TARADTHONG.COM
สิงหาคม 23, 2019, 03:33:31 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 55 56 [57]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1741374 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #840 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2016, 09:30:04 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำยังโดนกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่เคลื่อนไหวบริเวณจุดสูงสุดในรอบ 14 ปี โดยราคาทองเคลื่อนไหวในแดนลบแคบๆ เนื่องในวันหยุดของสหรัฐฯ และในวันนี้คาดว่าจะยังแกว่งตัวในกรอบแคบต่อ เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเปิดทำการเพียงแค่ครึ่งวัน รวมทั้งทองคำยังขาดปัจจัยใหม่ๆ ที่จะทำให้ราคาเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างขึ้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 4.45 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.37% โดยปิดที่ 1,183.20 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,180.99 – 1,190.54 ดอลลาร์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,182 เหรียญ ราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบแคบเมื่อวานนี้เนื่องจากตรงวันหยุดของทางสหรัฐฯ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า โดยตลาดหุ้นของสหรัฐฯ ได้ปิดทำการ โดยราคาทองปรับตัวขึ้นระหว่างวันได้เล็กน้อย ไปทดสอบจุดสูงสุดระหว่างวันเพียง 1,190 เหรียญ และกลับมาปิดในแดนลบซึ่งแสดงให้เห็นถึงแรงขายที่ยังมีเข้ามาต่อเนื่องและค่าเงินดอลลาร์ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเคลื่อนไหวสูงสุดในรอบ 14 ปี และทองคำยังขาดปัจจัยสนุบสนุนในช่วงนี้ รวมทั้งคืนนี้คาดว่าราคาทองจะแกว่งตัวในกรอบแคบเนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการเพียงครึ่งวัน แต่อย่างไรก็ตามก็ควรระมัดระวังหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 1,180 เหรียญ ที่ทำให้ราคาทองมีโอกาสแกว่งผันผวนได้

Exclusive News
•   ตลาดเงินนิวยอร์คปิดทำการวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย.เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า
•   ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ระบุในเมื่อวานนี้ว่า เสถียรภาพทางการเงินในยูโรโซนเผชิญความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น และอาจจะมีความกังวลกันว่า บางประเทศในยูโรโซนจะสามารถชำระหนี้ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ โดยความกังวลดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแอในยูโรโซน
•   อีซีบีระบุในรายงานทบทวนเสถียรภาพว่า "ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น อาจจะส่งผลให้มีการออกนโยบายที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ และนโยบายที่เน้นกิจการภายในประเทศมากยิ่งขึ้น"
•   องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) ระบุในวันนี้ว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆจำเป็นต้องยุติการยึดติดกับระดับหนี้สิน และหันมาปรับเพิ่มงบใช้จ่ายในนโยบายที่ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมกับปรับลดภาระภาษีในส่วนที่สามารถทำได้
•   นายอเล็กซานเดอร์ โนแวค รมว.พลังงานรัสเซียกล่าวในวันนี้ว่า รัสเซียอาจจะปรับทบทวนแผนผลิตน้ำมันประจำปี 2017 ให้ต่ำลงจากเดิม ถ้าหากข้อตกลงตรึงปริมาณการผลิตน้ำมันทั่วโลกมีผลบังคับใช้ 

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบแคบหรือ follow เมื่อ breakout

 
Smart Stock
Today Strategy:
รอความชัดเจน
•   S50Z16 เมื่อวานนี้มีแรงขายทำกำไรออกมาในตลาดตั้งแต่ช่วงเช้าหลังดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันสามวันทำการ โดย S50Z16 ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 929.80 จุดก่อนลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 924.20 จุดมีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 5.60 จุด เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับดัชนี SET index หลักซึ่งก็ไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับราคาที่มีนัยสำคัญบริเวณ 1,500 จุดได้ต่างชาติยังคงมุมมองขายสุทธิเหมือนเดิมที่ -1,315.80 ล้านบาทมีปริมาณการซื้อขายทั้งวันรวมเพียงแค่ 33,752.37 ล้านบาทถือว่าเบาบางมากเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าวันนี้ดัชนีจะยังคงมีปริมาณการซื้อขายเบาบางเช่นเดิมเนื่องจากเป็นปลายสัปดาห์และยังขาดปัจจัยบวกทั้งภายในและภายนอกเงินลงทุนต่างชาติยังคงไหลออกต่อเนื่องเข้าสู่ค่าเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงสวนทางกับดัชนี USD index ที่แข็งค่ารุนแรงสำหรับวันนี้ให้ซื้อขายด้วยความระมัดระวังเพราะตลาดยังคงเปราะบางและขาดปัจจัยบวกไม่ควรถือสถานะลงทุนข้ามวันและหากมีสถานะลงทุนให้ลดสถานะลงเท่าที่รับความเสี่ยงได้

