TARADTHONG.COM
สิงหาคม 23, 2019, 03:35:44 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 54 55 [56] 57   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1741375 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #825 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2016, 10:04:56 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดลบเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยราคาได้ลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 5 เดือน โดยทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,211.08 เหรียญ โดยปัจจัยหลักๆ ที่กดดันราคาทองคือ ความกังวลถึงอัตราเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการขายของ SPDR ที่ขายเข้ามาต่อเนื่อง วันนี้ติดตามค่าเงินดอลลาร์มีโอกาสพักตัวหลังจากขึ้นชน 100 จุด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งหากออกมาแย่กว่าคาดการณ์ ก็จะทำให้ราคาทองรีบาวน์ได้ต่อ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 5.72 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.47% โดยปิดที่ 1,219.86 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,211.08 – 1,231.16 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,228 เหรียญ ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 และลงไปทำจุดต่ำสุดที่บริเวณ 1,211.08 เหรียญ โดยปัจจัยที่กดดันยังคงเป็นความกังวลจากอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะมีการปรับตัวสูงขึ้น และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้า รวมถึงการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่นักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญหากมีการเร่งตัวปรับขึ้นมากกว่าปีนี้ โดยจะเห็นได้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะ 2.3% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในช่วงปลายปีที่แล้ว รวมทั้ง SPDR ขายทองคำต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยกดดันราคาทองคำ แต่อย่างไรก็ตามราคาเริ่มมีการดีดกลับได้เล็กน้อยในเช้านี้ โดยคืนนี้ติดตามตัวเลขค้าปลีกสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ที่อาจจะมีการพักตัวและอาจช่วยหนุนราคาทองในช่วงสั้น

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดขยับลงในวันจันทร์หลังจากร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบ 3 เดือนในระหว่างวัน โดยราคาน้ำมันดิบดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดของวัน  สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กาตาร์, แอลจีเรียและเวเนซุเอลาเป็นผู้นำในการผลักดันให้มีการคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสมาชิกรายใหญ่ในโอเปก ก่อนที่กลุ่มโอเปกจะจัดการประชุมที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ในขณะที่ซาอุดิอาระเบีย, อิหร่าน และอิรักยังคงตกลงกันไม่ได้ในเรื่องวิธีการแบ่งปันภาระในการปรับลดการผลิตน้ำมัน 
•   ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 11 เดือนในวันจันทร์ โดยพุ่งขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ในขณะที่เทรดเดอร์คาดการณ์ว่า นโยบายการคลังและนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์จะส่งผลให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ
•   หยวนดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ นับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดตลาดต่างประเทศสำหรับหยวนในปี 2010 โดยหยวนได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า นายทรัมป์อาจจะออกข้อจำกัดที่เข้มงวดยิ่งขึ้นต่อสินค้านำเข้าจากจีน

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบเพื่อนลุ้นการรีบาวน์สั้นๆ หรือ รอ Short เมื่อราคาปรับตัวขึ้นแรง

Smart Stock
Today Strategy:
โดนขายต่อเนื่อง
•   เมื่อวานนี้ S50Z16 ซื้อขายในแดนลบตลอดวันเปิด Gap กระโดดลงราว 8 จุดรวมปรับลดลงกว่า -21.90 จุดลงมาปิดที่  911.30 จุด เช่นเดียวกับดัชนี SET หลักซึ่งปรับตัวลดลงต่อเนื่องมีปริมาณการซื้อขาย 58,165.61 ลบ.ถือว่าหนาแน่นในระดับหนึ่งถูกแรงกดดันจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันเป็นหลักที่ขายสุทธิรวมทั้งสองกลุ่มประมาณ 6,000 ลบ.โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าเป็นผลจากความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่อภาพรวมความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯหลังจากที่นายทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องทำให้นักลงทุนเข้าซื้อค่าเงินดอลลาร์ทำให้ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรงที่ USD index 100.11กดดันทั้งค่าเงินบาทและค่าเงินประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชีย ด้านดัชนีหุ้นไทยแม้งบบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หลายบริษัทประกาศดีกว่าคาดการณ์แต่ก็ไม่สามารถพยุงตลาดให้ยืนในแดนบวกได้หุ้นขนาดใหญ่ถูกแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติกดดันดัชนีซึ่งต่างชาติคงมุมมองขายสุทธิทิ้งหุ้นไทย, พันธบัตรไทยและขายเงินบาทเพื่อนำเงินทุนไหลกลับเข้าสู่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ

•   แนะนำ : ยังไร้ปัจจัยบวกฝั่งขาย Short Positions ยังได้เปรียบแต่ให้ระวังแรงซื้อที่กลับเข้ามาหลัง Panic Sell (Rebound)

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรงที่ USD index 100.11
-   การประชุม OPEC วันที่ 30 พ.ย. 

ข่าวในประเทศ
-   คาดปีหน้าเริ่มให้กู้ Peer to Peer ธปท.ส่งเกณฑ์ให้คลังเคาะเน้นผู้บริโภคมีทางเลือก : ธปท.เล็งเสนอแนวทางกำกับฟินเทคต่อกระทรวงการคลังภายในปีนี้ ชี้ปีหน้าเปิดบริการให้กู้พีทูพี นายวิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งรปะทเศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาสมาคมนักวางแผนการเงินไทย หัวข้อ “Regulatory Sand : Perspective form the BOT” ว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทั้งที่เป็นสถาบันการเงินและบริษัทผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่มิใช่สถาบันการเงิน ให้ความสนใจเข้ามาสอบถามการเข้ามาทดลองให้บิรการทางการเงินที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในพื้นที่ของ ธปท. หรือเรกูเลเตอรี่ แซนด์บ๊อก์ (Regulatoryu Sandbo) จำนวนมาก
-   ต่างชาติปรับพอร์ตกดดัชนีดิ่งอีก 25 จุด เปิดโพย 3 โบรกฯนอกทิ้งขนเงินกลับ : ต่างชาติปรับพอร์ตหลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะ หวังเฟดขึ้นดอกเบี้ยเงินไหลออกเอเชียกดหุ้นดิ่ง 25.30 จุด เปิดโผ 3 โบรกฯ นอกขายแล้ว 8,400 ล้านภายหลังจากนายโดนัลด์ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ และกำลังจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ส่งผลให้ตลาดทุนทั่วโลกปั่นป่วน รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่ลดลงต่อเนื่องโดยนักลงทุนกังวลเรื่องเงินทุนจะไหลกลับไปสหรัฐ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #826 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2016, 05:13:12 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ซื้อขายในกรอบ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในภาคเช้าที่ตลาดในภูมิภาคเอเชียบริเวณ 1,225 USD/toz โดยแกว่งตัวออกข้างนิ่งๆไม่ผันผวนเท่าใดและพยายามสร้างกรอบใหม่บริเวณ 1,211-1,230 USD/toz กว้างประมาณ 20 ดอลลาร์หลังจากที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงรุนแรงต่ำสุดในรอบห้าเดือนที่ระดับราคา 1,211 USD/toz  ปรับตัวลดลงประมาณ 13.46% โดยเมื่อคืนนี้ SPDR ขายทองคำออกสุทธิ -5.63 ตันทำให้ปัจจุบันถือครองทองคำสุทธิที่ 928.93 ตันถือว่าขายออกมากพอสมควร ซึ่งในช่วงนี้ถือว่ายังไม่มีปัจจัยบวกต่อราคาทองคำเท่าใดนักและภาพรวมบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกไม่สดใสเท่าใดโดยเฉพาะปัจจัยที่กดดันราคาทองคำได้แก่ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่ารุนเเรงขึ้นไปเเตะ 100 จุด ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 11 เดือนซึ่งเป็นผลมาจากคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในช่วงเดือนธันวาคมและแนวนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ รวมทั้งราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากความไม่เชื่อมั่นการปรับลดอุปทานของโอเปกกดดันให้ราคาน้ำมันดิบลงมาซื้อขายบริเวณ 44 USD/bbl สำหรับค่ำคืนนี้ให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯได้แก่ ยอดค้าปลีก, ดัชนีราคานำเข้า, ดัชนีภาคการผลิต Empire State, ดัชนีสินค้าคงคลัง ฯ 

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บอนด์ยิลด์พุ่งทำสถิติสูงสุดของปีนี้ : ตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเผชิญกับแรงเทขายอีกครั้งในวันจันทร์หลังจากที่ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯดิ่งลงมากที่สุดในรอบกว่า 7 ปีในสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากความวิตกมากขึ้นที่ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น ภายใต้นโยบายต่างๆของนายโดนัลด์ทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีพุ่งสูงสุดที่ 3.067% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนธ.ค. และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ10 ปีพุ่งสู่ระดับ 2.302% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือนธ.ค.เช่นกัน
-   ทองดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบห้าเดือนครึ่ง : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯร่วงลง 5 .72 ดอลลาร์สู่ 1,219.86 ดอลลาร์ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ โดยร่วงลงเป็นวันที่สามติดต่อกัน และลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบห้าเดือนครึ่งที่ 1,211.08 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่านายโดนัลด์ทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะปรับเพิ่มงบใช้จ่ายของรัฐบาลสหรัฐทั้งนี้ราคาทองส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดลดลง 2.60 ดอลลาร์ ที่ 1,221.70 ดอลลาร์/ออนซ์และราคาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดตลาดลดลง 0.489 ดอลลาร์ที่ 16.893 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนที  ่ตลาด NYMEX ราคาพลาตินั่มส่งมอบเดือนม.ค.ปิดลดลง 9.60 ดอลลาร์ ที่ 933.60 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดพุ่งขึ้น 13.00 ดอลลาร์ ที่ 697.70 ดอลลาร์/ออนซ์
-   น้ำมันดิบปรับตัวลดลง : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดขยับลงในวันจันทร์หลังจากร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดรอบสามเดือนในระหว่างวันโดยราคาน้ำมันดิบดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดของวันในขณะที่มีรายงานข่าวระบุว่าสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) มีความพยายามคลี่คลายความขัดแย้งในเรื่องการทำข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันก่อนที่กลุ่มโอเปกจะจัดประชุมในวันที่ 30 พ.ย. ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ร่วงลง 9 เซนต์หรือรา 0.2 % ลงมาปิดตลาดที่ 43.32 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index ทะลุ 100 จุด
-   ราคาน้ำมัน WTI(NYMEX) ปรับลดต่ำกว่า 44 USD/bbl
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : ซื้อขายในกรอบฝั่งขาย Short Position ได้เปรียบ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #827 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2016, 09:42:56 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำเริ่มกลับมาปิดบวกวันแรก หลังจากเมื่อวานนี้ราคาไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ ทั้งทีค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อเนื่อง รวมทั้ง SPDR ขายทองคำ

