนี้ ที่ยังคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ในปลายปีนี้ โดยสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าเดือน ธ.ค. ประมาณ 70% แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ได้ประหลาดใจกับเฟดในเมื่อคืนนี้ ทำให้ราคาทองไม่ได้รับแรงกดดัน และเช้าสนี้เริ่มเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ โดยหากราคากลับมาเคลื่อนไหวเหนือ 1,265 เหรียญ ซึ่งเป็นกรอบในสัปดาห์นี้ได้ อาจจะเห็นทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ รวมทั้งฝั่ง long ยังได้เปรียบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในช่วงนี้เช่นกัน

Exclusive News
•   โอเปกรายงานว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกปรับขึ้นในเดือนก.ย.จนแตะจุดสูงสุดในรอบอย่างน้อย 8 ปี และโอเปกยังคาดการณ์อีกด้วยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของประเทศนอกกลุ่มโอเปกจะปรับขึ้นในปี 2017
•   ดอลลาร์ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนเมื่อเทียบกับตะกร้าเงินในวันพุธหลังรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ขณะที่ปอนด์ปรับตัวขึ้นจากความวิตกที่ลดลงเกี่ยวกับเศรษฐกิจของอังกฤษ
•   นายไท หว่อง จากบริษัทบีเอ็มโอ แคปิตัล มาร์เก็ตส์กล่าวว่า "นักลงทุนดูเหมือนจะพึงพอใจเพียงเล็กน้อยที่พบว่า เฟดแทบไม่ส่งสัญญาณว่า เฟดพร้อมจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนพ.ย." และเขากล่าวเสริมว่า "อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐขยับลงเล็กน้อย และปัจจัยนี้ช่วยกระตุ้นคำสั่งซื้อทองที่ระดับใกล้จุดต่ำสุดของวัน

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบการรีบาวน์ โดยเน้นฝั่ง long

 
Smart Stock
Today Strategy:
ผันผวนรุนแรงถือเงินสด
•   S50Z16 เมื่อวานนี้ เปิดตลาดที่ 907 จุด มีเเรงซื้อกลับเข้ามาเล็กน้อยช่วงเช้าทำจุดสูงสุดที่ 910.50 จุด หลังจากนั้นดัชนีร่วงลงรุนเเรงในตลอดภาคเช้าเเละภาคบ่ายทำจุดต่ำสุดในวันที่  830 จุด มีกรอบผันผวนกว้างถึง 80.5 จุด ก่อนที่จะมีเเรงซื้อกลับเข้ามาดันตลาดขึ้นไปปิดตลาดที่ 891 จุด เเละมีปริมาณการซื้อขายกว่า 130,152.19 ล้านบาท มากที่สุดตั้งแต่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการซื้อขาย ถือว่ามีความผันผวนขึ้นลงรุนเเรง คาดการณ์มาจากปัจจัยเชิงลบต่างๆ ที่ทำให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจในการถือสถานะการลงทุนเเละมั่นใจกับการถือเงินสดมากกว่า รวมทั้งประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐที่ทำให้ Fund Flow ไหลออก สะท้อนจากการที่ต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย  -411.36  ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ ในขณะที่นักลงทุนสถาบันเเละบัญชีปริษัทหลักทรัพย์ก็ขายสุทธิเช่นเดียวกัน ปัจจัยค่าเงินบาทอ่อนค่ารุนเเรงก็ต้องจับตามองเช่นกันเพราะทุกปัจจัยมีความเชื่อมโยงกัน คืนนี้ต้องจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐได้เเก่ Unemployment Claims , Natural Gas Storage ,Crude Oil Inventories เเละการประชุม  FOMC Meeting Minutes

•   แนะนำ : ถือเงินสด (ถ้ารับความเสี่ยงต้องไม่ถือสถานะลงทุนข้ามคืน), ปัจจัยลบปกคลุมตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   เงินบาทอ่อนค่ารุนแรงที่ 35.66 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
-   ราคานำมันดิบโลกลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สองหลังพุ่งขึ้นแรงจากการตรึงกำลังการผลิต
-   จิตวิทยามวลชนที่อ่อนไหวต่อปัจจัยลบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ข่าวในประเทศ
-   ตลท.พลาดเป้ามาร์เก็ตแคปปีนี้ ระบุมาร์เก็ตแคปปีนี้ไม่ถึงเป้าหมาย 1.9 แสนล้านบาท หลัง "โอสถสภา-บสก." เลื่อนเข้าจดทะเบียนไปปี 60 ผลจากปัญหาระบบบัญชีใหม่ ซึ่ง โอสถสภา-บสก. มีมาร์เก็ตแคปรวมถึง 1 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้งสองบริษัทคงจะเลื่อนไปเข้าจดทะเบียนในไตรมาส 1/60  และยังมีบริษัทอื่นๆที่เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดอีกมาก ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งจะทำให้มาร์เก็ตแคปของหุ้น IPO ในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 2.7 แสนล้านบาท
-   พร้อมเพย์ไม่พร้อม : แบงก์ชาติ ประกาศเลื่อนเปิดให้บริการพร้อมเพย์สำหรับธุรกรรมระหว่างบุคคลไปเป็นไตรมาสแรกปีหน้า จากเดิมจะเริ่มใช้ ต.ค.นี้ แต่การโอนเงินสวัสดิการจากภาครัฐสู่ประชาชน พร้อมให้บริการไตรมาส 4 ปีนี้ โดยแบงก์ชาติ จะติดตามให้ทุกธนาคารมีระบบที่มั่นคงปลอดภัยและสามารถเปิดให้บริการพร้อมกัน ซึ่งระบบพร้อมเพย์เป็นโครงการขนาดใหญ่ มีธนาคารเข้าร่วม 21 ธนาคาร และมีช่องทางการให้บริการหลากหลาย ได้แก่ ATM,  Mobile Banking และ Internet Banking ตลอดจนมีผู้สนใจลงทะเบียนใช้บริการเป็นจำนวนมาก
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #782 เมื่อ: ตุลาคม 13, 2016, 05:13:08 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

กังวล FED ขึ้นดอกเบี้ย
-   กรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในวันนี้ แกว่งตัวในกรอบ 1,250-1,260 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดเล็กน้อยในช่วงเช้าแต่ยังไม่มากนัก ตลอดสัปดาห์ทองคำแกว่งในกรอบ 1,245-1,265 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ จากความกังวลประเด็นที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนธันวาคมซึ่งจะมีผลกระทบต่อปริมาณความต้องการเงินดอลลาร์และจะส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำ ในช่วงนี้เราคาดการณ์ทองคำยังไม่มีปัจจัยบวกและยังโดนดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นกดดันซ้ำเข้าไปอีกปัจจัยหนึ่ง  ในค่ำคืนนี้แนะนำให้ซื้อขายในกรอบราคา 1,250-1,260 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เพื่อรอปัจจัยต่างๆ ให้ชัดเจนทั้งราคาน้ำมันดิบและค่าเงินดอลลาร์ที่ผันผวน รวมทั้งประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ โดยในค่ำคืนนี้ต้องติดตาม Unemployment Claims , Natural Gas Storage, Crude Oil Inventories และ การประชุม FOMC Meeting Minutes

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-  ราคาน้ำมันดิบปรับลดหลังแตะระดับสูงสุดในรอบปี จากความกังวลต่อข้อตกลงเกี่ยวกับการปรับลดการผลิตของกลุ่มโอเปกที่ยังคงคลุมเครือ ว่าจะสามารถช่วยบรรเทาภาวะอุปทานล้นตลาดได้มากเพียงใด
-  นักวิเคราะห์จากโกลด์แมนแซคส์เผยว่า ถึงแม้รัสเซียจะให้ความร่วมมือกับกลุ่มโอเปกในการลดการผลิตน้ำมัน แต่การปรับลดดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่สามารถทำให้ตลาดน้ำมันปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลในปี 2560 ได้ เนื่องจากประเทศในกลุ่มโอเปกบางราย เช่น ลิเบีย,ไนจีเรีย และอิรักอาจปรับเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน อาจส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันเชลล์ (shale oil) ในสหรัฐฯ กลับมาทำการผลิตอีกครั้ง
- นายโมฮัมเหม็ด บาร์กินโด เลขาธิการของกลุ่มโอเปก กล่าวว่า ข้อตกลงในการจำกัดการผลิตน้ำมันของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกมีแนวโน้มที่จะมีระยะเวลา 6 เดือน ก่อนที่จะมีการทบทวนอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ โอเปกมีมติปรับลดการผลิตน้ำมันสู่ระดับ 32.5 - 33 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบันที่ระดับ 33.24 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการที่ประเทศแอลจีเรีย
-  ราคาทองฟิวเจอร์ขยับขึ้นเล็กน้อยจากปัจจัยดอลล์ลาร์แข็งกดดันตลาด : ราคาทองฟิวเจอร์ตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันพุธปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยถูกกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจะลดความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น ทั้งนี้ ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นสู่กรอบบนของ 103 เยน ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยรายงานการประชุมของเฟดประจำเดือนก.ย.ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ถึงแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเพิ่มสูงขึ้น
-   ราคาน้ำมันดิบร่วงรุนแรงหลังปรับตัวสูงจากการจำกัดอุปทาน
-   การประชุมร่วมระหว่างกลุ่มโอเปกและรัสเซียในงาน World Energy Congress ในวันที่ 9 – 13 ต.ค.