•   แนะนำ : Wait&See ลดสถานะการลงทุน, รอความชัดเจนจากปัจจัยต่างๆ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ตัวเลขเศรษฐกิจประเทศไทย 28 พ.ย. : ดุลการค้า, ยอดการส่งออก, ยอดการนำเข้า
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย. 

ข่าวในประเทศ
-   จี้รัฐวิสาหกิจเร่งลงทุน3.7แสนลบ. : สคร.จะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณ 60 ที่มีอยู่ 3.7 แสนลบ.คิดเป็น 95% ให้ได้ตามเป้าหมายเนื่องจากมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างมาก
-   ปั้นเอสเอ็มอีนักรบรุ่นใหม่โกยยอดขายได้ 5.2 หมื่นลบ. : กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเปิดโครงการพัฒนาผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี สปริง อัพ รุ่นที่ 4-5 ในเร็ว ๆ นี้หลังจากพบว่าการเปิดอบรมฯ ในรุ่นที่ 1-3 ได้รับความสำเร็จอย่างมาก โดยมีเอสเอ็มอีเข้าโครงการถึง 345  ราย มีเงินลงทุนเริ่มต้นการทำธุรกิจ 12,423 ล้านบาท ยอดขายรวม 52,699 ลบ. และเกิดการจ้างงาน ถึง 30,102 คน
-   (AOTZ16) 'AOT' ขานรับท่องเที่ยว : โบรกชี้เป้าราคา 490 บาท AOT รับอานิสงส์เต็มๆ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ บวกช่วงไฮซีซันหนุนจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นดันผลงานไตรมาส 1/2560 (ต.ค.-ธ.ค.) โตแรง จากจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวด้อยกว่าตลาด เป็นจังหวะดีในการสะสม โบรกเคาะเป้าหมาย 490 บาท
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #841 เมื่อ: พฤศจิกายน 25, 2016, 05:05:58 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

จะเด้งได้ไกลแค่ไหน
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,184.21  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,171.21 – 1,186.66  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำเปิดตลาดใกล้เคียงเดิมก่อนที่จะมีแรงขายอีกรอบในช่วงเช้าลงไปทดสอบจุดต่ำสุดใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะดีดกลับเล็กน้อย โดยในคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะเปิดทำการเพียงครึ่งวัน และไม่มีตัวเลขสำคัญประกาศในคืนนี้ แต่คาดว่าอาจจะเห็นราคาทองคำแกว่งผันผวนได้ หลังจากเคลื่อนไหวแรงในเมื่อเช้านี้ และในสัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุมของ OPEC เกี่ยวกับกำลังการผลิตน้ำมันและทางฝั่งธนาคารกลางยุโรปที่เริ่มมีโอกาสปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงินมากขึ้น รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะในช่วงต้นเดือน ทำให้ต้องระมัดระวังความผันผวนในจังหวะทีเผลอที่นักลงทุนคาดว่าจะมีการซื้อขายที่เบาบางเนื่องในวันหยุดของฝั่งสหรัฐฯ  และราคาทองคำมีแนวโน้มที่อ่อนแอต่อเนื่องโดยราคาปรับลดลงหลังจากวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ กว่า 160 เหรียญแล้ว ทำให้ควรเพิ่มระมัดระวังมากขึ้นในการซื้อขายทั้งฝั่ง long และฝั่ง short

