TARADTHONG.COM
ตุลาคม 27, 2020, 01:14:23 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 52 53 [54] 55 56 57   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1899024 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #795 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2016, 10:18:39 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังจากพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่โดนกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวทำจุดสูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากประธานเฟดสาขาย่อยที่ให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้ามากถึง 3 ครั้ง รวมทั้งตัวเลขภาคการผลิตที่ประกาศออกมาดีต่อเนื่อง รวมทั้ง SPDR ที่ขายออกมาถึง 16.61 ตันในสัปดาห์ก่อน ทำให้ราคาทองโดนกดดัน แต่ยังเคลื่อนไหวในกรอบ โดยวันนี้ติดตามถ้อยคำปราศัยของธนาคารกลางอังกฤษ และยุโรป

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 2.19 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.17% โดยปิดที่ 1,264.06 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,260.37 – 1271.87 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,264 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาทองพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นก่อนที่จะโดนแรงกดดันลงมาหลังจาก ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องและทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 9 เดือน โดยปัจจัยหลักยังคงเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ได้รับแรงหนุนต่อเนื่องโดยประธานเฟดสาขาย่อยนายชาร์ลส อีแวนส์ ได้ให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นโดยคาดง่าปีหน้าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง รวมทั้งตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นในรอบ 1 ปี และการขายของกองทุน SPDR ในวันศุกร์ที่ขายออกมามากกว่า 16.61 ตันทำให้ราคาทองโดนกดดันต่อเนื่อง โดยวันนี้ติดตามถ้อยคำปราศัยของทางฝั่งยุโรป และอังกฤษที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ตลาดได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันจันทร์ และร่วงผ่านระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลลงไปเป็นเวลาสั้นๆ โดยได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า จะมีการเปิดการผลิตน้ำมันในแหล่งน้ำมันบัซซาร์ดของอังกฤษอีกครั้งในเร็วๆนี้ และข่าวที่ว่าอิรักต้องการที่จะได้รับการยกเว้นจากมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
•   ดอลลาร์ปรับตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ และแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนในวันจันทร์จากการคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
•   ข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวกในช่วงที่ผ่านมา และความเห็นจากเจ้าหน้าที่เฟดสนับสนุนการคาดการณ์ดังกล่าว โดยในวันจันทร์ เทรดเดอร์คาดว่ามีโอกาส 74% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
•   นายชาร์ลส อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวในวันจันทร์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งระหว่างนี้จนถึงสิ้นปี 2017 ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อและตลาดแรงงานยังคงปรับตัวดีขึ้น

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบที่กว้างขึ้น และรอ follow เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
ยังไม่ชัดเจน
•   S50Z16 เปิดตลาดวันศุกร์ที่แล้วที่ 943.80 จุด มีความพยายามขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 946.70  ก่อนแกว่งตัวและปิดตลาดที่  945.50 จุด มีกรอบการการซื้อขายประมาณ 5.7 จุด เเกว่งในกรอบเเคบยังไม่มีทิศทางชัดเจนเท่าใดนัก เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับดัชนี  SET  หลักที่ปิดบวกที่ 1,500.37 จุด +7.64 จุด นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ +1,335.63 เเละบัญชีบล.ซื้อสุทธิ +446.77 ล้านบาท  สวนทางกับ   Fund FLow ที่ไหลออกเล็กน้อย ซึ่งต่างชาติขายสุทธิ -547.22  ล้านบาท โดยมีมุมมองเดียวกับนักลงทุนภายในประเทศซึ่งขายสุทธิ  -1,235.18 ล้านบาท    มูลค่าการซื้อขายรวม 48,511.96 ล้านบาท ถือว่าเบาบาง เนื่องจากมีวันหยุดยาว 22-24 ต.ค. ทำให้นักลงทุนไม่รับความเสี่ยงจากการถือสถานะการลงทุนข้ามสัปดาห์ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากตลาดโลกในวันจันทร์ ที่ 24 ต.ค. ซึ่งไม่ได้หยุดทำการเหมือนประเทศไทย ในขณะที่เมื่อคืนนี้ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตสหรัฐดีกว่าคาดการณ์ของตลาดพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เป็นผลบวกต่อตลาดสหรัฐเท่าไหร่ ส่วนในรอบสัปดาห์นี้ตลาดมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาดังนี้   1.บาทอ่อนค่า Fund Flow ไหลออก ดอลลาร์เเข็งค่าขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเจ็ดเดือนอีกครั้งที่ USD index = 98.76  2.น้ำมันผันผวนรุนเเรงสร้างแรงกดดันให้กลุ่มพลังงานซึ่งถูกถ่วงน้ำหนักไว้มากในดัชนีหุ้นไทย 3.น้ำมันที่ยังคงผันผวนอยู่  ในส่วนของค่ำคืนนี้ติดตามรายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐจากซีบี,  ถ้อยเเถลงของผู้ว่าการธนาคารอังกฤษเเละถ้อยเเถลงของ มาริโอ ดาร์กี้ ประธานธนาคารกลางยุโรป

•   แนะนำ : ให้น้ำหนักฝั่ง Long Position ในกรอบ, หากหลุดกรอบราคาเดิมให้ปิดสถานะถือเงินสด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   วันนี้ติดตามถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC (Powell), ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป
-   เงินบาทอ่อนค่าในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   ก.ย.ส่งออกรถยนต์สูงสุด 9 เดือนโกย 4.8 แสนล้านบาท :  ส.อ.ท. เผย ก.ย. ส่งออกรถยนต์ 112,565 คัน สูงสุดในรอบ 12 เดือน แต่ลดลง 9.9 % เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอตัว รวมยอด 9 เดือนแรก ส่งออกทะลุ 9 แสนคัน โกยแล้วกว่า 4.8 แสนล้านบาทส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559 มีจำนวน 4.41 แสนล้านบาท
-   ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามในรอบสัปดาห์ : กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยข้อมูลการค้าประจำเดือน ก.ย.ในวันพฤหัสบดีนี้เวลา 13 .30 น. ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จะเปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือน ก.ย.ในวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.เวลา 10.30 น. ผลสำรวจของรอยเตอร์บ่งชี้ว่า การส่งออกของไทยในเดือน ก.ย.อาจลดลง หลังจากที่เพิ่ มขึ้นอย่างไม่คาดคิดในเดือนส.ค. และคาดว่ายอดส่งออกที่ย่ำแย่จะทำให้ผลผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัว ท่ามกลางภาวะอุปสงค์ชะลอตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #796 เมื่อ: ตุลาคม 25, 2016, 05:20:14 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

สร้างแนวโน้มขาขึ้น
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,264 USD/toz มีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดหลังจากที่ร่วงหล่นลงไปประมาณ 10 USD/toz  ในวันจันทร์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ขายทองคำออกตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน โดยด้านกองทุน SPDR ขายทองคำออกในช่วงวันพฤหัสบดี-วันศุกร์ กว่า 16.61 ตันทำให้ทองคำร่วงลงอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ดีในภาพรวมราคาทองคำเรายังมองว่ามีปัจจัยกดดันหลายปัจจัยได้แก่ 1.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นและทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในรอบเจ็ดเดือนเรื่อยๆ กดดันอุปสงค์ทองคำไม่ให้เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ 2.คาดการณ์ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอีกราวสองสัปดาห์ซึ่งไม่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำ ในช่วงนี้แนะนำซื้อเล่นสั้นเป็นหลักและไม่ซื้อขายมากเกินไปรวมทั้งต้องมีวินัยในการตัดขาดทุน รอให้ปัจจัยดังกล่าวมีความชัดเจนมากกว่านี้ ค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ, ดัชนีราคาบ้านเดือน ฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   คำขู่อิรักฉุดน้ำมันดิบปิดลบ : สัญญาน้ำมันดิบตลาดสหรัฐปิดวันจันทร์ปรับตัวลดลงหลังจากอิรักขู่ว่าจะไม่ทำตามแผนของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน (โอเปค) ในการสร้างเสถียรภาพด้านราคา โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับตัวลดลงหลังจากนายแจบบาร์ อัล-เลาไอบี รัฐมนตรีน้ำมันของอิรักกล่าววานนี้ว่า อิรักควรจะได้รับการยกเว้นจากการแผนการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงของโอเปก เนื่องจากอิรักกำลังทำสงครามกับกลุ่มก่อการร้ายของรัฐอิสลาม (ไอเอส) นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันจากชั้นหินดินดาน ที่เปิดดำเนินงานในสหรัฐได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้น
-   ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งสูงสุดรอบ 2 สัปดาห์ : ตลาดหุ้นสหรัฐปิดตลาดวันจันทร์ ทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ขานรับข่าวการซื้อกิจการของบริษัทเอกชนหลายแห่ง นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า ดัชนีดาวโจนส์ได้รับปัจจัยหนุนจากการประกาศควบรวมกิจการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่ง รวมทั้งนักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะชนะการเลือกตั้งและก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐอย่างแน่นอน
-   ซาอุฯมั่นใจราคาน้ำมันตกต่ำใกล้สิ้นสุด : เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทั้งในแง่ปริมาณและความต้องการเริ่มปรับตัวดีขึ้น และคาดหวังว่า ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ก่อนหน้านี้ กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปค บรรลุกรอบข้อตกลงในเดือนที่แล้วว่าจะลดเพดานการผลิตเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีจากวันละ 33 ล้านบาร์เรลเป็น 32.5 ล้านบาร์เรล และจะ ประชุมครั้งใหม่ในวันที่ 30 พ.ย.ส่วนในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่เพื่อหารือประเด็นเทคนิคที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเวียนนาของออสเตรีย โดยมีประเทศนอกกลุ่มโอเปคเช่น รัสเซีย ได้รับเชิญเข้าร่วมด้วย
-   โพลคาดฮิลลารีชนะทรัมป์แน่นอน : ผลสำรวจความเห็นชาวอเมริกันล่าสุด พบนางฮิลลารี คลินตัน มีคะแนนทิ้งห่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ถึง 12% มากที่สุดแล้วนับแต่เริ่มเปิดศึกชิงเก้าอี้ผู้นำทำเนียบขาว โดย เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 24 ต.ค. อ้างผลสำรวจความคิดเห็นระดับประเทศของ ABCNews ล่าสุดเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ว่า นางฮิลลารี คลินตัน จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนสนับสนุนจากกลุ่ม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีแนวโน้มจะไปใช้สิทธิถึง 50% ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ คะแนนสนับสนุนเพียง 23%

