TARADTHONG.COM
สิงหาคม 23, 2019, 03:39:03 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 53 54 [55] 56 57   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1741380 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #810 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2016, 05:06:34 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ไปต่อไหวไหม
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,296.66  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เริ่มมีแรงขายทำกำไรโดยราคาปรับลดลงเล็กน้อย โดยแกว่งระหว่าง 1,294.61 – 1,306.40  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าหลังจากเฟดประกาศคงอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์ แต่อย่างไรก็ตามเฟดมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าค่อนข้างสูงทำให้ต้องระมัดระวังการแข็งค่าของดอลลาร์ต่ออีกครั้ง โดยปัจจัยที่คาดว่าจะสนับสนุนทองช่วงนึ้คือ ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีโอกาสช่วยหนุนราคาทองได้ และในวันพรุ่งนี้ติดตามตัวเลขสำคัญคือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ซึ่งหากออกมาดีต่อเนื่องก็อาจจะเป็นประเด็นกดดันราคาทอง และทำให้เป็นการตอกย้ำถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า แต่ในระยะสั้นราคาทองอาจจะเผชิญแรงขายทำกำไรช่วงสั้นได้ เนื่องจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยให้บริเวณจุดต่ำสุดเดิมที่เคยทะลุขึ้นมา เป็นจุดที่อาจจะสะสม long ได้อีกครั้ง คือบริเวณ 1,285 เหรียญ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองในตลาดสปอตปรับตัวขึ้นต่อในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากพุ่งขึ้นถึง 1.5% เมื่อวานนี้ ขณะที่ความไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐได้ชดเชยสัญญาณจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ว่า เฟดอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
-   กระทรวงพลังงานของรัสเซียเปิดเผยว่า การผลิตน้ำมันของรัสเซียทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่เป็นประวัติการณ์หลังยุคสหภาพโซเวียตในเดือนต.ค. โดยเพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก.ย. สู่ระดับ 11.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน การเพิ่มขึ้นดังกล่าวตอกย้ำความยากลำบากที่รัฐบาลอาจจะเผชิญในการจำกัดระดับการผลิตตามข้อตกลงระดับโลกกับผู้ผลิตชั้นนำอื่นๆ พื่อพยุงราคาน้ำมัน
-   ไคซิน/มาร์กิตเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของภาคบริการจีนเพิ่มขึ้นสู่ 52.4 ในเดือนต.ค. จาก 52.0 ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และดัชนีที่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคบริการในจีน
-   ธนาคารกลางจีนสาขาเซี่ยงไฮ้เปิดเผยในวันนี้ว่า เซี่ยงไฮ้จะเพิ่มการตรวจสอบแหล่งของการวางเงินดาวน์เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์  นอกจากนี้ ธนาคารกลางสาขาเซี่ยงไฮ้ยังขอให้ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ป้องกันแหล่งสินเชื่อที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกองทุนบริหารความมั่งคั่งไม่ให้เข้ามาในตลาดที่ดิน
-   สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ คงอันดับความน่าเชื่อถือของอินเดียไว้ที่ BBB- เมื่อวานนี้ โดย S&P แสดงความพึงพอใจต่อเสถียรภาพทางการเมืองของอินเดีย และความน่าเชื่อถือทางการเงินที่ดีขึ้นในอินเดีย แต่ S&P ตัดโอกาสในการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในปี 2016 และ 2017 เนื่องจากอินเดียมีฐานะการเงินภาครัฐอ่อนแอ และมีรายได้ต่อหัวอยู่ในระดับต่ำ
-   หนังสือพิมพ์ไชน่า รีฟอร์ม เดลี่รายงานวานนี้ว่า บริษัทไชน่า เนชันแนล โคล กรุ๊ป คอร์ป (ChinaCoal) ซึ่งเป็นผู้ผลิตถ่านหินของรัฐบาลรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีนรองจากเสิ่นหัว กรุ๊ป จะลดราคาถ่านหินthermal coal ลง 10 หยวน (1.48 ดอลลาร์) ต่อตันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขณะที่บริษัทคาดว่าการผลิตถ่านหินที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาลดลง

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์หน้า

คำแนะนำ    : ทยอยปิดทำกำไรฝั่ง long แล้วเปลี่ยนมา trading ในกรอบ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #811 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2016, 10:19:47 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองยังคงดีดกลับได้ในช่วงท้ายตลาด หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกาศออกมาอ่อนแอกว่าคาดการณ์ ทำให้ช่วยหนุนราคาทองได้ แต่อย่างไรก็ตามราคาทอง เริ่มไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบสั้นๆ ทำให้ควรระมัดระวังแรงขายทำกำไรในระยะสั้นเช่นกัน แต่คืนนี้ต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ที่มีโอกาสทำให้ราคาทองคำผันผวนแรงได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.36 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.49% โดยปิดที่ 1,303.25 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,285.01 – 1306.04 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,301 เหรียญ ราคาทองได้ปรับลดลงในช่วงแรกไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 2 วันที่บริเวณ 1,285 เหรียญ แต่ราคาทองคำยังได้รับปัจจัยหนุนจากความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งสหรัฐฯ และตัวดัชนี PMI ภาคบริการที่ออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ราคาทองดีดกลับในช่วงท้ายตลาด แต่อย่างไรก็ตามราคาเริ่มไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ในระยะสั้น ทำให้ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรมากขึ้น โดยในวันนี้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ที่มีนักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับตัวดีกว่าเดือนก่อน ทำให้ต้องติดตามความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในวันศุกร์ และก่อนสัปดาห์การเลือกตั้ง

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 5 สัปดาห์ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานในวันพุธว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้น 14 ล้านบาร์เรลในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 28 ต.ค. ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์
•   รัฐมนตรีน้ำมันของกลุ่มโอเปกจะประชุมกันที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย.เพื่อตกลงกันเรื่องการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน แต่นักลงทุนไม่มั่นใจว่า กลุ่มโอเปกจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้หรือไม่
•   ดอลลาร์ปรับตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าเงินสกุลสำคัญในวันพฤหัสบดีท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แม้ผลสำรวจความเห็นชาวสหรัฐยังคงบ่งชี้ว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน
•   นายโอเล แฮนเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยของธนาคารแซกโซกล่าวว่า "ความต้องการหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงหนุนราคาทองให้พุ่งขึ้นเหนือระดับ 1,300ดอลลาร์ในวันพุธ และราคาทองจะยังคงได้รับแรงหนุนต่อไป ตราบใดที่มีความไม่แน่นอนในผลการเลือกตั้งในสหรัฐ"

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : ทยอยปิดทำกำไรฝั่ง long แล้วเปลี่ยนมา trading ในกรอบการอ่อนตัว

Smart Stock
Today Strategy:
ระวัง! ผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ
•   S50Z16 เมื่อวานนี้เปิดตัวเเละเเกว่งออกข้างในลักษณะปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงเช้าเเละช่วงบ่ายในกรอบแคบก่อนถูกเทขายในท้ายตลาดกดลงกว่า -9จุด มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 13.70 จุด ด้านดัชนี SETหลักปรับตัวลงช่วงท้ายตลาดเช่นเดียวกัน ซึ่งนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่อง -2,064.6ลบ. มีปริมาณการซื้อขาย 54,419.22ลบ. ตลาดยังคงไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆ มีเพียงการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียนฯในไตรมาสสามที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์และกลุ่มพลังงานที่ทรงตัวสวนทางกับทิศทางราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลดลงเท่านั้นที่เป็นสองปัจจัยเข้ามาพยุงตลาดในช่วงเช้าเอาไว้ ขณะเดียวกันปัจจัยลบภายนอกก็ยังปกคลุมตลาดส่งผลให้ทั้งดัชนีหุ้นไทยเเละภูมิภาคปรับตัวลดลงจากการขายเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากความไม่เเน่นอนของการเลือกตั้งสหรัฐฯหลังผลโพลล่าสุดคะแนนนิยมค่อนข้างใกล้เคียงกัน  ฝ่ายวิจัยมองว่าสำหรับการซื้อขายในวันนี้คาดการณ์ปริมาณการซื้อขายเบาบางโดยอาจมีเเรงขายกดดันตลาดเพื่อลดความเสี่ยงจากการถือสถานะลงทุนข้ามสัปดาห์ในช่วงที่มีปัจจัยภายนอกผันผวนทั้งการเลือกตั้งฯ, ราคาน้ำมันดิบและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ  ในค่ำคืนนี้ติดตามถ้อยเเถลงของสมาชิก FOMC (Fischer) และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐได้แก่  รายได้เฉลี่ยนอกภาคการเกษตร, ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร, อัตราการว่างงานและดุลการค้าสหรัฐฯ

•   แนะนำ : Wait&See ไม่ถือสถานะข้ามสัปดาห์หากราคาต่ำกว่าระดับ 1,490 จุด เปิดสถานะขาย (Short Position) หากรับความเสี่ยงได้

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 8 พ.ย.
-   ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนปรับลดลงรุนแรง

ข่าวในประเทศ
-   ดัชนีความเชื่อมั่นฯลดลง : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาปรับตัวลดลงทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนนับจากเดือน ก.ค.59 สะท้อนว่าประชาชนยังไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรหลายชนิดยังอยู่ในระดับต่ำโดยเฉพาะราคาข้าวเปลือก ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรอยู่ระดับต่ำไปด้วยตามตัว
-   ชงแผนตั้งกระดานสตาร์ทอัพ :  ‘ตลาด’คาดเปิดเทรดปีหน้า ตลาดหลักทรัพย์ เตรียมเสนอแผนตั้ง “กระดานสตาร์ทอัพ" กับ ก.ล.ต.สัปดาห์นี้ คาดได้ข้อสรุปรายละเอียดสิ้นปีหวังเปิดให้บริการซื้อขายไตรมาสสามปีหน้าชี้เปิดให้นักลงทุนเฉพาะกลุ่มเทรดก่อนเพราะมีความเสี่ยงสูง ยอมรับผู้ประกอบการสตาร์ทอัพยังคงมีความกังวลเรื่องการเปิดเผยข้อมูลทั้งนี้เตรียมหาช่องทางแก้ปัญหาให้ลุล่วงก่อนซื้อขาย
-   งดแคมแปญสินเชื่อบ้าน : แบงก์รับทั้งปีอาจต่ำเป้าเล็กน้อย ยันไม่ขอมาตรการกระตุ้นเพิ่มด้านธอส.ขยายวงเงินกู้ดอกเบี้ย 0.63% อีก7.5พันล้านสินเชื่อบ้านชะลอตัวแบงก์งดแคมเปญกระตุ้นตลาด ในด้านธนาคารกรุงศรีฯคาดการณ์สินเชื่อบ้านหย่อนเป้าเล็กน้อยปล่อยกู้ใหม่ทั้งปีแค่6.4หมื่นล้านย้ำไม่ขอมาตรการกระตุ้นจากรัฐเพิ่ม ในด้าน ธอส.ขยายวงเงินสินเชื่อบ้าน 63 ปี เป็น 37,500 ล้าน
-   กระทรวงการคลังเร่งประเมิน ‘ที่รายแปลง’คาดเสร็จปี60 :  กรมธนารักษ์คาดประเมินที่ดิน 32 ล้านแปลงคาดการณ์แล้วเสร็จปี60 รองรับการบังคับใช้กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปัจจุบันประเมินที่ดินรายแปลงไปได้ 18.6 ล้านแปลงและเดินหน้าอบรมวิธิการคำนวณภาษีที่ดินตามกฎหมายใหม่ต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทั่วประเทศเผยการปรับค่าเช่าที่เชิงพาณิชย์จะมีผลในปีหน้าคาดสร้างรายได้หลักพันล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #812 เมื่อ: พฤศจิกายน 04, 2016, 05:05:01 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

พยายามยืนเหนือ 1,300 USD/toz
-   ทองคำเปิดตลาดเอเชียซื้อขายในภาคเช้าบริเวณ 1,302 USD/toz โดยค่ำคืนที่ผ่านมาค่อนข้างเคลื่อนไหวผันผวนขึ้นลงกว่า 15 USD/toz ต่อเนื่องมาถึงช่วงเช้าวันนี้ทำให้ราคาปรับลดลงแม้มีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนราคาทองคำพอสมควร ถือเป็นความผันผวนระดับหนึ่งหลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาจากหลายปัจจัยโดยเฉพาะความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งสหรัฐฯและความผันผวนของราคาน้ำมันซึ่งทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำและพันธบัตรมีความน่าสนใจมากขึ้นประกอบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่า ส่วนอีกปัจจัยที่น่าสนใจเมื่อวานนี้ได้แก่การที่กองทุน SPDR เข้าซื้อสุทธิทองคำกว่า 4.43 ตันในวันทำการวันเดียวถือว่าเป็นมุมมองของนักลงทุนสถาบันที่มีนัยสำคัญต่อตลาดพอสมควรส่งผลให้ SPDR มียอดถือครองทองคำรวม 949.69 ตัน อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยมองว่าแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนเช่น PMI, อัตราการจ้างงาน, ผู้ขอรับสวัสดิการ ฯ จะออกมาสนับสนุนให้ราคาทองคำเป็นบวกแต่ถือว่ายังไม่ได้รับความสนใจจากตลาดเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับประเด็นการเลือกตั้งและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ สำหรับคำคืนนี้คาดการณ์ราคาทองคำมีความผันผวนสูงและให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯได้แก่ ดุลการค้า, อัตราการว่างงาน, การจ้างงานนอกภาคการเกษตรและรายได้เฉลี่ยนอกภาคการเกษตร

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   กังวลเลือกตั้งสหรัฐหนุนทองขยับขึ้น : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯปรับขึ้น 6.36 ดอลลาร์สู่ระดับ 1,303.25 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดีโดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์และจากความไม่แน่นอนเรื่องผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ ตลาด COMEX ปิดลดลง 4.90 USD/toz ที่ 1,303.30 USD/toz และราคาโลหะเงินส่งมอบ เดือนธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดตลาดลดลง 0.277 ดอลลาร์ ที่ 18.416 USD/toz  ส่วนที ่ตลาด NYMEX ราคาพลาตินั่มส่งมอบเดือนม.ค.ปิดลดลง 7.40 ดอลลาร์ ที่ 994.40 USD/toz และราคาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดร่วงลง 16.90 ดอลลาร์ ที่ 617.60 USD/toz
-   ทองคำปิดลบครั้งแรกในรอบสามวันทำการ : ด้านราคาทองคำในวันพฤหัสบดี (3 พ.ย.) ปิดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 3 วันนักลงทุนทบทวนข่าวที่เกี่ยวข้องกับการถอนตัวจากยูโรโซนของสหราชอาณาจักรและแนวโน้มของโลหะมีค่าก่อนหน้าศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ลดลง 4.90 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,303.30 USD/toz
-   ดอลล์ร่วงเทียบสกุลเงินสำคัญจากวิตกเลือกตั้งสหรัฐ : ดอลลาร์ปรับตัวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์เมื่อเทียบกับ ตะกร้าเงินสกุลสำคัญในวันพฤหัสบดีท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐแม้ผลสำรวจความเห็นชาวสหรัฐยังคงบ่งชี้ว่านางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรค รีพับลิกัน ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.24% สู่ 97.163 หลังร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ กว่า 3 สัปดาห์ที่ 97.041 ส่วนยูโรปรับตัวขึ้น 0.14% สู่ 1.1110 ดอลลาร์ และดอลลาร์ลดลง 0.37% สู่ 102.91เยนหลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ1เดือนที่102.56 เยน
-   ตัวเลขสต็อกน้ำมันกดน้ำมันดิบปิดดิ่งลง 1.5% : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1.5 % ในวันพฤหัสบดี ในขณะที่ราคาน้ำมันยังคงได้รับผลกระทบจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่พุ่งขึ้นครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์และนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะสามารถดำเนินมาตรก ารจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน ได้จริงหรือไม่ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ดิ่งลง 68 เซนต์ หรือ 1.5 % มาปิดตลาดที่ 44.66 USD/bbl

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนรุนแรง
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในสัปดาห์หน้า

คำแนะนำ    : เปิดสถานะซื้อ (Long Position) เมื่อราคาย่อตัวและไม่ถือสถานะข้ามสัปดาห์
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #813 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2016, 10:13:39 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวลดลงในเช้านี้ หลังจากมีข่าวว่าผลการสืบสวนคดีของ FBI ต่อนางคลินตัน ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดี ไม่มีการตั้งข้อหาทางอาญาใดๆ เพิ่มเติ่ม ทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า และราคาทองถูกกดดัน แต่อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งในสัปดาห์นี้ยังมีโอกาสเป็นปัจจัยหนุนราคาทองได้ แต่ภาพระยะสั้นมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบการอ่อนค่าเล็กน้อย

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.50 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.04% โดยปิดที่ 1,303.75 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานศุกร์นี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,294.15 – 1306.61 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,291 เหรียญ ราคาทองคำได้รับแรงกดดันในเช้านี้หลังจากผลการตัดสินของ FBI ต่อนางคลินตัน ยังยึดผลตามก่อนหน้า ทำให้ราคาทองปรับลดลงในเช้านี้ โดยในสัปดาห์ก่อนมีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องทำให้การปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ยังเป็นแรงกดดันราคาทองต่อไป โดยสัปดาห์นี้ประเด็นสำคัญ คือความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทอง และให้ระมัดระวังความผันผวนที่มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบกว้างขึ้น

Exclusive News
•   แหล่งข่าวกล่าวต่อรอยเตอร์ว่า มีความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับซาอุดิอาระเบียในการประชุมผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก) ในสัปดาห์ที่แล้ว โดยรัฐบาลซาอุดิอาระเบียระบุว่า ซาอุดิอาระเบียสามารถปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันขึ้นได้อีกมาก เพื่อกดดันราคาให้ร่วงลง ถ้าหากรัฐบาลอิหร่านปฏิเสธที่จะจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสในวันศุกร์จากความวิตกก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.นี้ แม้ตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าก็ตาม
•   ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญร่วงลง1.4% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นการร่วงลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.
•   ราคาทองในตลาดสปอตร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐและตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นหลังสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) ระบุว่าFBI ยังคงยึดตามการค้นพบก่อนหน้านี้ที่ว่า ไม่มีการตั้งข้อหาทางอาญาใดๆต่อนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบการอ่อนตัว หรือรอสะสม long เมื่อราคาปรับลดลงแรง เพื่อลุ้นไปขายช่วงเลือกตั้ง

Smart Stock
Today Strategy:
ถือเงินสดไม่เสี่ยง
•   ตลอดสัปดาห์ที่แล้ว S50Z16 และดัชนี SET index ปรับตัวลงและค่อนข้างมีความผันผวนสูงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางมีปริมาณการซื้อขายเบาบางถือว่าเป็นการซื้อขายในภาวะที่ขาดปัจจัยหนุนในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงมีมุมมองขายสุทธิในดัชนี SET หลักต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ดัชนีเคลื่อนไหวบวกลบในกรอบแคบภายในวันผันผวนไปตามปัจจัยที่เข้ามากระทบสะท้อนความอ่อนไหวของนักลงทุนในตลาด แต่อย่างไรก็ตามถือว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีความแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาคซึ่งปรับตัวลดลงค่อนข้างมากโดยเปรียบเทียบ ซึ่งก็มาจากหลากหลายปัจจัยได้แก่ 1.มีการประชุมธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจหลักถึงสามประเทศในช่วงหนึ่งสัปดาห์โดยมติที่ประชุมของ FED, BOJ, BOE คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของตลาด 2.ประเด็นความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งสหรัฐฯสร้างความไม่เชื่อมั่นให้นักลงทุนในทิศทางของนโยบายเศรษฐกิจในอนาคตหลังมีการตั้งรัฐบาล 3.ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนปรับลดลงราว 14.72% ภายในสิบวันและกว่า -6.10% ตลอดสัปดาห์ที่แล้วกดดันกลุ่มพลังงานซึ่งถ่วงน้ำหนักมากในดัชนีหุ้นไทย ฯ ในด้านของปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นพิเศษในรอบสัปดาห์นี้ได้แก่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯซึ่งจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้(8 พ.ย.)ส่งผลให้เงินทุนมีแนวโน้มไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำและพันธบัตรมากกว่าที่จะมีสถานะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเช่นดัชนีหุ้น ดังนั้นฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบางและอาจมีความผันผวน 

•   แนะนำ : Wait & See ไม่ควรเปิดสถานะลงทุนรับความเสี่ยงและให้ถือเงินสดรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 8 พ.ย.
-    การประชุม OPEC วันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   งบลงทุน ‘โลจิสติกส์’ เฉียดแสนล้านปีหน้า : สำนักงบประมาณเผยปี 2560 งบลงทุนด้านโลจิสติกส์กว่า 9.88 หมื่นล้านบาทผ่านโครงการลงทุนถนนมอเตอร์เวย์สามสาย การลงทุนโครงข่ายทางหลวงแผ่นดิน และลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสิบสายในกรุงเทพและปริมณฑล
-   กลุ่มฟินเทคเล็งสินเชื่อบุคคล : ชมรมฟินเทคเร่งหารือสมาชิกสัปดาห์นี้ก่อนถกแบงก์ชาติหวัง ขจัอุปสรรคการปล่อยกู้ระหว่างบุคคลชี้เป็นแผนระยะที่สองหลังเข้าพบ ก.ล.ต. แก้กฎเกณฑ์เอื้อธุรกิจสตาร์ทอัพพร้อมเตรียมเดินหน้ารับฟังความเห็นกลุ่มธุรกิจประกันชีวิตในปีหน้า 
-   จำนำข้าวเปลือกเจ้า-หอมจังหวัด ‘พาณิชย์’เสนอนบข.วันนี้-หวังช่วยชาวนาเท่าเทียม “เกษตร”คลอด ยุทธศาสตร์ห้าปีผลิตสอดคล้องบริโภค : “พาณิชย์” เสนอที่ประชุม นบข.วันนี้ เปิดจำนำยุ้งฉางข้าวเปลือกเจ้า-ข้าวหอมจังหวัด 90% จากราคาตลาด หวังช่วยชาวนาเท่าเทียมกัน หากที่ประชุมเห็นชอบดันเข้า ครม. 8 พ.ย.ทันทีขณะที่ “เกษตร” คลอดยุทธศาสตร์ห้าปีเล็งไทยเป็นศูนย์กลางค้าข้าวควบคุมการผลิตให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มศักยภาพส่งออกของประเทศ 
-   ธอส.’ชูเงินฝาก พ่วงพร้อมเพย์ ใช้ดอกเบี้ยจูงใจ : นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ธนาคารมียอดเงินฝาก 7.9 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 8% จากสิ้นปีก่อนซึ่งสูงกว่าเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 7.7 แสนล้านบาท 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #814 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2016, 05:06:02 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

โดนกดดันอีกครั้ง
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,291.51  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เริ่มมีแรงขายทำกำไรโดยราคาปรับลดลงโดยเคลื่อนไหวระหว่าง 1,283.12 – 1,295.80  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงตั้งแต่เปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้า และเคลื่อนไหวในแดนลบเกือบทั้งวัน โดยปัจจัยที่กดดันราคาทอง คือ ความไม่แน่นอนเรื่องการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ โดยจากความกังวลถึงการสอบสวนเรื่องการใช้อีเมลล์ส่วนตัวของนางคลินตัน โดย FBI นั้น ไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ เพิ่มเติม ทำให้นักลงทุนกลับมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้น และขายทำกำไรสินทรัพย์ปลอดภัย รวมทั้งทองคำ ทำให้ราคาทองคำโดนกดดันตลอดวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรระมัดระวังความผันผวนของราคาทองคำที่อาจเกิดขึ้นได้ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากผลโพลล์ของการเลือกตั้งได้แสดงให้เห็นถึงคะแนนเสียงที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทำให้มีโอกาสที่จะผิดคาดการณ์ได้ง่าย ดังนั้นนักลงทุนในช่วงนี้จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนตลอดทั้งสัปดาห์นี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ดอลลาร์พุ่งขึ้นในวันนี้ ในขณะที่มีข่าวว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต จะไม่ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาทางอาญาในเรื่องการใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัว โดยข่าวนี้ช่วยหนุนโอกาสของนางคลินตันในการชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 8 พ.ย.
-   นายโมฮัมเหม็ด บาร์คินโด เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าวในวันนี้ว่า กลุ่มโอเปกมีภาระผูกพันต่อข้อตกลงในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ได้ตกลงกันไว้ในการประชุมที่กรุงแอลเจียร์สในเดือนก.ย.
-   ราคาทองในตลาดสปอตร่วงลงในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐและตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นหลังสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) ระบุว่า  FBI ยังคงยึดตามการค้นพบก่อนหน้านี้ที่ว่า ไม่มีการตั้งข้อหาทางอาญาใดๆต่อนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตก่อนการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้
-   ผลสำรวจของเอ็นบีซี-วอลล์ สตรีท เจอร์นัลที่ออกมาในวันอาทิตย์ระบุว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนิยมเหนือนายโดนัลก์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันอยู่ราว 4%
-   ผลสำรวจของเรียล เคลียร์ โพลิติกส์ระบุว่า ค่าเฉลี่ยจากโพลล์หลายสำนักแสดงให้เห็นว่า นางคลินตันมีคะแนนนิยมเหนือนายทรัมป์เพียง 1.8%

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนรุนแรง
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

คำแนะนำ    : trading ในกรอบการอ่อนตัว โดยหากราคายังยืนเหนือ 1,280 เหรียญ แนะนำให้ trading long เพื่อลุ้นไปขายในช่วงวันเลือกตั้ง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #815 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2016, 10:26:28 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงแรงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ โดยลดลงแรงกว่า 1.75% โดยโดนกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่ดีดกลับได้จากประเด็นที่นางคลินตันกลับมามีโอกาสมากขึ้นในการชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามทางเราแนะนำให้ลดสถานะการลงทุนในช่วงนี้ เพราะคาดว่าราคามีโอกาสจะแกว่งผันผวนแรงในช่วงใกล้การประกาศผล และอาจจะตรงกับเวลาที่ตลาดไทยปิดทำการ โดยแนะนำให้กลับมาซื้อขายอีกครั้งหลังจากผลการเลือกตั้งชัดเจน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 22.87 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -1.75% โดยปิดที่ 1,280.88 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานศุกร์นี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,277.70 – 1,295.80 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,283 เหรียญ ราคาทองปรับตัวลดลงแรงโดยปรับตัวลดลงแรงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังจากโอกาสที่นางคลินตันมีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอยากให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรลดสถานะการลงทุนเพื่อรอความชัดเจน เพราะคาดว่าสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกมีโอกาสแกว่งผันผวนทั่วโลก โดยการเลือกตั้งจะเริ่มขึ้นในเวลาเที่ยงวันของบ้านเรา โดยคาดว่าช่วงแรกในการเลือกตั้งตลาดจะยังไม่ผันผวนมากหากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติแต่อย่างใด และคาดว่าราคาจะเริ่มแกว่งผันผวนในช่วงที่ผล exit polls ประกาศซึ่งจะตรงกับเช้าวันพุธที่ในเวลาตลาดไทยยังไม่เปิดทำให้นักลงทุนควรลดการถือครองสถานะเพื่อลดความเสียงของพอร์ทการลงทุน

Exclusive News
•   โพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นอาจลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินอาจลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น 0.7%
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันจันทร์หลังสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ระบุว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตจะเผชิญกับข้อหาอาญาเกี่ยวกับกรณีการใช้เซอร์เวอร์อีเมลส่วนตัว ซึ่งเพิ่มโอกาสที่นางคลินตันจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันอังคารนี้
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลงในวันจันทร์ โดยร่วงลงวันเดียวมากที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ ขณะที่ดอลลาร์และตลาดหุ้นทะยานขึ้นรับข่าวที่ว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตจะไม่เผชิญคดีอาญาเกี่ยวกับการใช้เซอร์เวอร์อีเมลส่วนตัวก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันอังคารที่ 8 พ.ย.นี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading long ในกรอบการรีบาวน์ แต่หากราคาหลุด 1,278 เหรียญให้ถือเงินสดรอความชัดเจนประกาศผลการเลือกตั้ง

Smart Stock
Today Strategy:
ลุ้นผลเลือกตั้งสหรัฐฯ
•   สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50Z16 เมื่อวานนี้ปรับตัวสูงขึ้นตลอดวันเรียกว่าซื้อเรื่อยๆ ปิดตลาดปรับตัวบวก +11.70 จุด ที่ระดับ 937.2 จุด เช่นเดียวกับดัชนี SET index  ซึ่งปิดปรับตัวยืนเหนือ 1,500 จุด มีปริมาณการซื้อขาย 52,704.11 ลบ. ถือว่าไม่มากไม่น้อยในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย -722.69 ลบ.คงมุมมองเดิมราวสี่สิบวันที่ผ่านมา ซึ่ง SET index และ S50Z16 ยังคงถือว่าปรับตัวขึ้นเช่นเดียวกับตลาดหุ้นอื่นๆทั่วโลกที่ตอบรับการเก็งผลการเลือกตั้งสหรัฐฯที่นางฮิลลารีกลับมามีคะแนนนิยมทิ้งห่างนายทรัมป์หลังจากที่ FBI ไม่ชี้มูลความผิดกรณีการใช้อีเมลส่วนตัวเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติทำให้ตลาดออกมาตอบรับค่อนข้างดีโดยดัชนีหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นราว 2% พร้อมทั้งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นลักษณะ Contango (ราคาฟิวเจอร์สูงกว่าราคา spot) ซึ่งเป็นมุมมองบวกต่อแนวโน้มในอนาคต, ค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้นเหนือ 97.50 รวมทั้งเงินทุนที่มีการไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งทองคำและพันธบัตรรัฐบาลโดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลหลังนักลงทุนคลายความกังวลเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยอาจได้รับปัจจัยบวกจากกองทุนซึ่งเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่พยุงตลาดไว้ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่โอเปกยืนยันว่าจะปฏิบัติตามมติการลดอุปทานการผลิตน้ำมันหลังจากที่ตลาดมีภาวะอุปทานส่วนเกิน  (Excess Supply : อุปทานมากกว่าอุปสงค์)