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีระยะสั้นดิ่งลงสู่สถิติต่ำสุดใหม่ในวันนี้ ในขณะที่ความต้องการซื้อพันธบัตรดังกล่าวอยู่ในระดับสูง ถึงแม้ตลาดพันธบัตรทั่วโลกดิ่งลงในช่วงนี้ก็ตาม
-   สำนักข่าวนิวส์ไรส์รายงานว่า เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังอินเดียคนหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลอินเดียอาจจะกำหนดเพดานการถือครองทองภายในประเทศ ในขณะที่นายกรัฐมนตรีนาเรนดรา โมดีของอินเดียเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการต่อต้าน "เงินนอกกฎหมาย"
-   ร่างงบประมาณของรัฐบาลญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า ญี่ปุ่นวางแผนปรับเพิ่มงบใช้จ่ายของรัฐบาลขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นสำหรับปีหน้า ในขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นดำเนินนโยบายไปในทิศทางที่แตกต่างจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยนายทรัมป์ประกาศว่าจะดำเนินมาตรการทางการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
-   นายโรเบร์โต อาเซเวโด ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า เขาไม่เห็นสัญญาณบ่งชี้ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ จะให้สหรัฐถอนตัวออกจาก WTO
-   รัฐบาลญี่ปุ่นรายงานในวันนี้ว่า ราคาผู้บริโภคพื้นฐานของญี่ปุ่นปรับลดลงในเดือนต.ค.เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน และถือเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน โดยรายงานตัวเลขนี้ตอกย้ำให้เห็นว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กำลังเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากในการยุติภาวะเงินฝืด และในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะชะงักงัน ในขณะที่ทางเลือกในการกำหนดนโยบายของบีโอเจเหลือน้อยลงเรื่อยๆ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐานของญี่ปุ่นร่วงลง 0.4% ต่อปีในเดือนต.ค. ซึ่งเท่ากับตัวเลขคาดการณ์ในตลาด หลังจากปรับลง 0.5% ต่อปีในเดือนก.ย. โดยดัชนี CPI พื้นฐานของญี่ปุ่นเป็นดัชนีที่ไม่รวมราคาอาหารสด แต่รวมราคาผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index และยังเคลื่อนไหวเหนือ101จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : trading ในกรอบกรารีบาวน์ โดยระมัดระวังความผันผวนที่อาจจะมากขึ้น

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #842 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2016, 09:45:12 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปรับตัวลดลงไปทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 9 เดือน โดยปัจจัยที่กดดันราคาทองก็ยังเป็นปัจจัยเดิมคือค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และความกังวลถึงโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่เร็วขึ้น โดยในสัปดาห์นี้ลุ้นราคาทองคำดีดกลับในช่วงสั้นๆ ถ้าหากราคาทองคำไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ โดยในเช้านี้เริ่มมีแรงซื้อเข้ามาทางฝั่งตลาดเอเชีย แต่ยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่จะมีประกาศออกมามากในสัปดาห์นี้และการประชุมของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ คาดว่าราคาทองมีโอกาสแกว่งผันผวนได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 0.32 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.03% โดยปิดที่ 1,182.88 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,171.21 – 1,184.21 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,192 เหรียญ ราคาทองคำได้ไปทดสอบจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 9 เดือน ที่บริเวณ 1,170 เหรียญ และเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาปิดใกล้เคียงเดิม และในเช้าวันนี้เริ่มเห็นการดีดกลับขึ้นมาได้บ้าง โดยในสัปดาห์นี้มีประเด็นหลักๆ ที่ต้องติดตามคือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และตัวเลขภาคการผลิต ของสหรัฐฯ และทางฝั่งยุโรปคือ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ และถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางยุโรปที่จะพูดถึงมุมมองเศรษฐกิจ และประเด็นนโยบายทางการเงินที่ต้องติดตามว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ และการประชุมกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกในวันพุธนี้ ทำให้สัปดาห์นี้คาดว่าราคาทองมีโอกาสแกว่งตัวผันผวน ได้ในสัปดาห์นี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลงเกือบ 4% ในวันศุกร์ โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันลงหรือไม่ หลังจากซาอุดิอาระเบียระบุว่า จะไม่เข้าร่วมการเจรจาในวันจันทร์นี้กับประเทศผู้ผลิตที่ไม่ได้เป็นสมาชิกโอเปกเพื่อหารือเรื่องการปรับลดการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญในวันศุกร์ ขณะที่นักลงทุนเทขายทำกำไรดอลลาร์หลังจากทะยานขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปี และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลงจากระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 0.3% สู่ระดับ 101.42 หลังแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 14 เดือนในวันพฤหัสบดี 
•   ตลาดหุ้นและสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ค่าเงินลีร์ของตุรกีร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หลังธนาคารกลางตุรกีปรับขึ้นอัตราดดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปีในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยลีร์ได้รับผลกระทบเนื่องจากสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหภาพยุโรปได้เรียกร้องให้ยุติการเจรจากับตุรกีชั่วคราวเรื่องการเป็นสมาชิกอียู

