TARADTHONG.COM
ตุลาคม 20, 2017, 04:57:37 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 77 78 [79] 80 81 ... 89   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1340527 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1170 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2017, 10:08:44 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 31 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold วันนี้ตลาดทองคำน่าจะได้รับผลกระทบหลักๆ จากการประกาศรายงานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในค่ำคืนนี้ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มความมั่นใจให้ตลาดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมของธนาคารกลางช่วงกลางเดือนมิถุนายน แม้ภาพการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังไม่ค่อยชัดเจนก็ตาม เราแนะนำนักลงทุนลดสถานะการลงทุนและให้น้ำหนักฝั่ง Short Position ส่วนนักลงทุนที่มีสถานะ Long Position คงค้างอยู่ควรปิดสถานะออกมาก่อน

Key Factors
•   Gold ตลาดทองคำมีแรงขายทำกำไรออกมาชัดเจนตั้งแต่ช่วงเย็นเมื่อวาน โดยเรามองว่าประเด็นหลักน่าจะมาจากการลดสถานะการถือครองเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการประกาศรายงานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของธนาคารกลางสหรัฐฯ คืนนี้ประกอบกับดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้ค่อนข้างทรงตัวตามตลาดคาดการณ์ไม่ค่อยมีผลกระทบเชิงบวก/ลบ ต่อตลาดทองคำเท่าใด สำหรับวันนี้เรามองว่าทองคำอาจมีแรงขายออกมาบ้างระหว่างวันและน่าจะผันผวนในช่วงค่ำคืนนี้จากการประกาศรายงานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าน่าจะให้ข้อมูลที่เป็นบวกต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยชัดเจนนัก ด้านกองทุน SPDR ยังคงสถานะถือครองทองคำไว้เท่าเดิมในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ดังนั้นในค่ำคืนนี้อาจมีแนวโน้มขายออกลดสถานะการถือครองออกมาบ้างจากประเด็นต่างๆ ในตลาดซึ่งน่าจะสร้าง sentiment เชิงลบในตลาดช่วงนี้

Exclusive News
•   ดอลล์ร่วงหลังความเชื่อมั่นทั่วโลกลด,วิตกการเมืองยุโรป: ดอลลาร์ร่วงลงสู ่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนและฟรังก์สวิสในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้นท่ามกลางความวิตกทางการเมืองในยุโรป ขณะที่ตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลงหลังวันหยุดยาวของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยตลาดสหรัฐปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันเมมโมเรียล เดย์ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.1% สู่ระดับ 97.30
•   ตัวเลขศก.สหรัฐกดทองร่วงลง: ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลง 3.95 ดอลลาร์ สู่ 1,262.71 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันอังคารหลังจากพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 1 เดือนที่ 1,270.47 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณบ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนมิ.ย.ที่ตลาด COMEX ปิดลดลง 6.00 ดอลลาร์ ที่ 1,262.10 USD/toz และราคาโลหะเงินส่งมอบเดือน ก.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดตลาดบวก 0.104 ดอลลาร์ ที่ 17.427 ดอลลาร์/ออนซ์.

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position เป็นหลัก

 
Smart Stock
Today Strategy:
หมดเรี่ยวหมดแรง
เมื่อวานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ยังคงไร้ปัจจัยบวก/ลบ ใหม่ๆ และดูเหมือนจะไม่มีแรงปรับตัวขึ้นต่อหลังมีแรงซื้อเข้าจากต่างชาติติดต่อกัน 5-6 วัน ที่ผ่านมา ภาพการเคลื่อนไหวถือว่าทรงตัวเหมือนตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค นักลงทุนยังคงไม่มั่นใจต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในขณะที่ปัจจัยภายในประเทศส่งผลกระทบต่อ sentiment เชิงลบเป็นส่วนมาก เช่นกรณีประเด็นความมั่นคงภายในเรื่องการก่อวินาศกรรม แม้ตลาดจะไม่ตอบรับมากหรือรวดเร็วเท่าที่ควรแต่ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดัน Upside ของดัชนีตลาดหุ้นไทย โดยที่เมื่อวานนี้ SET index ปิดตลาดที่ระดับ 1,568.57 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเพียง 33,633.73 ล้านบาทเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิหนุนดัชนีอยู่ถึง +4,829.31 ล้านบาท ด้านสัญญา S50M17 ปิดตลาดที่ระดับ 992.70 จุด ไม่ค่อยไปไหนเช่นกัน สำหรับวันนี้เรามองว่าน่าจะมีแรงขายออกมาจากประเด็นความมั่นคงภายในและป้องกันความเสี่ยงจากการประกาศรายงานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ คืนนี้

•   Strategy : ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position เป็นหลัก

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ค่าเงินบาทที่ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์ (34.11 บาท/USD)

ข่าวในประเทศ
-    พาณิชย์ย้ำจดทะเบียนบริษัท ตั้งใหม่โตต่อเนื่อง-เจ๊งลดลง: อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมขอชี้แจงถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า ในปี 2557 ที่เกิดรัฐประหาร มีจำนวนผู้จดทะเบียนธุรกิจลดลง ขณะที่หลังการรัฐประหารในปี 2557 ตัวเลขการเลิกกิจการกลับเพิ่มขึ้นนั้น ไม่เป็นความจริง
-    ครม.อนุมัติฟิวเจอร์ฟันด์ ชู2โครงการกทพ.นำร่อง นายกฯกำชับขายรายย่อย: ครม.ไฟเขียวเดินหน้าโครงการไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ส่ง 2 โครงการของ กทพ.นำร่องก่อน ด้านประเมินเปิดขายหน่วยลงทุนได้ไม่เกินไตรมาส 3 ปีนี้ “ประยุทธ์” กำชับขายประชาชนรายย่อยก่อน
-    (PTTM17)ปตท.ส่งแบรนด์ไทยสู่เวทีอาเซียน ชูสิทธิ์แฟรนไชส์อเมซอนให้PTTLAO: ปตท. ส่งแบรนด์ไทยสู่เวทีอาเซียน พร้อมมอบสิทธิ์จำหน่ายแฟรนไชส์อเมซอนให้ PTTLAO หวังเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจของ ปตท. มั่นใจเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมกางแผนเพิ่มจำนวนร้านแฟรนไชส์เป็น 75 สาขาภายในปี 2564
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1171 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2017, 05:19:21 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 31 พฤษภาคม 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ (Beige Book)
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าที่บริเวณ 1,260.76 USD/toz สามารถกลับมาเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นดได้ในระหว่างวัน โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาพยุงตลาดได้บ้าง ทำให้รูปแบบการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำยังทรงตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นๆ ได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามเรามองว่าน่าจะเป็นปัจจัยบวกสำหรับตลาดทองคำจากฝั่งยุโรปและอาจเป็นแรงซื้อที่กลับเข้ามาหลังตลาดปรับตัวลดลงในช่วงค่ำคืน (รีบาวด์) เนื่องจากเรามองว่า sentiment เชิงลบของตลาดยังคงมีอยู่ และนักลงทุนอาจเริ่มกลับมาขายออกในช่วงเย็นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการประกาศรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือ Beige Book ในช่วงประมาณตีหนึ่งตามเวลาประเทศไทยซึ่งมีแนวโน้มสูงที่จะรายงานดังกล่าวจะสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ในส่วนของอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องติดตามได้แก่ ถ้อยแถลงสมาชิก FOMC(Kaplan) และบ้านรอการขาย เดือน เม.ย. ซึ่งค่อนข้างเป็นประเด็นที่สามารถชี้นำตลาดทองคำได้พอสมควร

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลง: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์ในวันอังคาร เนื่องจากแรงซื้อในช่วงปลายเดือน หลังจากข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ได้ตอกย้ำความไม่แน่ใจที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปิดที่ 102-92/256 โดยมีผลตอบแทน 2.8818% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 101-116/256 โดยมีผลตอบแทน 2.2115%
-   ราคาน้ำมันดิบร่วงลงหลังมีความกังวลลิเบียเพิ่มกำลังการผลิต: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า N YMEX ร่วงลงในวันอังคาร โดยได้รับแรงกดดันจากสัญญาณบ่งชี้ว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในลิเบียจะเพิ่มสูงขึ้นและจากความกังวลที่ว่าการที่กลุ่ม ประเทศผู้ผลิตน้ำมันต่ออายุมาตรการปรับลดการผลิตน้ำมันออกไป อาจจะเป็นปัจจัยที่ไม่มากพอที่จะบรรเทาภาวะน้ำมันดิบล้นตลาดโลก ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.ร่วงลง 14 เซนต์ หรือ 0.3 % มาปิดตลาดที่ 49.66 USD/bbl
-   มูดี้ส์มั่นใจเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว: มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสระบุว่า เศรษฐกิจโลกแข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงต่างๆลดลง โดยเศรษฐกิจของยุโรปยังคงฟื้นตัวต่อไปโดยความเสี่ยงที่ประเทศชั้นนำในเขตยูโรโซนจะออกจากสหภาพยุโรป (อียู) นั้นไม่ได้เป็นความวิตกในระยะใกล้อีกต่อไป เนื่องจากมีการเลือกนายเอ็มมานูเอล มาครงเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวของอังกฤษเนื่องจากอังกฤษลงมติออกจากอียู (Brexit) นั้นได้ปรับตัวดีขึ้น และมูดี้ส์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษในปีนี้เป็น 1.5% จาก 1% มูดี้ส์คาดว่าเศรษฐกิจในอังกฤษอาจชะลอตัวลง เนื่องจากการใช้จ่ายด้านการลงทุนชะลอตัว ขณะที่มีการเจรจาเรื่อง Brexit และผู้บริโภครู้สึกถึงผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ค่ำคืนนี้
-   ติดตามถ้อยแถลงสมาชิก FOMC(Kaplan) ค่ำคืนนี้

คำแนะนำ    :  คงมุมมอง Short Position หากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,267 USD/toz