•   แนะนำ : ฝั่ง“ซื้อ”(Long Position) ยังคงได้เปรียบหาก SET หลักยืนเหนือ 1,500 จุดได้, หากไม่รับความเสี่ยงให้รอความชัดเจนของผลการเลือกตั้งสหรัฐฯชัดเจนก่อนจึงเข้าเปิดสถานะลงทุน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 8 พ.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ
-    การประชุม OPEC วันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   สศค. แนะนำไทยเร่งปรับตัวขณะที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว : สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเปิดเผยว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มลดต่ำกว่าในอดีตที่เคยขยายตัวในระดับกว่า 10% คาดว่าปีนี้จะขยายตัว 6.7% ต่ำกว่าปีที่แล้วขยายตัว 6.8% ทั้งนี้ธนาคารโลกได้ประเมินว่าจากนี้จนถึงปี 2573 เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวเฉลี่ย 5.5% คาดว่าจากนี้ไปเศรษฐกิจจีนน่าจะขยายตัวในระดับที่ต่ำลง ไทยจึงต้องปรับตัวสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นและพยายามสร้างตลาดส่งออกใหม่ๆ เช่น กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม ปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 10.4% ของการส่งออกทั้งหมด ใกล้เคียงกับจีนที่ไทยส่งออกคิดเป็น 11% โดยเศรษฐกิจภายในประเทศยังเข้มแข็งทุนสำรองอยู่ในระดับสูง ภาคการคลังมีเสถียรภาพและระยะยาวไทยกำลังปรับประสิทธิภาพการผลิตในประเทศเน้นไปยัง 10 อุตสาหกรรมใหม่ที่มีคำขอการลงทุนแล้วคิดเป็นมูลค่า 1.5 แสนล้านบาทหรือ 43% ของมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่ยื่นขอบีโอไอปีนี้
-   กระทรวงพาณิชย์ชะลอนำเข้าข้าวสาลีแก้ข้าวโพดในประเทศราคาตก : แหล่งข่าวกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ซึ่งมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม ได้มีมติที่จะออกมาตรการชะลอการนำเข้าข้าวสาลีเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดในประเทศ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #816 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2016, 05:12:35 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ทองคำโดนกดดัน
-   ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,283 USD/toz แกว่งตัวลดลงในกรอบแคบในช่วงเช้าประมาณ 3 USD/toz  ก่อนที่จะเริ่มมีแรงซื้อดีดตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดในช่วงบ่ายที่  1,285 USD/toz โดยภาพรวมทองคำมีแรงซื้อกลับเข้าตลาดตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนหลังจากที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างรุนแรงเมื่อวานนี้ในช่วงเช้าตามเวลาประเทศไทยจากแรงขายหลังจากที่ FBI ไม่ชี้มูลนางฮิลลารีกรณีใช้อีเมลส่วนตัวทำให้มีแรงซื้อกลับเข้าในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและค่าเงินดอลลาร์ให้ปรับตัวแข็งค่า (USD index > 97.50) พร้อมกดดันค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง ในขณะที่มีแรงขายในตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำและพันธบัตร ซึ่งกดดันราคาทองคำไม่ให้ยืนเหนือ 1,300 USD/toz หลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนที่ 1,305 USD/toz  ปัจจัยหนึ่งที่น่าสังเกตุคือ SPDR ยังคงสถานะถือครองตามเดิมไม่เปลี่ยนเเปลงที่ 949.69 ตัน เเต่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าอาจมีความเคลื่อนไหวของ SPDR หลังสิ้นสุดการเลือกตั้งสหรัฐฯในวันพรุ่งนี้ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งสำหรับการซื้อขายในช่วงค่ำแนะนำให้ถือเงินสดรอผลการเลือกตั้งให้ชัดเจนก่อนดีกว่า เพราะในค่ำคืนนี้ถือว่าไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจใดจะมีความสำคัญกว่าผลการเลือกตั้งสหรัฐฯแล้ว

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   หุ้นทั่วโลกขึ้นรับฮิลลารี นั่งประธานาธิบดีสหรัฐ : ตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลกต่างปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก หลังจากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ยืนยันว่า นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตไม่มีความผิดคดีอาญา ในกรณีที่นางฮิลลารีใช้อีเมลส่วนตัวเพื่อรับและส่งข้อความในขณะที่ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศสหรัฐก่อนที่จะเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติหรือกระแสฟันโฟลว์โยกเงินจากสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น ทองคำแล้วหันไปลงทุนในตลาดหุ้นในตลาดต่าง ๆ และดอลลาร์สหรัฐเพิ่มมากนัก เพราะมั่นใจว่า นางฮิลลารีน่าจะเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง
-   ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 28 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็น 2.19% ปิดที่ระดับ1,303 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์โดยได้ปัจจัยบวกที่เข้ามากระทบได้แก่ รายงานการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างของสหรัฐฯ ปรับลดลงผิดคาดในเดือน ก.ย. + รายงานจำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกปรับเพิ่มขึ้น รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ ประจำเดือน ต.ค.ปรับเพิ่มขึ้นต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด รวมถึงดัชนีภาคบริการของ ISM ขยายตัวลดลงและต่ำกว่าคาดในเดือน ต.ค. และความกังวลผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีกำหนดการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย.นี้ เริ่มมีความไม่แน่นอนหลังคะแนนนิยมของนายทรัมป์ เริ่มตีตื้นเข้าใกล้นางฮิลลารี จากข่าว FBI เตรียมรื้อฟื้นคดีการใช้เซิร์ฟเวอร์อีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารี
-   สมาคมค้าทองคำประกาศราคาขายประจำวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 (ครั้งที่ 1) เมื่อเวลา 09.22 น.ราคาลดลง 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 21,200.00 บาท ขายออกบาทละ 21,300.00 บาท ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 20,814.68 บาท ขายออกบาทละ 21,800.00 บาท
-   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่าการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งแตะระดับ 9.42 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีที่แล้วซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1972 โดย EIA ระบุว่าการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นในปีที่แล้ว เป็นปีที่                7 ติดต่อกัน และEIA ยังระบุว่าราคาน้ำมันที่ลดต่ำลงได้ทำให้กิจกรรมการผลิตน้ำมันลดลงจากระดับ 9.63 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนเม.ย.ปีที่แล้วสู่ระดับ 8.74 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนส.ค.ปีนี้ ทั้งยังเปิดเผยว่า เท็กซัส, อ่าวเม็กซิโก และนอร์ทดาโกต้าเป็นแหล่งที่มีการผลิตน้ำมันมากที่สุดในปีที่แล้วโดยคิดเป็นสัดส่วน 77% ของการผลิตทั่วสหรัฐฯ

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ตามเวลาสหรัฐฯ)

คำแนะนำ    : “Cash is King” ถือเงินสดรอผลการเลือกตั้งชัดเจนแล้วค่อยเปิดสถานะลงทุน 1.กรณีฮิลลารีชนะการเลือกตั้งมีแนวโน้มที่ทองคำจะถูกเทขาย 2.กรณีทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเงินทุนจะไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำและพันธบัตรทำให้ทองคำมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #817 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2016, 10:09:04 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยและปรับตัวลดลงในช่วงเช้าทำจุดต่ำสุดใหม่ และเริ่มดีดกลับได้แรงในช่วง 9 โมงของไทย แต่อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งยังอยู่ในช่วงการนับคะแนน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางวันของไทย ทำให้ความผันผวนมีมากขึ้น นักลงทุนควรรอความชัดเจน หรือหากอยากเก็งกำไรแนะนำให้ซื้อขายด้วยปริมาณน้อยกว่าปกติ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 6.06 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.47% โดยปิดที่ 1,275.26 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,272.65 – 1,290.45 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,291 เหรียญ โดยช่วงเช้าราคาทองได้ลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ บริเวณ 1,269.2 เหรียญ โดยผลสำรวจต่างๆ ยังให้โอกาสที่นางคลินตันจะชนะการเลือกตั้งที่ค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตามในช่วงประมาณ 9 โมง ราคาทองเริ่มแก่วงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยทางเรายังแนะนำให้รอความชัดเจน และหากต้องการเข้าเก็งกำไรให้ลดสถานะการลงทุนน้อยกว่าปกติ เพราะความผันผวนเริ่มมีมากขึ้น

Exclusive News
•   โพลล์รอยเตอร์คาดว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นอาจลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินอาจลดลง1.0 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น 0.6%
•   ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเยนและฟรังก์สวิสในวันอังคาร ขณะที่เปโซเม็กซิโกและดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้น ขณะที่นักลงทุนคาดว่านางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับตัวลงในวันอังคาร ขณะที่ดอลลาร์และตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้นว่า นางฮิลลารีคลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตอาจจะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : เน้นหยุดรอความชัดเจน แต่ถ้าอยากเก็งกำไรให้เทรดด้วยปริมาณน้อยกว่าปกติและระมัดระวังความผันผวน