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : ปิดทำกำไรฝั่ง short และเริ่มเปลี่ยนมา trading ในกรอบการรีบาวน์โดยฝั่ง long เริ่มน่าสนใจมากขึ้น

 
Smart Stock
Today Strategy:
ขึ้นต่อหรือย่อตัว
•   S50Z16 ปิดตลาดในแดนบวกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาดันตลาดขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 935.80 จุดก่อนย่อตัวลงมาปิดตลาดที่ 934.90 จุด มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 10 จุดเช่นเดียวกับดัชนี SET index หลักที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันปิดตลาดที่ 1,500.40 จุด มีปริมาณการซื้อขายรวมตลอดวันที่ 36,866.60 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติยังคงมุมมองขายสุทธิเหมือนเดิมแต่ลดปริมาณการขายลงที่ประมาณ 519.10 ล้านบาทฝ่ายวิจัยมองว่าแม้ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาขึ้นในวันทั้งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและดัชนีตลาดหุ้นแต่ยังมองว่ายังปรับขึ้นโดยปราศจากปัจจัยพื้นฐานที่เหมาะสมรองรับสำหรับการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องห้าวันทำการติดต่อกันหรือตลอดสัปดาห์มีเพียงกองทุนภายในประเทศเท่านั้นที่เป็นปัจจัยดันให้ดัชนี SET index ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 1,500 จุด        ฝ่ายวิจัยถือว่าเป็นการปรับตัวขึ้นที่เปราะบางขาดปัจจัยหนุนภายใต้ภาวะแวดล้อมที่มีปัจจัยกดดันได้แก่ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า, เงินลงทุนที่ไหลออก, การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทย ดังนั้นให้ระวังแรงขายในวันที่อาจกดดันดัชนีหลังปรับตัวขึ้นต่อเนื่องห้าวันทำการที่ผ่านมาและกดดันไม่ให้ดัชนีสามารถยืนเหนือระดับนัยสำคัญที่ 1,500 จุดได้ และสำหรับวันนี้ให้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจประเทศไทยได้แก่ ดุลการค้า, ยอดการส่งออกและยอดการนำเข้า

•   แนะนำ : Wait & See ลดสถานะการลงทุน, ระวังแรงขายภายในวันและรอความชัดเจนจากปัจจัยต่างๆ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   วันนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจประเทศไทย : ดุลการค้า, ยอดการส่งออก, ยอดการนำเข้า
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด

ข่าวในประเทศ
-   ตลาดหลักทรัพย์ยันระบบเทรดแกร่งป้องกันการแฮกได้ดี :  ชี้มีที่ปรึกษาภายนอกช่วยคัดกรองแจงการเชื่อมต่อระหว่าง “ตลาด-โบรกเกอร์” ใช้ระบบปิดรองรับวอลุ่มเฉลี่ยต่อวันระดับแสนล้านได้
-   ธนาคารออมสินนำร่องปล่อยเงินกู้ผู้สูงวัย : ธนาคารออมสินเผยว่าในปีนี้ธนาคารจะเปิดให้บริการสินเชื่อ Reverse Mortgage (RM) หรือสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปนำที่อยู่อาศัยที่ตนมีกรรมสิทธิ์และปลอดหนี้นำมาเป็นรายได้ในการดำรงชีวิตเพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อลูกหลาน       
-   ‘สมหวัง’ รอเกณฑ์พิโคปี 2560 สินเชื่อแตะหมื่นล้านบาท : นายศุภชัย บุญสิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮเวย์ จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภทภายใต้แบรนด์ “สมหวัง เงินสั่งได้” เผยว่าบริษัทสนใจที่จะทำธุรกิจสินเชื่อพิโคไฟแนนซ์ที่กระทรวงการคลังจะใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบแต่ขณะนี้ยังต้องการรอดูกฎระเบียบให้ชัดเจนก่อน
-   (THAIZ16) แผนฟื้น ‘การบินไทย’ คืบหน้า สคร.ชี้เปลี่ยน ‘ดีดี’ ไม่กระทบฟื้นฟูกิจการ : การบินไทยผลกการดำเนินงานปกติปรับตัวดีชึ้นจากต้นทุนน้ำมันลดลงด้าน สคร.ย้ำเปลี่ยนดีดีการบินไทยไม่กระทบฟื้นฟูกิจการโดยแผนงานยังมีความต่อเนื่องเพราะมีอนุกรรมการฟื้นฟูกิจการดูแลอยู่แล้ว ชี้ผลดำเนินงานบินไทยดีขึ้นและการแก้ปัญหาคืบหน้ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในบรรดารัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง รองจากเอสเอ็มอีแบงก์
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #843 เมื่อ: พฤศจิกายน 28, 2016, 04:58:01 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