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1172 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 10:10:24 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold เรามองว่าหากไม่มีประเด็นเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนหน้าตามที่ตลาดคาดการณ์ก็ถือว่าตลาดทองคำยังคงมีปัจจัยบวกมากกว่าปัจจัยลบ ทั้งประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ, เศรษฐกิจและการเมืองในยุโรป รวมไปถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่ฝื้นตัวดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามสำหรับการซื้อขายในวันนี้เรามองว่าทองคำน่าจะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบที่กว้างขึ้นเนื่องจากในช่วงค่ำคืนนี้จะมีการประกาศดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายดัชนี

Key Factors
•   Gold ทองคำเคลื่อนไหวต่อในทิศทางแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นได้รับปัจจัยบวกจากการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ทำให้มีแรงขายจากค่าเงินดอลลาร์กดดันดัชนีค่าเงินดอลลาร์ลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ในช่วงค่ำคืน อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าพิจารณาก็คือ เมื่อคืนนี้ถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC ค่อนข้างให้น้ำหนักไปในทางสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมช่วงกลางเดือนหน้า +0.25% แต่กลับไม่สร้างผลกระทบในเชิงบวกต่อดอลลาร์ ขณะเดียวกันก็ไม่สร้างผลกระทบในเชิงลบต่อทองคำเช่นกัน อย่างไรก็ตามเรามองว่าทองคำยังได้รับปัจจัยบวกจากความกังวลทางการเมืองและเศรษฐกิจของฝั่งยุโรปและประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศในคาบสมุทรเกาหลีซึ่งตลาดกลับมาให้น้ำหนักอีกครั้ง

Exclusive News
•   ดอลล์อ่อนค่าจากวิตกการเมืองสหรัฐ,รอข้อมูลจ้างงาน: ดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเท ียบกับสกุลเงินต่างๆ ในวันนี้ โดยร่วงต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์เมื่อเทียบกับเยนและร่วง ต่ำสุดในรอบมากกว่า 1 สัปดาห์เมื่อเทียบกับยูโร ท่ามกลางความตึง เครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ ทั้งนี้ ดอลลาร์ลดลง 0.1% สู่ระดับ 110.67 เยน หลังร่วงต่ำสุดใน รอบ 2 สัปดาห์ ส่วนยูโรแข็งค่า 0.5% สู่ระดับ 1.1236 ดอลลาร์ ขณะที่ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.3% สู่ระดับ 96.99 จุด
•   ทองปรับขึ้นขณะดอลล์ร่วงลง:  ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯปรับขึ้น 5.38 ดอลลาร์สู่ 1,268.09 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลง และราคาทองได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งทางการเมือง อย่างไรก็ดี ราคาทองปิดตลาดเดือนพ.ค.ด้ว ยการขยับขึ้นเพียง 0.2 % จากเดือนเม.ย. ในขณะที่ราคาทองได้รับแรงกดดัน จากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ .ย. ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนมิ.ย.ที่ตลาด COMEX ปิดเพิ่มขึ้น 9.90 ดอลลาร์ ที่ 1,272.00 USD/toz

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบราคาที่กว้างขึ้น

 
Smart Stock
Today Strategy:
เทขายแรง
สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวานนี้แกว่งตัวในกรอบเเคบตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้าในลักษณะทรงตัวก่อนมีเเรงขายกดดันในช่วงท้ายตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานเเละธนาคาร ภาพการเคลื่อนไหวคล้ายคลึงกับภูมิภาค โดยเเรงขายหลักๆ ที่กดดันตลาดหุ้นไทยมาจากนักลงทุนสถาบันภายในประเทศเเละนักลงทุนต่างประเทศจากการปรับสถานะกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการประกาศรายงานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากเฟดเป็นหลัก ท่ามกลางปัจจัยลบทางการเมืองภายในซึ่งมีความไม่ชัดเจนเเละยังคงไร้ปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจในภาค Real Sectors ทำให้เรามองว่าดัชนีตลาดหุ้นถูกจำกัด Upside ไปโดยปริยายโดยยังคงอาศัยเเรงหนุนจากกระเเสเงินทุนต่างประเทศเป็นหลักในการกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว โดยที่เมื่อวานนี้ SET index ปิดตลาดที่ 1,561.66 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่หนาแน่นถึง 50,316.61 ล้านบาท ค่อนข้างมากอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ในขณะที่สัญญา S50M17 ปิดตลาดที่ระดับ 987.70 จุด โดยวันนี้เรามองว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะได้รับ sentiment เชิงลบจากถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC เมื่อคืนซึ่งให้น้ำหนักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนหน้า +0.25%

•   Strategy : ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position เป็นหลัก

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    แรงขายของนักลงทุนสถาบันและต่างชาติที่กดดัน sentiment ภายใน

ข่าวในประเทศ
-   ต้นทุนที่ดินสูงขึ้น30% อสังหาฯปรับตัวเฟ้นที่ดีมีตำหนิมาแก้ไขส่วนสต๊อกบ้านเริ่มลด:  อสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ถือว่าเหนื่อย เพราะโจทย์ที่ยากขึ้นการพัฒนาในรูปแบบเดิมๆ อาจไปไม่รอด ผู้ประกอบต้องมีการปรับตัวทั้งเรื่องของราคาที่ดินที่ปรับตัวสูงขึ้นปีละ 30% โดยในส่วนของบริษัทได้มีการพัฒนาโครงการที่หลากหลายมากขึ้น และมีขนาดโครงการเล็กจะได้เปรียบสามารถปิดการขายได้เร็ว ขณะที่ต้นทุนที่ดินเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการอาจเลือกทำเลที่ดีแต่มีตำหนิ เช่น มีเสาไฟฟ้าแรงสูง โดยนำมาแก้ไข ซึ่งจะสามารถช่วยลดต้นทุนที่ดินได้
-    ธอส.รับยอดสินเชื่อ5เดือนต่ำเป้า เตรียมขยายวงเงินสินเชื่อโครงการเดิม-ใหม่ ชูดอกเบี้ยต่ำกว่า 4% ดึงยอดปล่อยกู้: ธอส.เผยสินเชื่อ 5 เดือนแรกยังห่างเป้าปล่อยได้เพียง 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ทั้งปีวางเป้าหมายที่ 1.7 แสนล้านบาท ระบุลูกค้ารอมาตรการหนุนสินเชื่อจากธนาคารและภาครัฐ เป็นเหตุให้ชะลอการตัดใจ หวัง 2 เดือนนับจากนี้ยอดสินเชื่อเพิ่ม 1.7-1.8 หมื่นล้านบาทต่อเดือน โดยเร่งสินเชื่อโครงการเก่าและใหม่ดอกเบี้ยต่ำกว่า 4% ต่อปี ส่วนหนี้เสียทั้งปี 4%
-    (EPGM17)‘EPG’กวาดรายได้พุ่ง6% ตั้งโต๊ะแจกปันผล0.15บ.: EPG เผยปี 2559/60 กวาดรายได้จากการขาย 9.28 พันล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 6% ส่วนกำไรสุทธิ 1.38 พันล้านบาท หลังทุกกลุ่มธุรกิจไปได้สวยทั้ง AEROFLEX-AEROKLAS และ EPP เตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 27 กรกฎาคมนี้ จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1173 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2017, 05:12:37 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามดัชนีทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ คืนนี้
ราคาทองคำผันผวนค่อนข้างรุนแรงตลอดช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โดยสำหรับเมื่อคืนราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความกังวัลในประเด็นทางด้านเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯ และดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่าซึ่งก็ถือเป็นปัจจัยบวกแก่ตลาดทองคำ ในขณะที่รายงานสภาวะทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ หรือ Beige Book ที่เปิดเผยออกมาเมื่อคืนถือว่าค่อนข้างผิดหวังโดยภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวก็เป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำในช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะมีแรงขายกำไรออกมาบ้าง แต่อย่างไรก็ตามภาพการเคลื่อนไหวของทองคำยังถือว่าสามารถทรงตัวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น-กลางได้ สำหรับค่ำคืนนี้เรามองว่าตลาดทองคำมีแนวโน้มผันผวนสูง-สูงมาก เนื่องจากจะมีการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายดัชนีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “การเปลี่ยนเเปลงการจ้างงานนอกภาคการเกษตรจาก ADP เดือน พ.ค.” ซึ่งเป็นดัชนีที่สร้างผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญมาโดยตลอด อีกประเด็นที่น่าจับตามองได้แก่ นักลงทุนสถาบันหลักอย่างกองทุน SPDR ยังคงสถานะถือครองทองคำไว้ที่ระดับ 847.45 ตัน ติดต่อกันราวสัปดาห์แล้ว ซึ่งหากมีการปรับสถานะลงทุนในค่ำคืนนี้เรามองว่ามีแนวโน้มที่จะมีแรงซื้อ/ขาย มากพอที่จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวในตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามเรามองว่าในช่วงเดือนนี้ปัจจัยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดการเคลื่อนไหวและจำกัด Upside ของตลาดทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยโดยที่ทาง CME Fed Watch Tool จะให้น้ำหนักการปรับขึ้นสู่ระดับ 100-125 Basis Point สูงถึง 90% ท่ามกลางสภาวะที่ยังไม่ได้พร้อมเท่าที่ควร (พร้อมไม่พร้อมก็ต้องขึ้นแล้ว...)