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นที่ USD index = 98.74
-   SPDR ขายทองออกราว 16.61 ตันในช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : ซื้อขายในกรอบราคา 1,260-1,270 USD/toz  ฝั่ง long ได้เปรียบ แต่ให้ระวังราคาย่อตัวจากการขายทำกำไรและตัวเลขเศรษฐกิจในค่ำคืนนี้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #797 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 10:10:04 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังจากทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 9 เดือน รวมทั้งทองคำได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากเทศกาลสำคัญของอินเดียในปลายเดือนนี้ รวมทั้งกองทุน SPDR กลับเข้ามาซื้อทองอีกครั้งหลังจากขายออกไปมากในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน วันนี้ติดตามตัวเลข PMI ภาคบริการและยอดขายบ้านใหม่

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.79 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.77% โดยปิดที่ 1,273.85 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,261.90 – 1276.67 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,274 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงหลังจากทำจุดสูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยราคาทองได้แกว่งในกรอบ 1,250 – 1,275 เหรียญกว่า 2 สัปดาห์ โดยในเมื่อวานนี้ราคาพยายามจะ breakout ออกนอกกรอบการเคลื่อนไหวเดิม แต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านได้ ทำให้วันนี้ต้องจับตาว่าจะมีการทะลุผ่านได้หรือไม่ โดยราคาทองยังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของกองทุน SPDR ที่กลับเข้ามาซื้อทองคำอีก 3.27 ตัน และวันนี้ติดตามตัวเลขภาคบริการ และตัวเลขการขายบ้าน ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองอีกครั้ง

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากถ้อยแถลงของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน โดยอิรักระบุในวันอังคารว่า อิรักไม่ต้องการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน โดยอิรักถือเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสองในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนเมื่อเทียบกับยูโรและจากระดับสูงสุดในรอบราว 3 เดือนเมื่อเทียบกับเยนในวันอังคาร หลังความเห็นจากนายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) สร้างความไม่แน่ใจต่อการคาดการณ์เรื่องการดำเนินมาตรการกระตุ้นด้านการเงินมากขึ้นในยุโรป
•   ทองได้รับแรงหนุนในช่วงนี้ เนื่องจากชาวอินเดียนิยมให้ทองเป็นของขวัญในเทศกาลสำคัญของศาสนาฮินดู ซึ่งได้แก่เทศกาล Dhanteras และ Diwali ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนต.ค.
•   สภาทองคำโลก (WGC) ประเมินว่า จีนครองสัดส่วนราว 27 % ของอุปสงค์ทองในตลาดโลก ส่วนอินเดียครองสัดส่วน 24 %

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading กรอบ และ follow long เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
ปรับตัวขึ้นไม่แข็งแรง
•   S50Z16 เมื่อวานนี้แกว่งตัวออกข้างพยายามที่จะสร้างแนวโน้มขาขึ้น โดยเปิดตลาดกระโดดขึ้นประมาณ 6 จุด สะท้อนอารมณ์ของนักลงทุนหลังจากที่ตลาดหุ้นไทยปิดทำการในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดบวกตอบรับผลประกอบการไตรมาสสามของบริษัทจดทะเบียนในวันก่อนหน้า มีกรอบการซื้อขายประมาณ 7 จุด ถือว่าเคลื่อนไหวอยู่ในระดับปานกลาง ด้านดัชนี SET หลักสามารถปิดบวกที่ 1,506.47 จุด ยืนเหนือ1,500 จุดได้ มีปริมาณการซื้อขาย 47,446.91 ล้านบาท  ไม่มากเท่าใดเมื่อเทียบกับการปรับตัวขึ้นเหนือระดับราคาที่เป็นจิตวิทยา ดังนั้นฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดยังคงปรับตัวขึ้นได้แต่ไม่แข็งแรงมากนัก เพราะเป็นการปรับขึ้นในขณะที่นักลงทุนสามกลุ่มหลักมีมุมมองไปในทิศทางเดียวกันคือขายสุทธิทั้ง ต่างชาติ, สถาบัน, รวมทั้งนักลงทุนภายในประเทศ มีเพียงบัญชีบล.เท่านั้นที่ซื้อสุทธิสวนทาง ประกอบกับภายในสามสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีผันผวนรุนแรงทำให้เกิดช่องว่างของราคาค่อนข้างกว้างดังนั้น เมื่อระดับราคากลับมา ณ จุดเดิมก่อนหน้า อาจมีแรงขายทำกำไรออกมาได้จากนักลงทุนที่มีสถานะขาดทุนค้างอยู่เดิม(ติดหุ้น) วันนี้ให้ระวังแรงขายทำกำไรหลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในขณะที่ยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาในตลาดและมี Downside Risk ค่อนข้างกว้างในขณะที่ Upside ค่อนข้างจำกัด ประกอบกับเมื่อคืนนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาของสหรัฐมีทั้งดีและไม่ดีสลับกันไปตามคาดการณ์ของตลาดทำให้ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดไม่สดใสมากนัก ค่ำคืนนี้ให้ติดตาม ดัชนี PMI, สต็อกน้ำมันดิบและยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ ซึ่งค่อนข้างมีความสำคัญต่อจิตวิทยาการลงทุน

•   แนะนำ : ให้ wait & see เพราะราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นแต่อาจมีแรงขายทำกำไรในวัน, มี Downside Risk อยู่และ Upside ในวันค่อนข้างจำกัด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   Fund Flow ที่ยังคงไหลออกต่อเนื่องทั้งตลาดหุ้นไทยและภูมิภาค
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   กระทรวงการคลังยืนยันเศรษฐกิจปลายปีไม่ทรุดและการลงทุนยังดีอยู่ : กระทรวงคลังยืนยันเศรษฐกิจปลายปีไม่ทรุดรวมทั้งการลงทุนภาคเอกชนยังมีแนวโน้มดี อีกทั้งยัง รัฐอัดฉีดเม็ดเงินต่อเนื่องเเละประชาชนยังคงมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยสะท้อนได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมในเดือนกันยายน 2559 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 63.4 โดยเป็นการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้จ่ายของผู้บริโภคในระยะต่อไป
-   สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จะเปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือน ก.ย.ในวันจันทร์ที่ 31 ต.ค.เวลา 10.30 น. ในขณะที่ผลสำรวจของรอยเตอร์บ่งชี้ว่า การส่งออกของไทยในเดือน ก.ย.อาจลดลง หลังจากที่เพิ่ มขึ้น อย่างไม่คาดคิดในเดือนส.ค. และคาดว่ายอดส่งออกที่ย่ำแย่จะทำให้ผลผลิตอุตสาหกรรมชะลอตัว ท่ามกลางภาวะอุปสงค์ชะลอตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศ   ทั้งนี้ ค่ากลางในผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ 12 คนพบว่า การส่งออกอาจลดลง 2.00% ในเดือนก.ย.จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 6.5% ในเดือนก.ย. เนื่องจากยอดส่งออกรถยนต์
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #798 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2016, 05:08:15 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ลุ้นไปต่อ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,272.91  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยโดยแกว่งระหว่าง 1,272.63 – 1,276.51 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำเริ่มได้รับแรงหนุนจากความต้องการทองคำที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก ETF ของทองคำเองและตัวทองคำแท่งในเทศกาลประจำปีของประเทศอินเดีย รวมทั้งความต้องการทองคำของการถือทองคำสำรองในประเทศรัสเซีย ทำให้เป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำได้ในช่วงนี้ และราคาน้ำมันดิบที่เริ่มปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากความไม่ชัดเจนของการควบคุมกำลังกาผลิต ทำให้กดดันตลาดหุ้นและส่งผลให้ทองคำเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นในช่วงนี้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการเลือกตั้งประธานาธิบดี ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำได้ทั้ง 2 ทางเช่นกัน โดยหากการปรับตัวขึ้นเหนือ 1,275 เหรียญนั้น มีโอกาสให้ทองคำน่าสนใจมากขึ้นในฝั่ง long แต่ถ้าไม่ก็จะกลับมาเล่นในกรอบเดิม 1,260 – 1,275 เหรียญเหมือนในช่วงสองสัปดาห์นี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวในวันอังคารว่า อีซีบีตระหนักว่า นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากเป็นพิเศษของอีซีบีส่งผลให้ภาคการเงินต้องแบกรับต้นทุนมากยิ่งขึ้น และอีซีบีไม่ต้องการที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับติดลบเป็นเวลานานเกินไป
-   ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) อาจจะชะลอการขยายมาตรการกระตุ้นในสัปดาห์หน้า แม้คาดว่าจะมีการปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อซึ่งอาจบ่งชี้ว่า นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการบีโอเจจะไม่เห็นอัตราเงินเฟ้อบรรลุเป้าหมาย 2% ก่อนที่เขาจะครบวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2018
-   กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า รัสเซียและคาซัคสถานยังคงเพิ่มปริมาณทองคำสำรองในเดือนก.ย.  ทั้งนี้ คาซัคสถานเพิ่มการถือครองทองคำสำรอง 4.1 ตัน สู่ระดับ 248.2 ตันในเดือนก.ย. และรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำสำรอง 16.5 ตัน สู่ระดับ 1,542.7 ตันในเดือนก.ย.
-   ราคาทองในตลาดสปอตปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์เมื่อวานนี้ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของอุปสงค์ในตลาดส่งมอบปัจจุบันก่อนถึงงานเทศกาลที่สำคัญของอินเดียในปลายเดือนนี้
-   อิรักแจ้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในวันอังคารว่า อิรักพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการทำข้อตกลงเรื่องการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ตราบใดที่อิรักสามารถผลิตน้ำมันใกล้ระดับปัจจุบันได้ต่อไป
-   ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในช่วงเช้านี้ที่ตลาดเอเชีย โดยถูกกดดันจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของสหรัฐ, การผลิตที่เพิ่มขึ้นในไนจีเรีย และความขัดแย้งภายในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เกี่ยวกับแผนลดการผลิตน้ำมัน ซึ่งทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : trading long เมื่ออ่อนตัว หรือ follow long เมื่อราคา breakout
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #799 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 10:06:59 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงหลังจากไม่สามารถผ่านกรอบด้านบนบริเวณ 1,275 เหรียญขึ้นไปได้ ทำให้มีแรงขายในทองคำออกมา รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนทางด้าน SPDR ขายทองคำออกมาถึง 14.24 ตัน ทำให้ทองคำถูกแรงกดดันอีกครั้ง แต่ยังคาดว่าราคายังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 1,260 – 1,275 เหรียญได้ ซึ่งแนะนำให้ซื้อขายในกรอบ และ follow หากทะลุกรอบได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 7.24 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.57% โดยปิดที่ 1,266.61 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,264.19 – 1276.51 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,266 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองปรับตัวลดลงในช่วงท้ายตลาดหลังจากตัวเลขการขายบ้านใหม่ปรับตัวเพิ่ม รวมทั้งตัวเลข PMI ของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น และสต๊อกน้ำมันดิบที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ทำให้ทองคำเกิดแรงขายออกมา และกองทุน SPDR ได้ขายทองออกมา 14.24 ตันหลังจากซื้อไปเพียง 3.27 ตันในช่วงต้นสัปดาห์ ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสได้รับแรงกดดันอีกครั้ง และในวันนี้ติดตามตัวเลขขอรับสวัสดิการการว่างงาน และยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน และยอดขายบ้านที่รอปิดการขาย ที่อาจจะกดดันราคาทองคำต่อได้ โดยคาดว่าทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ 1,260 -1,275 เหรียญได้