รอความชัดเจน
-   ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,194.95 USD/toz ขึ้นไปทำจุดสูงสูงในวัน 1,197.54 USD/toz ก่อนลงมาทำจุดต่ำสุดในวันที่ 1,190.60 USD/toz สร้างกรอบการแกว่งประมาณ 6.94 - 7 USD/toz มีความพยายามสร้างกรอบราคาหลังจากที่ทองคำปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงวันพฤหัสบดี-วันศุกร์ที่แล้ว และยังมีแรงขายจากกองทุน SPDR กว่า - 6.53 ตันเมื่อคืนที่ผ่านมากดดันราคาทองคำต่อเนื่องถือครองสุทธิ 885.04 ตัน อย่างไรก็ตามแม้ทองคำมีความพยายามที่จะปรับตัวขึ้นแต่ก็ยังมีปัจจัยลบกดดันอยู่มากได้แก่ 1.เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่อง USD index เหนือ 100 จุด  2.การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งจะสร้างความผันผวนให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก 3.แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในช่วงเดือนธันวาคมของธนาคารกลางสหรัฐฯ 4.ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ซึ่งเป็นผลลบต่อราคาทองคำฯ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ทิศทางราคาทองคำไม่สดใสนัก ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางแนวโน้มขาลงมากกว่าส่วนการปรับขึ้นอาจเป็นเพียงแรงซื้อสั้นๆเท่านั้นค่ำคืนนี้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะต้องติดตามแต่ให้ซื้อขายด้วยความระมัดระวังจากความผันผวน

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯร่วงเกือบ 4% ก่อนประชุมโอเปก : ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ร่วงลงเกือบ 4% ในวันศุกร์โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน(โอเปก)จะบรรลุข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันลงหรือไม่หลังจากซาอุดิอาระเบียระบุว่าจะไม่เข้าร่วมการเจรจาในวันจันทร์นี้กับประเทศผู้ผลิตที่ไม่ได้เป็นสมาชิกโอเปกเพื่อหารือเรื่องการปรับลดการผลิตน้ำมัน ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ส่งมอบเดือน ม.ค.ปิดร่วงลง 1.90 USD/bbl หรือ 3.96% สู่ระดับ 46.06 USD/bbl
-   ดอลลาร์อ่อนค่าตามบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ : ดอลลาร์ร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญในวันศุกร์ขณะที่นักลงทุนเทขายทำกำไรดอลลาร์หลังจากทะยานขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 14 ปี และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ลดลงจากระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 0.3% สู่ระดับ 101.42 หลังแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 14 เดือนในวันพฤหัสบดี ส่วนดอลลาร์/เยนอ่อนค่าลง 0.2% สู่ 113.11 เยน แม้ปิดตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาบวก 2% ทางด้านยูโรเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ 1.0601 ดอลลาร์ หลังร่วงลงสู่ 1.0518 ดอลลาร์ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2558
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปิดไร้ทิศทาง : พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปิดไร้ทิศทางในวันศุกร์แต่มีแนวโน้มปิดตลาดดิ่งลงมากที่สุดในรอบเกือบ 8 ปี  ขณะที่นักลงทุนระเมินว่าแรงเทขายพันธบัตรจะดำเนินต่อไปอีกนานเพียงใดหลังจากนายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งนี้ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปีปิดขยับลง 02/32 สู่ 96-26/32 โดยมีผลตอบแทน 2.361 % และราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีปิดปรับขึ้น 09/32 สู่ 97-13/32 โดยมีผลตอบแทน 3.008 %
-   ทองทรงตัวหลังดิ่งลงแตะต่ำสุด 9 เดือนครึ่ง : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ขยับลง 32 เซนต์ สู่ 1,182.88 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันศุกร์ หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 9 เดือนครึ่งที่ 1,171.21 USD/toz ในระหว่างวัน โดยราคาทองปิดตลาดสัปดาห์นี้ในแดนลบเป็นสัปดาห์ที่สามติดต่อกันขณะที่นักลงทุนขายทองออกเนื่องจากคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดร่วงลง 10.90 USD/toz  ลงมาที่ระดับ 1,178.40 USD/toz