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ ลดลง: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ในวันพุธ และผลตอบแทนอ้างอิงร่วงต่ำสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์จากแรงซื้อพันธบัตรช่วงปลายเดือนและข้อมูลตลาดบ้านของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่ใจว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้หลังเดือน มิ.ย.หรือไม่ ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 30 ปี ปิดที่ 102-164/256 โดยมีผลตอบแทน 2.868% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 101-128/256 โดยมีผลตอบแทน 2.2063%
-   เศรษฐกิจสหรัฐฯ โตเล็กน้อยถึงปานกลาง: ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงาน Beige Book ในวันพุธโดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวในอัตราเล็กน้อยจนถึงปานกลางตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.จนถึงปลายเดือน พ.ค. แต่แทบไม่ส่งสัญญาณว่าจะสามารถออกจากแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อต่ำในระยะนี้ได้โดยรายงาน Beige Book นี้จัดทำจากข้อมูลที่ได้รับจากธุรกิจที่ติดต่อกับเฟดสาขาต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ โดยเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเป็นผู้รวบรวมข้อมูลนี้ในช่วงก่อนหรือภายในวันที่ 22 พ.ค.
-   น้ำมันดิบดิ่งลง 2.7% ขณะลิเบียผลิตน้ำมันเพิ่ม: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วง หน้า NYMEX ดิ่งลง 2.7 % ในวันพุธ ในขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียเพิ่มสูง ขึ้น และส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศ ผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับขึ้นรายเดือนเป็นครั้งแรกในปี

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามดัชนีรายงานทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายดัชนี
-   ติดตามการเปลี่ยนเเปลงการจ้างงานนอกภาคการเกษตรจาก ADP เดือน พ.ค.

คำแนะนำ    :  แนะนำถือเงินสด, ลดความเสี่ยงจากการประกาศดัชนีทางเศรษกิจสหรัฐฯ ดีกว่า
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1174 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2017, 10:18:50 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold เราให้น้ำหนักฝั่ง Short Position เป็นหลักจาก Sentiment เชิงลบของตลาดทองคำหลังรับข่าวตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 253K ทำให้นักลงทุนและคตลาดมั่นใจต่อการตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในการประชุมกลางเดือนนี้ สำหรับค่ำคืนนี้ขอให้นักลงทุนติดตามการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศหลายดัชนีอย่างใกล้ชิด

Key Factors
•   Gold สำหรับในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาราคาทองคำเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลง โดยได้รับปัจจัยลบจากค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นส่วนทาง (ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในปัจจุบันเคลื่อนไหวที่ระดับ 97.20 จุด) จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (ADP Non-Farm Employment Change) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 253K (จากที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 181K) ประกอบกับดัชนีตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศบวก/ลบ สลับกัน อย่างไรก็ตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสร้างความมั่นใจให้ตลาดและนักลงทุนต่อประเด็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมในช่วงกลางเดือนนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในวันนี้เรามองว่ายังคงได้รับ sentiment เชิงลบจากประเด็นดังกล่าวค่อนข้างมากโดยพิจารณาจากตัวเลขการขอรับสวัสดิการของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 248K แต่ก็ไม่สามารถพยุงราคาทองคำให้เคลื่อนไหวในแดนบวกได้ ด้านนักลงทุนสภาบันหลักอย่างกองทุน SPDR ยังคงสถานะการถือครองทองคำไว้ที่ระดับ 847.45 ตัน ในช่วงกว่า 7 วันทำการแล้ว

Exclusive News
•   ทองคำขยับลงขณะค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า: ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ร่วงลง 2.83 ดอลลาร์ สู่ 1,265.26 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น หลังจากบริษัท ADP รายงานว่า การจ้างงานภาคเอกชนใน สหรัฐฯ พุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือน พ.ค. และตัวเลขนี้ช่วยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือน ส.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดลดลง 5.30 ดอลลาร์ ที่ 1,270.10 USD/toz
•   ดอลลาร์ดีดตัวหลังตัวเลขจ้างงานเอกชนสหรัฐแกร่ง: ค่าเงินดอลลาร์ทะยานขึ้นในวันพฤหัสบดีหลังรายงานบ่งชี้ว่า การจ้างงานในภาคเอกชนของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือน พ.ค. ซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์บวก 0.3% สู่ระดับ 97.18 จุด

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : สำหรับวันนี้เรามองว่าทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างขึ้นโดยยังคงมี sentiment เชิงลบอยู่ ดังนั้นให้น้ำหนักฝั่ง Short Positon

 
Smart Stock
Today Strategy:
ปัจจัยบวก/ลบ สลับกัน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังคงแกว่งตัวในกรอบราคาแคบๆ ระหว่างวันหลังมีแรงขายอย่างรุนเเรงในช่วงท้ายตลาดวันก่อนหน้า โดยที่ภาพรวมยังคงไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามา ประกอบกับกระเเสเงินลงทุนต่างประเทศที่เริ่มกลับมาไหลออกจากตลาดตราสารทุนอย่างชัดเจนอย่างต่อเนื่องตามที่เราได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า ในขณะที่กระแสเงินทุนบางส่วนยังคงอยู่ในตลาดตราสารหนี้พยุงให้ค่าเงินบาทยังคงเเข็งค่าต่อไป สำหรับสัญญา S50M17 เมื่อวานปิดตลาดที่ระดับ 988.10 จุด เคลื่อนไหวเช่นเดียวกับดัชนี SET index ซึ่งปิดตลาดที่ระดับ 1,563.11 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่ระดับ 41,117.43 ล้านบาท เริ่มเบาบางจากวันก่อนหน้า สำหรับการเคลื่อนไหวในวันนี้เรามองว่าตลาดมี Upside Gain ค่อนข้างจำกัดรวมทั้งเป็นวันศุกร์ปลายสัปดาห์ที่ sentiment เชิงลบค่อนข้างปกคลุมตลาดสินทรัพย์เสี่ยงพอสมควรโดยเฉพาะปัจจัยภายนอกทั้งเศรษฐกิจ/การเมืองในฝั่งสหรัฐฯ และฝั่งยุโรป รวมไปถึงคาบสมุทรเกาหลีซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอน แต่อาจได้รับปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนนี้

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบราคา, หากราคาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 986 จุด ยังคงให้น้ำหนักฝั่ง Long Position

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    แรงขายของนักลงทุนสถาบันและต่างชาติที่กดดัน sentiment ภายใน
-   Sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา

ข่าวในประเทศ
-   เงินเฟ้อพ.ค.ติดลบในรอบ14เดือน: สนค. เปิดเผยว่าเงินเฟ้อ เดือน พ.ค.60 เท่ากับ 100.64 ลดลง 0.04% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.59 นับเป็นการกลับมาติดลบครั้งแรกในรอบ 14 เดือน ตั้งแต่ มี.ค.59 ที่ -0.46% แต่เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.60 เพิ่มขึ้น 0.15% และเมื่อดูภาพรวมเฉลี่ย 5 เดือนที่ผ่านมา เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.81% ทั้งนี้ เพราะหมวดอาหารปรับลดลงมาก โดยเฉพาะกลุ่มผัก เนื่องจากปีนี้นี้ไม่มีปัญหาภัยแล้งทำให้ราคาเป็นปกติ จากปีก่อนที่ประสบปัญหาภัยแล้งจนดันราคาพุ่งสูง พร้อมกันนี้คาดว่า ช่วงครึ่งปีแรกนี้ เงินเฟ้อน่าจะอยู่ที่ 0.8-0.9% เนื่องจากประเมินว่า ราคาสินค้ายังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ขณะที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจจะขยับขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ดี สนค.จะทบทวนเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปี 60 นี้ ใหม่อีกครั้ง จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 1.5-2.2%
-   ‘บิ๊กตู่’ต่ออายุบีโอไอ1ปี ลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ: บีโอไอ เผยว่าบอร์ดบีโอไออนุมัติขยายเวลายื่นขอรับการส่งเสิรมฯ เขตเศรษฐกิจพิเศษขายแดน 10 จังหวัดออกไปอีก 1 ปี จากเดิมจะสิ้นสุดในสิ้นปี 60 และเห็นชอบให้ส่งเสริมฯ และยังเห็นชอบให้ส่งเสริมกิจการที่เคยยกเลิกการส่งเสริมการลงทุนไปแล้ว โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขเป็นเวลา 8 ปี เพื่อคนในท้องถิ่นมีความสามารถที่จะทำธุรกิจประเภทนี้ได้
-    (STECM17)STEC ชิงดำรถไฟทางคู่ เสือนอนกินงานแสนล.: STEC มั่นใจผลงานปี 2560 สดใส หลังตุน Backlog สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1 แสนล้านบาท ลั่นทยอยบุ๊กรายได้ยาว 3-4 ปีข้างหน้า ผู้บริหาร “ภาคภูมิ ศรีชำนิ” เล็งแผนเข้าประมูลงานรถไฟทางคู่ และงานก่อสร้างภาคเอกชน มั่นใจรายได้ปีนี้แตะ 2 หมื่นล้านบาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1175 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2017, 05:13:20 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