Exclusive News
•   กลุ่มโอเปกวางแผนจะปรับลดปริมาณการผลิตลงราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน ในขณะที่มีน้ำมันล้นตลาดโลกราว 1.0-1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปัจจุบันอย่างไรก็ดี เป็นที่คาดกันว่าอิหร่าน, ลิเบีย, ไนจีเรีย และเวเนซุเอลาอาจจะได้รับการยกเว้นจากแผนการนี้ และอิรักระบุว่า อิรักจะไม่เข้าร่วมในแผนการนี้ ทางด้านบริษัทน้ำมันของรัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้าหมายที่จะปรับเพิ่มการผลิต
•   นักวิเคราะห์กล่าวว่า การคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.นี้นั้นได้ถูกสะท้อนในการทะยานขึ้นของดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมาอย่างเต็มที่แล้ว โดยดอลลาร์มีความเสี่ยงที่จะร่วงลงหากมีการส่งสัญญาณที่ตรงกันข้ามจากเจ้าหน้าที่เฟดในช่วงนี้จนถึงสิ้นปี
•   บรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์ในวันพุธว่า มีโอกาสราว 74% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. ลดลงจากโอกาสมากกว่า 78% ในวันอังคาร
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 7.24 ดอลลาร์ สู่ 1,266.61 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ ในขณะที่นักลงทุนต้องการเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงหุ้นและน้ำมันดิบ และปัจจัยนี้ส่งผลลบต่อทองซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบ follow เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
ขึ้นง่ายลงง่าย
•   S50Z16 วันนี้ใกล้สิ้นสุดอายุสัญญาแล้วเพราะฉะนั้นราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและสินทรัพย์อ้างอิงจะบรรจบเข้าหากัน (Price Convergence) ซึ่งในขณะนี้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50Z16 อยู่ในลักษณะที่ต่ำกว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิง SET50 (Normal Backwardation) แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีมุมมองลบต่อตลาดในช่วงนี้และในอนาคต  ซึ่งเมื่อวานนี้ S50Z16 เปิดตลาดและซื้อขายกันในแดนลบมีกรอบการซื้อขาย 9.80 จุด ปิดตลาดที่ 936.80 จุด เช่นเดียวกับ SET หลักที่มีเเรงขายซึมตัวลงตามตลาดในภูมิภาคและกลุ่มตลาดเกิดใหม่  ถูกแรงขายสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ(-1,068.3 ลบ.)และนักลงทุนสถาบัน(-1,601.6 ลบ.)กดดันราคาไม่ให้สามารถยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้ปิดลบกว่า -14.35 จุดที่1,492.12 จุดตอกย้ำ Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่องจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่เข้าสู่เงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นจากคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในช่วงปลายปี รวมทั้งได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 50 USD/bbl หลังรายงานสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นบ่งชี้ภาวะอุปทานส่วนเกิน  (Excess Supply : อุปทานมากกว่าอุปสงค์) ทำให้ตลาดมีความพยายามที่จะปรับตัวเข้าสู่ระดับดุลยภาพ ฝ่ายวิจัยมองว่าตอนนี้ตลาดหุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวกหนุนดัชนี ประกอบกับปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ถึงแม้ตัวเลขการส่งออกและดุลการค้าของไทยจะดีขึ้นแต่ก็ไม่สามารถพยุงตลาดเอาไว้ได้ ในค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐได้แก่ ยอดการสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐ, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ, ปริมาณก๊าซธรรมชาติคงคลังและตัวเลขยอดรอขายบ้านของสหรัฐฯ

•   แนะนำ : สถานะขายได้เปรียบสำหรับการซื้อขายในวัน, อาจมีแรงซื้อกลับเข้ามาดังนั้นให้จับจังหวะลงทุนเมื่อราคาดีดตัวเท่านั้น

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงต่ำกว่า 50 USD/bbl
-     การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   "ไอโอดี" เผยบริษัทจดทะเบียนไทยได้คะแนนประเมิน CG ปีนี้สูงขึ้นทุกด้าน พร้อมมุ่งปฏิบัติตามความคาดหวังของนักลงทุน : ผลสำรวจคะแนน CGR ประจำปี 2559 ของบจ.ไทย 601 บริษัท มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 78% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและสูงกว่าปี 2558 ที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 75% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของคะแนนเฉลี่ยทุกหมวด นอกจากนี้จากการประเมิน พบว่า บจ. ไทยมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ใช่ทางการเงิน และการปรับบทบาทและภาวะผู้นำของคณะกรรมการในเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามความคาดหวังของนักลงทุน
-   ไทยติดอันดับ 46 จาก 190 ประเทศที่มีความสะดวกในการทำธุรกิจมากสุด : ธนาคารโลก รายงานผลการวิจัยประเทศที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นการสำรวจความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศสมาชิกของธนาคารโลกจำนวน 190 ประเทศ ไทยขยับจัดอันดับอยู่ที่ 46 จากปีก่อนที่อันดับ 49 ปรับ
-    ดึงทุนไทย-เทศปลุกศก.ใต้ เปิดทางลุยทำเหมืองแร่ : กพร.จับมือกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 อำนวยความสะดวกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หวังดึงนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่จากการทำเหมืองแร่ สร้างรายได้ ลดความขัดแย้ง ประเดิมล่าสุดมีผู้ประกอบการยื่นขออาชญาบัตรสำรวจแร่ดีบุกและตะกั่วแล้วสามแปลง ร่วมหนึ่งหมื่นไร่
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #800 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2016, 05:10:57 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 27 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

สร้างแนวโน้มขาขึ้น
-   ทองคำเปิดตลาดในภาคเช้ามีแรงซื้อเข้ามาหลังจากที่เมื่อคืนปรับฐานร่วงลงค่อนข้างรุนแรงพอสมควรก่อนมีความพยายามจะสร้างฐานแกว่งอยู่ในช่วง 1,266 USD/toz ก่อนปรับขึ้นทดสอบระดับ 1,269.50 USD/toz ในช่วงบ่าย ถือว่ายังแกว่งตัวในกรอบแคบ ซึ่งทองคำได้รับแรงกดดันหลังจากที่กองทุน SPDR ที่ขายสุทธิทองคำกว่า -14.24 ตันทำให้สถานะการถือครองลดลงกว่า -1.49% ภายในหนึ่งวันถือว่าเป็นมุมมองของนักลงทุนสถาบันหลักที่มีนัยสำคัญและส่งผลกระทบให้ทองคำร่วงหล่นราว 10 USD/toz ฝ่ายวิจัยคาดว่าเกิดจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ปรับตัวดีเกินคาดการณ์ของตลาดเมื่อคืนนี้ทั้ง PMI ภาคบริการเเละ Goods Trade Balance  ในขณะที่ USD index แกว่งตัวแข็งค่าในกรอบ 98.60 - 98.70 ส่งผลให้ภาพรวมทองคำในค่ำคืนนี้ก็ยังไร้ปัจจัยบวก รวมทั้งประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐที่เป็นประเด็นที่พิจารณากันมานานและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐภายในอีกราวสองอาทิตย์ข้างหน้า อย่างไรก็ดียังถือว่าทองคำยังอยู่ในกรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางแม้ไม่มีปัจจัยบวกเท่าที่ควรดังนั้นการเปิดสถานะฝั่ง  “ซื้อ” ยังถือว่าได้เปรียบอยู่ ส่วนการซื้อขายในค่ำคืนนี้ให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน(ไม่รวมค่าขนส่ง), ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน, ตัวเลขขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านมือสองที่รอปิดการขาย

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   IMF เผยรัสเซียและคาซัคสถานเพิ่มการถือครองทองคำสำรองในเดือนก.ย. : IMF เผยรัสเซียและคาซัคสถานยังคงเพิ่มปริมาณการถือครองทองคำสำรองในเดือนก.ย. ขณะที่ตุรกีและจอร์แดนลดการถือครองทองคำสำรองโดยคาซัคสถานเพิ่มการถือครองทองคำสำรอง 4.1 ตันสู่ระดับ 248.2 ตันในเดือนก.ย. และรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำสำรอง 16.5 ตัน สู่ระดับ 1,542.7 ตันในเดือนก.ย. ส่วนตุรกีลดการถือครองทองคำสำรองลง 13.4 ตัน สู่ระดับ 442.1 ตันในเดือนก.ย. ด้านเบลารุสได้เพิ่มการถือครองทองคำสำรอง 2.5 ตัน สู่ระดับ 43.0 ตันในเดือนส.ค. และจอร์แดนลดการถือครองทองคำสำรองลง 6.5 ตัน สู่ระดับ 33.9 ตันในเดือนส.ค.
-   ราคาทองคำเมื่อวานนี้ (26 ต.ค.) อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ : คาดจากแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยก่อนการประชุมเฟดคราวต่อไป และศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในเดือนหน้า โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ลดลง 7.00 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,266.60 ดอลลาร์ทรอยออนซ์
-   น้ำมันลงต่ำสุดรอบ 3 สัปดาห์ หลังข้อตกลงการลดกำลังการผลิตล้มเหลว : ราคาน้ำมันลงแตะระดับต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์เมื่อวาน (26 ต.ค.) จากความกังวลต่อความสำเร็จของแผนจำกัดการผลิตของโอเปก ส่วนวอลล์สตรีทปิดทรงตัวท่ามกลางรายงานผลประกอบการที่ผสมผสานในขณะที่ทองคำปิดลบพอสมควร
-   ยอดขายบ้านในสหรัฐก.ย.เพิ่มขึ้นผิดคาด ส่วนตัวเลขอื่นแสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐคงขยายตัวเร็วกว่าที่ได้คาดไว้ในไตรมาส สาม : ยอดขายบ้านใหม่ขนาดหนึ่งครอบครัวเพิ่มขึ้นผิดคาดในเดือน ก.ย. ซึ่งชี้ถึงอุปสงค์ของบ้านที่อยู่อาศัยที่มีต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีการปรับข้อมูลตัวเลขของ 3 เดือนก่อนหน้าให้ต่ำลงมา ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นที่ออกมาในวันพุธแสดงว่าเศรษฐกิจโดยรวมคงจะขยายตัวเร็วกว่าที่ได้คาดไว้ในไตรมาสสามโดยเห็นได้จากตัวเลขดุลการค้าที่ขาดดุลน้อยลงมาก ในขณะที่ยอดขายส่งและปริมาณสินค้าคงคลังตามโกดังต่างๆมีเพิ่มขึ้นในเดือน ก.ย.
-   ผลการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำโดยรอยเตอร์ชี้ว่า GDP สหรัฐน่าจะโต 2.5% : โดยอาจเร่งตัวขึ้นจากตัวเลขที่ซบเซาของไตรมาส 2 ที่ขยายตัวได้ช้าเพียง 1.4% แต่ตัวเลขด้านการค้าที่ออกมาล่วงหน้าในวันพุธระบุว่าดุลการค้าได้ขาดดุลน้อยลง 5.2% มาเหลือเพียง 56,100 ล้านดอลลาร์ในเดือน ก.ย. เนื่องจากการส่งออกได้กระเตื้องขึ้น ซึ่งสะท้อนว่าตัวเลข GDP ของไตรมาส 3 คงจะออกมาดีกว่าคาด