Smart Stock
Today Strategy:
คลายความกังวล
•   สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50Z16 เมื่อวานนี้ซื้อขายในแดนบวกตลอดวันตั้งแต่เปิดตลาดที่ 936.30 จุด ขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 944.90 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 944.50 จุด ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในวันเรียกว่าเป็นการปรับตัวขึ้นแบบขาเดียวตลอดวันเช่นเดียวกับทางด้าน SET index เองซึ่งเคลื่อนไหวปรับตัวบวกได้รับแรงหนุนจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ที่ซื้อสุทธิในขณะที่นักลงทุนยังคงมีมุมมองเดิมโดยขายสุทธิ -130.30 ลบ.แต่ถือว่าขายสุทธิน้อยลงในวันซึ่งสามารถพิจารณาได้สองประเด็นคือ 1.นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิจนใกล้หมดสถานะลงทุนที่คงค้างในตลาดแล้ว 2.มุมมองเริ่มเป็นบวกทำให้แรงซื้อเริ่มกลับมาทำให้ขายสุทธิลดน้อยลงในวันฯ โดยมีมูลค่าซื้อขายรวมที่ 64,904.61 ลบ.ถือว่ามากที่สุดในสี่วันทำการย้อนหลังซึ่งมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยราว 5.2 หมื่นล้านบาทเท่านั้นถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญกว่า +24.82% เป็นผลมาจากการที่นักลงทุนทั่วโลกคลายความกังวลเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐฯซึ่งจะประกาศผลในวันนี้ อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่านางฮิลลารีจะได้รับชัยชนะตามคาดส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นทั่วโลกแต่ถือว่าไม่มากเพราะตลาดค่อนข้างตอบรับข่าวไปแล้วในระดับหนึ่งเช่นเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐฯซึ่งปิดบวกประมาณ +0.4% ซึ่งถือว่าไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้นเรามองว่าภาพรวมความกังวลจะลดลงและกลับสู่ภาวะปกติซึ่งอาจไม่เป็นผล +/- ต่อตลาดเพราะยังต้องลุ้นมติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED ในช่วงเดือนธันวาคมอีกหนึ่งปัจจัยซึ่งอาจทำให้การปรับตัวขึ้นค่อนข้างจำกัดทั้งในดัชนีหุ้นไทยและดัชนีทั่วโลก

•   แนะนำ : ฝั่ง“ซื้อ”(Long Position) ยังคงได้เปรียบแต่ราคาอาจย่อตัวในวันได้

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯวันนี้
-    การประชุม OPEC วันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   ผ่านกฎหมายตั้งกองทุนหนุนฟิวเจอร์ฟันด์ : ครม.ไฟเขียวตั้งกองทุนสนับสนุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ดึงดอกผลวายุภักษ์ 1 รวม 9,000 ล้านเป็นทุนตั้งต้น ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. กองทุนเพื่อสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย สาระสำคัญเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย ที่รัฐบาลกำหนดจะมีการรับประกันผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนที่จะลงทุนในไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ กองทุนเพื่อการสนับสนุนที่ ครม.อนุมัติครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนในกรณีที่ผลตอบแทนต่ำกว่าที่มีการประกันไว้ในแต่ละปี
-   คลังเข็นจีดีพีไทยโตกว่า 4% พ้นประเทศรายได้ปานกลาง : ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผย รมว.คลัง ได้สั่งการให้ สศค. ทำแผนส่งเสริมเศรษฐกิจในระยะ 5 ปี ตั้งแต่ปี 60-64 และหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยในปีต่อๆไปขยายตัวได้มากกว่า 4% ให้ประเทศหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางเร็วขึ้นแม้ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ดี ที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 3.3% และปีหน้าจะขยายตัวได้ 3.4% แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #818 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2016, 05:49:20 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ปรับตัวขึ้นแรงแต่ยังผันผวน
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,275.20  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เริ่มมีแรงขายทำกำไรโดยราคาปรับลดลงโดยเคลื่อนไหวระหว่าง 1,269.20 – 1,337.40  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แกว่งในกรอบกว้างประมาณ 70 เหรียญ ก่อนที่ช่วงเย็นนี้จะแกว่งบริเวณ 1,300 เหรียญ โดยราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยผลการเลือกตั้งค่อนข้างพลิกโผออกมาคือนายทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี 276 ที่นั่งต่อ 218 ที่นั่ง (อ้างอิงจาก Bloomberg) ซึ่งนโยบายต่างๆ ของนายทรัมป์มีโอกาสช่วยเร่งอัตราเงินเฟ้อ และคาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะถูกชะลอลง รวมทั้งกลุ่มเจ้าหน้าที่ FED อาจจะมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้นโยบายทางการเงินมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ แต่อย่างไรก็ตามความผันผวนยังมีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้นักลงทุนอาจจะต้องระมัดระวังในการลงทุน และภาพระยะกลางหากราคาทองคำปรับตัวลดลงแล้วไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบสั้นๆ อาจจะเป็นจังหวะสะสมทองคำอีกครั้ง 

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   สำนักงานสถิติของจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของจีนเพิ่มขึ้นสู่ 2.1% ในเดือนต.ค.เมื่อเทียบกับปีก่อนซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพิ่มขึ้นเกินคาด 1.2% จากปีก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.ย. และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2011 นักวิเคราะห์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่า ดัชนี CPI อาจเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนต.ค. เทียบกับ 1.9% ในเดือนก.ย. และคาดไว้ว่าดัชนี PPI อาจเพิ่มขึ้น 0.8%
-   นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ผลการนับคะแนนล่าสุดเวลา 14.40 น.ตามเวลาไทย นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 277 คะแนน ขณะที่นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 218 คะแนน ทั้งนี้ จากการนับคะแนนไปแล้ว 45 รัฐ นางคลินตันชนะใน 18 รัฐและนายทรัมป์ชนะใน 27 รัฐ สหรัฐมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งรวมกันทั้งสิ้น 538 คะแนน และผู้ที่ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 270 คะแนนจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง
-   นายมาซัตซึกุ อาซากาวะ รมช.คลังฝ่ายกิจการระหว่างประเทศของญี่ปุ่นส่งสัญญาณถึงความพร้อมของญี่ปุ่นที่จะเข้าแทรกแซงในตลาดเงิน ขณะที่เยนแข็งค่าขึ้นอย่างมาก เนื่องจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันใกล้จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ การประชุมดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ แต่จัดขึ้นในช่วงที่เกิดเหตุการณ์สั่นคลอนตลาดการเงิน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
-   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.

คำแนะนำ    : trading ในกรอบความผันผวน โดยระยะกลางหาจังหวะสะสม long เมื่อปรับตัวลดลง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #819 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2016, 10:11:39 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดบวกเล็กน้อย แต่ในระหว่างวันแกว่งผันผวนรุนแรง โดยพยายามปรับขึ้นในแดนบวก แต่พอความกังวลเริ่มลดลงทำให้ดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น แต่อย่างไรก็ตามติดตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่คาดว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งอาจจะช่วยสนับสนุนราคาทองคำ รวมทั้งกองทุน SPDR กลับมาซื้อทองหลังจากรอความชัดเจนมานานเกือบสัปดาห์ ทำให้ฝั่ง long ดูน่าสนใจมากกว่า

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.54 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.20% โดยปิดที่ 1,277.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,269.18 – 1,337.40 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,285 เหรียญ เมื่อวานนี้ราคาทองเคลื่อนไหวในกรอบที่ค่อนข้างกว้าง โดยในช่วงแรกราคาได้ปรับตัวลดลงเนื่องจากคาดว่านางคลินตันมีโอกาสได้รับชนะการเลือกตั้ง แต่พอการนับคะแนนจริงแล้วนายทรัมป์กลับมามีคะแนนนำเกือบตลอดการนับคะแนนทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ดอลลาร์อ่อนค่าในช่วงแรก พอการนับคะแนนเสร็จเรียบร้อย หลายฝ่ายก็คลายความกังวลลงทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาบวกแรง และเป็นแรงกดดันให้สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำ แต่อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ ปลายปีนี้ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ รวมทั้งกองทุน SPDR กลับมาซื้อทองคำหลังจากรอผลการเลือกตั้งโดยซื้อทอง 5.34 ตันรวมถือ 955.03 ตัน

Exclusive News
•   สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงาน (EIA) ของสหรัฐเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4     พ.ย.เพิ่มขึ้นเกินคาด 2.4 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นลดลงน้อยกว่าคาด 1.9 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินลดลงเกินคาด 2.8 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเกินคาด 1.9% สู่ 87.1%
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆในวันพุธ และแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือนเมื่อเทียบกับเยน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือนหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
•   ราคาพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีและ 30 ปีร่วงลง และดันอัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนหลังนักลงทุนคาดว่า นายทรัมป์จะออกนโยบายปกป้องการค้าซึ่งจะทำให้ค่าแรงและเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับตัวลงเล็กน้อยในวันพุธหลังจากพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงแรก ขณะที่การแถลงสนุทรพจน์ที่ประนีประนอมของนายโดนัลด์ทรัมป์หลังชนะการเลือกตั้งได้ช่วยหนุนดอลลาร์ดีดตัวขึ้น

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading long ในกรอบการรีบาวน์ หลังปรับตัวลดลงแรงเมื่อวานนี้