ต่ออีกเล็กน้อย ทำให้วันนี้คาดหวังว่าทองคำมีโอกาสดีดกลับได้ โดยต้องติดตามตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิตที่อาจจะทำให้ทองคำแกว่งตัวในกรอบกว้างขึ้น แต่ภาพระยะกลางฝั่ง short

ยังคงได้เปรียบ ทำให้การซื้อขายหากลุ้นการดีดกลับเป็นการเล่นสั้นๆ แต่ภาพระยะกลางควรรอ short เมื่อราคาปรับขึ้นแรง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.12 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น 0.67% โดยปิดที่ 1,227.98 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคา

เมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,218.96 – 1,231.43 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,229 เหรียญ ในเมื่อวานนี้ค่าเงินดอลาร์ยัง

แข็งค่าต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากยอดค้าปลีกในเมื่อวานนี้ที่ประกาศออกมาดีกว่าคาดการณ์และดีกว่าเดือนก่อน รวมทั้ง SPDR ยังขายทองคำต่ออีก 1.48 ตัน ทำให้

ยอดถือรวมเหลือ 927.45 ตัน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ แต่ราคาทองคำเริ่มดีดกลับได้เล็กน้อย โดยไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ในเมื่อวานนี้ แสดงถึงแรงซื้อที่เริ่มกลับมาใน

ฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยหลังจากราคาปรับลดลงแรง โดยคืนนี้ต้องติดตามดัชนีราคาผู้ผลิต ที่มีโอกาสทำให้ราคาทองคำแกว่งผันผวนมากขึ้นได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 5.8 % ในวันอังคาร ซึ่งถือเป็นการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 7 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากการคาด

การณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะตกลงกันในช่วงปลายเดือนนี้ในการบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดโลก
•   ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 11 เดือนโดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐที่พุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนต.ค.

โดยตัวเลขดังกล่าวช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 10 เดือน และช่วยหนุนแนวโน้มในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยใน เดือน ธ.ค.
•   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 2 ปีพุ่งขึ้นสู่ 1.029 %ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.
•   นายทรัมป์เคยประกาศว่าจะหนุนรายจ่ายภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นภาวะเงินเฟ้อ และปัจจัยนี้จะส่งผลลบต่อราคาทอง อย่างไรก็ดี นักลงทุนกำลังรอดูราย

ละเอียดในนโยบายของนายทรัมป์ในช่วงนี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบการรีบาวน์ หรือ รอ short เมื่อราคาปรับขึ้นไปทดสอบ 1,250 เหรียญ แล้วไม่สามารถผ่านได้

Smart Stock
Today Strategy:
เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง
•   S50Z16 เมื่อวานนี้ซื้อขายในกรอบราคา 908.00-920.30 จุดเคลื่อนไหวขึ้นลงในกรอบ 12.30 จุดภาพรวมราคาถือว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นใน

วันสั้นๆคาดว่าเป็นแรงซื้อที่กลับเข้ามาหลัง Panic Sell ในช่วงสองวันทำการก่อนหน้า ก่อนที่ S50Z16 จะย่อตัวลงมาปิดตลาดที่ 917 จุด บวก +5.6 จุด

เช่นเดียวกับดัชนี SET หลักซึ่งเคลื่อนไหวไปในรูปแบบเดียวกันปิดตลาดที่ 1,476.46 จุดซึ่งแม้มีแรงซื้อกลับเข้ามาจากนักลงทุนรายย่อยกว่า 3,682.10 ล้าน

บาทก็ยังไม่สามารถดันดัชนีขึ้นไปปิดแหนือ 1,500 จุดได้เนื่องจากยังโดนแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ, นักลงทุนสถาบันและบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ที่มีมุมมองเดียวกัน

ขายสุทธิรวมกัน 3,682.10 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยมีมุมมองว่าภาพรวมการลงทุนในสินทรัพย์ลงทุนทุกประเภทยังไม่สดใสมากนักมีความผันผวนและเคลื่อนไหวไร้ทิศทางรวมทั้ง

ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ลงทุนประเภทต่างๆที่มีทิศทางที่เปลี่ยนไปไม่สามารถคาดการณ์ได้เหมือนก่อนหน้าที่สหรัฐจะมีมาตรการQE ซึ่งส่งผลกระทบให้อุปสงค์-อุปทาน

ของสินทรัพย์ลงทุนถูกบิดเบือนทำให้ดุลยภาพของตลาดเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่า S50Z16 และ SET ยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางในลักษณะซึมตัวลง

ขาดปัจจัยบวกและมีปัจจัยลบหลายประการได้แก่ 1.ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรง 2.Fund Flow ทั้งจากตลาดเงิน, ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร

3.การเมืองสหรัฐฯที่ยังไม่มีความชัดเจน

•   แนะนำ : ฝั่งขาย Short Positions ยังได้เปรียบ, Upside จำกัด Downside Risk ค่อนข้างกว้าง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   บาทอ่อนค่า, ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรงที่ USD index 100.11 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย. 

ข่าวในประเทศ
-   เบิกจ่ายงบลงทุนเดือนตุลาคมทะลุเป้า : คลังเร่งเบิกจ่ายงบเดือน ต.ค. ได้ 4.64 แสนล้าน บาทจ่ายงบลงทุนเกินเป้า 6.22%  อธิบดีกรมบัญชีกลาง

เปิดเผยว่ากรมบัญชีกลางมีเงินรับเข้าเงินคงคลังผ่านระบบ GFMIS ในช่วงเดือนแรกของปีงบประมาณตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค. 2559 มีเงินสดรับ 2.03 แสน

ล้านบาทส่วนใหญ่มาจากการนำส่งรายได้ภาษีของกรมสรรพากรได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 3.41 หมื่นล้านบาท, ภาษีเงินได้นิติบุคคล 2.26 หมื่นล้านบาทและภาษีเงินได้

บุคคลธรรมดา 2.02 หมื่นล้านบาท
-   กำลังซื้อยังซึมหลังผ่านไป 1 เดือน เชื่อพ้นไว้ทุกข์ 100 วัน ภาพรวมจะฟื้นกลับสู่ปกติ  : ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า

อุปโภคบริโภคเครือสหพัฒน์เผยว่าถึงจะผ่านกำหนดช่วงไว้ทุกข์ 30 วันไปเมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมาแต่แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคมองว่ายังไม่ฟื้นประชาชนยังอยู่ในภาวะ

โศกเศร้า โดยเฉพาะการกินข้าวนอกบ้านและดูหนังชะลอตัวชัดเจน
-   ดัชนี MSCI เพิ่มน้ำหนักหุ้นไทย 0.07% :  MSCI เพิ่มน้ำหนัก SCB ดึง BJC-KCE เข้าคำนวณ ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวเล็ก

น้อยปิดตลาดที่ 1,476.46 จุด เพิ่มขึ้น 7.23 จุด มูลค่าการซื้อขาย 64,491.90 ล้านบาท ต่างชาติขายอีก 2,660 ล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #828 เมื่อ: พฤศจิกายน 16, 2016, 05:04:13 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 16 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มแกว่งแคบ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,224.83  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,224.83 – 1,233.07  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองคำวันนี้แกว่งตัวในกรอบออกข้างประมาณ 10 เหรียญ หลังจากราคาเริ่มดีดกลับได้ในเมื่อวานนี้  แต่อย่างไรก็ตามค่าเงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันให้ราคาทองมีโอกาสดีดกลับได้ไม่ไกล และประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ การแถลงต่อสภาของประธานเฟด นางเจนเนต เยลเลน ในคืนพรุ่งนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีเสร็จสิ้น โดยสิ่งที่ต้องติดตามคือแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะมีแนวโน้มปรับตัวเร็วขึ้นหรือไม่ โดยคาดว่าปัจจัยนี้จะสร้างความผันผวนให้กับราคาทองได้ในสัปดาห์นี้  โดยวันนี้ต้องติดตามตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต และตัวเลขภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจจะช่วยให้ราคาทองแกว่งตัวในกรอบกว้างขึ้นในคืนนี้