คืนนี้ติดตามการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตร
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในการซื้อขายภาคเช้าที่บริเวณ 1,262.30 USD/toz ภาพรวมยังคงแกว่งตัวในกรอบแนวโน้มขาลงระยะสั้น โดยเรามองว่าปัจจัยหลักมาจากการลดสถานะการถือครองทองคำของนักลงทุนในตลาดเพื่อลดความเสี่ยงจากการประกาศตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคการเกษตรหรือ Non-Farm Employment Change ซึ่งตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 181K น้อยกว่าตัวเลขที่ประกาศครั้งก่อนที่ 211K อย่างไรก็ตามหากตัวเลขดังกล่าวประกาศออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 181K ก็มีแนวโน้มที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดทองคำและพันธบัตรรัฐบาลในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในทางตรงกันข้ามหากประกาศออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในเบื้องต้นก็อาจมีแรงขายออกในตลาดทองคำเนื่องจากนักลงทุนจะให้น้ำหนักการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในช่วงกลางเดือนนี้อย่างมีนัยสำคัญซึ่งก็จะส่งผลลบต่อตลาดทองคำในรอบเดือนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับคืนนี้เราให้น้ำหนักการซื้อขายในกรอบโดยพิจารณาจากการประกาศตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตรเป็นหลัก ในขณะที่เราก็ยังคงไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ เช่นดุลการค้าและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับขึ้นในช่วงสั้นๆ: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้นพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ใน ช่วงสั้นๆในวันพฤหัสบดี หลังจากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งในภาคเอกชนของสหรัฐฯ หนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหลายครั้งในปีนี้ ขณะที่ความระมัดระวังก่อนการเปิดเผยรายงานการจ้างงานนอก ภาคเกษตรในวันศุกร์ได้สกัดการเคลื่อนไหวดังกล่าว ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปิดที่ 102-156/256 โดยมีผลตอบแทน 2.8695% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปิดที่ 101-104/256 โดยมีผลตอบแทน 2.2167%
-   ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ขยับขึ้นแต่เบรนท์ร่วงลง: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงเกินคาด อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลง โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำม ันในเดือน พ.ค. ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ค.ขยับขึ้น 4 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 48.36  USD/bbl
-   รัฐบาลทรัมป์ยื่นอุทธรณ์กรณีระงับคำสั่งห้ามประชาชนชาติมุสลิมเข้าประเทศ: คณะผู้บริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ขอให้ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ คืนอำนาจให้แก่คำสั่งของ ปธน.ทรัมป์ในการห้ามประชาชนจาก 6 ประเทศเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ เป็นการชั่วคราว หลังจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ของสหรัฐฯ ระงับคำสั่งห้ามของ ปธน.ทรัมป์ โดยให้เหตุผลว่า คำสั่งของปธน.ทรัมป์เป็นการเลือกปฏิบัติ โดย ปธน.ทรัมป์ได้ออกคำสั่งดังกล่าวในวันที่ 6 มี.ค. โดยห้ามประชาชนจากอิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซูดาน, ซีเรีย และเยเมน ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่ เดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ เป็นเวลา 90 วัน ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมเพิ่มความเข้มงวดในการกลั่นกรองวีซ่า
-   ธนาคารกลางจีนยังคงค่าเงินหยวนไว้ที่ระดับต่ำ: หยวนอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันนี้ หลังจากภาวะสภาพคล่องตึงตัวบรรเทาลงเล็กน้อยในฮ่องกง และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในตลาดโลก ธนาคารกลางจีนกำหนดค่ากลางหยวนที่ระดับ 6.8070 ต่อดอลลาร์ก่อนเปิดตลาดในวันนี้ เพิ่มขึ้นจากค่ากลางครั้งก่อนที่ 6.8090 ต่อดอลลาร์ และค่ากลางในวันนี้เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย.

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   (สำคัญ) ติดตามตัวเลขการเปลี่ยนเเปลงการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน พ.ค.
-   ติดตามอัตราการว่างงาน เดือน พ.ค.และดุลการค้าสหรัฐฯ เดือน เม.ย.

คำแนะนำ    :  เปิดสถานะในกรอบราคาติดตามตัวเลขการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเป็นหลัก

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1176 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2017, 10:10:43 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold สำหรับวันนี้เรามองว่าตลาดทองคำยังคงได้รับ Sentiment เชิงบวกจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรในค่ำคืนวันศุกร์ซึ่งค่อนข้างต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดและส่งผลต่อการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงการประชุมสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้เรายังคงมุมมองเชิงบวกและให้น้ำหนักฝั่ง Long Position เหมือนเดิม

Key Factors
•   Gold การเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงระหว่างวันในวันศุกร์ที่ผ่านมา ค่อนข้างทรงตัวในเเนวโน้มขาลงจากการปรับสถานะของนักลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งจะมีการประกาศค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรซึ่งประกาศออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดค่อนข้างมาก ส่งผลบวกต่อตลาดทองคำทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญระหว่างค่ำคืนถึง 13-15 ดอลลาร์ ขึ้นไปเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,277-1,279 USD/toz เเต่ยังไม่สามารถทะลุผ่านระดับ 1,280 USD/toz ได้ ด้านกองทุน SPDR เพิ่มสถานะถือครองทองคำที่ระดับ 851 ตัน หลังคงสถานะไว้ที่ระดับเดิมกว่า 7 วันทำการ อย่างไรก็ตามสำหรับการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในวันนี้เรายังมองว่ายังคงได้รับปัจจัยบวกจากการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรซึ่งน้อยกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 138,000 อัตรา ในขณะที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 181,000 อัตรา ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสร้างผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงกลางเดือนนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และในส่วนของค่ำคืนนี้เเนะนำนักลงทุนปรับสถานะการลงทุนให้เหมาะสมเนื่องจากตลาดทองคำอาจกลับมาผันผวนจากการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศหลายดัชนีเช่นกัน

Exclusive News
•   ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ หนุนราคาทองคำพุ่งขึ้น: ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 14.32 ดอลลาร์ หรือ 1.13 % สู่ 1,279.58 USD/tozในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ โดยราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ต่ำเกินคาดของสหรัฐฯ เพราะตัวเลขดังกล่าวกดดันดอลลาร์ให้ร่วงลงและทำให้นักลงทุน ปรับลดการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งแกร่งในช่วงต่อไปในปีนี้ ทั้งนี้ ราคาทองคำ ส่งมอบเดือน ส.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดพุ่ง ขึ้น 10.10 ดอลลาร์ ที่ 1,280.20 USD/toz
•   ค่าเงินดอลลาร์ร่วงงต่ำสุดในรอบ 7 เดือนหลังข้อมูลจ้างงานอ่อนแอเกินคาด: ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนในวันศุกร์ หลังข้อมูลบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานน้อยกว่าคาดในเดือน พ.ค. ซึ่งอาจสกัดกั้นการปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.5% สู่ระดับ 96.725 จุด หลังร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : คงมุมมองบวกต่อตลาดทองคำ

 
Smart Stock
Today Strategy:
ติดตามแถลงการณ์เรื่องเกณฑ์คุมค่าเงินจาก ธปท.
สำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันศุกร์ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีเเรงซื้อกลับเข้ามาพยุงตลาด หลังมีเเรงขายอย่างรุนแรงในช่วงท้ายตลาดวันพุธ โดยภาพรวมของการเคลื่อนไหวตลอดสัปดาห์เเกว่งตัวในกรอบเเคบระหว่างวัน (ยกเว้นวันพุธซึ่งได้รับผลกระทบจากการ Rebalancing ในดัชนี MSCI) โดยเรามองว่าปัจจัยบวกภายในประเทศยังคงไม่มี ดังนั้นการปรับขึ้นตลอดเกือบสองสัปดาห์เป็นผลมาจากกระเเสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งพิจารณาได้จากค่าเงินบาทที่เเข็งค่าขึ้น(สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี) เเละการสะสมสถานะลงทุนในตลาดตราสารทุนเเละตราสารหนี้ รวมไปถึงในตลาดตราสารอนุพันธ์บางส่วน โดยดัชนีหลักอย่าง SET Index ปิดตลาดที่ระดับ 1,567.60 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่ยังคงเบาบางเหมือนตลอดสัปดาห์เพียง 36,052.01 ล้านบาท ในขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M17 ปิดตลาดสิ้นวันที่ระดับ 990.50 จุด โดยที่ภาพการเคลื่อนไหวหลักค่อนข้างคล้ายคลึงกับ SET Index เเต่จะมีเเรงซื้อในช่วงท้ายตลาดมากกว่าเล็กน้อย สำหรับวันนี้เรามองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีเเนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนจากหลายประการโดยเฉพาะปัจจัยฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งตลาดหุ้นปรับขึ้นในวันศุกร์ท่ามกลางการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ลดลงต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบราคา, ให้น้ำหนักฝั่ง Long Position

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   วันนี้ติดตามแถลงปฎิรูปเกณฑ์คุมค่าเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย
-   Sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (New High)

ข่าวในประเทศ
-    ถก"รุ่นใหม่"ดันธุรกิจเข้า MAI แนะทายาทเจ้าสัวทำแผน เป้าปีนี้ไอพีโอเพิ่ม15บริษัท:       ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ รุกหารือทายาทนักธุรกิจหอการค้า-สอท. ทำแผนส่งเสริมธุรกิจครัวเรือนเข้าระดมทุนตลาด mai หลังเจ้าสัวเริ่มวางมือให้เด็กรุ่นใหม่บริหารกิจการมากขึ้น "ประพันธ์" คาดปีนี้ มีไอพีโอใหม่เข้า mai จำนวน 15 บริษัท มาร์เก็ตแคป 20,000 ล้านบาท
-    เอาแน่เก็บภาษี"ลาภลอย" รายได้อานิสงส์รัฐลงทุน มูลค่า50ล้านบาทขึ้นไป: คลังเอาแน่เก็บภาษีลาภลอย รายได้ของผู้ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ สศค.เปิดประชาพิจารณ์ รับฟังข้อดี-ข้อเสียก่อนนำเสนอ ครม. กำหนดรายได้เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไปต้องเสียภาษี
-    (BJCM17)BJC การันตีเติบโตทุกธุริจ ทุ่มหมื่นล.อัพฐานแกร่ง: BJC ตั้งเป้าโกยรายได้รวมปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1.37 แสนล้านบาท พร้อมอัดฉีดงบลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขยายสาขาของ BIGC ทั้งในและต่างประเทศ หนุนยอดขายเพิ่มและลงทุนเตาหลอมหวังเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของ BJC ส่วนดีลคาดถอน BIGC ออกจากตลท. ลุ้นผู้ถือหุ้นไฟเขียวมิถุนายนนี้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1177 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2017, 05:12:06 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