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ
-   ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 50USD/bbl หลังข้อตกลงลดกำลังการผลิตส่อแววล้มเหลว
-   ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสองอาทิตย์ข้างหน้า

คำแนะนำ    : ให้เปิดสถานะ Long Position เป็นหลัก, หากราคาต่ำกว่า 1,265 USD/toz ให้ปิดสถานะและถือเงินสดรอ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #801 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2016, 10:19:43 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองยังปิดบวกได้เล็กน้อยถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตัวเลขภาคอสังหาของสหรัฐฯ ก็ออกมาดีต่อเนื่อง แต่ราคาทองได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ของทองจริงในอินเดีย ที่เป็นเทศกาลที่มีการซื้อทองคำ ทำให้ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบด้านบนได้ โดยในวันนี้ติดตามตัวเลข GDP สหรัฐฯ ที่อาจสร้างความผันผวนให้ราคาทองได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.19 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.09% โดยปิดที่ 1,267.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,264.90 – 1272.67 ดอลลาร์ โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1,271 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบแคบลง โดยราคายังโดนกดดันหลังจากค่าเงินดอลลาร์ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งตัวเลขภาคอสังหาที่ประกาศมาเมื่อคืนก็ยังมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ราคาทองยังคาดว่าได้รับปัจจัยหนุนจากความต้องการทองคำจริง จากผู้บริโภคทองในอินเดียซึ่งถือเป็นผู้ที่ซื้อทองอันดับ 2 ของโลก โดยกรอบราคาทองจะเห็นได้ว่าราคาเริ่มปรับตัวย่อลงแค่ประมาณ 1,265 เหรียญ และมีแรงซื้อกลับ ทำให้วันนี้คาดว่ามีโอกาสแกว่ง 1,265 – 1,275 เหรียญ  และต้องติดตามตัวเลข GDP ที่อาจจะช่วยให้ราคาทองแกว่งกว้างขึ้นได้ โดยตัวเลขคาดการณ์นั้นคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นซึ่งถ้าหาก อ่อนแอผิดคาดนั้นจะช่วยหนุนราคาทองได้เช่นกัน

Exclusive News
•   รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดิอาระเบียและประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับได้แจ้งต่อรัฐมนตรีพลังงานของรัสเซียในสัปดาห์นี้ว่า พวกเขาเต็มใจที่จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันสูงสุดลงราว 4 %
•   อย่างไรก็ดี อิรักเรียกร้องให้ตนเองได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน และเป็นที่คาดกันว่าลิเบีย, ไนจีเรีย และอิหร่านอาจจะได้รับการยกเว้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำมันของ 3 ประเทศนี้ได้รับแรงกดดันจากสงครามและมาตรการคว่ำบาตรในช่วงที่ผ่านมา
•   ดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 ปีครึ่งเมื่อเทียบกับโครนสวีเดน หลังธนาคารกลางสวีเดนแสดงความเห็นในเชิงผ่อนคลายนโยบาย และดอลลาร์แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนเมื่อเทียบกับเยนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.
•   ราคาทองได้รับแรงหนุนในช่วงนี้จากอุปสงค์ในทองจริงที่เพิ่มขึ้นในอินเดียโดยอินเดียถือเป็นประเทศผู้ใช้ทองรายใหญ่อันดับสองของโลก ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงใกล้จะถึงเทศกาล Diwali และ Dhanteras ในอินเดีย และชาวอินเดียนิยมให้ทองเป็นของขวัญในเทศกาลนี้ 

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบ โดย follow long เมื่อ breakout

Smart Stock
Today Strategy:
สร้างฐานราคา
•   S50Z16 เมื่อวานซื้อขายในแดนบวกตลอดวันแม้มีแรงขายกดดันให้ดันชีย่อตัวเล็กน้อยแต่ภาพรวมยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นในกรอบระยะสั้นได้  มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 6-6.5 จุด ถือว่าไม่กว้างและไม่ผันผวนมากแสดงให้เห็นว่านักลงทุนคลายความกังวลต่อปัจจัยที่มีผลกระทบในระยะสั้นไปในระดับหนึ่งเหลือแต่ปัจจัยที่กดดันตลาดในระยะกลางได้แก่ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นหลัก ในส่วนปัจจัยอื่นๆเช่น ความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ เรายังให้น้ำหนักไม่มากในช่วงนี้แม้ราคาน้ำมันจะมีผลต่อกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมมีมูลค่าตลาดถ่วงน้ำหนักในดัชนีหุ้นไทยมากที่สุดก็ตาม ด้านแรงซื้อถือว่าซื้อเรื่อยๆ ไม่รุนแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่ซื้อสุทธิ 2,148.30 ลบ. ดันดัชนี SET หลักทะยานขึ้นไปปิดที่ 1,498.36 จุด มีปริมาณการซื้อขาย 52,398.88 ลบ. ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ (-1,382.60 ลบ.) ต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงมอง Downside Risk มากอยู่พิจารณาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าสู่ระดับ 35.14 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ  และภาพรวมตลาดถูกปกคลุมด้วยความกังวลต่อปัจจัยภายนอก ทำให้วันนี้ตลาดอาจไม่เคลื่อนไหวมากนักรวมทั้งนักลงทุนยังคงรอตัวเลขเศรษฐกิจของไทยในวันจันทร์หน้า ได้แก่ ผลผลิตอุตสาหกรรม, ดุลบัญชีเดินสะพัด, ยอดค้าปลีกและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งอาจทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการลงทุนในวันนี้และทำให้ปริมาณการซื้อขายเบาบางลงเล็กน้อย ในขณะที่ค่ำคืนนี้ให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐได้แก่   ตัวเลข GDP ไตรมาส 3, ดัชนีค่าจ้างแรงงาน ไตรมาส 3, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ โดย ม.มิชิแกน

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบ, เปิดสถานะเมื่อราคาย่อตัว, ฝั่ง Long ยังได้เปรียบในวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยในวันจันทร์หน้า (ผลผลิตอุตสาหกรรม, ดุลบัญชีเดินสะพัด, ยอดค้าปลีกและการบริโภคภาคเอกชน)
-   Fund Flow ที่ยังคงไหลออกต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคม 
-     การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน

ข่าวในประเทศ
-   เอกชนใส่เกียร์เดินหน้าธุรกิจ แม้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่-กกร.ถกประเมินศก. 1 พ.ย. :ประธานหอฯและสมาคมการค้า ผนึกกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ แม้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ยอมรับมีผลกระทบบ้าง แต่ต้องเดินหน้าต่อ ด้านประชุม กกร. เดือนพ.ย. เตรียมถกประเมินภาวะเศรษฐกิจ และแนวทางการพัฒนาค้าชายแดน ขณะภาคเอกชนแห่จองคิวเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมพระบรมศพ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
-   สินเชื่อ 9 เดือนขยับ 2.32% แบงก์กรุงศรีเพิ่มเป้าทั้งปีโต8-9% : 11 ธนาคารพาณิชย์ ผลประกอบการ 9เดือนปี59 รั้งสเปรดเหนียวแน่น โดยเฉพาะแบงก์เล็ก-กลาง “ เกียรตินาคิน –ทิสโก้-กรุงศรี-ซีไอเอ็มบีไทย” ด้านเอ็นพีแอลแตะ 6.68% หนี้สุทธิไต่ระดับกร่อนอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้ลด ส่วนยอดสินเชื่อเติบโตเพียง 2.32% ขณะที่เงินสำรองพุ่ง 14.02%ทุกค่ายปึ้ก!
-   กรุงไทยลุยลูกค้าขรก./เพย์โรล รับสินเชื่อครึ่งปีแรกพลาดเป้าโตแค่ 2% : KTB รับสินเชื่อบุคคลพลาดเป้า ชี้ยอด 6 เดือนแรกขยายตัวได้ 6,500 ล้าน จากเป้าทั้งปีอยู่ที่ 1.63 หมื่นล้าน ยอดคงค้างแตะ 3.22 แสนล้าน เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว/หนี้ครัวเรือนยังไต่ระดับ แถมแบงก์เข้มปล่อยสินเชื่อ ไตรมาส 4 เตรียมเจาะลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ เพย์โรล กระทุ้งยอด เน้นเสี่ยงต่ำ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #802 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2016, 05:01:54 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 28 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งด้านบน
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,268.01  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบเดิมโดยแกว่งระหว่าง 1,266.05 – 1,271.86 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองเริ่มแกว่งอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากค่าเงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง โดยในคืนนี้ติดตามตัวเลขสำคัญ คือ ตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP) ไตรมาส 3/2559 โดยมีตัวเลขคาดการณ์ดีกว่าครั้งก่อน ทำให้มีโอกาสกดดันราคาทองได้ แต่ราคาทองคำก็ยังพยายามแกว่งเหนือ 1,265 เหรียญ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 3 วันนี้ ทำให้ภาพรวมราคาทองยังมีแนวโน้มที่ค่อนข้างดี ถึงแม้จะยังไม่มีปัจจัยมาสนับสนุนราคาทองที่ชัดเจน โดยในควรระมัดระวังความผันผวน เนื่องจากสัปดาห์หน้ามีการประชุมของหลายธนาคารกลาง เช่น ธนาคารกลางญี่ปุ่น สหรัฐฯ และ อังกฤษ 