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บริษัทมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า ความวิตกต่อภาวะการค้าที่ย่ำแย่, ความเสี่ยงทางการเมือง และนโยบายการเงินทำให้แนวโน้มสินเชื่อทั่วโลกในปีหน้ามืดมน มูดี้ส์คาดว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะมีเสถียรภาพที่ 3% ในปีหน้า เทียบกับที่คาดไว้ที่ 2.6% ในปีนี้ ขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง
-   นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะให้การต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสในวันพรุ่งนี้เพื่อแถลงแนวโน้มเศรษฐกิจ การให้การดังกล่าวจะเป็นการแสดงความเห็นที่แท้จริงครั้งแรกของนางเยลเลนหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ  และอาจจะบ่งชี้ว่า พรรครีพับลิกันอาจจะพยายามที่จะปฏิรูปอำนาจของเฟดอย่างหนักเพียงใด และอย่างรวดเร็วเพียงใด
-   นายแดเนียล ทารุลโล ผู้ว่าการคนหนึ่งของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า การเลือกนายโดนัลด์ ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอาจจะดันอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น และทำให้ตลาดการเงินตึงตัวขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟดจะต้องจับตา ขณะที่เฟดกำลังจะตัดสินใจว่าจะคุมเข้มนโยบายการเงินเร็วเพียงใด เขากล่าวว่า เฟดจะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางเพียงเพราะการคาดการณ์ที่ว่า ฝ่ายบริหารของนายทรัมป์จะเพิ่มโครงการงบรายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ซึ่งจะทำให้ยอดขาดดุลเพิ่มขึ้น และอาจจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นด้วย
-   สำนักงานสถิติของอียูรายงานในวันอังคารว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของยูโรโซนขยายตัว 0.3 % ในไตรมาส 3 หลังจากเติบโต 0.3 % ในไตรมาส 2 โดยตัวเลขไตรมาส 3 นี้เท่ากับตัวเลขประเมินขั้นต้นที่ออกมาก่อนหน้านี้

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index ทะลุ 100 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม
-   ถ้อยคำแถลงของนางเจนเนต เยลเลน

คำแนะนำ    : trading ในกรอบแคบ หรือ รอ short เมื่อราคาปรับตัวขึ้นแรง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #829 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2016, 10:13:52 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำปิดลบเพียงเล็กน้อยถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและไปทดสอบจุดสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปี โดยค่าเงินดอลลาร์โดนกดดันในช่วงท้ายตลาดหลังตัวเลขภาคผู้ผลิตออกมาอ่อนแอกว่าคาดการ์ ทำให้ดูเหมือนราคาทองพยายามสร้างฐานราคาด้านล่างโดยแกว่งในกรอบแคบๆ วันนี้ต้องติดตามการแถลงการณ์ของเฟดต่อรัฐสภา โดยประเด็นที่ต้องติดตามคืออัตราเร่งของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะเร่งตัวขึ้นหรือไม่ ที่อาจจะสร้างความผันผวนให้ทองคืนนี้ได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 3.08 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.25% โดยปิดที่ 1,224.90 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,221.20 – 1,233.07 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,227 เหรียญ ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 14 ปี โดยราคาทองยังสามารถแกว่งในกรอบด้านล่างได้ โดยเมื่อวานมีตัวเลขภาคผู้ผลิตที่ออกมาอ่อนแอกว่าคาดและอ่อนแอกว่าเดือนก่อนที่ช่วยลดช่วงบวกเงินดอลลาร์และช่วยหนุนราคาทองในช่วงท้ายตลาด แต่อย่างไรก็ตามราคายังถือว่าแกว่งในกรอบที่แคบลงต่อเนื่อง โดยต้องติดตามการแถลงนโยบายของเฟดต่อรัฐสภาในวันนี้ ที่ต้องจับตาประเด็นว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะมีการเร่งตัวขึ้นหรือไม่ ซึ่งคาดว่ามีโอกาสทำให้ราคาทองแกว่งผันผวนมากกว่าเดิมได้และมีโอกาส breakout กรอบเดิมที่แกว่งในสัปดาห์นี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวนในวันพุธ ในขณะที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่พุ่งขึ้นสูงเกินคาด และไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักกับข่าวที่ว่า รัสเซียอาจจะประชุมกับซาอุดิอาระเบียเรื่องข้อตกลงตรึงปริมาณการผลิตน้ำมัน
•   นักลงทุนคาดว่า มีโอกาส 91 % ที่เฟดจะปรับขึ้นเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยสู่ 0.50-0.75 % ในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.
•   ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปีในวันพุธ ถึงแม้นักวิเคราะห์กล่าวเตือนว่า ดอลลาร์มีโอกาสลดช่วงบวกลง หลังจากนักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมาเพราะคาดหวังว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะดำเนินนโยบายกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 3.08 ดอลลาร์สู่ 1,224.90ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปี โดยดัชนีดอลลาร์ได้รับแรงหนุนในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดีคนใหม่
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบ และ follow เมื่อ breakout

 
Smart Stock
Today Strategy:
ขาดปัจจัยหนุน
•   S50Z16 เปิดตลาดเมื่อวานนี้ปรับตัวขึ้นเกิดช่องว่างราคาประมาณ 2 จุดสะท้อนอารมณ์นักลงทุนตลอดค่ำคืนทำจุดสูงสุดในวันที่ 923.50 จุด ก่อนลงมาปิดตลาดที่ 911.40 จุด เคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลงในวัน แต่ปรับตัวตามภูมิภาคในชาวงเช้าหลังคลายความกังวลปัจจัยลบระยะสั้นเล็กน้อยกับสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯที่เริ่มคลี่คลายหลังจากที่นายทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดสหรัฐฯมีท่าทีที่อ่อนลงและไม่แข็งกร้าวเหมือนแต่ก่อนกับต่างชาติเช่นจีนและรัสเซีย ด้านตลาดหุ้นไทยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากคาดการณ์การประชุมของโอเปกในช่วงสิ้นเดือนนี้ทำให้ตลาดหุ้นไทยได้กลุ่มพลังงานพยุงดัชนีไว้ไม่ให้ร่วงลงมาก อย่างไรก็ตาม S50Z16 และดัชนี SET ก็ปรับตัวลงตลอดวันเพราะมีปัจจัยต่างๆรุมเร้าพอสมควรได้แก่ 1.ดอลลาร์ที่แข็งค่ารุนแรง 2.ราคาพันธบัตรสหรัฐฯที่สูงขึ้น 3.เงินทุนไหลออกทั้งหุ้นและตราสารหนี้      4.สิ้นสุดการประกาศงบไตรมาสสาม ฯ ซึ่ง SET เองยังคงถูกนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องกว่า -2,079.16 ลบ.และมีปริมาณการซื้อขายที่ลดลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยสิบวันทำการที่ผ่านมาเพียง 56,882.23 ล้านบาท

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบฝั่งขาย Short Positions ยังได้เปรียบเพราะ Upside จำกัดแต่อาจมีแรงซื้อในวันกลับเข้ามาเปิดสถานะด้วยความระมัดระวัง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   บาทอ่อนค่า, ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรงที่ USD index เหนือระดับ 100 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   อัดงบ 3.2 พันล.อุ้มเอสเอ็มอี : สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการ สสว.เห็นชอบให้จัดสรรเงินกองทุน ประจำปีงบ ประมาณ 60 วงเงินรวม 3,256 ล้านบาท เพื่อใช้ 3 โครงการหลักในปี 59-60 ทั้งการช่วยเหลือตามมาตรการฟื้นฟูกิจการเอสเอ็มอี วงเงิน 2,000 ล้านบาท
-   ชี้เตรียมพร้อมทีพีพีจับตานโยบายทรัมป์ : นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เผยว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิกตามตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก แม้ยังไม่รู้ว่าสหรัฐจะสานต่อข้อตกลงหรือไม่ ซึ่งต้องจับตานโยบายของนาย ทรัมป์ อย่างใกล้ชิด หากเดินหน้าทีพีพีต่อแต่ถ้าสหรัฐยกเลิกทีพีพี ไทยยังมีข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ซึ่งไทยก็ต้องเน้นการค้าในกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มซีแอลเอ็มวีมากขึ้น
-   นบข.จำนำข้าวเหนียว อุ้มชาวนาทั่วประเทศไม่มีเลือกข้าง : นายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุมเพื่อกำหนดมาตรการรับมือผลผลิตข้าวเหนียว หลังได้มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมจังหวัด และข้าวขาวไปแล้ว พร้อมทั้งจะมีการติดตามความคืบหน้าโครงการชะลอการขายข้าวเปลือก และสถานการณ์ผลผลิตข้าวที่กำลังออกสู่ตลาด
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #830 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2016, 05:26:48 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

สร้างกรอบราคา
-  ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าที่ 1,228 USD/toz  แกว่งตัวในกรอบแคบไร้ปัจจัยบวก ภาพรวมตลาดยังคงมีความกลัวอยู่มากโดยหลังจากที่ทองคำปรับตัวลงรุนแรงราว 8% มีความพยายามที่จะสร้างกรอบราคาด้านล่างบริเวณ 1,220 USD/toz โดยมีกรอบราคาซื้อขายอย่างกว้างบริเวณ 1,210- 1,234 USD/toz และกรอบราคาที่แคบลงบริเวณ 1,222- 1,234 USD/toz ฝ่ายวิจัยมองว่าคืนนี้ภาพรวมทองคำน่าจะได้รับผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ประกาศได้แก่  ดัชนีผู้บริโภค, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีภาคการผลิต, จำนวนบ้านใหม่ที่กำลังก่อสร้างฯ รวมทั้งที่สำคัญจะมีการแถลงนโยบายครั้งแรกต่อสภาคองเกรสของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นแสดงท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้รัฐบาลนายทรัมป์รวมทั้งอาจมีการส่งสัญญาณเตือนต่อการปรับขึ้นหรือคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปีจึงจำเป็นต้องติดตามเป็นอย่างดีและถือว่ายังคงมีปัจจัยกดดันราคาทองคำอยู่พอสมควรทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า USD index 100.41 จุดสวนทางกับค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าและกองทุน SPDR ลดสถานะการลงทุนขายทองคำออกสุทธิ -1.19 ตันถือครองสุทธิ 926.26 ตันและอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ราคาน้ำมันดิบที่ยังคงผันผวนตามคาดการณ์ความเป็นไปได้ในการปรับลดอุปทานน้ำมัน