คำแนะนำ    : ซื้อขายในกรอบรอความชัดเจนราคาเด้งเปิดสถานะขาย ราคาลดเปิดสถานะซื้อ หลุดกรอบถือเงินสด   

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #783 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2016, 10:22:28 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ 14 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy:  
•   Gold ราคาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมทั้งตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวลดลง แต่อย่างไรก็ตามทองคำไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากนักเนื่องจากประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยังกดดันต่อเนื่อง และเมื่อคืนตัวเลขภาคการจ้างงานออกมาดีต่อเนื่อง วันนี้ติดตามตัวเลขค้าปลีก และ ถ้อยคำปราศัยของประธานเฟด

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.22% โดยปิดที่ 1,257.49 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และราคาเมื่อวานเคลื่อนไหวในกรอบ 1,252.90-1,261.78 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,258 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองได้รับแรงหนุนเล็กน้อยจากตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ปรับตัวอ่อนแอกว่าคาดการณ์ รวมทั้งความกังวลของตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้มีแรงหนุนในสินทรัพย์ปลอดภัยเช่น เงินเยน และเงินสวิสฟรังก์ แต่ตัวเลขขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ต่อเนื่อง ส่งผลให้โอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ยิ่งมีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ได้รับแรงหนุนไม่มากนัก แต่กองทุน SPDR กลับมาซื้อทองคำเพิ่ม 2.67 ตัน และในคืนนี้ติดตามตัวเลขค้าปลีก และถ้อยคำปราศัยของประธานเฟด ที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ราคาทองอีกครั้งในคืนวันศุกร์

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันพฤหัสบดีหลังจากรัฐบาลสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินดิ่งลงอย่างรุนแรง และตัวเลขดังกล่าวบดบังการพุ่งขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์
•   ดอลลาร์ร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนในวันพฤหัสบดี ขณะที่ความต้องการเสี่ยงลดลงหลังจีนเปิดเผยข้อมูลการค้าที่อ่อนแอ โดยดัชนีดอลลาร์ร่วงลงเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์มากที่สุดในรอบ 1 เดือน
•   ดอลลาร์ร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือนเมื่อเทียบกับเยนและฟรังก์สวิส โดยสกุลเงินปลอดภัยสองสกุลนี้ได้แรงหนุนจากช่วงเวลาที่มีความตึงเครียดทางการเมืองหรือการเงิน
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 2.76 ดอลลาร์ สู่ 1,257.49 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลง และตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลง เนื่องจากมีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีน
•   นายแพทริค ฮาร์เคอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียกล่าวว่า เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งก่อนสิ้นปีนี้ และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2017 เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในสภาพดีโดยนายฮาร์เคอร์จะมิสิทธิในการออกเสียงในปีหน้า

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบแคบ หรือรอ follow เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
ตั้งสติในภาวะผันผวน
•   S50Z16 เมื่อวานนี้มีเเรงขายออกมาตลอดวัน (ก่อนกลับมาบวกรุนแรง) นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีเเรงขายกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลง S50Z16 เปิดตลาดเช้าที่ 883.00 จุด มีความพยายามที่จะขึ้นไปปิดช่องว่างราคาที่หลุดลงมาเเต่ต้านทานเเรงขายไม่ได้ ร่วงลงอย่างรุนแรงจนถึง ช่วงบ่ายเหมือนพยายามจะขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดในวันเดิมเเต่ไม่สามารถทานเเรงขายได้อีกครั้ง มีจุดต่ำสุดที่ 857.00 จุด  มีกรอบการเคลื่อนไหวที่กว้างเเละรุนเเรงมากพอสมควร (68.20 จุด) สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อตลาด อย่างไรก็ตามในช่วง 16.00 น. มีแรงซื้อเข้าตลาดรุนแรงดันดัชนีบวกขึ้นไปกว่า 50-60 จุด จากจุดต่ำสุดซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าอาจเป็นเเรงซื้อของนักลงทุนสถาบันซึ่งซื้อสุทธิกว่า 9,712.9 ล้านบาท ในดัชนี SET หลักที่กลับเข้ามาผยุงตลาด อย่างไรก็ตามเรายังมองว่าตลาดยังมีปัจจัยต่างๆ ที่ยังไม่ชัดเจนทั้งภายในประเทศและ ปัจจัยระดับโลก รุมเร้ามากมายเช่นค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงโดยอ่อนค่าที่สุดในรอบเเปดเดือน พร้อมเผชิญ Fund Flow ที่ไหลออกทั้งหุ้นเเละตราสารหนี้ที่ไหลออกต่อเนื่อง รวมทั้งคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ เรายังมองว่าอารมณ์ตลาดค่อนข้างผันผวนอ่อนไหวต่อปัจจัยรอบด้าน แนะนำให้ถือเงินสดก่อนรอความชัดเจน

•   แนะนำ : ถือเงินสด รอให้อารมณ์ตลาดเข้าสู่ภาวะปกติ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   เงินบาทอ่อนค่ารุนแรงต่อเนื่อง
-   ราคานำมันดิบโลกยังคงผันผวนจากความกังวลการปฏิบัติตามข้อตกลงของโอเปก
-   ปัจจัยภายในประเทศที่มีผลต่อจิตวิทยาการลงทุน

ข่าวในประเทศ
-   นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาเปิดเผยว่า บาทปิดตลาดเย็นเมื่อนี้อยู่ที่ระดับ 35.65 บาท/ดอลลาร์ กลับมาแข็งค่าจากเช้าเมื่อวานที่เปิดตลาดท 35.69/73 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันค่อนข้างผันผวนแกว่งอยู่ในกรอบ 35.61-35.88 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดตั้งแต่ต้นปี 59 เป็นผลจากปัจจัยภายในประเทศ และจากนั้นในช่วงเย็นเมื่อวาน บาทก็ค่อยกลับมาแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้นักบริหารเงิน คาดว่าวันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.50 - 35.75 บาท/ดอลลาร์
-   ตลท.ยืนยันเข้มงวดการตรวจสอบ หลังวอลุ่มเทรดพุ่ง ราคาหุ้นขยับแรง มั่นใจระบบเอาอยู่หากวอลุ่มเทรดสูงกว่านี้ เตือนนักลงทุนใช้สติในการพิจารณาพอร์ตลงทุน หารือ ก.ล.ต.ต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีทาง ต.ล.ท.ยืนยันว่าให้ความร่วมมือกับทางกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง และได้มีการหารือกันอยู่เสมอ โดยขณะนี้ก็ยังไม่ได้พบความผิกปกติใดเกิดขึ้นแต่ก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 14, 2016, 10:24:47 AM โดย ilovecgf » บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #784 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2016, 05:13:06 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 14ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ระวังความผันผวน
-  ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าที่ 1,258 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แกว่งตัวในกรอบแคบระหว่าง 1,253 –1,258 ดอลลาร์ต่อออนซ์  โดยราคาในสัปดาห์นี้แกว่งตัวในกรอบที่ค่อนข้างแคบมาก โดยทำจุดสูงสุดในสัปดาห์นี้ที่ 1,265 เหรียญ และจุดต่ำสุดที่ 1,249 เหรียญ ซึ่งหากราคามีการทะลุกรอบไปด้านใดด้านหนึ่งอาจจะมีความผันผวนรุนแรงได้ตามธรรมเนียมของคืนวันศุกร์ โดยคืนนี้ต้องติดตามตัวเลขค้าปลีก และตัวเลข PPI ที่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มดีกว่าคาดการณ์ทั้งหมด ซึ่งหากเป็นไปตามคาดอาจจะกดดันราคาทองได้ แต่ถ้าแย่กว่าคาดก็มีโอกาสช่วยหนุนราคาทองได้ และต้องติดตามถ้อยคำปราศัยของธนาคารกลางอังกฤษหลังจากเงินปอนด์มีแนวโน้มอ่อนค่ารุนแรงสร้างความผันผวนให้ตลาดค่าเงิน และในช่วงท้ายตลาดมีการปราศัยของนางเจนเนต เยลเลนด้วย ทำให้วันนี้ต้องระมัดระวังความผันผวนให้มากขึ้นกว่าปกติ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   อังกฤษคาดจะมีอัตราเงินเฟ้อสูงถ้าปอนด์ยังอ่อนค่าต่อไป โพลล์รอยเตอร์คาดว่า ดัชนี CPI อาจมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.3 % ในปี 2017 ซึ่งสูงกว่าระดับเป้าหมาย 2 % ที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ตั้งไว้ โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า อัตราเงินเฟ้ออาจจะพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 1 % ก่อนสิ้นปีนี้
-   นายแพทริค ฮาร์เกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียกล่าวว่า เฟดอาจจะต้องการชะลอการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินออกไปก่อนจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. เจ้าหน้าที่เฟดมักจะหลีกเลี่ยงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่ความเห็นของนายฮาร์เกอร์เป็นการยอมรับอย่างไม่ปกติว่า เฟดอาจจะต้องจัดทำนโยบายที่อิงตามผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี
-   กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 8 ต.ค.ทรงตัวที่ 246,000 ราย ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าซึ่งมีการปรับแก้ไขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานลง 3,000 ราย จาก 249,000 รายสู่ 246,000 ราย ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดรอบ 43 ปี
-   รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์เมื่อวานนี้ โดยผลสำรวจคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะตรึงนโยบายการเงินไว้ตามเดิมในการประชุมวันที่ 20 ต.ค. แต่แนวโน้มเศรษฐกิจที่ไม่แข็งแกร่งจะส่งผลให้อีซีบีปรับเปลี่ยนรายละเอียดในมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ และจะประกาศต่ออายุมาตรการดังกล่าวก่อนสิ้นปีนี้