สร้างฐานราคาด้านบน
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในการซื้อขายภาคเช้าที่บริเวณ 1,280.11 USD/toz ภาพรวมยังคงแกว่งตัวในกรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น หลังได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ประกาศต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาด อย่างไรก็ตามในประเด็นนี้เรามองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนและตลอดต้นสัปดาห์นี้ก็จริง แต่ต้องยอมรับว่าไม่ว่าตัวเลขดังกล่าวจะประกาศ สูง/ต่ำกว่าคาดการณ์ชองตลาดคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารก็ยังคงมีแนวโน้มเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป โดยที่ทาง Fed Watch Tool คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 100-125 Basis Point ในการประชุมกลางเดือนนี้ถึง 94.60% อีกปัจจัยหนึ่งที่เข้ามาขับเคลื่อนตลาดทองคำและสร้าง Sentiment เชิงบวกในระหว่างวันช่วงสั้นๆ ได้แก่การกลับเข้ามาซื้อทองคำสะสมของกองทุน SPDR กว่า +3.55 ตัน ทำให้มีสถานะถือครองทองคำสุทธิอยู่ที่ระดับ 851 ตัน โดยในประเด็นนี้เรามองว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณบ้างอย่างในตลาดทองคำหลังจากที่ทางกองทุนถือครองทองคำสุทธิไว้ที่ระดับ 847.45 ตัน ติดต่อกันเป็นเวลากว่า 7-8 วันทำการแล้ว สำหรับการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในค่ำคืนนี้เรามองว่าอาจมีแรงขายสร้างความผันผวนและสร้างกรอบการเคลื่อนไหวที่กว้างขึ้นบ้างโดยเฉพาะระดับนัยสำคัญที่ 1,280-1,281USD/toz แนะนำนักลงทุนติดตามการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะ ผลการผลิตนอกภาคการเกษตร (ปรับปรุง) ไตรมาส1/60 q/q และดัชนีสภาวะตลาดแรงงาน เดือน พ.ค. m/m

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ทองคำยังคงได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ: ราคาทองคำในตลาดสปอตทรงตัวในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์ในช่วงแรก โดยได้แรงหนุนหลังจากรายงานการจ้างงานที่น่าผิดหวังของสหรัฐฯได้ลดแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบเชิงรุกของธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยที่ ณ เวลา 09.17 น.ตามเวลาไทย ราคาทองอยู่ที่ 1,279.74 USD/toz  +0.16 ดอลลาร์ หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 1,281.86 USD/toz ในช่วงแรกซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงหลังเผยข้อมูลจ้างงาน: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะยาวร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 เดือน และผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นแตะระดับต่ำสุด ในรอบกว่า 2 สัปดาห์ในวันศุกร์ หลังจากข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ซึ่งบ่งชี้ถึงท่าทีนโยบายที่ระมัดระวังของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลัง เดือน มิ.ย. ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ปิดที่ 103-204/256 โดยมีผลตอบแทน 2.8115% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดที่ 101-236/256 โดยมีผลตอบ แทน 2.1591%
-   น้ำมันดิบดิ่งลง 1.5%,กังวลสหรัฐฯ เพิ่มผลิตน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า (WTI)NYMEX ดิ่งลง 1.5 % ในวันศุกร์ และปิดตลาดรายสัปดาห์ในแดนลบเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน โดยราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สหรัฐฯ ถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีส อาจส่งผลให้สหรัฐฯผลิตน้ำมันมากยิ่งขึ้น และจะทำให้ มีน้ำมันล้นตลาดโลกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ค.ดิ่ง ลง 70 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 47.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
-   รองผู้อำนวยการ IMF แนะเอเชียเผชิญปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ: นายมิตสึฮิโระ ฟุรุซาวะ รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในวันจันทร์ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงบางประการ ซึ่งรวมถึงการขาดความชัดเจนในเรื่องที่ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการกระตุ้นทางการคลังที่มีขนาดใหญ่เพียงใดและสินเชื่อภายในประเทศของจีนจะเติบโตอย่างรวดเร็วเพียงใด โดยนายฟุรุซาวะตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าหากธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วเกินคาด ปัจจัยนี้ก็อาจส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียที่มีหนี้จำนวนมากในรูปดอลลาร์มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามการแถลงการณ์ต่อสื่อของ ECB และการเลือกตั้งทั่วไปอังกฤษในวันพฤหัสบดี
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงอ่อนค่าที่ระดับ 96.77 จุด

คำแนะนำ    :   ยังคงมุมมองให้น้ำหนักฝั่ง Long Position หากราคาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,258-1,276 USD/toz และระวังแรงขายทำกำไร

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1178 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2017, 10:22:27 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ตลาดทองคำยังคงได้รับปัจจัยบวกจากความไม่แน่นอนในสถานการณ์โลกทั้งฝั่งสหรัฐฯ และยุโรป รวมไปถึงประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศที่เข้ามาหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ฟื้นตัวแบบครึ่งๆ กลางๆ ทำให้เรามองว่า Upside Gain ของทองคำมีค่อนข้างมาก ดังนั้นสำหรับวันนี้เรายังคงมุมมอง Long Position ตามเดิม

Key Factors
•   Gold ตลาดทองคำยังคงมีทั้งปัจจัยบวกเเละปัจจัยลบสลับกันไป โดยภาพรวมการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวานนี้สำหรับเวลาประเทศไทยและในช่วงค่ำคืนถือว่าเคลื่อนไหวในกรอบราคาเเละสามารถทรงตัวในเเนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นได้ อย่างไรก็ตามเรามองว่าปัจจัยต่างๆ ทั้งปัจจัยบวกเเละปัจจัยลบยังคงเข้ามากระทบตลาดทองคำอยู่เรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เเละมีเเนวโน้มที่จะสร้างความผันผวนระหว่างสัปดาห์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจัยเเรกคงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งอังกฤษเเละการเเถลงการณ์ต่อสื่อของ ECB โดยเฉพาะเรื่องการคงอัตราดอกเบี้ย(ตลาดคาดการณ์คงอัตราดอกเบี้ย) เเละมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปัจจัยต่อไปเราให้น้ำหนักการก่อการร้ายในอังกฤษซึ่งสะท้อนความไม่มีเสถียรภาพเเละความมั่นคงที่ยังสั่นคลอนก็เป็นปัจจัยบวกให้ตลาดทองคำระยะสั้นๆ ได้ ส่วนประเด็นสุดท้ายในห้วงสัปดาห์นี้คือ Sentiment ของตลาดสหรัฐฯ เเละตลาดโลกหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้งสามตลาดหลักทำจุดสูงสุดใหม่ โดยสำหรับการเคลื่อนไหวในวันนี้เรายังมองว่าตลาดทองคำอาจได้รับปัจจัยบวกจากค่าเงินดอลลาร์ที่ยังถือว่าอ่อนค่าอยู่อย่างต่อเนื่อง

Exclusive News
•   ดอลล์ทรงตัวขณะตลาดหันจับตาประชุมอีซีบี,เลือกตั้งอังกฤษ: ดอลลาร์ทรงตัวเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินในวันจันทร์ โดยฟื้นตัวขึ้นจากใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่เข้าทดสอบในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนกลับมาให้ความสนใจในสัปดาห์นี้ต่อการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และการเลือกตั้งรัฐสภาในอังกฤษ ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินบวก 0.1% สู่ระดับ 96.809 จุด
•   ทองทรงตัวหลังแตะจุดสูงสุด 6 สัปดาห์: ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ขยับลง 13 เซนต์ สู่ 1,279 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ หลังจากพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ที่ 1,283.27 USD/toz ในระหว่างวัน ในขณะที่ตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวังของสหรัฐทำให้นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรั บ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งแกร่งในช่วงต่อไปในปีนี้ อย่างไรก็ดี เฟดยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย.

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : คงมุมมองให้น้ำหนักฝั่ง Long Position

 
Smart Stock
Today Strategy:
เงินบาทแข็งค่า
สำหรับเมื่อวานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดในภาคเช้าในเเดนบวก เกิดช่องว่างของราคาหรือ Positive Trading Gap สะท้อนกำลังซื้อที่สะสมอยู่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเรามองว่าน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากการทำจุดสูงสุดใหม่ของดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลักๆ ทั้งสามดัชนี เเต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นดัชนีตลาดหุ้นไทยก็เเกว่งในกรอบขาดไร้ปัจจัยบวกใหม่ๆภายในประเทศรวมทั้งได้รับ Sentiment เชิงลบจากการก่อการร้ายในอังกฤษทำให้ภาพรวมทั่วๆไปดูไม่สดใสมากนัก กระเเสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าออกเริ่มไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม Upside ก็ยังถูกจำกัดอยู่ทั้งจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นเเละเศรษฐกิจภาค Real Sector โดยที่ดัชนีหลักอย่าง SET Index ปิดตลาดที่ระดับ1,566.85 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวัน 43,672.90 ล้านบาท ในขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50M17 ปิดตลาดที่ระดับ 983.3 จุด สำหรับการเคลื่อนไหวในวันนี้เเละตลอดสัปดาห์นี้เรามองว่าตลาดหุ้นทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยน่าจะมีความผันผวนจากการปรับสถานะลงทุนของนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากประเด็นต่างๆ ทั้งการเลือกตั้งอังกฤษเเละการเเถลงการต่อสื่อของ ECB ในวันพฤหัสบดี

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบราคา

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่าต่อเนื่องที่ระดับ 33.98 บาท/USD
-   Sentiment เชิงบวกจากตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (New High)

ข่าวในประเทศ
-    'ไทยพาณิชย์' ชี้เอสเอ็มอีเริ่มฟื้น ลดดอกเบี้ย-เศรษฐกิจฟื้น หนุนยอดหล่อยกู้ทั้งปี 4-6% คุมเอ็นพีแอล 6%: ไทยพาณิชย์ชี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มกลับเข้ามาขอสินเชื่อเพิ่ม หลังปรับลดดอกเบี้ยช่วยรายย่อยลดต้นทุนการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อาหารและเครื่องดื่ม คาดหนุนสินเชื่อทั้งปีโตตามเป้า 4-6% แม้ภาพรวมช่วง 5 เดือนแรกไม่ค่อยเติบโต ตั้งเป้ารักษาระดับเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับเท่ากับปีก่อน 6%
-    หวั่นภาษีปีนี้พลาดเป้าแสนล. ราคาน้ำมันต่ำ-ช้อปช่วยชาติทำรายได้สูญก้อนโต สรรพากรชี้มาตรการบัญชีเล่มเดียว ดันภาษีมูลค่าเพิ่มพุ่ง: สรรพากรประเมินยอดจัดเก็บภาษีของกรมฯ ปีนี้ต่ำเป้าร่วมแสนล้านบาท ผลพวงราคาน้ำมันต่ำทำภาษีหาย 4.5 หมื่นล้านบาท และมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นบริโภคกระทบภาษีหลักหมื่นล้านบาท ขณะที่มาตรการจัดทำบัญชีเล่มเดียว ทำให้ภาษีนิติบุคคลรายกลางและรายเล็กพุ่ง
-    (BANPUM17)BANPU ควัก 1.2 พันล. ขยายพลังงานทดแทน เปิดช่องโกยเงินเพิ่ม: BANPU เดินหน้าทุ่มงบราว 1.2 พันล้าบาท ขยายฐานธุรกิจพลังงานทดแทน เปิดช่องโกยเงินเพิ่ม คาดชัดเจนปีหน้า บอสใหญ่ “ชนินท์ ว่องกุศลกิจ” วางหมากอัพพอร์ตพลังงานขยับเพิ่มมากขึ้น
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1179 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2017, 05:20:50 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 6 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