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.นี้
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index ยังเคลื่อนไหวเหนือ100 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : ซื้อขายในกรอบฝั่ง Short Positions ได้เปรียบ, ตลาดยังมีความไม่ชัดเจนลดสถานะการลงทุน

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #844 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 10:09:39 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1 % หลังจากค่าเงินดอลลาร์ และ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เริ่มปรับตัวลดลงหลังจากทำจุดสูงสุดใหม่ ทำ

ให้ราคาทองเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากไปทดสอบจุดต่ำสุดในสัปดาห์ก่อน โดยปัจจัยที่ต้องติดตามในคืนนี้คือ ตัวเลข GDP และความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่มีการคาดการณ์

ว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากออกมาต่ำกว่าคาด อาจจะช่วยหนุนราคาทองให้ฟื้นตัวต่อได้ แต่ให้ระมัดระวังแรงขายเมื่อราคาทองขึ้นทดสอบบริเวณ 1,200 เหรียญ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.50 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.89% โดยปิดที่ 1,193.38 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดย

ราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,182.90 – 1,197.54 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,193  เหรียญ ราคา

ทองเริ่มเห็นการฟื้นตัวเล็กน้อยหลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ เริ่มปรับตัวลดลงหลังจากทำจุดสูงสุดใหม่แต่ปัจจัยทางฝั่งยุโรปอาจกดดันทองใน

อนาคตได้ โดยประธานธนาคารกลางยุโรปแสดงถึงโอกาสที่อาจจะขยายเวลาการเข้าซื้อพันธบัตรออกไปได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อโดยต้องติดตามในสัปดาห์หน้า และ

ปัจจัยที่ต้องติดตามในวันนี้คือ ตัวเลข GDP สหรัฐฯ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะส่งผลกระทบต่อค่าเงินดอลลาร์อย่างไร ซึ่งมีตัวเลขคาดการณ์จะปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งหากต่ำกว่าคาด

จะช่วยทองคำให้ฟื้นตัวต่อได้ แต่ให้ระมัดระวังแรงขายเมื่อราคาทองขึ้นทดสอบบริเวณ 1,200 เหรียญ

Exclusive News
•   กลุ่มโอเปกพยายามจะบรรลุข้อตกลงกันในวันจันทร์ ในขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวเตือนว่า ราคาน้ำมันจะปรับฐานอย่างรุนแรง ถ้าหากกลุ่มโอเปกประสบความล้มเหลว

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ในขณะที่รัฐมนตรีน้ำมันอิรักกล่าวว่า อิรักจะให้ความร่วมมือกับกลุ่มโอเปกเพื่อบรรลุข้อตกลงที่ "เป็นที่ยอมรับได้สำหรับทุกฝ่าย" อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วง

บวกลงหลังตลาดปิดทำการ หลังจากรอยเตอร์รายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญของกลุ่มโอเปกไม่ได้ตกลงกันเรื่องรายละเอียดในข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน
•   ดอลลาร์ร่วงลงในวันจันทร์ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ โดยดอลลาร์ลดแรงบวกลงหลังทะยานขึ้นอย่างมากจากการที่นายโดนัลด์ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง

ประธานาธิบดีสหรัฐอย่างไม่คาดคิด เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า รัฐบาลของนายทรัมป์จะขยายนโยบายการคลังซึ่งจะหนุนเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐ
•   นายฮัมซา คาน จากบริษัท ING กล่าวว่า "ถ้าหากราคาน้ำมันดิ่งลงหรือทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ อัตราเงินเฟ้อก็จะไม่พุ่งขึ้นมากนัก และจะไม่มีปัจจัยกระตุ้นให้มี

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐอย่างรวดเร็ว และดอลลาร์ก็จะไม่อยู่ในระดับสูง และปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลบวกต่อราคาทอง”