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
-   ค่าเงินบาทที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น
-   ถ้อยคำปราศัยของประธานธนาคารกลางอังกฤษ

คำแนะนำ    : trading ในกรอบ follow เมื่อ breakout
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #785 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2016, 10:13:35 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ 17 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงในวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยยังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ ที่ยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาคค้าปลีกที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า เชื่อว่าเฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ที่ 70% แต่อย่างไรก็ตามกองทุน SPDR สะสมทองคำต่อเนื่องในเดือนนี้ ทำให้คาดว่าราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัว

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 7.74 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.59% โดยปิดที่ 1,250.05 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาวันศุกร์เคลื่อนไหวในกรอบ 1,247.01 - 1259.15 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,253 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนราคาทองโดนกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่ยังแข็งค่าต่อเนื่อง จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาคค้าปลีกที่ยังปรับตัวดีขึ้น โดยในสัปดาห์นี้ติดตามการโต้วาทีผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้งจริง รวมทั้งตัวเลข GDP ของจีน การประชุมนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยของยุโรป และตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ แต่ในด้านความต้องการทองคำของกองทุน SPDR มีการซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยซื้อ 3.86 ตันในวันศุกร์ทีผ่าน ซึ่งคาดว่าราคาทองจะสามารถเคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 1,250 เหรียญได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันศุกร์ โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากตัวเลขแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่ปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนเข้ามาบ้างจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะแสดงความเห็นมากยิ่งขึ้นเรื่องการปรับลดการผลิตน้ำมัน และปัจจัยนี้จะช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบให้อยู่สูงกว่า 50 ดอลลาร์
•   ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในวันศุกร์และปรับตัวขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดในรอบกว่า 7 เดือนหลังข้อมูลยอดค้าปลีก ที่แข็งแกร่งของสหรัฐและดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
•   ดอลลาร์ลดช่วงบวกลงเมื่อเทียบกับเยนและยูโรหลังนางเจเน็ต เยลเลนประธานเฟดกล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินภาวะเศรษฐกิจที่มีแรงกดดันสูงเพื่อพลิกฟื้นความเสียหายจากวิกฤติการเงินและนักวิเคราะห์กล่าวว่ามุมมองทางเศรษฐกิจของนางเยลเลนไม่ได้เปลี่ยนแปลงการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
•   ยอดค้าปลีกของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนก.ย.หลังลดลง 0.2% ในเดือนส.ค.

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบแคบ หรือ รอ follow เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
ตลาดตอบสนองรวดเร็วและรุนแรง
•   S50Z16 ในวันศุกที่ผ่านมา (14 ต.ค.) เปิดตลาดมีแรงซื้อรุนแรงดันตลาดขึ้นไปซื้อขายในแดนบวกที่ 935 จุด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 948 จุด มีกรอบการแกว่งตัวประมาณ 20 จุด ถือว่าผันผวนลดน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาในสัปดาห์ก่อนแต่ยังแสดงให้เห็นว่าตลาดยังอยู่ในภาวะผันผวนต่อเนื่อง ด้านดัชนี SET หลัก ปิดบวก +67.65 จุด หรือเพิ่มขึ้นราว 4.59% มีปริมาณการซื้อขายที่ 105,761.63 ล้านบาท ถือว่ามีปริมาณการซื้อขายที่มากอย่างมีนัยสำคัญและซื้อขายในหลักแสนล้านบาทติดต่อเป็นวันที่สาม เป็นแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่ซื้อสุทธิ 13,524.98 ล้านบาท สวนทางกับแรงขายของนักลงทุนทั่วไปภายในประเทศที่ขายออกสุทธิ  -12,252.20 ล้านบาท ในขณะที่ Fund Flow ต่างชาติไหลออกขายสุทธิที่ -2,572.74 ล้านบาท ด้านปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิดในช่วงนี้ได้แก่ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐซึ่งยังไม่มีความแน่นอน ซึ่งล่าสุดนางเยลเลนก็ออกมากล่าวแบ่งรับแบ่งสู้ต่อประเด็นดังกล่าวเพื่อลดความร้อนแรง ในขณะเดียวกันก็สร้างความคลุมเครือให้นักลงทุนพอสมควร และอีกปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่การดีเบตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่สามซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีประเด็นด้านแนวนโยบายมากกว่าประเด็นส่วนตัวเหมือนกับการดีเบตครั้งก่อนๆ

•   แนะนำ : ถือเงินสด, ตลาดผันผวนและยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน ปัจจัยกระทบทั้งภายในและภายนอก

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่สาม
-   Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทยและตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย

ข่าวในประเทศ
-   รัฐวิสาหกิจส่งรายได้เกินเป้าหมื่นล้าน : "สคร." เผยรัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เข้ารัฐปีนี้ 1.33 แสนล้าน เกินเป้ากว่า 1 หมื่นล้าน รัฐวิสาหกิจที่นำส่งรายได้สูงสุด คือ สำนักงานสลากฯ ปตท. และธนาคารออมสินเผยปีหน้าตั้งเป้านำส่ง 1.31 แสนล้านบาท งบลงทุน 5.2 แสนล้านบาท เป้าเบิกจ่ายที่ 95%
-   ‘อมุนดิ’ เมินบอนด์ไทย กังวลเศรษฐกิจจีนฉุดยิลด์ต่ำ  : ‘อมุนดิ’ เชื่อผลตอบแทนตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ยังสูง 8-9% หลังแนวโน้มเงินลงทุนไหลเข้าเพิ่มขึ้น แต่ให้น้ำหนักลงทุนไทยต่ำกว่ากลุ่ม เหตุเศรษฐกิจอิงกับจีนและผลตอบแทนต่ำเพียง 2-2.5%
-   กองทุนเลี้ยงชีพ 8 เดือนโต 9.54% : นายธีรนาถท รุจิเมธาภาส กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ ระบุว่า ช่วงแปดเดือน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารสุทธิ 962,000 ล้านบาท เติบโต 9.54% มีสมาชิกกว่า 1.3 ล้านคน และนายจ้าง 17,000 บริษัท ขณะที่บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดนายจ้างสูงสุด 25% หรือกว่า 4,000 บริษัท มีสมาชิก 640,000 คน และมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารสุทธิ 129,000 ล้านบาท เติบโต 8.93%
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #786 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2016, 05:10:51 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 17ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

รอคลื่นลมสงบก่อน
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,252.80  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แกว่งตัวในกรอบแคบประมาณ 4-5 จุด ระหว่าง               1,252 – 1,256 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยราคายังคงอยู่ในกรอบหลักที่ 1,250 – 1,260  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เหมือนยังคงรอให้ปัจจัยต่างๆ ชัดเจนโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นด้านการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมที่จะส่งผลกระทอบต่อค่าเงินดอลลาร์และจะส่งผลต่อทองคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในขณะนี้นางเยลเลนยังแบ่งรับแบ่งสู้ในการแถลง โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่แล้วกล่าวว่าอาจมีแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในขณะที่สมาชิก FOMC หลายท่านแนะอาจยังไม่ใช่เวลาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ FOMC เองก็เสียงแตกและยังไร้ทิศทางที่ชัดเจน ด้านราคาน้ำมันยังถือว่ามีความผันผวนและอ่อนไหวอยู่มาก ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสูงที่สุดในรอบเจ็ดเดือนซึ่งไม่เป็นผลบวกต่อทองคำกดดันในทองคำแกว่งอยู่ในกรอบไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้  ด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะต้องจับตามองในค่ำคืนนี้ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิตในเขตนิวยอร์ค, อัตราการใช้กำลังการผลิตและกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรม

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลง : สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเมื่อวันศุกร์ (14 ต.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนต.ค.ลดลง 2.1 ดอลลาร์ หรือ 0.17% ปิดที่ 1,255.5 ดอลลาร์/ออนซ์
-   โพลล์รอยเตอร์คาดเศรษฐกิจจีนขยายตัว คาดการณ์เพิ่มขึ้น 6.6% ปีนี้ และ 6.5%  ในปีหน้า : แม้รัฐบาลสนับสนุนด้านนโยบายต่อไปเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่านี้ก็ตาม เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันในช่วงขาลง เนื่องจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวทั่วโลก ซึ่งกระทบการส่งออกของจีน รวมทั้งความเสี่ยงจากการปฏิรูปเพื่อลดกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม และหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่ง อาจทำให้เกิดวิกฤติการเงิน ความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานในตลาดอสังหาริมทรัพย์อาจจะเป็นภัยคุกคาม ขณะที่รัฐบาลท้องถิ่นจำนวนมากขึ้นเร่งจำกัดการซื้อบ้านเพื่อชะลอราคาบ้านที่พุ่งขึ้นมาก และป้องกันภาวะฟองสบู่ในตลาดบ้าน
-   โพลล์ชี้"คลินตัน"มีโอกาสสูงที่จะชนะคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง : ผลสำรวจล่าสุดจาก Reuters ที่ออกมาเมื่อวันเสาร์พบว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตมีโอกาสอย่างมากที่จะชนะคะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) และชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยมีคะแนนนำนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน โดยผลสำรวจคาดว่า ถ้าหากการเลือกตั้งเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ โอกาสที่นางคลินตันจะได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งที่มี 270 เสียงซึ่งจำเป็นต่อการชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีนั้นมีมากกว่า 95% และเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันแล้วที่ผลสำรวจพบว่า โอกาสชนะของนางคลินตันมีสูงมาก
-   ดอลลาร์ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน : ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินขยับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนในวันนี้  โดยดอลลาร์สามารถรักษาแรงหนุนได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่สดใสในวันศุกร์และตัวเลขดังกล่าวสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (พิจารณา USD index)
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐ

คำแนะนำ    : ซื้อขายโดยเปิดสถานะในกรอบราคาเดิม, หลุดกรอบให้ปิดสถานะถือเงินสดไปก่อนเพราะปัจจัยต่างๆ ยังมีความคลุมเครืออยู่
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #787 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2016, 10:27:37 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำเริ่มปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากดอลลาร์อ่อนค่าลงหลังจากทำจุดสูงสุดในรอบ 7 เดือน รวมทั้งถ้อยคำปราศัยของเฟดในปลายสัปดาห์ก่อนทำให้แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์เริ่มตึงตัว และทองคำได้รับแรงหนุนหลักจากเม็ดเงินในกองทุน ETF ทองคำที่เข้ามาหนุน โดยเห็นได้จากกองทุน SPDR ที่เข้าซื้อต่อเนื่องในช่วงสองสัปดาห์นี้ คาดราคามีโอกาสฟื้นตัวได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.15 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.41% โดยปิดที่ 1,255.20 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,249.75 - 1257.17 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,259 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบเดิมช่วง 1,245 – 1,265 ที่เคลื่อนไหวมาเกือบ 2 อาทิตย์ โดยราคาทองเริ่มได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มมีแรงขายทำกำไรหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ่นทำจุดสูงสุดในรอบ 7 เดือน รวมทั้งถ้อยคำเชิงลบต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของประธานเฟดที่ออกมาพูดในปลายสัปดาห์ก่อน และปัจจัยสำคัญคือเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน ETF ต่อเนื่องสังเกตได้จากการซื้อเพิ่มของกองทุน SPDR โดยในเมื่อวานนี้ซื้อทองอีก 1.78 ตัน รวมถือทอง 967.21 ตันซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูงในปีนี้ ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสที่จะดีดกลับได้ โดยในวันนี้ติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ อีกครั้งว่าจะมีโอกาสหนุนราคาทองคำให้ไปต่อได้หรือไม่

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันจันทร์ และลงมาปิดตลาดที่ระดับต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องอุปทานล้นตลาด อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนเข้ามาบ้างจากการคาดการณ์ที่ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันจากชั้นหินในสหรัฐอาจลดลง
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนประเมินว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปล่อยให้อัตราเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และนักลงทุนได้ขายทำกำไรดอลลาร์หลังจากทะยานขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
•   นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เฟดอาจจำเป็นต้องดำเนินภาวะเศรษฐกิจที่มีแรงกดดันสูงเพื่อแก้ไขความเสียหายจากวิกฤตการณ์ปี 2008-2009
•   ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่บรรดาเทรดเดอร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า อีซีบีจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน แต่คาดว่าอีซีบีจะขยายการซื้อสินทรัพย์หลังโครงการหมดอายุในเดือนมี.ค. 2017 ก่อนปรับลดการซื้อลงในปีหน้า

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบแคบ หรือ รอ follow เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
FED ยังคงคลุมเครือ
•   S50Z16 เมื่อวานนี้เปิดตลาดบวกเล็กน้อยที่ 939.30 จุด ทำจุดสูงสุดที่ 942 จุด, จุดต่ำสุดที่ 929.50 จุด แกว่งตัวออกข้างในกรอบแคบๆ ระหว่าง 930-943 จุด ราคาถือว่ามีความผันผวนลดลงจากวันทำการก่อนหน้า ด้านปริมาณการซื้อขายในดัชนี SET ใหญ่มีปริมาณลดลงกว่าครึ่งในรอบสามวันทำการที่ผ่านมาจากที่มีปริมาณการซื้อขายราวหนึ่งแสนล้านบาท ลดลงเหลือเพียง  59,965.59 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่มากไม่น้อย Fund FLow ต่างชาติยังไหลออกต่อเนื่อง ต่างชาติขายสุทธิ -5,571.5ล้านบาท  สวนทางกับนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ +1,361.0 ล้านบาท และ นักลงทุนทั่วไปภายในประเทศซึ่งซื้อสุทธิ +3,814.7 ล้านบาท คาดการณ์มาจากนักลงทุนคลายความกังวลในปัจจัยที่กระทบต่อตลาดในช่วงสั้นรายวันหรือรายสัปดาห์ แต่ความกังวลต่อปัจจัยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐยังคงเป็นปัจจัยลบที่ปกคลุมตลาดอยู่ ซึ่งด้านสมาชิก FOMC ยังมีมุมมองที่แตกต่างต่อการตัดสินใจขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นผลดีเพราะไม่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกดีใจหรือตกใจ เกินไป เพราะต้องไม่ลืมว่าไม่ว่า แนวโน้มจะ “ขึ้นหรือคง” ก็เป็นเพียงสมมติฐานหรือคาดการณ์เท่านั้นยังไม่ใช่แนวนโยบายที่แท้จริงตราบจนกระทั้งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการจริงๆ เรามองว่าในช่วงนี้การซื้อขายสั้นๆ เข้าเร็วออกเร็ว น่าสนใจกว่าการคาดการณ์ทิศทางราคาในระยะกลางหรือระยะยาว ด้านตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนปิดตลาดในแดนลบหลังสมาชิก FOMC กล่าวว่าไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจหากจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไป รวมทั้งคาดการณ์ผลกำไรไตรมาสที่สามของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐที่ดูจะไม่เป็นปัจจัยบวกต่อตลาดเท่าใด

•   แนะนำ : ซื้อขายระยะสั้นตามกรอบและปิดสถานะภายในวันเท่านั้น

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การดีเบตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่สาม ในวันที่ 19 ตุลาคม
-   Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม

ข่าวในประเทศ
-   นายกฯ สั่งตั้งบอร์ดดูแลค่าครองชีพทั่วประเทศ : นายกรัฐมนตรีเน้นหนักเรื่องการดูแลค่าครองชีพติดตามทบทวนโครงสร้างต้นทุนราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าจนประชาชนเดือดร้อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีจริงจังกับปัญหาค่าครองชีพอย่างมาก
-   ราคาทองปรับตัวขึ้นเช้านี้ขณะดอลล์อ่อนค่า : ราคาทองปรับตัวขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้านี้ที่ตลาดเอเชีย ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลง  เวลา 08.52 น.ตามเวลาไทย ราคาทองในตลาด สปอตอยู่ที่ 1,258.40 ดอลลาร์ทรอยออนซ์ บวก 2.80  ดอลลาร์ ในขณะที่ ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.2% สู่ 97.663 หลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนในวันจันทร์  ด้านกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเปิดเผยว่า สัดส่วนการถือครองทองของกองทุนเพิ่มขึ้น 0.18% สู่ระดับ 967.21 ตันเมื่อวันจันทร์
-   รอฟัง‘ข้อมูลเศรษฐกิจ’กดหุ้นสหรัฐร่วง : หุ้นสหรัฐพร้อมใจเดินสู่ขาลง เหตุนักลงทุนเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังตัว ก่อนหน้าที่จะมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของทางการ และรายได้บริษัทใหญ่ๆ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #788 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2016, 05:00:46 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 18ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มมีแรงซื้อ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,256.00  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยแกว่งระหว่าง 1,254.40 – 1,262.43 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่าลงหลังจากขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 7 เดือน หลังจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น รวมทั้งแรงซื้อจากกองทุน ETF ที่เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาและทำให้ราคาแกว่งตัวเหนือบริเวณ 1,250 เหรียญได้ และปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแกว่งเหนือบริเวณ 1,260 เหรียญ และในช่วงกลางสัปดาห์นี้ต้องติดตามการโต้วาทีครั้งสุดท้ายของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งจริงในสัปดาห์หน้า โดยหากนายทรัมป์ ทำได้ดีกว่าเดิมอาจจะช่วยหนุนราคาทองให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน และในคืนนี้มีตัวเลขเงินเฟ้อที่ต้องติดตาม ซึ่งจากตัวเลขคาดการณ์แล้วนั้นมีแนวโน้มที่ใกล้เคียงกับเดือนก่อนซึ่งหากมีการประกาศมาผิดคาดอาจจะช่วยให้ราคาทองผันผวนได้ ซึ่งหากราคาทองปรับตัวเหนือ 1,265 เหรียญได้ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบสองสัปดาห์อาจจะเห็นการรีบาวน์ได้ต่อ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายโรแลนด์ หวัง ผู้อำนวยการฝ่ายจีนใน WGC กล่าวต่อรอยเตอร์ว่า "เราเชื่อว่าจีนอาจจะใช้ทองราว 900-1,000 ตันต่อปี (ในปี 2017) แต่อุปสงค์ทองอาจจะเผชิญอุปสรรคบางประการ โดยเฉพาะในภาคเครื่องประดับ และเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับราคาทองและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในจีนเองด้วย" นายหวังคาดว่า อุปสงค์ทองในจีนในปี 2016 อาจจะอยู่ที่ราว 900-1,000 ตันเช่นกัน โดยเทียบกับระดับ 984.5 ตันในปี 2015
-   บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสเปิดเผยในวันนี้ว่า ธนาคารพาณิชย์ของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ (NIRP) โดยธนาคารของญี่ปุ่นจะมีความสามารถในการทำกำไรลดลงเพียงจำกัด ส่วนผลกระทบมากที่สุดจาก NIRP ต่อความสามารถในการทำกำไรนั้นมาจากเงินกู้ spread loan ซึ่งธนาคารระดับภูมิภาคมีความเสี่ยงมากกว่า
-   นายสแตนลีย์ ฟิชเชอร์ รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันจันทร์ว่า เฟดใกล้มากที่จะบรรลุเป้าหมายด้านการจ้างงานและภาวะเงินเฟ้อ    และเขากล่าวเตือนว่า ไม่ควรมีการปรับเปลี่ยนกรอบการทำงานด้านนโยบายอย่างเร่งรีบเกินไปโดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
-   รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ระบุว่า ราคาทองมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับสูงกว่า 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2017 ในขณะที่อุปสงค์ในทองจริงฟื้นตัวขึ้น และปัจจัยนี้ช่วยชดเชยแนวโน้มในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (พิจารณา USD index)
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐ
-   การโต้วาทีของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งสุดท้าย

คำแนะนำ    : trading ในกรอบ หรือ รอ follow long เมื่อราคา breakout
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #789 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2016, 10:21:42 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง หลังจากปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง ทำให้ราคาทองได้รับแรงหนุน แต่ยังคงแกว่งในกรอบการเคลื่อนไหวเดิม โดยในเดือนนี้กองทุน SPDR มีการเข้าซื้อทองคำประมาณ 20 ตัน ซึ่งมีโอกาสช่วยหนุนราคาทองให้ดีดกลับได้บ้างโดยหากผ่าน 1,265 เหรียญอาจจะมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.04 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.56% โดยปิดที่ 1,262.24 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,254.30 – 1,264.78 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,263 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยเป็นวันที่สองทำให้ช่วยหนุนราคาทองได้บ้าง หลังจากความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เริ่มมีความกังวลมากขึ้น แต่เมื่อวานนี้มีตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การปรับขึ้นดอกของสหรัฐฯ ยังคาดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นสูงในช่วงปลายปีนี้ และเช้านี้มีตัวเลข GDP ของจีนที่ประกาศออกมาที่ 6.7% ตามคาดการณ์ ส่วนในคืนนี้ติดตามตัวเลขภาคที่อยู่อาศัยและรายงานภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และทางด้านกองทุน SPDR ไม่ได้มีการซื้อเพิ่มเติมในเมื่อวานนี้ แต่ในช่วงเดือนนี้มีการซื้อสะสมค่อนข้างมาก ทำให้ลุ้นรีบาวน์ต่อได้หากราคาสามารถผ่าน 1,265 เหรียญไปได้

Exclusive News
•   นายจอห์น คิลดัฟ หุ้นส่วนของกองทุนเฮดจ์ฟันด์อะเกน แคปิตัลกล่าวว่า "ถ้าหากสต็อกน้ำมันดิบลดลง นี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งสถานการณ์ที่เข้าใจได้ยากเพราะว่าอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันที่ระดับต่ำในปัจจุบันนี้น่าจะส่งผลให้สต็อกน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น" อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันในสหรัฐปรับลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนก.ย.
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงในวันอังคารเป็นวันที่สองติดต่อกัน ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรจากการแข็งค่าของดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา และทำการประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้หรือไม่
•   การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมารวมถึงยอดค้าปลีกที่น่าผิดหวัง ทำให้นักลงทุนขายดอลลาร์ออกมาเพื่อทำกำไรส่วนข้อมูลที่เปิดเผยในวันอังคารบ่งชี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 เดือนใน เดือนก.ย.  ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวที่ 97.890
•   ตลาดจะมุ่งความสนใจไปที่การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันพฤหัสบดีนี้ ขณะที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่า อีซีบีจะคงนโยบายการเงินไม่เปลี่ยนแปลง

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบ หรือ รอ follow long เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
กำลังสร้างแนวโน้มระยะสั้นใหม่
•   S50Z16  ซื้อขายเมื่อวานแกว่งตัวในกรอบออกข้างประมาณ 9-10 จุด ยังไม่สามารถหาทิศทางที่ชัดเจนได้ เหมือนมีความพยายามจะสร้างแนวโน้มระยะสั้นใหม่อยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดมีความผันผวนรุนแรงนักลงทุนอาจยังขาดความเชื่อมั่นในการถือสถานะการลงทุน  ด้านดัชนี SET หลักปิดบวก +0.001% มีกรอบการแกว่งประมาณ 13 จุด มูลค่าซื้อขายรวม 57,714 ล้านบาท  ลดลงจากหนึ่งแสนล้านบาทแสดงให้เห็นว่านักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุนหลังตลาดมีความผันผวนสูงโดย Fund Flow ยังคงไหลออกต่อเนื่อง นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ -2,366.21 ล้านบาท ด้านตลาดสหรัฐเมื่อคืนปิดบวกคาดได้รับแรงหนุนจากการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐซึ่งอย่างไรก็ดีถือว่าเคลื่อนไหวแคบๆเช่นกัน ประกอบกับการประกาศตัวเลขดัชนีผู้บริโภคสหรัฐเมื่อคืนซึ่งประกาศต่ำกว่าคาดการณ์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์สหรัฐถือว่ายังแข็งค่าอยู่แม้จะย่อตัวลงไปบ้างโดยพิจารณาจาก USD index  ซึ่งพึ่งจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบเจ็ดเดือน ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคือการดีเบตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ, จำนวนใบอนุญาตสร้างอาคารใหม่, สต็อกน้ำมันดิบ

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบไม่ถือสถานะข้ามคืน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   สมาชิก FOMC สหรัฐเสียงแตกกรณีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
-   การดีเบตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่สามวันนี้
-   Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม

ข่าวในประเทศ
-   "เครือ ปตท." เตรียมออกมาตรการคุมเข้มผู้บริหารซื้อ-ขายหุ้น นอกไซเลนท์พีเรียด หวังเพิ่มธรรมาภิบาล สร้างความโปร่งใสในองค์กร โดยเปิดเผยถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในกลุ่ม ปตท.ว่า ปตท.เตรียมออกมาตรการให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของกลุ่ม ปตท.หลีกเลี่ยงการซื้อขายหุ้นในกลุ่มบริษัท ปตท.นอกระยะเวลาการห้ามซื้อขายหุ้น (silent period) แต่หากมีความจำเป็น จะต้องแสดงเจตนารมณ์ที่ต่อเลขานุการของบริษัทก่อนดำเนินการล่วงหน้า 2-3 วัน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใส เนื่องจากผู้บริหารมักจะถูกจับตามองว่าเป็นผู้รู้ข้อมูลภายในซึ่งเสี่ยงต่อกรณีการเข้าข่ายใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้น (inside trading)
-   นายกรัฐมนตรีสั่งหน่วยงานรัฐ ช่วยชี้แจง-สร้างความเชื่อมั่นประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจประเทศ ย้ำมาตรการขับเคลื่อนยังเดินหน้าต่อเนื่อง โดยที่รัฐบาลมั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง จากมาตรการขับเคลื่อนที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยนายกรัฐมนตรีขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยชี้แจงและสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนทั่วประเทศ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #790 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2016, 05:12:25 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ทองคำจะยืนไหวไหม
-   ราคาทองคำเปิดตลาดซื้อขายในช่วงเช้าแกว่งในกรอบ 1,260-1,265 USD/toz จะเห็นได้ว่าราคาสามารถทะลุกรอบราคาเดิมบริเวณ 1,260 USD/toz ที่แกว่งตัวอยู่ราวหนึ่งสัปดาห์ในกรอบแคบ  แต่ยังไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปแกว่งตัวยืนเหนือกรอบราคาใหญ่ที่เหนือ 1,265 USD/toz  ได้ในช่วงเช้า (ในช่วงบ่ายมีความพยายามดีดตัวขึ้นไปเหนือ 1,265 USD/toz ) โดยทองคำมีความพยายามสร้างฐานราคาที่ 1,250-1,260 USD/toz อย่างไรก็ดี   ปัจจัยบวกที่มีต่อทองคำได้แก่ 1.SPDR ซื้อสุทธิตลอดเดือนที่ผ่านมาเหมือนจะสะสมทองคำ ณ ระดับราคาในกรอบ 1,250 – 1,260 USD/toz ซึ่งทำให้ราคาบริเวณนี้เป็นจุดน่าสนใจในการตัดสินใจถือสถานะการลงทุน  2. เงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องซึ่งทำให้ทองคำดูน่าสนใจมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย   ในขณะที่ปัจจัยที่ไม่เอื้อต่อราคาทองคำได้แก่  ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากคาดการณ์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่มีแนวโน้มว่านางฮิลลารี่จะมีชัยซึ่งเป็นผลดีต่อสินทรัพย์เสี่ยง ในณะเดียวกันก็กดดันราคาทองคำลดลงรวมทั้งราคาน้ำมันที่ผันผวนต่อเนื่อง ในค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขขออนุญาตสร้างบ้านใหม่, ตัวเลขการเริ่มก่อสร้างบ้านใหม่, น้ำมันดิบคงคลังรายสัปดาห์และรายงานภาวะเศรษฐกิจ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวขึ้น หลังบริษัทจำนวนมากรายงานรายได้แข็งแกร่ง ประกอบกับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป จะคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป, ขณะที่ในยุโรปนั้น ดัชนีหุ้นทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร ก่อนหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี จะเปิดประชุมในวันพรุ่งนี้ (20 ต.ค.) ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า จะคงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไว้เหมือนเดิม และอาจมีการอัดฉีดเพิ่มเติมในเดือนธ.ค. ด้านราคาน้ำมันในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นเช่กัน จากการคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน จะควบคุมปริมาณการผลิต แม้จะมีการคาดการณ์ว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของสหรัฐ จะเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกันก็ตาม
-   ราคาทองคำในวันอังคาร (18 ต.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ หลังดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินปอนด์ โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์เพิ่มขึ้น 6.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,262.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
-   สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 35 เซ็นต์ ปิดที่ 50.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 16 เซ็นต์ ปิดที่ 51.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
-   ผู้ค้ารับซื้อขายทองคำซบเซา คนไม่มีกะจิตกะใจจับจ่าย นายพิชญา พิสุทธิกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ช่วงนี้ภาวะการซื้อขายทองคำหน้าตู้จะกลับมาคึกคักและต่อเนื่องไปถึงสิ้นปี เนื่องจากเกษตรกรเริ่มเก็บเกี่ยวผลิตผลการเกษตรและมีรายได้จากการขายสินค้า อีกทั้งช่วงที่เหลือของปีจะเริ่มมีเทศกาลงานบุญ งานกฐิน งานบวชและงานแต่งทำให้ประชาชนมาซื้อเครื่องประดับเพื่อสวมใส แต่หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ทำให้ประชาชนไม่มีแก่ใจหรือไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยซื้อเครื่องประดับ “แม้มีประชาชนต่างจังหวัดเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครจำนวนมาก แต่ไม่ได้แวะมาที่เยาวราชเพื่อซื้อทอง แม้ช่วงนี้ราคาทองคำแท่งขายออกจะลดลงมาต่ำอยู่ที่บาทละ 21,000 บาท เพราะทุกคนต่างมุ่งไปที่พระบรมมหาราชวังเพื่อถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัย

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (พิจารณา USD index)
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐ
-   การดีเบตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่สามก่อนการเลือกตั้งจริง

คำแนะนำ    : เปิดสถานะซื้อ long position  เป็นหลัก เมื่อราคาย่อตัว
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #791 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2016, 10:20:56 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวาน ภายใต้ปัจจัยต่างๆ กดดันราคาทองคำอย่างไรก็ดีถือว่าทองคำมีอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่ร่วงลงรุนแรงและมีความพยายามสร้างฐานราคาที่แข็งแกร่งในกรอบช่วง 1,250-1,265 USD/toz  ฝ่ายวิจัยแนะนำเปิดสถานะซื้อ (Long Position)  เป็นหลักเมื่อราคาย่อตัว แต่หากหลุดต่ำกว่า 1,265 USD/toz ให้ปิดสถานะถือเงินสดและรอความชัดเจน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายเมื่อวาน (19 ต.ค.) สามารถทะลุระดับราคาสำคัญซึ่งเป็นกรอบราคาที่ทองคำไม่สามารถทะลุขึ้นไปซื้อขายได้ตลอดเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่ราคาทองคำร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อราวสองสัปดาห์ก่อน ซึ่งการที่ทองคำสามารถขึ้นไปซื้อขายเหนือระดับ 1,265 USD/toz ได้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่าทองคำอาจสามารถฟื้นตัวยืนเหนือ1,265 USD/toz ได้ แม้โดยภาพรวมของตลาดทองคำโลกในช่วงนี้จะไม่มีปัจจัยใดที่เป็นบวกต่อราคาทองคำเลยก็ตาม ตั้งแต่ 1.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง 2.คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่มีแนวโน้มว่าจะปรับขึ้นสูงซึ่งจะส่งผลลบต่อทองคำ 3.คาดการณ์ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐซึ่งคาดว่านางฮิลลารี่จะมีชัยเหนือนายทรัมป์ อันจะเป็นผลให้เงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงและกดดันราคาทองคำต่อไป

Exclusive News
•   บอนด์ยิลด์ทรงตัว :  ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันพุธ  ขณะที่ดีลเลอร์ซื้อและขาย พันธบัตรรัฐบาลเพื่อประกันความเสี่ยงหลักทรัพย์ที่พวกเขาทำอันเดอร์ไรท์ไว้ หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียได้ขายพันธบัตรโลกครั้ง แรกเป็ประวัติการณ์ ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปิดที่ 97-196/256 โดยมีผลตอบแทน 1.7485% ส่วนราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดที่ 94-144/256 โดยมีผลตอบแทน 2.51 %
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น : 6 .66 ดอลลาร์ สู่ 1,268.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ หลังจากขึ้นไปแตะจุด สูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ที่ 1,273.34 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองปรับขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน และสามารถพุ่งขึ้นเหนือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วันที่ 1,266.60 ดอลลา ร์ได้สำเร็จ ในขณะที่นักลงทุนไม่แน่ใจว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอก เบี้ยเมื่อใด และนักลงทุนรอดูการโต้วาทีนัดสุดท้าย ระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดบวก 7.00 ดอลลาร์ ที่ 1,269.90 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาโลหะเงินส่งมอบเดือน ธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดตลาดบวก 0.025 ดอลลาร์ ที่ 17.663 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนที่ตลาด NYMEX ราคาพลาตินั่มส่งมอบเดือนม.ค.ปิดลดลง 3.00 ดอลลาร์ ที่ 943.50 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดลดลง 3.90 ดอลลาร์ ที่ 635.50 ดอลลาร์/ออนซ์

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : เปิดสถานะซื้อ (Long Position)  เป็นหลักเมื่อราคาย่อตัว  หากหลุดต่ำกว่า 1,265 USD/toz ให้ปิดสถานะถือเงินสด