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ธนาคารกลางสหรัฐเปิดเผยในวันพุธว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวในเดือน ต.ค. หลังจากร่วงลง 0.2 % ในเดือน ก.ย. และอัตราการใช้กำลังผลิตอยู่ที่ 75.3 % ในเดือน ต.ค. ขยับลงจาก 75.4% ในเดือน ก.ย. ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมอาจเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือน ต.ค.และอัตราการใช้กำลังผลิตอาจอยู่ที่ 75.5% ในเดือน ต.ค.
-   ดอลลาร์พุ่งขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งในสัปดาห์ที่แล้วขณะที่นักลงทุนจับตาแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่เร็วกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากแผนการของนายทรัมป์ที่จะใช้นโยขบายการคลังเชิงขยาย ซึ่งจะทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แต่การพุ่งขึ้นของราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯเริ่มชะลอตัวลง โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปีปรับตัวลงมาที่ 2.197% ในตลาดเอเชียหลังจากพุ่งแตะระดับ 11 เดือนทะลุระดับ 2.3% ในช่วงต้นสัปดาห์
-   ราคาทองคำในวันพุธ (16 พ.ย.) ขยับลงเล็กน้อยหลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ลดลง 60 เซ็นต์ ปิดที่ 1,223.90 USD/toz
-   ดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือน พ.ย.ลดลงเล็กน้อยสะท้อนราคาทองมีโอกาสปรับลงจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐที่ยังคงเป็นแรงกดดัน
-   ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับตัวลดลงในตลาดเอเชียในวันนี้ขณะที่การพุ่งขึ้นร่วมสัปดาห์หลังจากนายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งอย่างไม่คาดคิดนั้น แผ่วลงไปอีกซึ่งช่วยทำให้หุ้นเอเชียพุ่งขึ้นในช่วงแรกแต่ล่าสุดแทบไม่เปลี่ยนแปลงและทำให้ดอลลาร์ร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบกว่า 13 ปีครึ่งที่ทำไว้เมื่อคืนนี้

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   แถลงนโยบายครั้งแรกต่อสภาคองเกรสของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯวันนี้
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index เหนือระดับ 100 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : ซื้อขายในกรอบระมัดระวังถ้อยแถลงของประธานเฟดคืนนี้, ลดสถานะการลงทุน

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #831 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2016, 10:01:56 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำยังปรับตัวลดลง หลุดกรอบที่แกว่งตัวในสัปดาห์นี้ และทำจุดต่ำสุดใหม่ในช่วงเช้าวันนี้ โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,207 เหรียญในเช้านี้ ราคาทองคำถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่คาดว่าโอกาสเกิดขึ้นในเดือนหน้าอย่างแน่นอน และการขายของ SPDR ทำให้ราคาทองคำถูกกดดันต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่อ่อนแออีกครั้ง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 8.39 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.73% โดยปิดที่ 1,216.01 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,210.73 – 1,231.41 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,207 เหรียญ ราคาทองปรับตัวลดลงแรงในช่วงท้ายตลาดหลังจากราคาหลุดกรอบแคบที่แกว่งตัวในสัปดาห์นี้ และเช้านี้ทำจุดต่ำสุดใหม่อีกครั้ง โดยปัจจัยกดดันยังเป็นค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่อง และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาแข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมทั้งนางเจนเนต เยลเลน ออกมายืนยันค่อนข้างชัดเจนสำหรับการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า และการขายต่อเนื่องของ SPDR โดยเมื่อคืนนี้ขายต่ออีก 5.63 ตัน รวมถือครอง 920.63 ตัน ทำให้ตอนนี้ราคาทองคำมีแนวโน้มอ่อนแอและเป็นขาลงที่ชัดเจน

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดขยับลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี และดิ่งลงไปอีก 1 ดอลลาร์หลังจากตลาดปิดทำการ ในขณะที่การแข็งค่าของดอลลาร์บดบังแรงหนุนที่ราคาน้ำมันได้รับจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะบรรลุข้อตกลงในการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีครึ่งเมื่อเทียบกับตะกร้าเงินในวันพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดพันธบัตรเผชิญแรงขายจากความแน่นอนที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. และจากสัญญาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
•   นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเกิดขึ้นเร็วๆนี้ และไม่มีหลักฐานบ่งชี้การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อหรืออัตราดอกเบี้ยในปีหน้า มุมมองด้านอัตราดอกเบี้ยของนางเยลเลนสอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่บ่งชี้ว่า การเริ่มสร้างบ้านแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปีในเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 43 ปี

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายทางเศรษฐกิจของประธานาธิบดีคนใหม่
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading short หากราคาอยู่ต่ำกว่า 1,210 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ยังผันผวนและอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก
•   ดัชนีหุ้นไทยยังคงผันผวนพอสมควรและค่อนข้างเปราะบางตอบสนองต่อข่าวที่เข้ามากระทบตลาดไวโดยเมื่อวานนี้ S50Z16 เคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวนและมีกรอบการเคลื่อนไหวมีกว้างพอสมควรในวันโดยปรับตัวลดลงตั้งแต่เปิดตลาดในภาคเช้าลงไปทำจุดต่ำสุดในวันที่ 907.90 จุดก่อนปรับตัวขึ้นรุนแรงจากแรงซื้อที่เข้ามาก่อนปิดตลาดขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 918.50 จุดด้านดัชนี SET หลักมีปริมาณการซื้อขายลดลงอยู่ที่ระดับ 51,297.65 ลบ.ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปกติในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่อง    -2,440.2 ลบ.พร้อมเปิดสถานะขายสุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกเมื่อวานนี้ยังคงเฝ้ารอการแถลงนโยบายต่อสภาครองเกรสของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งมื่อคืนนางเยลเลนส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปีโดยกล่าวว่ามีความเป็นไปได้สูงมากหลังจากที่เศรษฐกิจสหรัฐฯกลับมาฟื้นตัว อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าวันนี้ปริมาณการซื้อขายอาจจะมีเบาบางเพราะเป็นช่วงท้ายสัปดาห์และอาจผันผวนในวัน

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบให้น้ำหนักฝั่ง Short Positions เป็นหลัก, ยังไร้ปัจจัยบวกและผันผวนในวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   บาทอ่อนค่า, ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรงที่ USD index เหนือระดับ 100 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   รัฐสั่งลุยแผนพัฒนาระเบียงศก.ตะวันออก : บอร์ดคนพ.เคาะ 48 โครงการเดินหน้าปี60หวังเห็นผลภายใน 3ปี ที่ประชุม คนพ.เห็นชอบแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก เร่งเดินหน้าในปี 2560 เตรียมของบประมาณหนุน สั่งสศช.ปรับแผนอีอีซี 5 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและงบประมาณให้เสร็จภายใน 1 เดือน
-   เอ็กซิมแบงก์หนุนเอกชนลงทุนต่างประเทศ : เอ็กซิมแบงก์เผยว่ากำลังขยายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ สนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่เป็นตลาดน่าลงทุน เพราะความได้เปรียบด้านความใกล้ชิดทางสังคม วัฒนธรรม และการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค
-   CPF ลงทุน 38,000 ล.ทะลวงตลาดข้ามทวีป :  ซื้อธุรกิจอาหารสำเร็จรูปสหรัฐฯ CPF ลงทุนอีก 38,000 ล้านบาท ซื้อธุรกิจอาหารพร้อมรับประทานในสหรัฐฯ หวังแทรกแซงตลาดในทวีปอเมริการเหนือ สหรัฐฯ และแคนาดา
-   ธปท.ชี้หนี้ครัวเรือนฉุดอสังหาฯ ภาคใต้ : ธปท.รายงานผลสำรวจดัชนีภาวะอสังหาริมทรัพย์ในภาคใต้ พบว่า 6 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นลดลงจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นทำให้ความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ของลูกค้าลดลง ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อทั้งสิ้นเชื่อที่ให้โครงการและผู้ซื้อ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #832 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2016, 05:13:51 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

จะลงต่อไหม
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,216.75  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,203.86 – 1,217.75  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองคำเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดเช้านี้หลังได้รับแรงกดดันจากประธานเฟดที่ออกมายืนยันถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้อย่างแน่แน โดยทางฝ่ายวิจัยคาดว่ากาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีโอกาสเกิดขึ้นในเดือนหน้าค่อนข้างสูง แต่อย่างไรก็ตามนางเจนเนต เยลเลน ยังคงมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงให้การเติบโตในระดับที่ปานกลางตามคาดการณ์ รวมทั้งยืนยันว่าผลการเลือกตั้งไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายทางการเงินของเฟด ทำให้ต้องติดตามภาพรวมของเศรษฐกิจในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร โดยในคืนนี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญแต่ให้ระวังความผันผวนที่มักจะเกิดขึ้นในปลายสัปดาห์

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   หุ้นจีนปิดลดลงในวันนี้ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มขนส่งปรับตัวลงไปย้าง ซึ่งทำให้สถิติการพุ่งขึ้น 5 สัปดาห์ติดต่อกันของตลาดสิ้นสุดลงแต่หยวนที่ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดใหม่ในรอบ 8 ปีเนื่องจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้น สร้างความวิตกให้แก่นักลงทุน
-   ดอลลาร์พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 13 ปีครึ่งเมื่อเทียบกับตะกร้าเงินในวันพฤหัสบดี ขณะที่ตลาดพันธบัตรเผชิญแรงขายจากความแน่นอนที่เพิ่มขึ้นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. และจากสัญญาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ
-   นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดกล่าวต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรสว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเกิดขึ้นเร็วๆนี้ และไม่มีหลักฐานบ่งชี้การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อหรืออัตราดอกเบี้ยในปีหน้า
-   มุมมองด้านอัตราดอกเบี้ยของนางเยลเลนสอดคล้องกับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่บ่งชี้ว่า การเริ่มสร้างบ้านแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปีในเดือนต.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 43 ปี
-   ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดเพิ่มขึ้นมาที่ระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนครึ่งในวันนี้ ขณะที่เยนอ่อนค่าลงอีกเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มแนวโน้มสำหรับผลประอบการที่ดีเกินคาดของผู้ส่งออก