Smart Stock
Today Strategy:
พลิกโผ
•   เมื่อวานนี้(10 พ.ย.)สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50Z16 และดัชนี SET index แกว่งตัวค่อนข้างผันผวนเปิดตลาดในภาคเช้าเปิดกระโดดลงที่ 933.40 จุดและลงไปทำจุดต่ำสุดในวันที่ 925.20 จุด ซึ่งเป็นกรอบราคาที่ผันผวนรุนแรงเมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดเดิมในวันก่อนหน้าราว 18 จุด เช่นเดียวกับ SET index ซึ่งปรับตัวลดลงก่อนที่จะกลับขึ้นไปยืนหนือ 1,500 จุดได้ มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นถึง 93,328.59ลบ. ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าการที่ดัชนีร่วงลงรุนแรงในภาคเช้าทั่วทั้งภูมิภาคเกิดจากความกังวลที่นายทรัมป์จะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ  ซึ่งในช่วงเปิดตลาดภูมิภาคเอเชียนายทรัมป์ก็ได้คะแนนนำตั้งแต่ต้นสวนทางกับคาดการณ์ของนักลงทุนและโพลสำนักต่างๆทำให้เกิดภาวะ Panic Sell แต่ในภาคบ่ายเมื่อผลการเลือกตั้งได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วนักลงทุนก็คลายความกังวลในระดับหนึ่งทำให้มีแรงซื้อกลับเข้ามา ฝ่ายวิจัยมองว่าความผันผวนดังกล่าวจะค่อยๆจางหายไปสำหรับตลาดโลกในระดับหนึ่ง แต่สำหรับนโยบายภายในประเทศสหรัฐฯ คาดว่ายังคงกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯอยู่เรื่อยๆในช่วงที่นโยบายยังไม่ชัดเจนและสำหรับดัชนีหุ้นไทยมองว่า Upside ค่อนข้างจำกัดขาดปัจจัยบวกและจากหลากหลายปัจจัยที่กดดันดัชนีได้แก่ 1.ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นในขณะที่เงินบาทอ่อนค่าลง  2.ต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทยและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ฯ ดังนั้นเรามองว่าหาก SET index สามารถยืนเหนือ 1,500 จุด ได้ก็มีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นแต่อาจปรับตัวได้ในกรอบจำกัดในช่วงนี้

•   แนะนำ : ฝั่ง“ซื้อ”(Long Position) ได้เปรียบในวันแต่อาจมีแรงขายทำกำไรกดดันดัชนีและการปรับขึ้นถือว่าปรับในกรอบที่จำกัด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ตัวเลขเศรษฐกิจไทย : ทุนสำรองระหว่างประเทศในวันพรุ่งนี้
-    การประชุม OPEC วันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   ปัจจัยนอกเสี่ยงเพิ่มกนง.คงดอกเบี้ย มองเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง-ห่วงปราบศูนย์เหรียญฉุดทัวร์จีน  : กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% มองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อเนื่องแม้ความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศเพิ่มขึ้นห่วงผลกระทบปราบทัวร์ศูนย์เหรียญฉุดยอดนักท่องเที่ยวจีน ด้านแบงก์กรุงศรีมองคงดอกเบี้ยยาวถึงตลอดปี 2560
-   ดัชนีชี้ความวิตกของสังคมโลก ตลาดเงิน-หุ้น-ทองคำ ผันผวนรับ “ทรัมป์” : การรายงานผลการนับคะแนนเสียงของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต และนายโดนัลด์ ทรัมป์ จาก พรรครีพับลิกันในรัฐต่าง ๆ ทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯเมื่อวานนี้ (9 พ.ย.) ดำเนินไปด้วยความเข้มข้น เพราะคะแนนของทั้งสองต่างก็ตีคู่กันมาชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอกัน
-   มั่นใจบริโภคไม่ฟุบ คลังเก็บภาษีเกินเป้า : คลังโชว์เก็บภาษีเดือนแรกปีงบประมาณ 2560 พอไปได้เกินเป้าหมาย 1.1 หมื่นล้าน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่าผลการจัดเก็บรายได้ในเดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 (เดือน ต.ค. 2559) จัดเก็บได้ 1.98 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 1.1 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 5.9% และสูงกว่าเป้าหมาย 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีผลดำเนินงานดีทำให้นำส่งรายได้สูงถึง 3.6 หมื่นล้านบาท หรือสูงกว่าประมาณการ 6,300 ล้านบาท และหน่วยงานอื่นจัดเก็บได้เพิ่มขึ้นด้วย
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #820 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2016, 05:15:41 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ผันผวนรุนแรงมาก
-   ทองคำดีดตัวรุนแรงจาก 1,269.18 USD/toz ขึ้นไปทำจุดสูงสุดเมื่อวานนี้ที่ 1,334.40 USD/toz ปรับตัวขึ้นราว 5.14 % โดยการปรับตัวขึ้นดังกล่าวใช้เวลาเพียงสี่ชั่วโมงเท่านั้นก่อนที่จะปรับตัวลดลงรุนแรงลงมาที่ 1,269.85 ใกล้เคียงกับบริเวณเดิมภายหลังจากที่นายทรัมป์ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่าตลาดและนักลงทุนไม่ได้กลัวนายทรัมป์มากเท่าที่สื่อกระแสหลักได้ให้ข้อมูลไว้ตั้งแต่ต้นซึ่งก็ผิดคาดการณ์ของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ว่าหากนายทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐจะส่งผลให้ทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมั่นคงและไม่ผันผวน ซึ่งก็มีส่วนจริงตามอารมณ์ตลาด อย่างไรก็ตามเห็นได้ว่าการขึ้นลงรุนแรงดังกล่าว +/-5% ใช้เวลารวมเพียงครึ่งวันเท่านั้น สำหรับทองคำในวันนี้มีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 1,280 USD/toz ฝ่ายวิจัยยังมองภาพรวมราคาทองคำในมุมบวกอยู่แต่สิ่งที่ต้องระวังคือความเสี่ยงที่ราคาทองคำจะผันผวนรุนแรงเท่านั้นเพราะในภาพใหญ่ของทองคำยังถือว่ายังรักษาแนวโน้มขาขึ้นระยะยาวได้ดีพอสมควรหากราคาไม่ปิดปรับตัวลงต่ำกว่า 1,260 USD/toz และ1,240 USD/toz ตามลำดับ สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ยังต้องติดตามจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐและถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC (Bullard) ซึ่งทั้งสองปัจจัยมีผลต่อราคาทองคำอย่างแน่นอน รวมทั้งบรรยากาศของผลการเลือกตั้งสหรัฐฯที่ยังพลิกโผช็อคโลกอยู่ทำให้เรามองว่าควรถือเงินสดรอให้ความผันผวนลดลงกว่านี้ก่อนแล้วค่อยเข้าถือสถานะลงทุนในทองคำ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาทองลดลงหลังดอลลาร์แข็๋งค่ารับทรัมป์ชนะเลือกตั้ง : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯปรับตัวลงเล็กน้อยในวันพุธ หลังจากพุ่งขึ้นอย่างมากในช่วงแรกขณะที่การแถลงสนุทรพจน์ที่ประนีประนอมของนายโดนัลด์ทรัมป์หลังชนะการเลือกตั้ง ได้ช่วยหนุนดอลลาร์ดีดตัวขึ้น ทั้งนี้ราคาทองส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดลดลง  1.00 ดอลลาร์ ที่ 1,273.50 ดอลลาร์/ออนซ์และราคาโลหะเงินส่งมอบเดือน ธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดตลาดบวก 0.022 ดอลลาร์ ที่ 18.378 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนที่ตลาด NYMEX ราคาแพลตตินั่มส่งมอบเดือนม.ค.ปิดลดลง 5.30 ดอลลาร์ ที่ 1,003.3 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาพาลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดพุ่งขึ้น 15.95 ดอลลาร์ ที่ 681.45 ดอลลาร์/ออนซ์
-   ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 พ.ย.) : ดาวโจนส์พุ่งหลังจากนายโดนัลด์ทรัมป์ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มธุรกิจสุขภาพ และกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างคึกคัก ด้วยความหวังที่ว่านโยบายของทรัมป์จะเอื้อประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและช่วยหนุนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
-   บอนด์ยิลด์พุ่งขึ้นหลัง"ทรัมป์"ชนะเลือกตั้ง  : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 5 ปีในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะบังคับใช้นโยบายกีดกันทาง การค้า และจะเพิ่มงบรายจ่ายทางการคลังซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปิดร่วงกว่า 1 จุด โดยมีผลตอบแทน 2.077% ส่วนราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดร่วงลงกว่า 4 จุด โดยมีผลตอบแทน 2.870%   
-   ราคาน้ำมันปิดบวกหลังทรัมป์ชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐ : ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯปรับตัวขึ้นในวันพุธตามการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นและดอลลาร์หลังจากร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้าจากการที่นายโดนัลด์ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดบวก 29 เซนต์หรือ 0.6% สู่ระดับ 45.27 ดอลลาร์/บาร์เรล 
-   ดัชนีชี้ความวิตกของสังคมโลก ตลาดเงิน-หุ้น-ทองคำ ผันผวนรับ “ทรัมป์” : การรายงานผลการนับคะแนนเสียงของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตและนายโดนัลด์ทรัมป์จากพรรครีพับลิกันในรัฐต่าง ๆ ทั้ง 50 รัฐของสหรัฐฯเมื่อวานนี้   (9 พ.ย.) ดำเนินไปด้วยความเข้มข้นเพราะคะแนนของทั้งสองต่างก็ตีคู่กันมาชนิดที่เรียกว่าหายใจรดต้นคอกัน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC (Bullard) คืนนี้
-   ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
-   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : ฝั่งซื้อ (Long Position) ได้เปรียบหากรับความเสี่ยงในภาวะผันผวนได้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #821 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2016, 09:50:50 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวลดลงอีกครั้งหลังจากโดนกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น หลังจากประธานาธิบดีคนใหม่ นายทรัมป์ มีแนวโน้มที่จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าสมัยก่อน โดยเห็นได้จากอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมทั้งการขายของ SPDR ที่ขายออกมาค่อนข้างเยอะ ทำให้ภาพรวมราคาทองเริ่มเป็นลบมากขึ้น และคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจคือ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและอัตราเงินเฟ้อจาก ม.มิชิแกน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 18.12 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -1.42% โดยปิดที่ 1,259.68 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,252.20 – 1,292.14 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,260 เหรียญ ราคาทองได้ถูกกดดันอีกครั้งหลังจากความกังวลของประธานาธิบดีคนใหม่ โดนัล ทรัมป์ จะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.0% รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และแรงขายของ SPDR ที่กลับมาขายมากวว่า 13.35 ตัน รวมถือทองคำ 941.68 ตัน รวมทั้งตัวเลขขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาดีกว่าคาดการณ์ ทำให้ทองคำถูกกดดันจากหลายปัจจัย รวมทั้งราคาทองคำทำจุดต่ำสุดใหม่ 1,252 เหรียญ ทำให้ภาพรวมทองคำเริ่มมีภาพลบมากขึ้น และคืนนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจคือ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและอัตราเงินเฟ้อจาก ม.มิชิแกนที่ต้องติดตาม