Upside Gain ดูดี
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในการซื้อขายภาคเช้าที่บริเวณ 1,282.78 USD/toz ภาพรวมยังคงเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นโดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ระดับ1,286.29 USD/toz ดูยังมี Upside Gain ที่ดีอยู่โดยเฉพาะจากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งจากการเลือกตั้งอังกฤษและมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรปซึ่งจะมีการแถลงในช่วงวันพฤหัส โดยที่ในประเด็นนี้เรามองว่าน่าจะเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการเคลื่นไหวของตลาดทองคำตลอดช่วงสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะการเข้ามาปรับเพิ่มหรือลดสถานะลงทุนของนักลงทุนในตลาด อย่างไรก็ตามเรายังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อตลาดทองคำโดยเฉพาะหากราคายังคงเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 1,280 USD/toz สำหรับค่ำคืนนี้แนะนำนักลงทุนติดตามจำนวนตำแหน่งงานนอกภาคการเกษตร เดือน เม.ย.และการสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจาก IBD/TIPP เดือน มิ.ย. อย่างใกล้ชิด

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาพันธบัตรปรับตัวลง:  ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลงท่ามกลางภาวะซื้อขายเบาบางในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไร หลังจากการพุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์จากรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด และบ่งชี้ถึงท่าทีที่มีนโยบายระมัดระวังมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังเดือนมิ.ย. ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี ลดลง 10/32 โดยมีผลตอบแทน 2.828% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลง 4/3 2 โดยมีผลตอบแทน 2.173%
-   ปัญหากาตาร์กดราคาน้ำมันร่วงลง: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงในวันจันทร์ โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การที่ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), บาห์เรน และอียิปต์ตัดความสัมพันธ์ กับกาตาร์ อาจจะเป็นอุปสรรค ขัดขวางการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบ เดือน ก.ค.ร่วงลง 26 เซนต์ หรือ 0.55 % มาปิดตลาดที่ 47.40 USD/bbl
-   ทรงตัวหลังแตะจุดสูงสุด 6 สัปดาห์: ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ขยับลง 13 เซนต์ สู่ 1,279.45 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ หลังจากพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ที่ 1,283.27 USD/toz ในระหว่างวัน ในขณะที่ตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวังของสหรัฐฯทำให้นักลงทุนปรับลดการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งแกร่งในช่วงต่อไปในปีนี้ อย่างไรก็ดีเฟดยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย.

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามการแถลงการณ์ต่อสื่อของ ECB และการเลือกตั้งทั่วไปอังกฤษในวันพฤหัสบดี
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงอ่อนค่าที่ระดับ 96.65 จุด

คำแนะนำ    :   ยังคงมุมมองให้น้ำหนักฝั่ง Long Position หากราคาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,280 USD/toz

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1180 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2017, 10:23:05 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 7 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold สำหรับวันนี้เรามองว่าทองคำยังคงได้รับปัจจัยบวกในภาพรวม แต่ต้องระมัดระวังแรงขายบริเวณ 1,300 USD/toz ซึ่งหากสามารถทะลุระดับดังกล่าวไปได้ก็มีแนวโน้มที่จะกลับสู่ขาขึ้นระยะกลางอีกครั้ง อย่างไรก็ตามแนะนำนักลงทุนติดตามตลาดอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอาจมีการปรับสถานะลงทุนของนักลงทุนสถาบันก่อนที่ทองคำจะสามารถทะลุผ่านระดับ 1,300 USD/toz ไปได้ โดยเรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดทองคำโดยให้กรอบราคาไว้ที่ 1,288-1,300 USD/toz

Key Factors
•   Gold ภาพรวมราคาทองคำยังคงแกว่งตัวในกรอบด้านบนได้รับปัจจัยบวกจากปัจจัยทางการเมืองระหว่างประเทศและคาดการณ์การประชุมของ ECB ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกระตุ้นเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยของฝั่งยุโรป รวมไปถึงการเลือกตั้งของอังกฤษซึ่งเริ่มมีความไม่แน่นอนว่านางเทเรซ่า เมย์ จะชนะการเลือกตั้งตามคาดการณ์ของตลาดหลังคะแนนนิยมเริ่มกลับมาใกล้เคียงอีกครั้ง ทำให้เรามองว่าตลาดทองคำยังมีปัจจัยหนุนอยู่พอสมควรและยังมี Upside Gain ให้เล่น ด้านกองทุน SPDR ซื้อสุทธิทองคำ +4.16 ตัน รวมมีสถานะถือครองทองคำที่ระดับ 855.16 ตัน  อย่างไรก็ตามให้ระมัดระวังแรงขายบริเวณ 1,300 USD/toz ด้วยโดยถ้าหากทองคำสามารถทะลุระดับดังกล่าวไปได้ก็มีแนวโน้มที่จะกลับสู่ขาขึ้นระยะกลางอีกครั้ง เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อตลาดทองคำโดยให้กรอบราคาไว้ที่ 1,288-1,300 USD/toz

Exclusive News
•   ทองคำพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุด 7 เดือน: ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 14.05 ดอลลาร์ หรือ 1.10 % สู่ 1,293.50 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร หลังจากทะยานขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 7 เดือนที่ 1,295.97 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองได้รับแรงหนุนจากการที่ดอลลาร์ดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 7 เดือน และจากคำสั่งซื้อทอง ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในขณะที่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง, ธนาคารกลางยุโรป ( อีซีบี) จะจัดการ ประชุมกำหนดนโยบายในวันพฤหัสบดี และอังกฤษจะจัดการเลือกตั้งในวันพ ฤหัสบดี ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนส.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดพุ่งขึ้น 14.80 ดอลลาร์ ที ่ 1,297.50 USD/toz
•   ดอลล์อ่อนค่าเทียบเยนก่อนเลือกตั้งอังกฤษ,ประชุมอีซีบี: ดอลลาร์อ่อนค่าลง สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเยนในวันอังคาร โดยลดลงต่ำกว่าระดับสำค ัญทางเทคนิค ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลงจากความ ระมัดระวังก่อนเกิดเหตุกา รณ์สำคัญๆ ในวันพฤหัสบดีนี้ ทั้งนี้ ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.92% สู่ระดับ 109.43 เยน หลัง ร่วงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในรอบ 200 วันที่ 109.23 เยนซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้ง แต่วันที่ 21 เม.ย. ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินสำคัญลดลง 0.24% สู่ระดับ 96.567 จุด

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : คงมุมมองให้น้ำหนักฝั่ง Long Position แต่ให้ระมัดระวังแรงขายบริเวณ 1,300 USD/toz

 
Smart Stock
Today Strategy:
กลับมาผันผวน
ภาพการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมาผันผวนอีกครั้งหลังได้รับปัจจัยกระทบจากภายนอกทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ ในขณะที่ต้องยอมรับว่าปัจจัยภายในประเทศยังไม่โดดเด่น ส่งผลให้การเคลื่อนไหวเริ่มไร้ทิศทางโดยที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มปรับสถานะลงทุนเพื่อเตรียมรับความเสี่ยงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า รวมไปถึงปัจจัยระยะใกล้ อย่างการเลือกตั้งของอังกฤษและการประชุมของ ECB ในวันพรุ่งนี้ ส่งผลให้กระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลเข้า/ออกสลับกันไม่ชัดเจน สำหรับดัชนี SET Index เมื่อวานนี้ ปิดตลาดที่ระดับ 1,568.95 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ไม่มากไม่น้อย 41,596.02 ล้านบาท ในขณะที่สัญญา S50M17 ปิดตลาดที่ระดับ 990.90 จุด โดยที่มีลักษณะการซื้อเข้าในช่วงท้ายตลาดทั้งคู่ สำหรับวันนี้เรามองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มผันผวนไร้ทิศทางแนะนำเปิดสถานะในกรอบราคา

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบราคา, หากไม่รับความเสี่ยงให้ถือเงินสด

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การเลือกตั้งทั่วไปประเทศอังกฤษ (8 มิ.ย.)