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index ทะลุ 100 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : ฝั่ง Short ยังคงได้เปรียบแต่ทยอยปิดทำกำไรหากไม่หลุด 1,200 เหรียญ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #833 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2016, 09:59:17 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวเพิ่มในช่วงเปิดตลาดเอเชียเช้าหลังจากที่มีแรงขายกดดันในช่วงสัปดาห์ก่อน ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นแรงซื้อหลังจากที่เกิด Panic Sell แต่อย่างไรก็ตามเรายังมองภาพรวมทิศทางทองคำค่อนข้างไม่สดใสจากปัจจัยต่างๆซึ่งทำให้ฝั่ง Short ยังคงได้เปรียบในวันโดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นรุนแรง USD index ทะลุ 101 จุดอย่างมีนัยสำคัญและกองทุน SPDR ขายสุทธิในวันศุกร์กว่า -5.34 ตันรวมถือครองสุทธิที่ 915.29 ตัน

Key Factors
•   Gold ภาพรวมราคาทองคำโดนกดดันจากปัจจัยระยะสั้นพอสมควรเคลื่อนไหวในกรอบที่ค่อนข้างจำกัดเป็นการแกว่งตัวออกข้างเพื่อสร้างกรอบราคามากกว่าโดยการซื้อขายค่อนข้างผันผวนและมีกรอบราคาที่กว้างมากขึ้นหลังปรับตัวลดลงอีกรอบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,203 ดอลลาร์ต่ออนซ์โดยได้รับแรงกดดันจากกองทุน SPDR ซึ่งขายทองคำออกสุทธิกว่า -5.34 ตันรวมถือครองสุทธิที่ 915.29 ตัน ถือว่าเป็นแรงขายที่มีนัยสำคัญและสะท้อนมุมมองต่อปัจจัยระยะสั้นได้แก่แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯหลังภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯดีขึ้นและนางเยนเลนประธานเฟดส่งสัญญาณว่าอาจมีการดำเนินนโยบายดังกล่าวเร็วๆนี้ (ซึ่งอาจใช่หรือไม่ใช่ช่วงเดือนธันวาคมก็เป็นได้)

Exclusive News
•   ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับตัวขึ้นมาที่ระดับสูงสุดในรอบปีนี้ในวันศุกร์จากการปรับสถานะการลงทุนและการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้งนายโดนัลด์ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐทั้งนี้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ30ปีพุ่งสู่ระดับ 3.051% ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.355%
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 7 .70 ดอลลาร์ สู่ 1,208.31 ดอลลาร์ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ ลังจากร่วงลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนพ.ค.ที่ 1,203.52 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ในขณะที่ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ13 ปีครึ่งโดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมว ันที่ 13-14 ธ.ค. และรัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐจะปรับเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณ
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันศุกร์โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าโอเปกจะสามารถหาหนทางในการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ปรับขึ้น 27 เซนต์ หรือ 0.6 % มาปิดตลาดที่ 45.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ
•   การปรับค่าเงินหยวนของจีนเข้าสู่สกุลเงิน SDR ( 1 ต.ค. 2559)

•   Strategy : trading ในกรอบการอ่อนตัวฝั่ง Short ยังได้เปรียบในวันแต่หากหลุดกรอบให้ปิดสถานะลดความเสี่ยง

 
Smart Stock
Today Strategy:
เคลื่อนไหวในกรอบลุ้นปัจจัยเดิม
•   ในวันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงเช้าก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาดันตลาดในช่วงบ่ายถือว่าแกว่งในกรอบราคาเดิม โดย S50Z16 เปิดตลาดที่ 913.50 จุดทำจุดต่ำสุดในวันที่ 906.50 จุด ก่อนขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 916.30 จุด และปิดตลาดที่ 912.60 จุด มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 10 จุด เช่นเดียวกับดัชนี SET ซึ่งยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,500 จุด นักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิต่อเนื่อง 738.4 ลบ.รวมทั้งยังขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ด้วย รวมมีปริมาณการซื้อขายระหว่างวัน 49,361.54 ลบ.เบาบางลงตามที่คาดการณ์เนื่องจากเป็นปลายสัปดาห์ที่ยังขาดปัจจัยใหม่ๆและรอปัจจัยเดิม โดยส่วนมากเป็นแรงขายจากกลุ่ม Big Cap ฝ่ายวิจัยมองว่า Upside ค่อนข้างจำกัดเพราะขาดปัจจัยใหม่ๆและมีปัจจัยลบภายนอกรุมเร้าได้แก่ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต้นทุนปัจจัยการผลิตสูงขึ้น, USD index แข็งค่าเกิน 101 จุด, กลุ่มพลังงานยังคงผันผวนตามราคาน้ำมันดิบโลก ,อัตราผลตอบแทนสหรัฐฯ 10 ปีสูงขึ้นและที่สำคัญประเด็นเรื่องการปรับขึ้นอัตตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯกำลังกลับมาเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอีกครั้งหลังจากที่นางเยลเลนส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วๆนี้

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบราคาเดิมและยังมีความเสี่ยงปกคลุมบรรยากาศการลงทุนฝั่ง Short Position ยังได้เปรียบในวันหากราคาเด้งขึ้นในกรอบราคา

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ประกาศ GDP ประเทศไทยไตรมาสสาม YoY, QoQ วันนี้
-   บาทอ่อนค่า, ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   รองนายกยันจีดีพีปีนี้โต 3.3% ลุ้นรัฐลงทุนช่วยพยุงศก. : เศรษฐกิจไทยในปี 59 ยังมีทิศทางขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีการบริโภคภาคภายในประเทศจะปรับตัวลดลง แต่ก็ จีดีพีจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 3.2-3.3% ส่วนในปีหน้าเชื่อว่าเศรษฐกิจจะกลับมาดีขึ้น
-   ต่างชาติทิ้งบอนด์ 5วัน 5.4หมื่นล้าน ยีลด์ทุบสถิติรอบปี : นักลงทุนต่างชาติเทขาย “หุ้น-บอนด์ไทย” ต่อเนื่อง ตลาดบอนด์สัปดาห์เดียวถล่มขายร่วม 5.4 หมื่นล้าน “ไทยบีเอ็มเอ” ระบุบอนด์ยีลด์ระยะสั้นไม่กระทบขณะรุ่นระยะยาวอายุ 10 ปี พุ่งแตะ 2.6% ทุบสถิติรอบปีกระทบแผนระดมทุนยาวแนวโน้มทุนนอกส่อไหลออกต่อเนื่องถึงสิ้นปี
-   ลุ้นยอด ‘รูดบัตร’ ปีนี้โต2หลัก : ผู้ประกอบการชี้ไตรมาส 4 สัญญาณการบริโภคเริ่มฟื้น ผู้ประกอบการบัตรเครดิตยอมรับยอดใช้จ่ายผ่านบัตรชะลอตัว เชื่อทั้งปียังโตได้ 2 หลัก
-   เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งเป้าปีหน้าสินเชื่อโต 8%เจาะสตาร์ทอัพ : ตั้งเป้าสินเชื่อปีหน้าโต 8% เน้นพัฒนาผู้ประกอบการให้แข็งแกร่ง ส่งเสริมเอสเอ็มอีกลุ่มสตาร์ทอัพ-นวัตกรรม พร้อมหนุนใช้อีคอมเมิร์ซขายสินค้า
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #834 เมื่อ: พฤศจิกายน 21, 2016, 05:08:15 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ลุ้นดีดกลับสั้นๆ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,207.71  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,205.36 – 1,217.05  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองคำเริ่มดีดกลับได้ในวันนี้ หลังจากค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อยหลังจากปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งภาพรวมราคาทองคำถือว่าอ่อนแอลงต่อเนื่องในระยะกลาง หลังจากกองทุน SPDR เริ่มมีแรงขายออกมาต่อเนื่องในช่วงหลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดี  แต่คาดว่าอาจจะมีการดีดกลับได้สั้นๆ หากยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติมในช่วงนี้ และคืนนี้ติดตามถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรปว่าจะมีประเด็นเพิ่มเติมหรือไม่ แต่ระยะสั้นยังไม่ลดลงต่ำกว่า 1,200 เหรียญทำให้คาดว่าอาจจะมีการดีดกลับได้สั้นๆ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   กระทรวงการคลังเยอรมนีแถลงในวันนี้ว่า การที่เศรษฐกิจเยอรมนีชะลอการเติบโตลงในไตรมาส 3 เป็นสิ่งที่ได้รับการคาดการณ์ไว้แล้วล่วงหน้า หลังจากเศรษฐกิจเยอรมนีเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ โดยทางกระทรวงระบุว่า การบริโภคภาคครัวเรือนและการใช้จ่ายภาครัฐเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นเศรษฐกิจเยอรมนี
-   นายบิจาน ซานกาเนห์ รมว.น้ำมันของอิหร่านแสดงความหวังต่อการประชุมที่กำลังจะเกิดขึ้นของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และกล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสู่ระดับ 55 ดอลลาร์/บาร์เรล ถ้ามีการบรรลุข้อตกลง และผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกให้ความร่วมมือ
-   ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียกล่าวในวันอาทิตย์ว่า รัสเซียพร้อมที่จะตรึงปริมาณการผลิตน้ำมันของตนเองไว้ที่ระดับปัจจุบัน เพราะการทำเช่นนี้ไม่ถือเป็นปัญหาสำหรับรัฐบาลรัสเซีย
-   นางทาคาโกะ มาซาอิ สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ระบุว่า การเลือกตั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ, การลงมติออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) และสถานะที่อ่อนแอของภาคการเงินของอียู อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวในอนาคต และทำให้ตลาดการเงินผันผวนรุนแรง
-   นักวิเคราะห์กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้นักลงทุนจะมุ่งความสนใจไปยังสัญญาณบ่งชี้ถึงนโยบายที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะนำมาใช้ในอนาคต โดยจะให้ความสนใจต่อเรื่องนี้มากกว่าตัวเลขเศรษฐกิจ เพราะนักลงทุนมั่นใจว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ.ค.