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ระบุว่า นักวิเคราะห์คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) จะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับติดลบต่อไป และจะตรึงเป้าหมายอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) ประเภทอายุ 10 ปีไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 31 ต.ค.-1 พ.ย. หลังจากบีโอเจปรับเปลี่ยนจุดสนใจของนโยบายในเดือนก.ย.ที่ผ่านมา
-   ผลสำรวจสองฉบับที่ออกมาในวันนี้ระบุว่า ผู้บริโภคชาวอังกฤษลดการคาดการณ์ในทางบวกลงในเดือนนี้ ในขณะที่การดิ่งลงของค่าเงินปอนด์เริ่มส่งผลลบต่อรายได้สุทธิของผู้บริโภค และผลสำรวจนี้ทำให้นักลงทุนกังวลกับปริมาณการจับจ่ายใช้สอยในอนาคต
-   ทีมนักวิเคราะห์ GFMS ของบริษัทธอมสัน รอยเตอร์กล่าวเมื่อวานนี้ว่า อุปสงค์ในทองจริงดิ่งลงเกือบ 1 ใน 3 ในช่วงไตรมาส 3 (เดือนก.ค.-ก.ย.) ในขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาทองส่งผลลบต่อคำสั่งซื้อเครื่องประดับในจีนและอินเดีย
-   GFMS คาดว่า ราคาทองอาจจะเข้าสู่เสถียรภาพในช่วงใกล้สิ้นปี โดยจะลงไปแตะระดับต่ำสุดที่ 1,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะปรับขึ้น และราคาทองอาจจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,420 ดอลลาร์ในปี 2017
-   ยอดส่งออกน้ำมันของอิหร่านมักจะร่วงลงในเดือนต.ค.และพ.ย.ของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่โรงกลั่นน้ำมันในยุโรปและเอเชียมักจะปิดซ่อมบำรุง อย่างไรก็ดี มีแนวโน้มว่ายอดส่งออกน้ำมันจากอิหร่านสู่เอเชียอาจจะทรงตัวหรือปรับขึ้นในเดือนพ.ย. ในขณะที่จีนมีแนวโน้มนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านมากยิ่งขึ้น หลังจากที่จีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านในเดือนต.ค.ในระดับต่ำที่สุดในปี 2016
-   ตัวเลขอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในอังกฤษ กระตุ้นให้มีแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษออกมาอย่างรุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือนเมื่อวานนี้ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรประเทศสำคัญพุ่งขึ้น ในขณะที่นักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) จะไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ
-   ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 50USD/bbl หลังข้อตกลงลดกำลังการผลิตส่อแววล้มเหลว
-   ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสองอาทิตย์ข้างหน้า
-   การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ , ญี่ปุ่น และอังกฤษในสัปดาห์หน้า

คำแนะนำ    : Trading ในกรอบ และ follow เมื่อ breakout
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #803 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2016, 10:25:25 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวขึ้นในช่วงท้ายตลาด โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า และเอฟบีไอของสหรัฐจะสอบสวนนางฮิลลารี คลินตันเพิ่มเติมทางด้านความไม่โปร่งใส ทำให้ช่วยหนุนราคาทองให้ปิดบวกได้ โดยสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมอัตราดอกเบี้ย และนโยบายทางการเงินของ 3 ธนาคารใหญ่ที่คาดว่าจะสร้างความผันผวนให้ราคาทองคำได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.11 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.64% โดยปิดที่ 1,275.91 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,262.04 – 1284.14 ดอลลาร์  โดยราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงเช้า ก่อนที่จะได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐจะสอบสวนนางฮิลลารี คลินตันเพิ่มเติมในเรื่องที่นางคลินตัน เคยใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวสำหรับการทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ทำให้ราคาทองคำขยับขึ้นมาแกว่งในกรอบด้านบน เหนือบริเวณ 1,275 เหรียญได้ โดยในสัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของ 3 ธนาคารใหญ่ เรื่องอัตราดอกเบี้ยและนโยบายทางการเงิน ได้แก่ธนาคารกลางญี่ปุ่น สหรัฐฯ และอังกฤษ ตามลำดับ แต่ภาพรวมยังให้น้ำหนักการคงดอกเบี้ย แต่ต้องติดตามแนวโน้มมุมต่อนโยบายทางการเงินและภาพรวมเศรษฐกิจอีกครั้งที่คาดว่าจะสร้างความผันผวนให้ราคาทองคำได้

Exclusive News
•   บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์สรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลง2 แท่นในสัปดาห์นี้ หลังจากปรับขึ้นมานานติดต่อกัน 17 สัปดาห์อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงมุ่งความสนใจไปยังความขัดแย้งภายในกลุ่มโอเปก
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันศุกร์ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปกอาจจะไม่สามารถปฏิบัติตามแผนการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันได้อย่างเต็มที่ ถึงแม้มีรายงานระบุว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.
•   ดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญในวันศุกร์ ขณะที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเปโซเม็กซิโกจากความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระบุว่า จะทำการตรวจสอบอีเมลมากขึ้นที่เกี่ยวกับการใช้อีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารีคลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย.

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading long หากราคาแกว่งเหนือ 1,275 เหรียญ แต่ถ้าต่ำกว่าให้กลับมา trading ในกรอบ

Smart Stock
Today Strategy:
ต่างชาติขายสุทธิกดดันดัชนีตลอดเดือน
•    S50Z16 ในวันศุกร์ที่แล้วเปิดตลาดและซื้อขายในแดนลบตลอดวันในลักษณะซึมลงเรื่อยๆ ไม่รุนแรงแต่เหมือนไม่มีแรงซื้อเข้าพยุงตลาด มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 7.9 จุด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 940.90 จุด และจุดต่ำสุดในวันที่ 933.00 จุด เช่นเดียวกับด้านดัชนี SET หลักที่ลักษณะเคลื่อนไหวออกข้างซึมลงเรื่อยๆ เหมือนไร้แรงซื้อโดยมีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 10 จุด และไม่สามารถปรับตัวยืนอยู่เหนือ 1,500 จุดซึ่งเป็นระดับราคาจิตวิทยาที่มีนัยสำคัญได้มีปริมาณการซื้อขาย 54,926.42 ลบ. ถือว่าอยู่ในระดับปกติไม่มากไม่น้อย ซึ่งกลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ (- 978.05 ลบ.) เเละ ขาย Short สุทธิในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ตอกย้ำมุมมองที่มีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทยเเละคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐส่งผลให้ Fund Flow ยังคงไหลออกต่อเนื่องและกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าเเกว่งตัวเหนือ 35 บาทต่อดอลลาร์  ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าประเด็นการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ 1 ต.ค. – 28 ต.ค. กว่า -15,621.70 ลบ.ยังคงเป็นปัจจัยลบปัจจัยหนึ่งที่ต้องจับตามองอยู่ ส่วนอีกปัจจัยที่ต้องพิจารณาประกอบการลงทุนในสัปดาห์นี้ได้แก่ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนกดดันดัชนี SET ราวสองสัปดาห์แล้วเนื่องจากดัชนีหุ้นไทยถูกถ่วงน้ำหนักด้วยกลุ่มพลังงานค่อนข้างมาก ในด้านการซื้อขายวันนี้ให้พิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของไทยที่จะประกาศในช่วงเช้าและบ่ายได้แก่ ผลผลิตอุตสาหกรรม, ดุลบัญชีเดินสะพัด, ยอดค้าปลีกและการบริโภคภาคเอกชน
แนะนำ  ซื้อขายในกรอบ 930-940 จุด, ซื้อขายในวันไม่ถือสถานะข้ามคืน

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบ 930-940 จุด, ซื้อขายในวันไม่ถือสถานะข้ามคืน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยในวันนี้ได้แก่ ผลผลิตอุตสาหกรรม, ดุลบัญชีเดินสะพัด, ยอดค้าปลีกและการบริโภคภาคเอกชน
-   Fund Flow ที่ยังคงไหลออกกดดันดัชนีหุ้นไทยต่อเนื่องตลอดเดือนตุลาคม (ขายสุทธิ -15,621.70 ลบ.)
-    ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน

ข่าวในประเทศ
-   จำนำข้าวตันละหมื่น : กระทรวงพาณิชย์เสนอเคาะราคาจำนำข้าวในวันนี้ ด้าน ธกส.เสนอสินเชื่อชะลอการขายเกษตรฯ ให้ลดพื้นที่ปลูกข้าว พร้อมต้องจับตาการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ด้านนายกฯ ส่อเคาะราคาจำนำยุ้งฉางตันละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่น ติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันนี้ ซึ่งจะมีการพิจารณามาตรการดูแลราคาข้าวให้เกษตรกรหลังจากราคาข้าวเปลือกหอมมะลิตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี
-   บาท/ดอลลาร์เช้านี้ฟื้นตัว : โดยค่าเงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังแรงกดดันจากแรงซื้อดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนลดลงไป ขณะที่ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะทยอยออกมาตลอดสัปดาห์
-   ขายสุทธอในตลาดหุ้นไทย : เมื่อวันศุกร์ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 978 ล้านบาท ขณะที่ขายสุทธิตราสารหนี้ไทยทุกช่วงอายุ 2.66 พันล้านบาท แต่ถ้านับเฉพาะตราสารหนี้อายุเกินกว่า 1 ปีขึ้นไป ขายสุทธิไปกว่า 1.07 พันล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #804 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2016, 05:13:29 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ย่อตัวในแนวโน้มขาขึ้น
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าบริเวณ 1,277 USD/toz  แกว่งตัวปรับฐานลงเล็กน้อยหลังจากที่มีความพยายามที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้แนวโน้มขาขึ้น  อย่างไรก็ดีในช่วงนี้ราคาทองคำยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนราคามากนักถือว่าขึ้นอย่างไม่แข็งแกร่ง  ประกอบกับยังมีปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนอยู่ซึ่งโดยมากเป็นปัจจัยเดิมๆ  เช่น ดอลลาร์แข็งค่า, คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐและผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เราจึงมองว่าราคาทองคำยังอยู่ในภาวะสูญญากาศและจะกลับมาสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงอีกครั้งหลังสิ้นสุดปัจจัยดังกล่าวที่ทำให้กรอบการซื้อขายค่อนข้างจำกัดและราคาทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงต้นปีหน้าจากอุปสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นจากเทศกาลตรุษจีนอีกด้วย  อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยมองว่าในช่วงนี้ปัจจัยต่างๆเข้ามากระทบบรรยากาศการลงทุนมากมายแต่จะมีกี่ปัจจัยที่กระทบต่อตลาดจริงๆ หากพิจารณาจะพบว่า ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างราคาของทองคำและสินทรัพย์ประเภทต่างๆ อาจไม่ได้มีความสัมพันธ์ไปในลักษณะเหมือนแต่ก่อน เช่น หุ้นขึ้นทองลง, น้ำมันขึ้นทองขึ้นฯ เนื่องจากมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบสร้างความผิดปกติให้กับอุปสงค์และอุปทานของตลาด ดังนั้นในช่วงนี้ฝ่ายวิจัยแนะนำให้ซื้อขายโดยพิจารณาเป็นรายกรณีไปโดยเน้นปัจจัยที่เข้ามากระทบหลักๆมากกว่าปัจจัยแวดล้อมซึ่งอาจมีค่าสหสัมพันธ์ (correlation) อยู่ในระดับต่ำหรือลดลงกว่าแต่ก่อน ค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐได้แก่  ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ, รายได้ส่วนบุคคล, ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล และดัชนีราคาผู้บริโภค