ข่าวในประเทศ
-    กกร.ผวาเงินบาทแข็งค่าเร็ว หวั่นทุนต่างชาติทะลักเข้าไทย จี้รายย่อยรับมือประกันเสี่ยง: สภาหอการแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันประกอบด้วย สภาหอฯ สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ว่า กกร.เตรียมร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการรายย่อยทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (เฮดจิ้ง) เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากทิศทางการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากขณะนี้มีผู้ประกอบการรายย่อย ทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพียง 10-20% เท่านั้น
-    กสอ.หนุนคลัสเตอร์มั่นใจช่วยดันศก.: กสอ. เผยว่าได้พัฒนาผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันในรูปของคลัสเตอร์โดยดำเนินการมาแล้ว 11 ปี เกิดการสร้างเครือข่ายธุรกิจทั้งหมด 86 กลุ่มอุตสาหกรรม โดยปี 59 สามารถสร้างมูลค่ายอดขายได้ถึง 50,639 ล้านบาท สร้างมูลค่าเพิ่มจากการส่งออก 1,557 ล้านบาท และลดต้นทุนดำเนินธุรกิจ อุตสาหกรรม 103 ล้านบาท มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศได้ 3-4%ต่อปี โดยคลัสเตอร์อุตสาหกรรม
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1181 เมื่อ: มิถุนายน 07, 2017, 05:10:05 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 7 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ลุ้น 1,300 USD/toz
ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าวันนี้บริเวณ 1,292.94 USD/toz เริ่มเคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบแต่ภาพรวมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นทั้งในระยะสั้น-กลาง โดยเรามองว่ามีแรงซื้อเข้าในสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว) จากหลากหลายปัจจัยในตลาด แต่ที่เราให้น้ำหนักสำหรับวันนี้มากเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นการเลือกอังกฤษและตั้งการประชุมของ ECB ที่มีกำหนดการในวันพรุ่งนี้  ซึ่งเรามองว่าค่อนข้างมีนัยสำคัญมากพอที่จะกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำได้พอสมควร อย่างไรก็ตามเรามองว่า ECB มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อนเพื่อรองรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่เป้าหมายอย่างเหมาะสม สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้เรายังคงมองว่า Upside ของทองคำยังมีอยู่หลังจากที่ปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน แต่มีโอกาสสูงมากที่จะมีแรงเทขายทำกำไรบริเวณ 1,300 USD/toz โดยเรามองกรอบตัดสินใจระหว่างค่ำคืนนี้บริเวณที่ระดับ 1,290 - 1,300 USD/toz  ติดตามการประกาศดัชนีสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคสหรัฐฯ เดือน เม.ย. (m/m) ประกอบการตัดสินใจแต่อย่างไรเรามองว่าประเด็นดังกล่าวไม่น่าจะสร้างผลกระทบต่อตลาดอย่างมีนัยสำคัญเท่าใด

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บอนด์ยิลด์ร่วง: ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนในวันอังคาร ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรก่อนการเลือกตั้งของอังกฤษในวันพฤหัสบดี, การประชุมนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และการให้การต่อคณะกรรมการของ วุฒิสภาของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี เพิ่มขึ้น 22/32 ที่ 103-228/256 โดยมีผลตอบแ ทน 2.807% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุ 10 ปี อยู่ที่ 102-24/256 โดยมีผลตอบแทน 2.1399%
-   ปัจจัยเทคนิคหนุนราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้น: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยทางเทคนิค หลังจากราคาร่วงผ่านระดับ 47 ดอลลาร์ลงไปในช่วงแรก โดยได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งทางการทูตในภูมิภาคตะว ันออกกลางและจากสต็อกน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องในสหรัฐฯ ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 79 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 48.19 USD/bbl
-   สินทรัพย์ปลอดภัยปรับขึ้นสวนทาง: ราคาทองและพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อคืนนี้ ขณะที่หุ้นเอเชียล่าสุดแทบไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากที่ปรับตัวลงในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนลดความเสี่ยงลงก่อนเกิดเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากจะมีการเลือกตั้งของอังกฤษ, การประชุมนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งกรรมการอาจจะแสดงท่าทีเชิงคุมเข้มนโยบายมากขึ้นและการให้การต่อวุฒิสภาของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ในวันพรุ่งนี้นักลงทุนจึงระมัดระวังต่อการเข้าถือสถานะการลงทุนจำนวนมาก ณ เวลา 09.53 น.ตามเวลาไทย ดัชนี MSCI สำหรับตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นบวก 0.01% หลังจากปรับตัวลง 0.2% ในช่วงแรกหลังจากที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ตลาดหุ้นออสเตรเลีย และตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลงเช่นกัน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ติดตามการแถลงการณ์ต่อสื่อของ ECB และการเลือกตั้งทั่วไปอังกฤษในวันพฤหัสบดี
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ยังคงอ่อนค่าที่ระดับ 96.63 จุด
-   Sentiment ของตลาดทองคำเมื่อเข้าใกล้บริเวณ 1,300 USD/toz

คำแนะนำ    :   เปิดสถานะในกรอบราคา, พิจารณาแรงขายบริเวณ 1,300 USD/toz

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1182 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2017, 10:49:31 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold วันนี้เรามองว่าตลาดทองคำมีปัจจัยที่เข้ามากระทบและกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวค่อนข้างมากทั้งการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศอังกฤษและการประชุมของ ECB เรื่องการกำหนดนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับราคาเคลื่อนไหวเข้าใกล้ระดับ 1,300 USD/toz ทำให้มีแนวโน้มที่ตลาดทองคำจะผันผวนรุนแรง ดังนั้นแนะนำนักลงทุนลดสถานะการถือครองเพื่อป้องกันความเสี่ยงและถือเงินสดรอดีกว่า

Key Factors
•   Gold ตลาดทองคำมีแรงขายค่อนข้างชัดเจนในค่ำคืนที่ผ่านมาแต่ภาพรวมก็ยังถือว่าทรงตัวอยู่ได้ในแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้นได้ โดยที่ในส่วนนี้เรามองว่าเป็นแรงขายทำกำไรของนักลงทุนในตลาดโดยเฉพาะเมื่อราคาทองคำเข้าใกล้บริเวณที่มีนัยสำคัญ 1,300 USD/toz เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากหลายประเด็นทั้งระยะสั้นในสัปดาห์นี้และระยะกลางในสัปดาห์หน้า โดยในวันนี้ปัจจัยที่กระทบตลาดทองคำหลักๆ คงหนีไม่พ้นการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศอังกฤษและการประชุมของ ECB เรื่องการกำหนดนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามทองคำก็ยังได้รับปัจจัยบวกจากการปรับเพิ่มสถานะการถือครองทองคำของกองทุน SPDR ซึ่งเมื่อคืนนี้ที่ระดับ 864.93 ตัน สร้าง sentiment เชิงบวกเข้ามาพยุงตลาดได้ในระดับหนึ่ง สำหรับวันนี้เรามองว่าทองคำน่าจะเคลื่อนไหวผันผวนมากพอสมควร แนะนำนักลงทุนถือเงินสดปลอดภัยกว่า

Exclusive News
•   ดอลล์อ่อนค่าเทียบเยนก่อนเลือกตั้งอังกฤษ,ประชุมอีซีบี: ดอลลาร์อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับเยนในวันอังคาร โดยลดลงต่ำกว่าระดับสำคัญทางเทคนิค ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯลดลงจากความ ระมัดระวังก่อนเกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ในวันพฤหัสบดีนี้
•   ทองพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุด 7 เดือน: ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 14.05 ดอลลาร์ หรือ 1.10 % สู่ 1,293.50 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร หลังจากทะยานขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 7 เดือนที่ 1,295.97 ดอลลาร์ในระหว่างวัน โดยราคาทองได้รับแรงหนุนจากการที่ดอลลาร์ดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 7 เดือน และจากคำสั่งซื้อทอง ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในขณะที่เกิดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง, ธนาคารกลางยุโรป ( อีซีบี) จะจัดการ ประชุมกำหนดนโยบายในวันพฤหัสบดีและอังกฤษจะจัดการเลือกตั้งในวันพฤหัสบดี

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : ถือเงินสดและลดสถานะการถือครอง

 
Smart Stock
Today Strategy:
ปรับตัวลงในกรอบราคา
สำหรับเมื่อวานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบในกรอบราคาเดิม โดยที่ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ระดับ 1,566.58 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่ระดับ 43,501.56 ล้านบาท ในขณะที่สัญญา S50M17 ปิดตลาดในแดนลบที่ระดับ 989.40 จุด เช่นกัน โดยส่วนหนึ่งมาจากกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดหุ้นในฐานะสินทรัพย์เสี่ยงเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งในส่วนของตลาดทองคำและตลาดตราสารหนี้ โดยภาพการเคลื่อนไหวค่อนข้างเป็นไปตามภูมิภาคซึ่งปรับตัวลงเช่นกัน ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เองก็เริ่มทรงตัวหลังทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ให้นักลงทุนชื่นใจเมื่อคืนวันก่อน อย่างไรก็ตามสำหรับการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นวันนี้เรามองว่าน่าจะเริ่มกลับมาผันผวนจากปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะการเลือกตั้งของประเทศอังกฤษที่โพลสำรวจเริ่มให้ความเห็นต่างออกไปจากเดิมจากตอนแรก รวมทั้งประเด็นอัตราดอกเบี้ยและผลการประชุมเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ECB   

•   Strategy : ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การเลือกตั้งทั่วไปประเทศอังกฤษและการประชุม ECB

ข่าวในประเทศ
-    คลังยืนเกณฑ์เก็บภาษีที่ดิน ลุ้นสนช.พิจารณาเคาะราคาบ้านใหม่ แนะหากปรับเกณฑ์ใหม่ควรปรับทุกประเภท: รมช.คลังเปิดเผยว่า ขณะนี้กรรมาธิการสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ยังอยู่ระหว่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างวาระ 2 ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปการยกเว้นจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทที่อยู่อาศัยว่ามูลค่าไม่ควรเกินเท่าไหร่ จากร่างกฎหมายเดิมที่เสนอให้ยกเว้นที่อยู่อาศัยมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท เนื่องจากมีบางคนไม่เห็นด้วยเพราะเป็นการยกเว้นที่มีมูลค่าสูงมากเกินไป
-    สมคิดย้ำอาเบะ เดินหน้า4เรื่อง ผนึกไทย-ญี่ปุ่น: นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้เข้าพบนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระหว่างเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 4-8 มิ.ย.2560 โดยยื่นขอเสนอขอความร่วมมือ เพื่อผลักดันการค้าการลงทุนร่วมกันใน 4 ประเด็น คือ 1.ขอให้ญี่ปุ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการวางยุทธศาสตร์ CLMVT ในการประชุมสุดยอดอาเซียนปลายปีนี้
-    BTSโตเท่าตัว บุ๊ก 3 ธุรกิจหลักลุยรถไฟฟ้าต่อ: BTS ส่งซิกผลงานปีนี้เติบโตเท่าตัวรับทรัพย์จาก 3 ธุรกิจเต็มสูบ โดยเฉพาะงานติดตั้งระบบและจัดหารถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะรับรู้ประมาณ 6,000-9,000 ล้านบาท พร้อมอัดงบลงทุน 8,000-10,000 ล้านบาท ขยายฐาน จัดทัพลุยประมูลงานรถไฟฟ้าต่อเนื่อง
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1183 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2017, 10:13:56 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold สำหรับวันนี้เรามองว่าตลาดทองคำยังไม่มีปัจจัยบวกใดที่ชัดเจนและมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในแดนลบมากกว่าจากแรงขายของนักลงทุนหลังจากที่ผิดหวังต่อกรณีการให้การของอดีต ผอ.FBI ในเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ  ทำให้นักลงทุนที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าค่อนข้างผิดหวังและเทขายทองคำออกมา ในขณะที่กองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำสุทธิเมื่อคืนกว่า 2.07 ตัน แต่เรามองว่าภาพรวมตลาดทองคำยังคงมี Sentiment เชิงลบมากกว่า