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบสหรัฐปิดตลาดร่วงลงมากกว่า 1% ในวันพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดอื่นๆฟื้นตัวจากการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไม่คาดคิด โดยตลาดน้ำมันกลับไปสนใจความวิตกเกี่ยวกับผลผลิตส่วนเกิน   และการตัดสินใจของโอเปกในเดือนนี้ที่จะลดการผลิตลงหรือไม่
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งเมื่อเทียบกับเยนในวันพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดประเมินผลกระทบของนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐที่จะมีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การคาดการณ์ที่ว่านโยบายของนายทรัมป์จะหนุนการใช้จ่ายและเงินเฟ้อนั้นได้ช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 เดือน
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลงมากกว่า 1% ในวันพฤหัสบดีหลังดอลลาร์ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งเทียบเยน และตลาดได้ทำการประเมินผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ที่จะมีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : ฝั่ง long ลุ้นรีบาวน์หลังปรับลงมาแรง แต่ถ้าหลุด 1,250 ให้ stoploss ออกไปก่อน หรือ รอ Short หากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นและไม่ผ่าน 1,270 เหรียญ

Smart Stock
Today Strategy:
ยังขาดปัจจัยใหม่ๆ
•   S50Z16 เมื่อวานนี้เปิดตลาดด้วย sentiment เชิงบวกพลักดันดัชนีให้เปิดกระโดดขึ้นเกิดช่องว่างราคา “Gap” เป็นการแสดงอารมณ์ของนักลงทุนที่สะสมค้างมาตั้งแต่คืนก่อนหน้าแต่ไม่สามารถปรับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้นได้เพราะขาดปัจจัยหนุน ทำให้การซื้อขายผันผวนในกรอบบวกลบราวๆ 6 จุด ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 950.00 จุดในภาคเช้าก่อนจะลงมาทำจุดต่ำสุดในวันที่ 944.60 จุด เช่นเดียวกับ SET index ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายถึง 77,437.05 ลบ. ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดเดือนนี้ที่ห้าหมื่นล้านบาทติดต่อกันสามวันทำการแล้วโดยมีแรงหนุนจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่เข้าซื้อสุทธิสวนทางกับนักลงทุนต่างชาติที่คงมุมมองเดิมและขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งเดือนซึ่งกดดันบรรยากาศการลงทุนในประเทศทำให้การซื้อขายในช่วงนี้มี Upside ค่อนข้างจำกัดจากหลากหลายประเด็นดังนี้       1.มุมมองต่างชาติที่ขายสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นไทยและตลาดเกิดใหม่ 2.ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าสวน 3.ความไม่มั่นคงทางการเมืองสหรัฐฯ 4.ความไม่แน่นอนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ 5.ปัจจัยภายในประเทศที่ยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาในตลาดและผลกระกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาสที่ประกาศบวกลบสลับกัน

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบราคา 940-955 จุดเนื่องจากดัชนียังคงมีความผันผวนและแกว่งออกข้างเป็นหลัก

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    เงินบาทอ่อนค่า,USD index แข็งค่าขึ้น
-    ตัวเลขเศรษฐกิจไทย : ทุนสำรองระหว่างประเทศในวันนี้
-    การประชุม OPEC วันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   อสังหาฯ ไตรมาสสามกำไรวูบเร่งโกยรายได้ทิ้งทวนสิ้นปี : ภาพรวมของผลประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 3 พบว่า ส่วนใหญ่ผลประกอบการมีกำไรสุทธิลดลง พร้อมเร่งเดินเครื่องจัดหนักดันยอดขายไตรมาส 4 หวังให้เข้าเป้าหมายมั่นใจทั้งปีเติบโตตามเป้าหมาย
-   หนี้รูดปื๊ดสูงสุดรอบ 11 ปี แบงก์จัดชั้น-ผิดนัดเพิ่ม : ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 3 ปี 59 ว่าขณะนี้สถานการณ์เอ็นพีแอลบัตรเครดิตไตรมาส 3 ได้เพิ่มขึ้นจาก 4.25% เป็น 5.10% เทียบไตรมาสแรก ปี 59 ทำให้ภาพรวมเอ็นพีแอลบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นเทียบกับปี 48 หรือสูงสุดในรอบ 11 ปี เนื่องจากลูกค้าผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น รวมทั้งที่ผ่านมา ธปท.ได้เข้มงวดให้ธนาคารพาณิชย์บางแห่งจัดชั้นลูกค้าใหม่ส่งผลให้ตัวเลขเอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น
-   บจ.ไทยระดมทุน 2.2 แสนล. สูงสุดในอาเซียน 4 ปีติดต่อ : ตลท. เผยว่าเดือน ต.ค. มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดระดมทุนมูลค่ารวม 21,385 ล้านบาทรวมตั้งแต่เดือน ม.ค.-ต.ค. มีมูลค่ารวม 222,554 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.03% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมการออกวอเรนท์และไอพีโอ ซึ่งได้สร้างความแปลกใจแก่ตลาดทุนต่างประเทศในระหว่างการเข้าร่วมประชุมสหพันธ์ตลาดหลักทรัพย์นานาชาติ ที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสูงและมีบริษัทระดมทุนต่อเนื่องสวนทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการไอพีโอ ที่เฉลี่ยปีละ 40 บริษัทมากสุดในอาเซียน 4 ปีติดต่อกัน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #822 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2016, 05:19:53 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

โดนกดดันต่อเนื่อง
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,259.52  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  มีแรงขายทำกำไรต่อเนื่องโดยราคาปรับลดลงโดยเคลื่อนไหวระหว่าง 1,250.80 – 1,265.40  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำยังคงปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่องหลังจากความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อ ที่อาจจะนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของตลาดการเงินทั่วโลก หลังจากนายทรัมป์ ได้รับตำแหน่งประธานานธิบดี รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่อง  และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ที่ยังมีโอกาสที่ค่อนช้างสูงล้วนเป็นประเด็นกดดันราคาทองทั้งสิ้น แต่ถ้าจากนโยบายของนายทรัมป์ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ประสบความสำเร็จตามที่เคยหาเสียงไว้ ความเสี่ยงนั้นอาจจะกลับมากดดันภาพรวมตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้ และมีโอกาสทำให้สินทรัพย์ปลอดภัยมีความน่าสนใจมากขึ้น

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   หุ้นจีนปิดพุ่งขึ้นมาที่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 10 เดือนในวันนี้ ขณะที่แรงซื้อหุ้นกลุ่มวัสดุ และกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานช่วยหนุนความเชื่อมั่นทั้งตลาด แม้หยวนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม หยวนอ่อนค่าลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันนี้ และเทรดเดอร์เตรียมตัวรับการอ่อนค่าลงอีกท่ามกลางความไม่แน่ใจมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องทางการค้ากับจีนภายใต้การบริหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่
-   นักลงทุนกำลังเริ่มปรับตัวรับโอกาสเล็กน้อยที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 โดยการคาดการณ์ดังกล่าวถูกตอกย้ำด้วยตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมากเมื่อวานนี้
-   ราคาทองในตลาดสปอตปรับตัวลงเช้านี้หลังจากที่ทรงตัวในช่วงแรกและราคาร่วงลงเกือบ 1.5% เมื่อวานนี้ ขณะที่ตลาดพิจารณาแนวโน้มเศรษฐกิจและจังหวะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ หลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
-   ชาวสหรัฐได้ออกมาเดินขบวนตามถนนสายต่างๆทั่วประเทศเป็นวันที่ 2 เมื่อวานนี้เพื่อประท้วงการชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของนายโดนัลด์ ทรัมป์ โดยแสดงความวิตกว่า ชัยชนะทางการเมืองของนายทรัมป์ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการอสังหาริมทรัพย์ผู้นี้ จะส่งผลกระทบต่อสิทธิพลเมือง
-   ผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สู่ระดับสูงสุดในรอบ 15 เดือนในเดือนพ.ย. ขณะที่ความเชื่อมั่นในภาคบริการดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีครึ่งในเดือนก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจมีการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
-   สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เปิดเผยว่า ภาวะน้ำมันล้นตลาดอาจจะดำเนินต่อไปเป็นปีที่ 3 ในปีหน้า ถ้าไม่มีการปรับลดการผลิตน้ำมันจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ขณะที่การผลิตที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มผู้ส่งออกทั่วโลกอาจจะนำไปสู่การผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
-   นายทาเคฮิโกะ นากาโอะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวในวันนี้ว่า เอเชียควรจะเรียกร้องให้สหรัฐมีส่วนร่วมอย่างมากในเศรษฐกิจของเอเชียต่อไปภายใต้การบริหารประเทศของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
-   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม
-   ความต่อเนื่องของแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยง

คำแนะนำ    : trading long เพื่อลุ้นการรีบาวน์หากราคาไม่หลุด 1,250 เหรียญ แต่ถ้าหลุดจุดต่ำสุดเดิม 1,240 เหรียญ แนะนำให้ follow short
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #823 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2016, 10:19:48 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงแรงกว่า 34.10 ดอลลาร์ โดยปิดที่ 1,225.58 โดยราคาได้ปรับตัวต่ำกว่าจุดต่ำสุดเดิม บริเวณ 1,240 เหรียญ ทำให้มีแรงขายออกมาอีกครั้ง และราคาไปทำจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 1,213 เหรียญ ในเช้านี้ โดยราคาทองคำโดนกดดันจากความกังวลถึงอัตราเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งแรงขายทำกำไรจากกองทุน SPDR ทำให้ราคาทองมีแนวโน้มที่แย่ลง แต่ระยะสั้นอาจจะลุ้นการดีดกลับสั้นๆ หลังจากปรับตัวลดลงมาต่อเนื่องในสัปดาห์ก่อน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 34.10 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -2.71% โดยปิดที่ 1,225.58 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวันศุกร์เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,219.40 – 1,265.40 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,219 เหรียญ ราคาทองคำโดนกดดันต่อเนื่องหลังจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและทำจุดสูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยปัจจัยหลักยังคงเป็นความกังวลถึงอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในอนาคต หลังจากนายทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี รวมทั้งมีตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อ โดย ม.มิชิแกนปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเป็น 2.7% และกองทุน SPDR ยังปรับลดการถือครองทองคำลงอีก 7.12 ตัน ทำให้ถือครองเหลือ 934.56 ตัน ทำให้ภาพรวมราคาทองคำโดนกดดันต่อเนื่องและทำจุดต่ำสุดใหม่ ในรอบกว่า 5 เดือนหลังจาก ราคาทองคำเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,240 เหรียญ

Exclusive News
•   กลุ่มโอเปกระบุในวันศุกร์ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกพุ่งขึ้นสู่ 33.64 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนต.ค. โดยปรับขึ้น 240,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือนก.ย. กลุ่มโอเปกวางแผนจะจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน แต่นักลงทุนไม่แน่ใจว่า กลุ่มโอเปกจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.หรือไม่ และกังวลว่าข้อตกลงดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่
•   ดอลลาร์แข็งค่าสู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนเมื่อเทียบกับตะกร้าเงินสำคัญในวันศุกร์ และปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมามากที่สุดในรอบ 1 ปี ขณะที่นักลงทุนคาดว่า รัฐบาลของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ
•   นักลงทุนคาดว่า ข้อเสนอของนายทรัมป์ที่จะส่งกลับผู้อพยพผิดกฏหมาย, การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีใหม่และการออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลังครั้งใหญ่จะหนุนอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ        ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับหยวนและเปโซสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากการคาดการณ์ที่ว่า บรรดาตลาดเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด หากนายทรัมป์ดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าตามที่หาเสียงไว้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)
•   นโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่

•   Strategy : ทยอยปิดทำกำไรฝั่ง Short แล้วเปลี่ยนมา trading ในกรอบ 1,210 – 1,240 เหรียญ

Smart Stock
Today Strategy:
ยังไม่สดใส
•   S50Z16 เมื่อวันศุกร์สิ้นสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวเคลื่อนไหวลดลงค่อนข้างรุนแรงตั้งแต่เปิดตลาดในภาคเช้าเปิดกระโดดลงมาที่ 940.50 จุด ก่อนปรับตัวลดลงต่อเนื่องตลอดวันปิดปรับลดลงกว่า 12 จุดถือเป็นทิศทางขาลงช่วงสั้นค่อนข้างชัดเจนเช่นเดียวกับดัชนี SET ซึ่งไม่สามารถยืนเหนือ 1,500 จุดได้ลงมาปิดตลาดที่ 1,494.53 จุดนักลงทุนต่างชาติยังคงมุมมองขายสุทธิต่อเนื่อง ด้านตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวบวก/ลบสลับกัน  ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยบวกและภาพรวมการลงทุนทั่วโลกค่อนข้างไม่สดใสจากหลากหลายปัจจัยได้แก่ 1.ทองคำและน้ำมันปรับตัวค่อนข้างรุนแรงโดยทองคำมีแรงขายลงมาที่บริเวณ 1,215 USD/toz น้ำมันปรับตัวลงต่ำกว่า 43.50 USD/bbl 2.เงินบาทอ่อนค่ารุนแรงถึง 35.39บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ 3.ความกังวลปัญหาทางการเมืองและเศรษฐกิจหลังนายทรัมป์ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดสหรัฐฯ ซึ่งหลากหลายปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังเคลื่อนไหวไร้ทิศทางปรับตัวขึ้นลงผันผวนตามปัจจัยที่เข้ามากระทบในช่วงสั้นเรื่อยๆ มีกรอบการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจำกัดมองว่า Upside ยังไม่มากซึ่งฝั่งซื้อ(Long Position)จะได้เปรียบอีกครั้งหลังดัชนี SET สามารถยืนเหนือ 1,500 จุดได้อย่างมั่นคง

•   แนะนำ : ฝั่งขายยังได้เปรียบซื้อขายในกรอบราคา 925-940 จุด, ยังไร้ปัจจัยบวก

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   เงินบาทต่อดอลลาร์อ่อนค่ารุนแรง
-   USD index แข็งค่าขึ้น, ทองคำและน้ำมันดิบปรับลดลงรุนแรง
-    การประชุม OPEC วันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   เอ็นพีแอลสินเชื่อบุคคลเดือน ก.ย. วูบ 31% : Non-Bank ฉุดยอดเอ็นพีแอลรวมทั้งระบบเดือน ก.ย ลดลงถึง 31% ทำให้หนี้เสียบัตรเครดิตยังขยับต่อด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานว่าสิ้นเดือน ก.ย. หรือไตรมาส 3 ที่ผ่านมาสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งของธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงินมียอดสินเชื่อคงค้างรวม 3.33 แสนล้านบาท เทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 1.17 หมื่นล้านบาท หรือ 3.65% เป็นสินเชื่อของ Non-Bank 1.77 แสนล้านบาทและของธนาคารอีก 1.57 แสนล้านบาทและทั้งระบบมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวม 1.15 หมื่นล้านบาทลดลง 5,198 ล้านบาทหรือ 31.06% ส่วนใหญ่ลดลงจากสินเชื่อของ Non-Bank
-   หนี้เสียภาคธุรกิจส่อเพิ่มถึงต้นปี’60 : สภาองค์กรนายจ้างแนะจับตาหนี้เสียเอสเอ็มอีหลังแบงก์ชาติชี้เอ็นพีแอลแบงก์พุ่งสูงสุดรอบ 5 ปี โดยนายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทยเปิดเผยว่ามีแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในภาคธุรกิจยังคงขยายตัวต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2560 โดยเฉพาะจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเนื่องจากขณะนี้เริ่มขาดสภาพคล่องเพราะยอดขายทั้งการส่งออกที่ปี 2559 ภาพรวมติดลบหรืออาจโต 0% ประกอบกับกำลังซื้อภายในประเทศทิศทางยังคงไม่ขยายตัวจากหลายปัจจัยโดยเฉพาะปัจจัยจากราคาข้าวที่ตกต่ำซึ่งจะกระทบเป็นห่วงโซ่ต่อเนื่องไปยังภาคการผลิตอื่นๆ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #824 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2016, 05:14:00 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เคลื่อนไหวด้านล่าง
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,227.51  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  แกว่งผันผวนโดย เคลื่อนไหวแดนลบเป็นส่วนใหญ่ในช่วงเช้า โดยเคลื่อนไหวระหว่าง 1,212.26 – 1,231.16  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองยังถูกกดดันต่อเนื่องหลังจากค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่องเข้าใกล้บริเวณ 100 จุด โดยความกังวลถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างชัดเจนว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า แต่สิ่งสำคัญที่ต้องติดตามคือความเร่งในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับขึ้นเร็วกว่าเดิมหรือไม่ เนื่องจากต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อในอนาคตที่เป็นปัจจัยที่จะช่วยผลักดันให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นได้ และในสัปดาห์นี้ติดตามถ้อยคำปราศัยของประธานเฟดนางเจนเนต เยลเลน และประธานเฟดสาขาย่อย หากมีการพูดถึงเชิงบวกต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็อาจจะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองได้ต่อเนื่อง

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 2.2 % เมื่อเทียบเป็นตัวเลขเต็มปีในไตรมาส 3 หลังจากเติบโต 0.7 % ในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย. และสูงกว่าอัตรา 0.9 % ที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโต 3 ไตรมาสติดต่อกัน
-   นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังขยายตัวต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ 2% ของบีโอเจ แต่ความเสี่ยงอยู่ในช่วงขาลง เนื่องจากความไม่แน่ใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจในต่างประเทศ "บีโอเจจะผ่อนคลายนโยบายการเงิน และจะปรับเปลี่ยนนโยบายตามความเหมาะสม โดยจะพิจารณาสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ, ราคา และการเงินเพื่อรักษาแรงขยายตัวต่อเนื่องเพือให้บรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2%" นายคุโรดะกล่าว บีโอเจได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายนโยบายสู่อัตราดอกเบี้ย จากอัตราการพิมพ์ธนบัตรในเดือนก.ย. หลังจากที่โครงการซื้อสินทรัพย์จำนวนมหาศาลมานานหลายปีไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจออกจากภาวะชะงักงันได้
-   หุ้นจีนปิดพุ่งขึ้นมาที่ระดับสูงสุดใหม่ในรอบ 10 เดือนในวันนี้ ขณะที่มีสัญญาณเพิ่มเติมที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของจีนกำลังทรงตัว แต่การปรับตัวขึ้นอีกมีแนวโน้มมืดมน
-   สำนักงานการค้าของประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐระงับความพยายามในการผ่านข้อตกลงการค้าเสรีเอเชีย ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์จะเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ โดยสำนักงานการค้าของปธน.โอบามาระบุว่า ผู้นำสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสจะเป็นผู้ตัดสินใจในการโหวตเรื่อง ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)
-   ราคาน้ำมันดิบร่วงลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันในช่วงเช้านี้ที่ตลาดเอเชียจากความวิตกเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีการผลิตน้ำมันดิบมากเป็นประวัติการณ์ในเดือนที่แล้ว และจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
-   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม
-   ความต่อเนื่องของแรงซื้อในสินทรัพย์เสี่ยง

คำแนะนำ    : ทยอยปิด short และเปลี่ยนมา trading ในกรอบด้านล่าง โดยเน้นฝั่ง short เมื่อปรับตัวขึ้น
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 53 54 [55] 56 57   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!