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   รัสเซียคาดปริมาณการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น 0.7% ในปีหน้า : ร่างงบประมาณของรัฐบาลกลางรัสเซียระบุว่า รัสเซียคาดว่าจะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันขึ้น 0.7% ในปี 2017 และปรับขึ้นอีก 0.9% ในปี 2018 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียอาจขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 548 ล้านตันในปี 2017 และขึ้นไปแตะ 553 ล้านตันในปี 2018 และ 2019 โดยปรับขึ้นจากระดับ 544 ล้านตันในปีนี้ รัสเซียเคยระบุว่า รัสเซียเต็มใจที่จะตรึงปริมาณการผลิตน้ำมัน โดยถือเป็นส่วน
-   ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง : ดอลลาร์ขยับขึ้นในวันนี้และมีแนวโน้มว่าจะปิดตลาดเดือนต.ค.ในแดนบวก แต่ยังคงอยู่ห่างจากจุดสูงสุดในระยะนี้ หลังจากมีข่าวว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ของสหรัฐจะสอบสวนนางฮิลลารี คลินตันเพิ่มเติมในเรื่องที่นางคลินตัน เคยใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวสำหรับการทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ โดยข่าวนี้ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่านางคลินตันจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.
-   บอนด์ยิลด์ระยะสั้นลดลง : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะสั้นร่วงจากระดับสูง สุดในรอบ 5 เดือนในวันศุกร์ หลังจากสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) เปิดเผยว่า จะ สอบสวนอีเมล์เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการใช้เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของ นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ทั้งนี้ ราคาพัน ธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปิดลดลง 1/32 โดยมีผลตอบแทน 1.846% ส่วนราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดลดลง 9/32 โดยมีผลตอบแทน 2.616%
-   GDP สหรัฐเติบโตดี : ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 3/2559 อยู่ที่ระดับ 2.9% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2014 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 2.5% หลังจากเศรษฐกิจสหรัฐมีการเติบโต 1.4% ในไตรมาส 2 และ 0.8% ในไตรมาส 1 อันเป็นจากแรงหนุนของการส่งออกและการลงทุนด้านสินค้าคงคลัง ถึงแม้การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลง โดยการส่งออกของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 10% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2556 ส่วนการลงทุนด้านสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายของผู้บริโภคได้ชะลอตัวลงสู่ระดับ 2.1% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับระดับ 4.3% ในไตรมาส 2

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ
-   แถลงการณ์จาก BOJ, FOMC ในรอบสัปดาห์นี้
-   ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสองอาทิตย์ข้างหน้า

คำแนะนำ    : สะสม Long ได้ แต่ให้ผิดสถานะถือเงินสดหากราคลงต่ำกว่า 1,264 USD/toz
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #805 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2016, 10:21:41 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือน จากความกังวลของการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่คาดว่านางฮิลลารี่ มีโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งน้อยหลังจากโดนการตรวจสอบจาก เอฟบีไอ แต่หากประเด็นนี้คลาดความกังวลราคาทองอาจจะมีแรงขายออกมาบ้าง โดยในวันนี้ติดตามความเคลื่อนไหวฝั่งธนาคารกลางญี่ปุ่น และตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่ยังคาดการณ์ดีขึ้นต่อเนื่อง ส่งพรุ่งนี้ต้องติดตามการประชุมของเฟดเช่นกัน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.37 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.11% โดยปิดที่ 1,277.28 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,270.79 – 1279.54 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้เคลื่อนไหวบริเวณ 1,276 เหรียญ ราคาทองขึ้นมาทดสอบจุดสูงสุดในรอบ 1 เดือน โดยราคาได้รับแรงหนุนจากเอฟบีไอที่กำลังสอบสวนการใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน ในช่วงที่นางคลินตันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามหากประเด็นนี้คลายความกังวลอาจจะทำให้ราคาทองอาจจะมีแรงขายทำกำไรได้ และวันนี้ติดตามการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่คาดว่าจะยังคงนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย และในคืนนี้ติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ และการประชุมของเฟดในคืนวันพรุ่งนี้ที่อาจจะได้เห็นราคาทองแกว่งในกรอบที่กว้างขึ้นได้

Exclusive News
•   กลุ่มโอเปกยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจงในการควบคุมปริมาณการผลิตน้ำมัน ถึงแม้ผู้แทนของกลุ่มโอเปกได้ประชุมกันที่กรุงเวียนนาในวันศุกร์ที่ 28 ต.ค. และได้ประชุมกับผู้แทนของประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 29 ต.ค. โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า อิหร่านไม่ต้องการจะตรึงปริมาณการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์ลดช่วงบวกลงและแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญในวันจันทร์จากความวิตกครั้งใหม่ที่ว่า การตรวจสอบของสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) ต่อการใช้เซอร์เวอร์อีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน อาจจะส่งผลกระทบต่อผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
•   นายเบอร์นาร์ด ดาห์ดาห์ นักวิเคราะห์ของบริษัทแนติซิสกล่าวว่า "ก่อนหน้านี้นักลงทุนเคยคาดว่า นางคลินตันจะชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากกรณีนี้ส่งผลให้นางคลินตันมีโอกาสน้อยลงที่จะได้รับชัยชนะ ราคาทองก็อาจจะได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนนี้"

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading long หากราคาแกว่งเหนือ 1,270 เหรียญ แต่ถ้าต่ำกว่าให้กลับมา trading ในกรอบ หรือถือเงินสด

Smart Stock
Today Strategy:
เหมือนจะหมดแรง
•   เมื่อวานนี้ S50Z16 เเละ SET index หมดเเรงไม่สามารถผลักดันดัชนีให้สร้างเเนวโน้มขาขึ้นได้แกว่งตัวออกข้างในกรอบ 5-6 จุดทั้งคู่ เคลื่อนไหวในกรอบเเคบพักฐานหลังพยายามสร้างแนวโน้มขาขึ้น ถือว่าขาดปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนและยังคงตลาดเฝ้ารอสองปัจจัยหลักได้เเก่ 1.การปรับขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯช่วงปลายปี 2.ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ(8 พ.ย.) ส่วนในด้านปัจจัยภายในประเทศนั้นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนประกาศบวกลบสลับกัน  ในขณะที่เมื่อวานนี้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจไทยทั้งดีกว่าและต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดบวกลบสลับกันไปไม่สร้างผลกระทบต่อดัชนีมากนักเหมือนกับนักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอกที่ได้กล่าวข้างต้นกดดันตลาดมากกว่าทำให้ SET index มีปริมาณการซื้อขายเบาบางเพียง 40,894.37 ลบ. เท่านั้น โดยกลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่อง -2,449.5 ลบ.  คงมุมมองเดิมที่มีตลอดเดือนตุลาคม(ขายสุทธิ -18,071.20 ลบ.ตลอดเดือน ต.ค.) สวนทางกับนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ค่าเงินบาทปรับตัวเเข็งค่ามากขึ้นบวกลบอยู่บริเวณ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ USD index ยังคงตัวอยู่เหนือ 98 เกือบสองสัปดาห์  ด้านดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ไม่สามาถปรับตัวขึ้นได้เเม้ตัวเลขรายจ่ายในการบริโภคของบุคคล (PCE) ปรับตัวสูงกว่าคาดการณ์ของตลาด ส่วนภาพรวมดัชนีหุ้นยุโรป Stoxx50 ปรับฐานหลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องราวครึ่งเดือนที่ผ่านมาพร้อมค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าดัชนีหุ้นไทยแม้ยังไม่มีปัจจัยลบรุนแรงแต่ถือว่ามี Upside จำกัดกดดันอยู่แม้ไม่รุนแรงแต่ถือว่ามาเรื่อยๆ เน้นซื้อขายในกรอบราคาและกรอบแนวโน้ม

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบเดิมที่ 930-940 จุด, ซื้อขายในวันไม่ถือสถานะข้ามคืนและบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ต่างชาติขายสุทธิ  -18,071.20 ลบ.ตลอดเดือนตุลาคม
-    การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐช่วงปลายปีและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 8 พฤศจิกายน

ข่าวในประเทศ
-   พาณิชย์มั่นใจยอดซื้อพุ่ง เอกชนอิหร่านยกทัพเจราจาค้าขาย :  รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพาณิชย์ได้มอบให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจัดกิจกรรมเจรจาการค้าสินค้าข้าวและมันสำปะหลังในวันที่ 13-16 พ.ย.59 สคต. ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน รายงานว่าจะนำคณะผู้ซื้อผู้นำเข้าสินค้าข้าวรายใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งประกอบด้วยผู้นำเข้าอิสระและผู้นำเข้าที่เป็นตัวแทนภาครัฐรวม 15 ราย เดินทางเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมเจรจาการค้าดังกล่าว
-   ไทยยังอู้ฟู่สัดส่วนเงินออมมากกว่าลงทุน ออมสินโชว์ยอดฝากทะลุ 2.2 ล้านบาท : ธนาคารออมสินเผย สถานการณ์การออมในประเทศ ยอดเงินฝากธนาคารออมสินมี 2.2 ล้านล้านบาท แต่ยอมรับว่าตั้งแต่ปี 2552 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ สัดส่วนการออมต่อ GDP เหลือ 11% จาก 16% เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจภาพรวมไม่ค่อยดี ทำให้รายได้ประชาชนมีสัดส่วนที่ลดลง แต่ยังถือว่าสัดส่วนการออมยังมากกว่าการลงทุน โดยคิดเป็น 33% ของจีดีพีต่อไตรมาส ขณะที่การลงทุนคิดเป็น 25% ของจีดีพีต่อไตรมาสเท่านั้นสะท้อนได้ชัดเจนว่าปัจจุบันประเทศไทยยังมีสภาพคล่องระบบสูง
-   “นายกฯ-คสช.” ซัดนักการเมือง :  ซัดขั้วอำนาจเก่าจับมือโรงสีรวมหัวกดราคาข้าวดิ่งหวังผลการเมือง เสี้ยมชาวบ้านขัดแย้งรัฐบาล ครวญเห็นใจหน่อยข้าวตันละหมื่นห้าเป็นไปไม่ได้แล้ว “อภิรดี” เผย นบข.ไฟเขียว ชง ครม.เจียด 8.6 พันล้าน รับจำนำยุ้งฉาง-ช่วยชาวนาปลูกข้าวหอมมะลิเพิ่มไร่ละ 500 บาท ไม่เกินรายละ 10 ไร่ มท.สั่งผู้ว่าฯ ชี้แจงมาตรการรัฐ กล่อมชาวนาชะลอขายข้าว
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #806 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2016, 05:12:03 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 1 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ลุ้นไปต่อ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,276.82  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เริ่มเคลื่อนไหวในแดนบวกมากขึ้น โดยแกว่งระหว่าง 1,275.30 – 1,280.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยในวันนี้มีการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ได้ข้อสรุปว่าคงอัตราดอกเบี้ยคงเดิม แต่ลดอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ เนื่องจากราคาน้ำมันโลกที่เป็นตัวถ่วงเงินเฟ้อ และภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และยังแสดงถึงความกังวลต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ทำให้ทองคำแกว่งตัวในแดนบวกได้เล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยที่สำคัญยังคงเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะทำให้ราคาทองแกว่งในกรอบที่กว้างขึ้นได้ และต้องติดตามความเคลื่อนไหวของกองทุน SPDR ที่ไม่ได้มีการปรับพอร์ทการลงทุนมากว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งหาก SPDR ได้กลับเข้ามาซื้อขายอาจจะช่วยให้ราคาทองคำแกว่งในกรอบที่กว้างขึ้นเช่นกัน