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index ทะลุ 100 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม
-   ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรป

คำแนะนำ    : trading ในกรอบการรีบาวน์ หรือ รอ short เมื่อราคาปรับขึ้นแรง

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #835 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2016, 09:42:59 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองเริ่มกลับมาปิดบวกได้หลังจากลดลงไปทดสอบจุดต่ำสุดบริเวณ 1,203 เหรียญในปลายสัปดาห์ก่อน และเริ่มมีแรงซื้อกลับในช่วงเมื่อวานนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มมีการพักตัวหลังปรับตัวขึ้นแรงใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และช่วงนี้ยังขาดปัจจัยใหม่ๆ ที่จะเข้ามากระทบราคาทอง แต่มีปัจจัยหลักที่คอยกดดันราคาทองคือ แรงขายของกองทุน SPDR และการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนหน้า ทำให้คาดว่าราคาทองคำอาจจะดีดกลับเพียงช่วงสั้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.35 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.44% โดยปิดที่ 1,213.66 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,205.36 – 1,217.63 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวในแดนบวกบริเวณ 1,219 เหรียญ ราคาทองเริ่มมีแรงดีดกลับได้หลังจากลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า  5 เดือน เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มมีการพักตัวหลังแกว่งทะลุ 100 จุด รวมทั้งตอนนี้ไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระทบกับตลาด ทำให้ราคาทองมีการดีดกลับได้บ้างหลับปรับตัวลดลงมาแรง แต่อย่างไรก็ตามราคาทองยังถูกกดดันโดยแรงขายของ SPDR ที่ขายเข้ามาต่อเนื่องอีก 6.53 ตัน รวมถือทองคำ 908.76 ตัน และประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนหน้ายังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำต่อไป

Exclusive News
•   สมาชิกโอเปกมีกำหนดที่จะทำข้อตกลงตรึงปริมาณการผลิตน้ำมันในการประชุมที่กรุงเวียนนาในวันที่ 30 พ.ย. ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อิหร่านและสมาชิกโอเปกบางประเทศส่งสัญญาณว่า ประเทศของตนมีแนวโน้มที่จะทำข้อตกลง และรัสเซียซึ่งอยู่นอกกลุ่มโอเปกก็ส่งสัญญาณดังกล่าวด้วย
•   นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ระบุว่า มีโอกาสมากยิ่งขึ้นที่โอเปกจะประสบความสำเร็จในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน และโกลด์แมน แซคส์เชื่อว่า ภาวะน้ำมันล้นตลาดโลกจะเปลี่ยนไปเป็นภาวะน้ำมันขาดตลาดภายในช่วงกลางปี 2017 ซึ่งจะส่งผลบวกต่อราคาน้ำมัน
•   ดอลลาร์ร่วงลงในวันจันทร์หลังพุ่งขึ้น 10 วันติดต่อกัน ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับการพุ่งขึ้นหลังการเลือกตั้งนายโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งคาดว่าจะดำเนินนโยบายการคลังที่จะนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 5.35 ดอลลาร์สู่ 1,213.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ โดยดีดขึ้นจากจุดต่ำสุดรอบ 5 เดือนครึ่งที่ทำไว้ในวันศุกร์ที่ 1,203.52 ดอลลาร์ ในขณะที่ดอลลาร์ลดช่วงบวกที่ทำไว้ในสัปดาห์ที่แล้ว
•   การอ่อนค่าของดอลลาร์ช่วยหนุนราคาทองให้ปรับขึ้นในวันจันทร์นอกจากนี้ ราคาทองที่ระดับต่ำก็ดึงดูดให้ผู้ใช้ทองจริงกลับเข้ามาซื้อทองในตลาดด้วย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบการรีบาวน์ หรือ รอ Short เมื่อราคาปรับตัวขึ้นแรง

 
Smart Stock
Today Strategy:
รอความชัดเจน
•   S50Z16 เมื่อวานเปิดตลาดช่วงเช้ามีแรงขายกดดันตลาดลงมาทำจุดต่ำสุดในวันที่ 912.40 จุดก่อนขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 918.10 จุดและปิดตลาด +3.4 จุดที่ 915.7 จุด ด้านดัชนี SET index หลักปิดที่ระดับ 1,473.30 จุด ปริมาณการซื้อขายเบาบางตลอดวันเพียง 38,130.13 ล้านบาทถือว่าน้อยลงกว่าค่าเฉลี่ยที่ห้าหมื่นล้านบาทหรือลดลงประมาณ 20% ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายออกสุทธิต่อเนื่องในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ทั้งในประเทศและกลุ่มตลาดเกิดใหม่ คาดว่ามาจากการเฝ้าารอความชัดเจนประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯและตลาดยังคงขาดปัจจัยบวกรวมทั้งประกาศ GDP-Q3/59 ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดและมีอัตราการเติบโตลดลงโดยเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาสะท้อนมุมมองการลงทุนภาคเอกชนในภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector)ที่ลดลง อย่างไรก็ตามดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดับที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังนักลงทุนคาดโอเปกปรับลดอุปทานได้ตามเป้าหมายหนุนกลุ่มพลังงานและ Big Cap ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าตลาดยังคงมี Upside จำกัดและ Downside Risk ที่ค่อนข้างกว้างมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยที่เข้ามากระทบกดดันให้เคลื่อนไหวผันผวนไร้แนวโน้มและแกว่งตัวออกข้างเป็นหลัก

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบ, Short Position ได้เปรียบในวันแต่ต้องจำกัดขาดทุนให้เหมาะสมไม่เกิน 2-3 จุดเพราะตลาดยังคงอ่อนไหว

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   บาทอ่อนค่า, ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   บริษัทจดทะเบียนไทยกำไร 2 แสนล้าน : บริษัทจดทะเบียนใน SETจำนวน 527 บริษัท 93% จากทั้งหมด 565 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 425 บริษัทหรือกว่า 80% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมดโดยมีต้นทุนการผลิตโดยรวมลดลงทำให้มีกำไรขั้นต้น 590,659 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% ประกอบกับไม่มีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลให้มีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 208,998 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 251% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
-   คลังเล็งขายบอนด์ออมทรัพย์ 1.5 หมื่นล้าน : คลังเตรียมขายพันธบัตรออมทรัพย์ 1.5 หมื่นล้านอายุ 3 ปี และ 7 ปี วันที่ 13 ธ.ค. 2559 เม.ย.2560 พร้อมจับตาเงินทุนไหลออกหลังผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯสูงขึ้น
-   (BJCH17Y) บีเจซี ส่งบิ๊กซีเสียบเอ็มเอ็มเมก้าฯ : CEO บีเจซีและบริษัทบิ๊กซีเปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะเลิกใช้ตราสินค้าธุรกิจค้าปลีกค้าส่งแบรนด์เอ็มเอ็มเมก้ามาร์เก็ตให้เป็นแบรนด์บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ในรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตเนื่องจากแบรนด์บิ๊กซี มีความแข็งแกร่งมากกว่าแบรนด์เอ็มเอ็มเมก้ามาร์เก็ตเพราะอยู่ในธุรกิจมานานกว่า 20 ปี ขณะที่แบรนด์เอ็มเอ็มเมก้ามาร์เก็ตเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจได้เพียง 1-2 ปีเท่านั้น
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #836 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2016, 05:09:50 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

สร้างฐานราคา
-   ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าปรับตัวลดลงหลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,221.06 USD/toz หลังย่อตัวลงในช่วงวันศุกร์กว่า 14.26 USD/toz หลังได้รับแรงกดดันอย่างหนักจาก USD index ที่ทะยานขึ้นไปสูงกว่าระดับ 101 จุดทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 แม้จะย่อตัวลงมาแล้วตั้งแต่เมื่อวานแต่ก็ยังถือว่าแข็งค่าอยู่เหนือระดับ 100 จุดกดดันทั้งทองคำและค่าเงินยูโร อีกปัจจัยหนึ่งซึ่งสะท้อนอ่อนไหวของตลาดสินทรัพย์ลงทุนได้แก่ราคาน้ำมันดิบที่ผันผวนทั้งปรับขึ้นและปรับลงรุนแรงตามคาดการณ์การปรับลดอุปทานน้ำมันดิบของโอเปกซึ่งต้องติดตามการประชุมโอเปกในช่วงปลายเดือนอย่างใกล้ชิด ฝ่ายวิจัยมองว่าปัจจัยลบค่อนข้างปกคลุมตลาดทองคำโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุน SPDR ขายทองคำออกสุทธิเมื่อวานนี้กว่า 6.53 ตัน มีสถานะถือครองทองคำ 908.76 ตัน ถือว่าขายออกค่อนข้างมากภายในหนึ่งวันทำการถือเป็นตัวสะท้อนมุมมองของกองทุนขนาดใหญ่ที่มีต่อทิศทางราคาทองคำในช่วงสั้นได้เป็นอย่างดี ค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯประกอบการลงทุนได้แก่  ตัวเลขยอดขายบ้านที่สร้างเสร็จแล้วและรายงานดัชนีภาคการผลิตในริชมอนด์