Smart Stock
Today Strategy:
พยายามสร้างฐานราคา
•   S50Z16 เมื่อวานนี้มีแรงซื้อเข้ามาหนุนดัชนีเล็กน้อยดันดัชนีไปปิดบวกที่ 939.7 จุด หรือบวกราว +6.5 จุด ถือว่าแกว่งตัวในแดนบวกพอประมาณ ด้านดัชนี  SET หลัก ปิดบวก +0.59% โดยมีสถาบันเข้ามาซื้อสุทธิ 3,173.7 ล้านบาท หนุนตลาดไว้ ในขณะที่ต่างชาติขายสุทธิ 2,557.8 ล้านบาท ต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีปริมาณการซื้อขายรวมที่ 58,923.67 ล้านบาท ถือว่าไม่มากไม่น้อยสำหรับดัชนีหุ้นไทยในภาวะเช่นนี้ ในส่วนประเด็นที่ต้องสนใจเป็นพิเศษได้แก่ กรณี Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องตลอดเดือนจากคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐซึ่งส่งผลให้ปริมาณเงินไหลเข้าสู่ดอลลาร์ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและ Fund Flow ไหลออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่  ในส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามในวันนี้ได้แก่ การดีเบตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งสุดท้าย, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์เเละการเเถลงต่อสื่อของ ECB

•   แนะนำ : เน้นสถานะซื้อ (Long Position) เมื่อดัชนีย่อตัวเป็นหลักหากหลุดกรอบให้ Follow Buy ถ้ารับความเสี่ยงได้, ไม่ถือสถานะข้ามคืน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคม(เมื่อวานยังขายสุทธิต่อเนื่อง)
-   การดีเบตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐครั้งที่สาม
-   สมาชิก FOMC สหรัฐเสียงแตกกรณีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ข่าวในประเทศ
-   ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการห่วงปัจจัยภายนอก : นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 84.8 เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. ที่อยู่ที่ระดับ 83.3 โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากมีคำสั่งซื้อทั้งในและจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค.โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ ชิ้นส่วนยานยนต์เครื่องสำอาง อาหารและยาโดยเฉเพาะอาหารทะเลแปรรูป     
-   ก.ล.ต. พร้อมออกหลักเกณฑ์เอื้อธุรกิจ "FinTech"  :  ก.ล.ต. กำลังอยู่ระหว่างศึกษาการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์ที่จะเอื้อต่อการนำ “FinTech" มาใช้ในตลาดทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกใบอนุญาต ขอบเขตการทำธุรกรรมและประโยชน์ที่ผู้ใช้บริการจะได้รับ โดยสิ่งที่สำนักงาน ก.ล.ต. จะให้ความสำคัญคือความทันสมัยของหลักเกณฑ์ที่จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการเกิดขึ้นของ “FinTech" รวมถึงการดูแลระบบความปลอดภัยที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับใช้ผู้บริการด้วย
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #792 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2016, 05:09:21 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ยังแกว่งอยู่ด้านบน
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,269.35  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ปรับตัวอยู่ในกรอบด้านบนโดยแกว่งระหว่าง 1,267.84 – 1,273.12 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาทองคำยังแกว่งตัวในกรอบด้านบนหลังจากราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,250 – 1,265 เหรียญตลอดเกือบสองสัปดาห์ โดยเมื่อคืนนี้มีรายงานภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ (Beige Book) ยังคงระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมายังมีแนวโน้มเป็นบวก ทางด้านปัจจัยที่คาดว่ามีโอกาสหนุนราคาทองคำได้คือ ผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ที่นายทรัมป์เริ่มมีคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น รวมทั้ง นาง คลินตันที่มีคะแนนเสียงลดลง โดยผลสำรวจล่าสุดอยู่ที่ 43% ของนายทรัมป์ และ 47% ของนางคลินตัน รวมทั้งคืนนี้ติดตามทางด้าน ECB เรื่องอัตราดอกเบี้ย และนโยบายทางการเงินที่ทางเรายังให้น้ำหนักการคงอัตราดอกเบี้ย และคงนโยบายทางการเงินเช่นเดิม ซึ่งถ้าหากไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาผิดคาดการณ์นั้น อาจจะใช้ประเด็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะช่วยหนุนราคาทองได้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์คกล่าวในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่สโมสรโลทอสว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงต่อไปในปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงดำเนินไปตามปกติ ซึ่งนับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากหนึ่งในเจ้าหน้าที่เฟดที่มีอิทธิพลมากที่สุด
-   ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่การแสดงความเห็นของนายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ว่าจะบ่งชี้ในการประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดีนี้หรือไม่ว่า อีซีบีจะเริ่มปรับลดโครงการซื้อพันธบัตร
-   ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีแนวโน้มที่จะตรึงนโยบายการเงินในการประชุมวันนี้ แต่อีซีบีมีแนวโน้มที่จะปูพื้นฐานไปสู่การผ่อนคลายนโยบายการเงินในเดือนธ.ค. ในขณะที่อีซีบีพยายามที่จะทำให้ราคาผู้บริโภคดีดตัวขึ้นอย่างยั่งยืน
-   เยอรมนีและฝรั่งเศสกดดันประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียให้ขยายเวลาในการหยุดพักการโจมตีทางอากาศในซีเรีย และให้ระงับ "การก่ออาชญากรรม" ด้วยการทิ้งระเบิดใส่พลเรือน แต่เยอรมนีและฝรั่งเศสระบุว่า การเจรจา 4 ฝ่ายเพื่อยุติความรุนแรงในภาคตะวันออกของยูเครนมีความคืบหน้าบางประการ
-   นายคาร์โล แอลเบอร์โต เด คาซา หัวหน้านักวิเคราะห์ของบริษัทแอคทีฟเทรดส์กล่าวว่า "ราคาทองได้รับแรงหนุนเป็นอย่างดีจากปัจจัยทางเทคนิคเหนือระดับ 1,250 ดอลลาร์ และการที่ราคาทองพุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1,270 ดอลลาร์ในวันพุธ ถือเป็นการส่งสัญญาณในทางบวก ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในสหรัฐ และก่อนที่เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค."

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (พิจารณา USD index)
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐ
-   การประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

คำแนะนำ    : trading long หากราคายังเคลื่อนไหวด้านบน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #793 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2016, 10:13:44 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศูกร์ ที่ 21 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวลดลงหลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน โดยปัจจัยที่กดดันราคาทองคือ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่องจากตัวเลขยอดขายบ้านมือสองที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งการคงอัตราดอกเบี้ยและคงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป แต่อย่างไรก็ตามความต้องการทองคำยังดูเหมือนมีแนวโน้มที่ดีในเดือนนี้ ทำให้คาดว่าราคาทองมีโอกาสดีดกลับได้ หลังจากราคาปรับตัวลดลงแรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 3.10 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.24% โดยปิดที่ 1,265.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,264.35 – 1,273.82 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,264 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจาก การที่ธนาคารกลางยุโรปคงอัตราดอกเบี้ย และคงอัตราวงเงินในการเข้าซื้อพันธบัตรที่ 1.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลขการขายบ้านมือสองที่ปรับตัวดีขึ้นหลังจากอ่อนแอต่อเนื่องกัน 2 เดือนก่อนหน้า ทำให้ทองคำมีแรงขายออกมา แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขความต้องการทองของ SPDR ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเมื่อวานนี้ซื้อเพิ่มอีก 2.96 ตัน รวมถือทองคำ 970.1 ตัน และมีตัวเลขรายงานการถือครองทองคำของประเทศรัสเซียที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 49.1 ล้านทรอยออนซ์ในต้นเดือน ต.ค. เป็น 49.6 ล้านทรอยออนซ์ ทำให้คาดว่าทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้ในช่วงนี้ถึงแม้จะถูกกดดันโดยค่าเงินดอลลาร์ก็ตาม

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 2.3 % ในวันพฤหัสบดีในขณะที่การแข็งค่าของดอลลาร์กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทำกำไรสัญญาน้ำมัน หลังจากราคาน้ำมันเพิ่งพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 15 เดือนที่ 51.93ดอลลาร์ในวันพุธ
•   ยูโรร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันพฤหัสบดีและดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนหลังธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดโอกาสสำหรับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นในเดือนธ.ค.
•   นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีเปิดกว้างสำหรับทางเลือกต่างๆ และย้ำการคาดการณ์ที่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นจากการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นอย่างมาก ซึ่งเท่ากับเป็นการปฏิเสธข่าวที่ว่า อีซีบีจะปรับลดโครงการซื้อสินทรัพย์วงเงิน 1.7 ล้านล้านยูโร (1.9 ล้านล้านดอลลาร์)
•   ดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากความเห็นของนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์คที่ระบุในวันพุธว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบ โดยเน้นฝั่ง long เมื่อย่อตัว