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   สมาคมทองจีนเปิดเผยข้อมูลในวันนี้ระบุว่า ปริมาณการใช้ทองในจีนอยู่ที่ 720.7 ตันในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ โดยร่วงลง 12.8% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน สมาคมทองจีนระบุว่า ปริมาณการผลิตทองในจีนอยู่ที่ 347.8 ตันในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ โดยลดลง 2.6% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จีนถือเป็นประเทศที่ใช้ทองมากที่สุดในโลก โดยปริมาณการซื้อเครื่องประดับทองในจีนอยู่ที่ 478 ตันในช่วงเดือนม.ค.-ก.ย.ปีนี้ โดยดิ่งลง 20% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ปริมาณการลงทุนในทองปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปรับขึ้น 4.1% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี ส่วนปริมาณการซื้อเหรียญทองและทองแท่งพุ่งขึ้น 12.9% ส่วนทุนสำรองทองของจีนอยู่ที่ 1,838.5 ตันในช่วงสิ้นเดือนก.ย.
-   เจ้าหน้าที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) อนุมัติเอกสารเมื่อวานนี้ที่ระบุถึงเค้าโครงแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของโอเปก โดยสิ่งนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า สมาชิกกลุ่มโอเปกประสบความก้าวหน้าในการลดความขัดแย้งกันในเรื่องวิธีการและกำหนดเวลาในการควบคุมปริมาณการผลิต และราคาน้ำมัน
-   ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.50% ในวันนี้ตามความคาดหมาย
-   ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ไม่ได้ขยายขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในวันนี้ แต่บีโอเจปรับเลื่อนเวลาที่คาดว่า บีโอเจจะบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ออกไป โดยบีโอเจส่งสัญญาณว่า บีโอเจจะตรึงนโยบายการเงินไว้ตามเดิม นอกจากว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงที่เป็นภัยคุกคามต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
-   ผลสำรวจโดยภาคเอกชนที่ออกมาในวันนี้ระบุว่า กิจกรรมภาคการผลิตของญี่ปุ่นขยายตัวในเดือนต.ค.ในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 9 เดือน ในขณะที่ผลผลิตของภาคการผลิตและยอดสั่งซื้อเพื่อส่งออกเพิ่มสูงขึ้น โดยรายงานตัวเลขนี้ทำให้นักลงทุนมีความหวังต่ออนาคตของเศรษฐกิจญี่ปุ่น

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดี
-   อัตราดอกเบี้ยและการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : Trading long หากเหนือ 1,275 เหรียญ แต่ถ้าไม่ให้ trading ในกรอบ หรือ ถือเงินสด
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #807 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2016, 10:24:13 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 วันต่อเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่าลง และความกังวลเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ช่วยหนุนให้ราคาทองปรับตัวขึ้นมาได้ รวมทั้งกองทุน SPDR เริ่มกลับเข้ามาซื้อทองคำหลังจากไม่มีการเคลื่อนไหวกว่า 1 สัปดาห์ วันนี้ติดตามการประชุมและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่อาจจะช่วยหนุนราคาทองได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.52 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.82% โดยปิดที่ 1,287.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,275.20 – 1291.86 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวในแดนบวกบริเวณ 1,290 เหรียญ ราคาทองได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่า ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาในเมื่อคืนนี้ปรับตัวดีขึ้นก็ตาม แต่ปัจจัยหลักๆ ที่ช่วยสนับสนุนราคาทองคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ที่เริ่มมีความไม่ชัดเจนมากขึ้นว่าใครจะเป็นผู้ชนะ หลายฝ่ายเริ่มกังวลถึงนายทรัมป์ที่มีโอกาสชนะมากขึ้น ทำให้ราคาทองได้รับแรงหนุน และในคืนนี้ติดตามการประชุมของเฟดที่คาดว่ายังคงอัตราดอกเบี้ยไปก่อน ที่อาจจะช่วยหนุนราคาทองต่อได้ และเริ่มมีแรงซื้อของ SPDR เข้ามาหลังจากไม่มีการเคลื่อนไหวมากว่า 1 สัปดาห์ โดย SPDR ซื้อทองคำ 2.67 ตัน รวมถือครองที่ระดับ 945.26 ตัน

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดร่วงลงในวันอังคาร และร่วงลงไปอีกในช่วงหลังปิดตลาด เนื่องจากการปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นในระดับที่สูงถึง 9 เท่าของตัวเลขคาดการณ์
•   ดอลลาร์สหรัฐร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับยูโรในวันอังคารจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐ ขณะที่เปโซเม็กซิโกร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์จากความวิตกที่ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์อาจจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 
•   บรรดาเทรดเดอร์ยังคงวิตกเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. หลังมีข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า สำนักงานสอบสวนกลาง(FBI) ของสหรัฐกำลังตรวจสอบอีเมลที่ค้นพบใหม่ที่เกี่ยวกับการใช้เซอร์เวอร์ส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต
•   ธนาคารเอชเอสบีซีระบุว่า ถ้าหากนายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง ราคาทองก็อาจจะได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์นี้ เพราะนายทรัมป์จะสร้างความไม่แน่นอนในส่วนของนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : ฝั่ง long ถือต่อ โดยทยอยปิดทำกำไรหากราคาหลุด 1,285 เหรียญ

Smart Stock
Today Strategy:
ยังคงแกว่งในกรอบ
•   เมื่อวานนี้ S50Z16 เคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวันขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 945.00 จุดเป็นการปรับตัวขึ้นแบบรวดเดียวตลอดวันเหมือนไม่มีแรงขายเข้ามากดดันเลยเช่นเดียวกับดัชนี SET index หลักซึ่งมีความพยายามที่จะยืนเหนือ 1,500 จุด ปิดตลาดที่ 1,504.52 จุด อย่างอย่างไรก็ตามหากพิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย (54,663.78 ลบ.)ฝ่ายวิจัยยังมองว่าเป็นการปรับตัวขึ้นอย่างไม่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับลักษณะการปรับขึ้นตลอดวันเพื่อยืนเหนือ 1,500 จุด เนื่องจากเป็นแรงซื้อจากมุมมองของนักลงทุนกลุ่มสถาบันเป็นหลักเท่านั้นซึ่งสวนทางกับนักลงทุนประเภทอื่นที่ขายสุทธิออกในตลาดหุ้นไทยโดยเฉพาะมุมมองของนักลงทุนต่างชาติซึ่งขายสุทธิ - 1,477.7 ลบ. เป็นการขายสุทธิต่อเนื่องเกือบจะตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามต่างชาติทำการเปิดสถานะซื้อสุทธิ(Long Position)ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีสะท้อนมุมมองการเก็งกำไรดัชนีช่วงสั้นๆมากกว่ากล่าวคือยังไม่ได้ซื้อขายสุทธิไปในทิศทางเดียวกันระหว่างหุ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่นเดียวกันกับนักลงทุนสถาบันซึ่งซื้อสุทธิในตลาดหุ้นแต่ขายสุทธิสวนทางในสัญญาล่วงหน้าดัชนี ทำให้เรามองว่าในช่วงนี้การปรับขึ้นเพื่อยืนเหนือ 1,500 จุด ของ SET index ถือว่าไม่แข็งแกร่งเท่าใดให้ระมัดระวังการย่อตัว รวมทั้งลักษณะการลงทุนของนักลงทุนแต่ละประเภทเป็นไปในลักษณะการ “ลุ้นและหวัง”  มากกว่าที่จะเป็นการลงทุนในแนวโน้มที่ชัดเจน ค่ำคืนนี้คืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐได้แก่ FOMC Statement, อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ, สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบที่กว้างขึ้น 930-940 จุด, ซื้อขายในวันไม่ถือสถานะข้ามคืน, หากรับความเสี่ยงได้น้อยให้รอซื้อขายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯอาทิตย์หน้า

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ถึงปัจจุบัน  (ต.ค. -18,071.20 ลบ.)
-    การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐช่วงปลายปีและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 8 พฤศจิกายน