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ดอลลาร์ร่วงหลังบวกต่อเนื่องสิบวัน : ดอลลาร์ร่วงลงหลังพุ่งขึ้นสิบวันติดต่อกันขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับการพุ่งขึ้นหลังการเลือกตั้งนายทรัมป์ซึ่งคาดว่าจะดำเนินนโยบายการคลังที่จะนำไปสู่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.3% สู่ระดับ 100.90 จุดหลังปรับตัว ขึ้นเกือบ 5% ในช่วงสิบวันที่ผ่านมา ในขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.2%
-   น้ำมันดิบพุ่งขึ้น 4% คาดโอเปกบรรลุข้อตกลง : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 4 % สู่จุดสูงสุดรอบสามสัปดาห์ในวันจันทร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่จะบรรลุข้อตกลงกัน ในวันที่ 30 พ.ย.ในการจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ. ค.พุ่งขึ้น 1.80 ดอลลาร์ หรือ 4 % มาปิดตลาดที่ 47.49 USD/bbl
-   ทองดีดขึ้นขณะดอลลาร์อ่อนค่า : ทองคำปรับขึ้น 5.35 ดอลลารสู่ 1,213.66 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์จากจุดต่ำสุดรอบห้าเดือนครึ่งที่ทำไว้ที่ 1,203.52 USD/toz ในขณะที่ดอลลาร์ลดช่วงบวกที่ทำ ไว้ในสัปดาห์ที่แล้ว
-   EIA รายงานตัวเลขน้ำมันสหรัฐ : สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 18 พ.ย.ในวันพรุ่งนี้เวลา 22.30 น.ตามเวลาไทย โดยโพลล์รอยเตอร์คาดว่าสต็อกน้ำมันดิบอาจลดลง 0.3 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันกลั่นอาจลดลง 0.8 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินอาจเพิ่มขึ้น 0.6 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันอาจเพิ่มขึ้น 0.8% จาก 89.2%
-   โกลด์แมนแซคส์ให้ความเห็นทิศทางราคาทองคำ : โกลด์แมนแซคส์ระบุว่า "เราปรับลดคาดการณ์ราคาทองในช่วง 3 เดือนและ 6 เดือนข้างหน้าของเราลงสู่ระดับ 1,200 USD/toz  เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นและเรายังคงคาดการณ์ราคาทองในช่วง 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 1,250 USD/toz เนื่องจากราคาทองจะขึ้นอยู่กับว่าธนาคารกลางสหรัฐจะจัดการอย่างไรกับมาตรการกระตุ้นและภาวะเงินเฟ้อของสหรัฐขณะที่เศรษฐกิจบรรลุภาวะการจ้างงานแบบเต็มที่

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index ทะลุ 101 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : ซื้อขายในกรอบราคาฝั่ง Short ได้เปรียบในวัน, เปิดสถานะลงทุนเมื่อราคาดีดตัว

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #837 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2016, 09:45:30 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวบริเวณด้านล่าง โดยเมื่อวานนี้ราคาพยายามดีดกลับขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,221 เหรียญ และราคาเริ่มไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่จากสัปดาห์ก่อน แต่ภาพรวมทองคำโดนกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่เคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 100 จุดได้ และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง รวมทั้งแรงขายของ SPDR ที่เริ่มขายต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ทำให้กดดันภาพระยะกลางและระยะยาวของทองคำ แต่ในระยะสั้นอาจจะลุ้นการดีดกลับสั้นๆ หลังจากราคาปรับลดลงมาแรงในช่วง 2 สัปดาห์นี้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 1.80 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.15% โดยปิดที่ 1,211.86 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,205.86 – 1,221.06 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,213 เหรียญ ราคาทองคำพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยทำจุดสูงสุดเมื่อวานนี้ที่บริเวณ 1,221 เหรียญ และจุดต่ำสุดบริเวณ 1,205 เหรียญ ซึ่งไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่จากปลายสัปดาห์ก่อน โดยภาพรวมทองคำยังโดนกดดันจากการคาดการนโยบายของนายทรัมป์ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 100 จุด รวมทั้งตลาดหุ้นดาวโจนส์สหรัฐฯ ปรับตัวทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องและการขายทองคำของ SPDR ที่ยังมีต่อเนื่องโดยเมื่อวานนี้ขายอีก 3.85 ตัน รวมถือทอง 904.91 ตัน ทำให้ทองคำยังถูกกดดันต่อ แต่จากการที่ราคาลงมาแรงในช่วงสองสัปดาห์ก่อน รวมทั้งเริ่มไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ ในระยะสั้น ทำให้อาจจะเกิดการดีดกลับได้บ้างในช่วงสั้น

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 1 ดอลลาร์ในช่วงแรก หลังจากเจ้าหน้าที่ไนจีเรียที่เข้าร่วมการประชุมกลุ่มโอเปกกล่าวว่า ประเทศสมาชิกโอเปกทุกประเทศจะสนับสนุนข้อตกลงภายในวันอังคารอย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลงในเวลาต่อมา หลังจากมีข่าวว่า กลุ่มโอเปกที่ประกอบด้วยสมาชิก 14 ประเทศจะเลื่อนการตัดสินใจเรื่องการทำข้อตกลงออกไปจนกว่าจะถึงวันที่ 30 พ.ย.เนื่องจากมีเสียงคัดค้านจากอิหร่านและอิรัก
•   ยอดขายบ้านมือสองในสหรัฐเพิ่มขึ้น 2% สู่ 5.6 ล้านยูนิตในเดือนต.ค.ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 9 ปีครึ่ง ซึ่งช่วยหนุนดอลลาร์ดีดตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดของวันเมื่อเทียบกับเยน และหนุนดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัว ทั้งนี้ ดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.4% สู่ 111.18 เยน 
•   ดัชนีดอลลาร์แทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยอยู่ที่ 101.07 ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สู่ระดับ 1.0622 ดอลลาร์ และยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปีเมื่อเทียบกับดอลลาร์ซึ่งเข้าทดสอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
•   ตลาดหุ้นสหรัฐทะยานขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐจัดการเลือกตั้ง ในขณะที่นายทรัมป์ให้สัญญาว่าจะปรับลดภาษี, ปรับเพิ่มงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และปรับลดกฎระเบียบในภาคธนาคารและการแพทย์

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบการดีดกลับสั้นๆ หรือรอ short เมื่อราคาปรับขึ้นแรง

 
Smart Stock
Today Strategy:
กำลังหาแนวโน้ม
•   S50Z16 เมื่อวานนี้ซื้อขายกันในแดนบวกเป็นหลักเปิดตลาดที่ 922.20 จุด และปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดวันก่อนขึ้นไปปิดตลาดที่925 จุด ใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในวันที่ 925.40 จุด มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 4-5 จุด ภาพรวมของรูปแบบการเคลื่อนไหวในวันค่อนข้างต่างกับดัชนี SET index ซึ่งแกว่งตัวออกข้างตลอดวันมากกว่าแม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวขึ้นก็ยังไม่สามารถดันตลาดขึ้นไปเหนือระดับ 1,500 จุดได้ ซึ่งจะเห็นได้ชัดว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีมีรูปแบบเป็น Contango กับสินทรัพย์อ้างอิงคือราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสูงกว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงสะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่คาดการณ์ว่าสินทรัพย์อ้างดิง(ตัวดัชนี)จะสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในอนาคตหรือช่วงสิ้นสุดอายุสัญญา ฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวค่อนข้างไร้ทิศทางและเปราะบางพอสมควรปัจจัยลบยังปกคลุมบรรยากาศการลงทุนทั้งเงินบาทที่อ่อนค่า,ดอลลาร์แข็งค่ารุนแรง,แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯช่วงเดือนธันวาคมซึ่งส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องเมื่อวานนี้ -992.61 ล้านบาทโดยขายสุทธิสะสมตลอดเดือนที่ -29,313.07 ล้านบาท ปริมาณซื้อขายเบาบางเพียง 45,645.65 ล้านบาทสะท้อนความไม่สดใสในตลาดหุ้นไทยและ Upside ที่ยังจำกัด

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบเพราะตลาดยังเคลื่อนไหวอย่างไม่มีแนวโน้มหากรับความเสี่ยงได้น้อยให้ถือเงินสด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเชื่อไม่ฉุดเศรษฐกิจมีผล 1 ม.ค.60 : ครม.ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 69 จังหวัดหลังในอัตรา 5-10 บาท ตามพื้นที่ระบุเฉลี่ยค่าแรงในไทยปรับขึ้น 1.7% เชื่อไม่ฉุดเศรษฐกิจสะดุดและดันราคาสินค้าพุ่งจนกระทบค่าครองชีพประชาชน แจงแปดจังหวัดที่ไม่ได้ปรับขึ้นเพราะไม่ใช่แหล่งโรงงานอุตสาหกรรม
-   ท่องเที่ยวไทยปีหน้าลุ้นโต 10% : ศูนย์วิจัยฯ ไทยพาณิชย์มองท่องเที่ยวไทยโตต่อเนื่องปีหน้าลุ้นยอดเพิ่มขึ้น 10% ทั้งจำนวนและรายได้แนะรัฐหนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักเที่ยวสูงอายุ ครม.อนุมัติเว้นค่าวีซ่าดึงนักท่องเที่ยว 19 ประเทศ
-   โครงสร้างพื้นฐานดันเหล็กฟื้น : ผู้ประกอบการเหล็กประเมินความต้องการใช้เหล็กฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียนจากลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะ “มิลล์คอน” รุกตลาดอาเซียน 5 ประเทศแรกเร่งเจรจาพันธมิตรเข้าลงทุนเมียนมาร์ คาดรายได้ปีหน้าโต 10%
-   (BHZ16) 'BH' จับกลุ่มลูกค้าต่างชาติผนึกพันธมิตรอัพฐานผู้ป่วย : BH เร่งเครื่องธุรกิจเต็มสูบทุ่มงบ 1.2 พันล้านบาทซื้อที่ดินขยายพื้นที่ เปิดคลินิกโกยฐานผู้ป่วยเข้าพอร์ต จับมือพาร์ตเนอร์ 20 ประเทศทั่วโลก เขย่าธุรกิจโรงพยาบาลโตฉลุย  หนุนความสามารถทำกำไรพุ่ง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #838 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2016, 05:00:17 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เคลื่อนไหวในกรอบ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,212.12  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,209.85 – 1,214.93  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบที่ค่อนข้างแคบในวันนี้ เนื่องจากยังขาดปัจจัยในช่วงเช้าวันนี้ โดยคืนนี้มีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศออกมาค่อนข้างมาก โดยตัวเลขที่สำคัญได้แก่ ตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงาน ตัวเลขการขายบ้าน คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ และประเด็นสำคัญช่วงตีสอง คือรายงานผลการประชุมครั้งล่าสุดของเฟด ว่าจะให้มุมมองต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างไร ซึ่งหากเริ่มแสดงความชัดเจนถึงการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้น ก็อาจจะกดดันราคาทองต่อได้ แต่ถ้ายังคงรอความชัดเจนเช่นเดิม อาจจะเริ่มเห็นการพักตัวของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งอาจจะช่วยหนุนให้ราคาทองดีดกลับในรอบสั้นๆ ได้ แต่อย่างไรก็ตามฝั่ง short ยังคงได้เปรียบอยู่ 