Key Factors
•   Gold ทองคำมีแรงขายออกมาค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ช่วงท้ายตลาดเมื่อวานนี้จากหลากหลายประเด็นในตลาด ส่วนหนึ่งได้แก่ประเด็นการให้การของอดีตผู้อำนวยการ FBI ต่อกรณีการแทรกแซงการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยตลาดให้ความเห็นว่าไม่มีประเด็นอะไรใหม่ๆ นอกจากที่ตลาดคาดการณ์และไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้ตลาดสินทรัพย์ปลอดภัยได้ ทำให้มีแรงขายออกมาค่อนข้างชัดเจนจากการคาดการณ์ของนักลงทุนที่มีอยู่ก่อนหน้ากดดันราคาทองคำให้ลงมาเคลื่อนไหวแถวบริเวณ 1,270 USD/toz ซึ่งก็ถือว่า เคลื่อนไหวในแดนลบติดต่อกันมาแล้วกว่า 3 วันทำการหลังมีความพยายามขึ้นไปทดสอบระดับนัยสำคัญที่ 1,295-1,300 USD/toz แต่ไม่สามารถผ่านไปได้ สำหรับการเคลื่อนไหวในวันนี้เรายังคงมุมมอง Short Position จากปัจจัยลบดังกล่าว แม้กองทุน SPDR จะเข้าซื้อทองคำสุทธิเมื่อคืนกว่า 2.07 ตันก็ตาม

Exclusive News
•   ดอลล์ทรงตัวหลังโคมีย์ให้การ,ยูโรร่วงหลังอีซีบีคงดอกเบี้ย: ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญในวันพฤหัสบดี ขณะที่นักลงทุนได้ปรับตัวรับคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ส่วนยูโรอ่อนค่าลงหลังธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ลงมติคงอัตราดอกเบี้ย
•   ทองร่วงลงหลังโคมีย์ให้การ,ประชุมอีซีบี: ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯร่วงลง 7.91 ดอลลาร์ สู่ 1,278.50 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น และนักลงทุนมองว่า คำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) ไม่มีสิ่งใดที่น่าประหลาดใจมากนัก

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
•   ความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ
•   แรงขายของสินทรัพย์เสี่ยง

•   Strategy : ฝั่ง Short Position ได้เปรียบระหว่างวัน

 
Smart Stock
Today Strategy:
เคลื่อนไหวไร้ทิศทาง
การเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าค่อนข้างผันผวนและไร้ทิศทางระหว่างวัน โดยส่วนหนึ่งมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าออกสลับกันอย่างไม่ชัดเจน ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยสร้างกรอบการเคลื่อนไหวที่กว้างมากขึ้นเช่นเดียวกับดัชนีอื่นๆในภูมิภาค โดยดัชนีหลักอย่าง SET Index ปิดตลาดที่ระดับ 1,570.28 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายระหว่างวันที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติที่ 42,838.51 ล้านบาท โดยภาพรวมนักลงทุนกลุ่มหลักๆ ยังคงเข้าซื้อสุทธิ ในขณะที่สัญญา S50M17 ปิดตลาดที่ระดับ 991.20 จุด ผันผวนในลักษณะเดียวกัน สำหรับการเคลื่อนไหวในวันนี้เรามองว่ามีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรและ Sentiment เชิงลบที่ได้รับจากราคาน้ำมันดิบที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับเป็นวันศุกร์ปลายสัปดาห์ซึ่งมีแนวโน้มที่นักลงทุนจะลดสถานะเพื่อรับความเสี่ยงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบ้ยนโยบายสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า

•   Strategy : ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position, หากไม่รับความเสี่ยงให้ถือเงินสดรอ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    แรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ยังคงร่วงลง (45.63USD/bbl)

ข่าวในประเทศ
-    สภาพัฒน์แจงข้อมูลมูดี้ส์ เศรษฐกิจไทยผงกหัวแล้ว: สศช. เปิดเผยว่า ได้หารือกับคณะที่ปรึกษาการลงทุนจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส โดย สศช.ได้ให้ข้อมูลไปว่า เศรษฐกิจไทยมีพัฒนาการในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจและในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รวมทั้งมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการที่จะกลับเข้าสู่แนวโน้มการขยายตัวที่น่าพอใจในระยะปานกลาง โดยในปี 60 นี้ สศช.คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 3.3-3.8% โดยมีค่ากลางที่ 3.5% ซึ่งจะเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี
-    พิษ ‘ทรัมป์’แค่เฉียดสินค้าไทย: สศอ. เปิดเผยว่า สศอ.ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ศึกษานโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐออกคำสั่งพิเศษตรวจสอบและเพ่งเล็งดุลการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ 16 ประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้า พบว่า อุตสาหกรรมไทยได้รับผลกระทบเล็กน้อย เนื่องจากสินค้าส่งออกของไทยส่วนมาเป็นสินค้าที่สหรัฐผลิตในประเทศน้อยจึงต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากไทยอยู่
-    (EPGM17)EPG ดีลควบรวมกิจการ เหินฟ้าโรดโชว์สิงคโปร์: EPG เดินหน้าควบรวมกิจการใหม่ เสริมแกร่งธุรกิจระยะยาว หวังชัดเจนปีหน้าส้มหล่น รับราคาน้ำมันในตลาดโลกหลุด 46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หนุนต้นทุนลดเพียบ “รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์” เล็งเหินฟ้าโรดโชว์สิงคโปร์ โชว์แกร่งดึงดูดต่างชาติเพิ่ม คาดชัดเจนครึ่งหลังปีนี้
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1332


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1184 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2017, 05:13:56 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

นักลงทุนเริ่มปรับสถานะลงทุน
ตลาดทองคำเปิดตลาดเอเชียในภาคเช้าที่ระดับ 1,274.99 USD/toz ภาพรวมการเคลื่อนไหวยังคงมีแรงขายรินออกมาเรื่อยๆ กว่าสามวันติดต่อกันหลังมีความพยายามขึ้นไปทดสอบระดับนัยสำคัญที่ 1,295-1,300 USD/toz แต่ไม่สามารถผ่านไปได้เนื่องจากแรงซื้อส่วนใหญ่มาจากแรงเก็งกำไรจากคาดการณ์กรณีอดีต ผอ.FBI และการประชุมของ ECB ซึ่งเรามองว่าทั้งสองประเด็นหลักๆ ไม่มีอะไรที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อตลาดทองคำ ทำให้แรงขายออกมาพอสมควร ประกอบกับกระแสเงินทุนส่วนหนึ่งไหลเข้าสู่ตลาดค่าเงินพลักดันให้ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กลับมาแข็งค่าที่ระดับ 97.37 จุด ซึ่งก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่กลับมากดดัน Upside ของตลาดทองคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตามสำหรับการเคลื่อนไหวของตลาดทองคำในค่ำคืนนี้เรายังคงมุมมอง Short Position เหมือนเดิม เนื่องจาก Upside ของตลาดค่อนข้างจำกัดจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมกลางสัปดาห์หน้าซึ่งทาง CME Fed Watch Tool ปรับคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางสัปดาห์หน้าถึง 95.38% ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดเริ่มปรับสถานะลงทุนและทำให้ตลาดทองคำเริ่มผันผวนและหลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้นระยะกลางลงไปบ้างเล็กน้อย(เสียทรง)

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปิดร่วงลง: ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ร่วงลงในวันพฤหัสบดี ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับขึ้น เนื่องจากนักลงทุนไม่ใส่ใจต่อคำให้การของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) โดยมองว่าเขาไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการสอบสวนคดีรัสเซียและนักลงทุนได้มุ่งความสนใจไปยังการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 มิ.ย. ทั้งนี้ ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปี ปิดปรับลง 4/32 สู่ 101-19/32 โดยมีผลตอบแทน 2.194 % และราคาพันธบัตรอายุ 30 ปี ปิดร่วงลง 12/32 สู่ 102-29/32 โดยมีผลตอบแทน 2.855 %
-   น้ำมันดิบร่วงลง 8 เซนต์: ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ร่วงลงอีกครั้งในวันพฤหัสบดี โดยราคาน้ำมันยังคงได้รับแรงกดดันอย่างต่อเนื่องจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้นสูงเกินคาดทางด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมาปิดตลาดที่ระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 2016 ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะทำข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ก.ค.ปรับลง 8 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 45.64  USD/bbl หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 45.20-46.18 USD/bbl
-   บีบีซีระบุนายกฯเมย์ไม่มีแผนลาออก: นางลอรา เคินส์เบิร์ก บรรณาธิการการเมืองของสำนักข่าวบีบีซีกล่าวในวันนี้ว่า นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษไม่ได้วางแผนจะลาออก หลังจากเขาสูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภาในการเลือกตั้งก่อนกำหนด ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่นางเมย์เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะช่วยทำให้เธอมีอำนาจต่อรองมากยิ่งขึ้นในการเจรจาเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่กลับมาแข็งค่าที่ระดับ 97.37 จุด ซึ่งกดดัน Upside ของตลาดทองคำ
-   การปรับสถานะของนักลงทุนในตลาดเพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ สัปดาห์หน้า

คำแนะนำ    :   ให้น้ำหนักฝั่ง Short Position เป็นหลัก

 
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 77 78 [79] 80 81 ... 89   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!