ข่าวในประเทศ
-   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ศึกษาการใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในบัญชี TFEX : หลังร่วมหารือกับโบรกเกอร์ ชี้เป็นผลดีต่อผู้ลงทุน โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดสัญญาซื้อขายเผยว่าขณะนี้บริษัทสำนักหักบัญชีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการศึกษากระบวนการที่จะใช้หุ้นเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในการซื้อขายบัญชีตราสารอนุพันธ์ (TFEX) ได้ในกรณีที่ผู้ลงทุนถูกบริษัทหลักทรัพย์ เรียกให้วางหลักประกันเพิ่ม
-   เงินเฟ้อเพิ่มแบงก์ฟันธงเพิ่ม 0.4% : ไทยพาณิชย์เตือนรับมือเงินเฟ้อปีหน้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น คาดปี 2560 ทั้งปีเพิ่มขึ้น 0.4% ศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อมีทิศทางที่จะปรับเพิ่มขึ้นได้อีกจากการที่ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่เหลือของปี 2560 ปรับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยทั้งปีที่ 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
-   กรมศุลฯลดขั้นตอนสินค้านำเข้า 8 กลุ่มต้นปี :  มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประสานงานผู้นำเข้ารายใหญ่ 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เดือน ม.ค. 2560 นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาการตรวจปล่อยสินค้า โดยเฉพาะสินค้านำเข้าว่า จะมีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานกับบริษัทผู้ประกอบการนำเข้ารายใหญ่ เพื่อให้คำแนะนำและวินิจฉัยเกี่ยวกับพิกัดสินค้าและอัตราภาษีที่จะต้องจ่าย โดยจะเริ่มใช้ระบบนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2560 เป็นต้นไป
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #808 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2016, 05:04:57 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ลุ้นยืนเหนือ 1,300 USD/toz
-   ทองคำในวันนี้ซื้อขายในแดนบวกเปิดตลาดเอเชียช่วงเช้า 09.00น. ที่ 1,287.60 USD/toz และมีแรงซื้อต่อเนื่องตลอดวันเหมือนมีความพยายามขึ้นไปทดสอบระดับราคา 1,300 USD/toz โดยถือว่าราคาทองคำปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเมื่อคืนหลังได้รับปัจจัยบวกต่างๆ ได้แก่ 1.ความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเพิ่มความน่าสนใจให้ทองคำและพันธบัตรรัฐบาลในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย  2.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ปรับตัวอ่อนค่าลงเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ            3.มุมมองของนักลงทุนรายใหญ่ได้แก่กองทุน SPDR ที่กลับมาซื้อสุทธิทองคำ +2.67 ตันถือครองสุทธิ 945.26 ตัน                      4.ราคาน้ำมันดิบผันผวนรุนแรงที่ปรับลดลงราว 10% สร้างความไม่เชื่อมั่นในสภาพเศรษฐกิจให้นักลงทุนและชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง 5.ความไม่แน่นอนของการปรับขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯหลังตัวเลขเศรษฐกิจที่เปิดเผยออกมาบวกลบสลับกัน  สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ให้ติดตามการประชุมของสมาชิก FOMC และติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯได้แก่ อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ, สต็อกน้ำมันดิบและตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   กังวลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯหนุนทองพุ่งขึ้น : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 10.52 ดอลลาร์ สู่ 1,287.80  USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันอังคารหลังจากราคาทอง, โลหะเงินและพลาตินั่มพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 1 เดือนในระหว่างวัน ในขณะที่ความกังวลเรื่องผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐส่งผลให้ตลาดหุ้นกับค่าดอลลาร์ร่วงลงและส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งนี้ราคาทองส่งมอบเดือนธันวาคมที่ตลาด COMEX ปิดพุ่งขึ้น 14.90 ดอลลาร์ ที่ 1,288.00 USD/toz  และราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนธันวาคมที่ตลาด COMEX ปิดตลาดบวก 0.622 ดอลลาร์ ที่ 18.418 USD/toz ส่วนที่ตลาด NYMEX ราคาพลาตินั่มส่งมอบเดือนมกราคมปิดพุ่งขึ้น 19.30 ดอลลาร์ ที่ 997.90 USD/toz และราคาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธันวาคม ปิดพุ่งขึ้น 16.10 ดอลลาร์ ที่ 634.10 USD/toz
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปิดบวก : ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นในวันอังคารหลังจากหุ้นร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ เดือนกรกฎาคมซึ่งเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยขณะที่ความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐในสัปดาห์หน้ากระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งนี้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปิดบวก 4/32 ที่ 97-05/32 โดยมีผลตอบแทน 1.820% ส่วนราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดเพิ่มขึ้น 13/32 ที่ 93-13/32 โดยมีผลตอบแทน 2.568%     
-   ดอลลาร์ร่วงเทียบยูโรพุ่งจากความวิตกเลือกตั้งสหรัฐฯ : ดอลลาร์สหรัฐร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบสามสัปดาห์เมื่อเทียบกับยูโรในวันอังคารจากความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐ ขณะที่เปโซเม็กซิโกร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์จากความวิตกที่ว่านายทรัมป์อาจจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงราว 0.8% สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองสัปดาห์ที่ 97.640 หลังจากปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือนตุลาคม ส่วนยูโรพุ่งขึ้นราว 0.8% สู่ 1.1069 ดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วั นที่ 12 ตุลาคมขณะที่ดอลลาร์ร่วงลง 1.5% สู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือนที่ 0.9730 ฟรังก์สวิส และร่วงลงราว 1% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 วันที่ 103.81 เยน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารสหรัฐฯ และการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์หน้า

คำแนะนำ    : เน้นเปิดสถานะซื้อ (Long Position) เมื่อราคาย่อตัว, ระวังแรงขายบริเวณระดับราคา 1,300 USD/toz
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #809 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2016, 10:21:20 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นและพยายามทำจุดสูงสุดใหม่ที่บริเวณ 1,307 เหรียญ หลังการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์ หลังจากนั้นราคาทองคำก็ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยปัจจัยที่สำคัญสำหรับราคาทองคำในช่วงนี้ คือความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ทำให้ราคาทองคำมีโอกาสแกว่งผันผวนได้ต่อ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.09 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.71% โดยปิดที่ 1,296.89 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,287.00 – 1307.76 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,299 เหรียญ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงมาในรอบกว่า 3 สัปดาห์ ทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนทองคำนั้นได้แก่ความไม่แน่นอนในการเลือกตั้งประธานาธิบดี และการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ไว้ที่ < 0.50% ตามคาดการณ์ โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยนั้นเป็นผลลบต่อราคาทองคำ และคาดการณ์ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีความเป็นไปได้สูงในเดือน ธ.ค. คืนนี้ติดตามการประชุมของธนาคารอังกฤษ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจทำให้ราคาทองผันผวนได้ต่อ

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 2.9 % ในวันพุธ หลังจากรัฐบาลสหรัฐรายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นครั้งใหญ่สุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ล่าสุด และรายงานดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดโลก หลังจากนักวิเคราะห์เพิ่งประเมินเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ผลิตน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้นในเดือนต.ค.
•   ดอลลาร์แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับยูโร, เยน, ฟรังก์สวิสและปอนด์ในวันพุธจากความวิตกเกี่ยวกับแนวโน้มที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์หน้า
•   ผลสำรวจความเห็นประชาชนโดยรอยเตอร์/อิปซอสเมื่อวันจันทร์บ่งชี้ว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำนายทรัมป์ 5% แต่ผลสำรวจอื่นๆระบุว่า นายทรัมป์มีคะแนนนำนางคลินตัน 1-2%
•   เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการตัดสินใจนโยบายครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ แต่ก็ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า ขณะที่เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : ทยอยปิดทำกำไรฝั่ง long แล้วเปลี่ยนมา trading ในกรอบ หากราคาอยู่ต่ำกว่า 1,300 และถ้าราคากลับไปยืนเหนือ 1,300 อีกครั้ง ให้กลับไปเล่นด้าน long

Smart Stock
Today Strategy:
กังวลปัจจัยภายนอก
•   S50Z16 เมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบประมาณ 5 จุดเช่นเดียวกับดัชนี SET index ที่ไม่สามารถปิดปรับตัวยืนเหนือระดับ 1,500 จุด ได้หลังถูกต่างชาติขายสุทธิออกมาและมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางที่ 49,339.22 ลบ. ฝ่ายวิจัยมองว่าสำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันนี้มีแนวโน้มเชิงลบมากกว่าโดยมีปัจจัยภายนอกกดดันตลาดค่อนข้างรุนแรงต่อเนื่องจากภาพรวมการซื้อขายเมื่อวานนี้ทั้งดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ, ยุโรปและเอเชียปิดปรับตัวลดลงหลังนักลงทุนลดความเชื่อมั่นในตัวนางฮิลลารีและปรับลดแนวโน้มที่นางฮิลลารีจะได้รับเลือกตั้งฯ ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกและเข้าถือสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองและพันธบัตรรัฐบาลแทนโดยส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นราว 1.4% ภายในหนึ่งวันและสามารถดันราคาทะลุระดับราคา 1,300 USD/toz ได้แม้ว่าจะยังไม่สามารถยืนได้มั่นคงในช่วงนี้ก็ตาม  ด้านการประชุมสมาชิก FOMC เมื่อคืนนี้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาดการณ์ของตลาดและมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมสูง ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯเมื่อคืนรายงานต่ำกว่าคาดการณ์สะท้อนการเติบโตที่ลดลงของเศรษฐกิจภายในสหรัฐฯ สำหรับปัจจัยบวก     (ไม่มาก)ต่อตลาดหุ้นไทยในวันได้แก่ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นแต่เป็นการแข็งค่าจากดอลลาร์อ่อนเสียมากกว่า ฝ่ายวิจัยยังมองว่าปัจจัยกดดันภายนอกยังคง   ปกคลุมตลาดหุ้นไทยมากกว่าโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงสู่ระดับ 45.52 USD/bbl ที่จะกดดันตลาดหุ้นไทยจากกลุ่มพลังงานที่มีมูลค่าตลาดถ่วงน้ำหนักสูงที่สุดในดัชนีหุ้นไทย วันนี้ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประเทศไทยช่วง 11.00น. และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ, อัตราเงินกู้รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางอังกฤษและสำหรับค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯได้แก่ ตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์, กำลังการผลิตนอกภาคการเกษตรและดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคบริการ

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบราคา “930-950จุด” โดยฝั่งขาย (Short Position) ได้เปรียบในวันหลังปัจจัยภายนอกรุมเร้าตลอดคืน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของประเทศไทยช่วง 11.00น.
-    ต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ถึงปัจจุบัน 
-    การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยฯของเฟดและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 8 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   กระทรวงการคลังเคาะโครงการตั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ นัดประชุมบอร์ดไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 4 พ.ย. ตั้งเป้าระดมเงินทุนภายในปีนี้  : นายชาญวิทย์ นาคบุรี รองผู้อำนวยการและโฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสหากิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการเตรียมการตั้งกองทุนรวมโครงสร้างฟื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จะประชุมคณะกรรมการเพื่อสรุปโครงสร้างของกองทุนทั้งหมด เพื่อที่จะระดมทุนให้ได้หนึ่งแสนล้านบาท
-   ธนาคารแห่งประเทศไทยลุยยกระดับตลาดเงิน : “แบงก์ชาติ” ยกระดับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงการกู้ยืมเงินบาทโดยใช้วิธีคำนวณจากข้อมูลธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงหวังลดความเสี่ยงจากการถูกบิดเบือนเหมือนกรณีดอกเบี้ยไลบอร์ต่างประเทศทั้งนี้มั่นใจช่วยพัฒนาตลาดเงินไทยให้ดียิ่งขึ้นกว่าก่อน
-   กระทรวงการคลังเตรียมถกระดมเงินตั้งฟิวเจอร์ฟันด์ กังวลการเวนคืนที่ดินฉุดโครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำช้า : กระทรวงการคลังติดเครื่องไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เตรียมถกเคาะโครงการร่วมระดมทุนล็อตแรกหนึ่งหมื่นล้านบาทเตรียมส่งสามโครงการของการทางพิเศษแห่งประเทศนำร่อง ด้านกรมทางหลวงเปิดทางให้เอกชนร่วมลงทุนสายมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ 63,998 ล้าน กังวลล้าช้าหลังติดปัญหาเรื่องการเวนคืนในหลายพื้นที่ และค่าใช้จ่ายในการเวนคืนที่ดินที่พุ่งสูงกว่าที่ตั้งไว้เดิมกว่า 100%
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 52 53 [54] 55 56 57   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!