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวในวันนี้ว่า รัสเซียยังไม่ได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในวันที่ 30 พ.ย. แต่รัสเซียจะเข้าร่วมในการปรึกษาหารือระดับผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มโอเปกในวันที่ 28 พ.ย.
-   สมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะหารือกันในสัปดาห์หน้าเรื่องการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลง 4.0-4.5% สำหรับทุกประเทศสมาชิก ยกเว้นลิเบียและไนจีเรีย อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการทำข้อตกลงนี้จะขึ้นอยู่กับว่า อิรักและอิหร่านเห็นด้วยกับข้อตกลงหรือไม่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่า ทั้งสองประเทศนี้จะให้การสนับสนุนข้อตกลงอย่างเต็มที่
-   ชัยชนะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย.กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองจริงในยุโรปในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่นักลงทุนในสหรัฐยังคงนิ่งเฉย เพราะว่านักลงทุนหลายรายในสหรัฐคาดการณ์ในทางบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากลงคะแนนเสียงให้นายทรัมป์ไปแล้ว
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีประเภทอายุ 2 ปีดิ่งลงแตะสถิติต่ำสุดใหม่ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะต่ออายุมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ออกไปเพื่อให้เลยช่วงเดือนมี.ค. 2017 และการต่ออายุดังกล่าวจะส่งผลให้ภาวะขาดแคลนตราสารหนี้ที่สามารถซื้อขา¬¬ยได้ในตลาดทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก
-   ราคาทองในตลาดสปอตปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ตลาดกำลังรอดูรายงานการประชุมนโยบายประจำเดือนพ.ย.ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index และยังเคลื่อนไหวเหนือ 100 จุดได้
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม
-   เปิดเผยผลการประชุมครั้งล่าสุดของเฟดในคืนนี้

คำแนะนำ    : trading ในกรอบแคบ โดยเน้น ฝั่ง short เมื่อราคาปรับตัวขึ้นแรง

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #839 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2016, 09:51:43 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบกว่า 9 เดือนครึ่ง โดยปรับตัวลดลงแรงในเมื่อวานนี้กว่า 2.0% โดยปัจจัยกดดันราคาทองยังคงเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ตัวเลขคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือนหน้า เข้ามาใกล้ 100% และกองทุน SPDR ขายกดดันราคาต่อเนื่อง แต่ในวันนี้คาดว่าราคาอาจจะไม่ผันผวนรุนแรงเนื่องจากตรงกับวันหยุดธนาคารสหรัฐฯ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 24.21 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -2.00% โดยปิดที่ 1,187.65 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,181.45 – 1,214.93 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,185 เหรียญ ราคาทองคำได้รับแรงกดดันต่อเนื่องหลังจากค่าเงินดอลลาร์ยังแข็งค่าต่อ โดยตัวเลขคำสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ปรับตัวออกมาดีกว่าคาดการณ์ ทำให้ความคาดหวังของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีตัวเลขสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าที่ให้น้ำหนักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าเข้าใกล้ 100% รวมทั้งนักลงทุนคาดการณ์ถึงปีหน้าที่คิดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาทองคำมีปัจจัยกดดันราคาอย่างต่อเนื่อง และกองทุน SPDR ขายทองคำต่อเนื่องมากกว่า 63.46 ตัน หลังจากทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี คาดว่าวันนี้ราคาทองคำจะเคลื่อนไหวไม่รุนแรงเนื่องจากตรงกับวันหยุดของสหรัฐฯ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันพุธ ในขณะที่นักลงทุนตั้งข้อสงสัยว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะตกลงกันปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในระดับที่มากพอที่จะช่วยบรรเทาภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลกลงได้อย่างจริงจังหรือไม่ ในขณะที่จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐปรับสูงขึ้น
•   ดอลลาร์พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2003 ในวันพุธ โดยได้แรงหนุนจากรายงานเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัวและตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าและในปีหน้า
•   การดีดตัวขึ้นของยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐในเดือนที่ผ่านมา และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสหรัฐที่ต่ำกว่า 300,000 รายเป็นเวลา 90 สัปดาห์ติดต่อกันได้ช่วยสนับสนุนแแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ โดยขณะนี้ตลาดปรับตัวรับโอกาสเกือบ 100% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. นอกจากนี้ รายงานการประชุมของเฟดในเดือนนี้ยังบ่งชี้ด้วยว่า เฟดใกล้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบ 1,180 – 1,200 เหรียญและ follow เมื่อ breakout โดยฝั่ง short ยังคงได้เปรียบ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ปรับขึ้นแต่เปราะบาง
•   S50Z16 เมื่อวานนี้เปิดตลาดเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวันโดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 932.00 จุดก่อนปิดตลาดในบริเวณที่ใกล้เคียงกันที่ 931.60 จุด เช่นเดียวกับดัชนี SET index หลักซึ่งเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นในวันเช่นกันปิดบวกที่ 1,496.36 จุด มีเเรงหนุนจากกองทุนภายในประเทศและเเรงซื้อจากกลุ่ม Big Cap มีความพยายามที่จะผลักดันตลาดขึ้นสู่ระดับ 1,500 จุด ปริมาณการซื้อขายที่ 50,686.61 ล้านบาทไม่มากไม่น้อยในขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -692.27 ล้านบาทคงมุมมองเดิมตลอดสองเดือนที่ผ่านมาซึ่งสำหรับเดือนพฤศจิกายนขายสุทธิไปกว่า -30,005.35 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามภูมิภาคซึ่งตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นสามวันทำการติดต่อกันแล้วแต่ยังถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่ค่อนข้างเปราะบางเนื่องจากยังมีปัจจัยภายนอกกดดันตลาดได้แก่ แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯและการประชุมเพื่อหาแนวทางในการลดกำลังการผลิตน้ำมันของโอเปกในทางปฏิบัติ ส่วนปัจจัยบวกในวันสำหรับตลาดทุนได้แก่ตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปิดบวกทำจุดสูงสุดใหม่สร้างภาพรวมบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นแต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาว่าเงินทุนที่ไหลเข้าไปผลักดันตลาดหุ้นสหรัฐฯนั้นเป็นเงินทุนที่ไหลออกจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่หรือไม่

•   แนะนำ : ซื้อขายในกรอบ 926-934 จุด, ปัจจัยบวกยังไม่มากนักระวังแรงขายกดดันหลังปรับตัวขึ้นสามวันทำการติดต่อกัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ตัวเลขเศรษฐกิจประเทศไทย 28 พ.ย. : ดุลการค้า, ยอดการส่งออก, ยอดการนำเข้า
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.

ข่าวในประเทศ
-   เปิดยื่น ‘พิโกไฟแนนซ์’ 1 ธ.ค. ประเมินภาพรวมหนี้นอกระบบสูงระดับแสนล้าน : “คลัง” พร้อมเปิดให้ผู้สนใจทำธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ยื่นขอใบอนุญาต 1 ธ.ค.นี้ คาดมีผู้สนใจมากกว่าสินเชื่อ นาโนไฟแนนซ์ ระบุกำหนดทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้าน ชี้ช่วยให้รายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น
-   ผุดเศรษฐกิจพิเศษ ลงทุนตราด 5 พันล. : ธนารักษ์อนุมัติ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ประเดิมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราด ลงทุน 5,000 ล้านบาท ให้สิทธิบริหาร 50 โดยได้ลงนามสัญญาเช่าที่ราชพัสดุเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.ตราดกับบริษัทซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิในการพัฒนาพื้นที่ระยะเวลา 50 ปี โดยมีมูลค่ารวม 5,000 ล้านบาทแบ่งเป็นการลงทุน 3,000 ล้านบาท และค่าเช่าที่ราชพัสดุ 2,000 ล้านบาท ใช้เวลาลงทุน 6 ปี ตั้งแต่ 2560-2565
-    (SIRIZ16) ‘แสนสิริ’หวังอสังหาปี 60 ฟื้น ปัจจับบวกลงทุนรัฐ-ส่งออก : “แสนสิริ”        มองอสังหาฯปี60 ฟื้น ปัจจัยพื้นฐานดีขึ้น ทั้งการส่งออกการเกษตร รัฐอัดฉีดเม็ดเงินสู่รากหญ้า เดินหน้าโครงการลงทุนเมกะโปรเจค ลุยเปิดโครงการ “คุณ บาย ยู” มูลค่า 4 พันล้าน           
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 54 55 [56] 57   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!