Smart Stock
Today Strategy:
สร้างแนวโน้มในภาวะเปราะบาง
•   S50Z16 เมื่อวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับวันก่อนหน้าแต่ถือว่าเคลื่อนไหวในกรอบที่จำกัด 4 จุดเท่านั้น ในขณะที่ดัชนี SET หลักปิดบวกที่ 1,492.73 จุด บวก+6.45 จุด ปริมาณการซื้อขาย 51,214.62 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากนักลงทุนสามกลุ่มหลักได้เเก่ สถาบัน, บัญชีบล.และต่างชาติ กลับมามีมุมมองบวกต่อตลาดซื้อสุทธิสวนทางกับรายย่อยที่ขายสุทธิ 2,929.8 ล้านบาท คาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยได้รับเเรงหนุนเล็กน้อยจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันทำจุดสูงสุดที่ 52.67USD/bbl แต่ก็มีปัจจัยลบได้แก่ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสูงสุดในวันที่ 35.01 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังได้รับผลกระทบทางตรงที่ดอลลาร์เเข็งค่าขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเจ็ดเดือนอีกครั้งที่ USD index = 98.32  จากคาดการณ์การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ในขณะที่ประเด็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเริ่มมีความชัดเจนที่ฮิลลารี่จะมีชัยเหนือทรัมป์ในการเลือกตั้งหลังการดีเบตครั้งที่สามตอกย้ำความชัดเจนดังกล่าวซึ่งก็เป็นเเนวโน้มที่ตลาดคาดการณ์เเต่ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนเท่าใดเมื่อพิจารณาจากดัชนีหุ้นสหรัฐที่ปิดบวกไม่มากถือว่าไม่มีนัยสำคัญ เเต่เหมือนอารมณ์ตลาดจะไปลงที่ทองคำซึ่งปรับลดลงมาที่ 1,264 USD/toz หลังมีความพยายามทะลุกรอบซื้อขายเดิมที่เเกว่งตัวราวสองสัปดาห์ 1,250-1,260   USD/toz เเต่อย่างไรก็ดีด้านทองคำยังมีเเรงหนุนจากแรงซื้อของกองทุน SPDR ซึ่งซื้อทองสุทธิ 2.96 ตันเมื่อวานนี้ถือว่ามีปริมาณการถือครองทองคำสูงที่สุดนับตั้งเเต่ มิถุนายน 2556 คาดการณ์ดัชนียังสามารถไปต่อได้เพราะยังไม่มีปัจจัยพื้นฐานที่เป็นลบต่อตลาดมากนักเเต่ให้ระวังอารมณ์ของนักลงทุนที่ยังเปราะบางอยู่

•   แนะนำ : เปิดสถานะซื้อเมื่อย่อตัวและไม่ถือสถานะข้ามวัน, ระวังอารมณ์ของนักลงทุนที่ยังเปราะบางอยู่

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเจ็ดเดือนที่ (USD index=98.32)
-   ติดตามน้ำมันดิบซึ่งราคาผันผวนรุนแรง +/- 2% ในวันซึ่งอาจกระทบกลุ่มพลังงานในดัชนี SET

ข่าวในประเทศ
-   นายกฯ จี้หน่วยงานเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแผน : มอบหมายกระทรวงพาณิชย์ตั้งกลไกใหม่ลงปลุก 7 พื้นที่ให้คึกคัก ด้านกระทรวงการคลังเร่งเอกชนลงทุนในสิ้นปีนี้เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีดันงบลงทุนไตรมาสแรกปีงบ 2560 ได้ตามเป้า 1 แสนล้านบาท ด้านกระทรวงอุตฯมั่นใจเศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้า, สอท.เชื่อการลงทุนรัฐ-เอกชนที่นับหนึ่งแล้วเดินต่อได้,  สมคิดเดินสายเปิด ”ครีเอทีฟไทยแลนด์” ในขณะที่ กทพ.คมนาคมยืนยันประมูลรถไฟฟ้า 3 สายต.ค.-พ.ย.นี้ตามกำหนดการเดิม
-   พาณิชย์เตรียมฟื้นความสัมพันธ์การค้ากับซาอุฯ ในรอบ 20 ปี : ระบุเป็นข่าวดีหลังต้องทำการค้าผ่านประเทศที่ 3 และไม่มีกิจกรรมส่งเสริมการค้าในซาอุฯ มานานสั่งทูตพาณิชย์สำรวจความพร้อมและศึกษากฎระเบียบการค้า เผย8เดือนแรกปีนี้ไทยส่งออกไปซาอุฯ 1,632 ล้านดอลลาร์ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15% ขณะไทยขาดดุลติดต่อกัน 5 ปี จากกว่า 70% นำเข้านํ้ามันดิบ
-   คลังโชว์งบปี 2559 เงินคงคลังทะลุ 4.4 แสนล้าน พร้อมเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐ : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่าฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดประจำปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลมีรายได้ 2.41 ล้านล้านบาทขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวน 2.8 ล้านล้านบาท ทั้งนี้รัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 3.9 แสนล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559 มีจำนวน 4.41 แสนล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #794 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2016, 04:51:24 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งในกรอบกว้างขึ้น
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,265.60  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ปรับตัวลดลงในช่วงเช้าและปรับตัวดีขึ้นในช่วงบ่าย โดยแกว่งระหว่าง 1,260.70 – 1,266.46 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำยังได้รับแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์เป็นหลัก โดยจากค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าลง และตัวเลขภาคที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น ถึงแม้ตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานจะเพิ่มขึ้น แต่ยังถือว่าอยู่ในแนวโน้มที่แข็งแกร่ง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง แต่ทางด้านความต้องการทองคำของกองทุน ETF ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งจากประเทศจีนที่มีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 1,250 เหรียญได้ โดยในคืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ให้ระมัดระวังกรอบการแกว่งที่เริ่มกว้างขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสฟื้นตัวได้หลังจากเริ่มมีอุปสงค์เข้ามามากขึ้นในช่วงนี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   สำนักปริวรรตเงินตราของรัฐบาลจีน (SAFE) แถลงในวันนี้ว่า ธนาคารพาณิชย์ของจีนขายสกุลเงินต่างประเทศสุทธิ 2.84 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ย. โดยพุ่งขึ้นเป็น 3 เท่าจากระดับในเดือนส.ค. ในขณะที่ยอดเงินทุนไหลออกจากจีนพุ่งสูงขึ้น
-   หยวนร่วงผ่าน 6.75 ต่อดอลลาร์ในวันนี้ หลังธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนอ่อนกว่าระดับดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ขณะที่ธนาคารกลางยังคงปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลง หยวนร่วงลงราว 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์แล้วนับตั้งแต่สิ้นเดือนก.ย.
-   ธนาคารโลกได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบสำหรับปีหน้าขึ้นสู่ระดับ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล จาก 53 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ธนาคารโลกคาดว่า ข้อตกลงการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะช่วยลดปริมาณน้ำมันส่วนเกิน
-   นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจอาจจะปรับเลื่อนกำหนดเวลาในการบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อออกไปอีกในการประชุมเดือนนี้ เนื่องจากราคาพื้นฐานปรับขึ้นอย่างอ่อนแอ อย่างไรก็ดี เขากล่าวย้ำว่า บีโอเจอาจจะชะลอการเข้าซื้อตราสารหนี้ในอนาคต ถ้าหากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุ 10 ปี ดิ่งลงสู่ระดับต่ำกว่าเป้าหมาย 0% เป็นอย่างมาก
-   ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ตรึงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษไว้ตามเดิมในการประชุมเมื่อวานนี้ แต่เปิดโอกาสสำหรับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในเดือนธ.ค. โดยอีซีบีสยบการคาดการณ์ที่ว่า อีซีบีอาจจะปรับลดการดำเนินมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ซึ่งมีขนาด 1.7 ล้านล้านยูโร
-   ราคาทองในตลาดสปอตปรับตัวลงในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แต่ราคาทองปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์  ณ เวลา 09.20 น.ตามเวลาไทย ราคาทองในตลาดสปอตอยู่ที่ 1,264.01 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 1.79 ดอลลาร์ หลังจากปรับตัวลง 0.2% เมื่อวานนี้ และราคาพุ่งขึ้นกว่า 1% ในสัปดาห์นี้
-   กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุน ETF ทองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเปิดเผยว่า สัดส่วนการถือครองทองของกองทุนเพิ่มขึ้น 0.31% สู่ระดับ 970.18 ตันเมื่อวานนี้

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (พิจารณา USD index)
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ
-   การสะสมทองคำของกองทุน SPDR ที่มีการสะสมทองคำต่อเนื่อง

คำแนะนำ    : trading ในกรอบที่แกว่งกว้างขึ้น โดยยังเน้นฝั่ง long
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 51 52 [53] 54 55 ... 57   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!