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบการรีบาวน์ โดยฝั่ง long เริ่มน่าสนใจมากขึ้น แต่ถ้าราคาไม่ผ่าน 1,200 เหรียญ ให้ short

 
Smart Stock
Today Strategy:
ลุ้นปัจจัยภายนอก
•   S50Z16 เมื่อวานนี้ซื้อขายค่อนข้างสดใสในแดนบวกตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้าที่ 933.40 จุดปรับตัวขึ้นตลอดวันโดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 936.80

จุด ก่อนปิดตลาดบริเวณ 936.00 จุด ภาพรวมการเคลื่อนไหวในวันค่อนข้างตรงข้ามกับ SET index ที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,505.33 จุด ก่อนปรับตัวลดลง

จนปิดตลาดที่ 1,500.78 จุดมีปริมาณการซื้อขายเบาบางเพียง 37,009.45 ล้านบาทแต่ที่น่าสนใจคือนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 44 ล้าน

บาทแม้ไม่มากแต่ก็เป็นสัญญาณเชิงบวกที่อาจกล่าวได้ว่านักลงทุนต่างชาติชะลอการขายสุทธิ (ขายสุทธิตลอดเดือน พ.ย. -31,796.20 ล้านบาท) ฝ่ายวิจัยคาด

การณ์ว่าการปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทยเป็นการปรับตัวขึ้นตามภูมิภาคแต่ยังคงขาดปัจจัยสนับสนุน ซึ่งเมื่อวานนี้รายงานตัวเลขส่งออกของประเทศไทยเดือนตุลาคมติดลบ -

4.2% มีมูลค่ารวมการส่งออกเพียง 17,783 ล้านเหรียญสหรัฐและมูลค่าการนำเข้า 17,535 ล้านเหรียญปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ +6.5% ซึ่งส่งผลให้ประเทศ

ไทยอยู่ในสถานะที่เกินดุลการค้ามูลค่า 248 ล้านเหรียญสหรัฐ ด้านค่าเงินก็ยังคงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันทั้งตลาดหุ้นไทยและทองคำโลกโดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าที่

USD index เหนือระดับ 101 จุดแม้จะย่อตัวลงมาเล็กน้อยแต่ยังคงกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงที่ระดับ 35.55 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการซื้อขายฝ่ายวิจัย

คาดการณ์ว่าอาจมีปริมาณการซื้อขายที่เบาบางหลังนักลงทุนเฝ้ารอการประชุมโอเปกในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) เรื่องการปรับลดอุปทานน้ำมันดิบโลกซึ่งอาจมีผลต่อกลุ่ม

พลังงานซึ่งมีมูลค่าตลาดถ่วงน้ำหนักในดัชนีหุ้นไทยค่อนข้างมาก

•   แนะนำ : Wait & See ลดสถานะการลงทุน, ปริมาณการซื้อขายอาจเบาบางรอการประชุมโอเปกพรุ่งนี้

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด

ข่าวในประเทศ
-   เตือนรับมือค่าเงินบาทผันผวนแนะส่งออกประกันความเสี่ยง : นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ขอ

เตือนว่าแนวโน้มตลาดการเงินและค่าเงินทั่วโลกยังคงมีความผันผวนที่สูงขึ้นอีกหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจ

ออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ผู้ส่งออกนำเข้าและผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือความผันผวนของค่าเงินบาทต่อไปพร้อมบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินล่วงหน้า
-   ส่งออก ต.ค.โคม่าลบ 4.2% ลุ้น 2เ ดือนสุดท้ายกลับมาบวก พาณิชย์หวังทั้งปีไม่ติดลบ : ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ต.ค.พลิกกลับมาติดลบอีก

ครั้งที่ 4.2% ด้วยมูลค่า 17,783 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นการกลับมาติดลบในรอบ 2 เดือนจากเดือน ส.ค. ที่โต 6.54% ก.ย.โต 3.43% สวนทางกับ

ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัวต่อเนื่องส่วนการนำเข้าเพิ่ม6.5% ด้วยมูลค่า 17,535 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
-   (TTAZ16) ‘ทีทีเอ’ เร่งสรุปแผนธุรกิจใหม่ : โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ เดินหน้าหาธุรกิจใหม่ หวังลดความผันผวนจากธุรกิจเดินเรือ พร้อมตั้งบริษัท

ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ คาดสรุปความชัดเจนได้ภายในปีหน้า มองธุรกิจเดินเรือมีแนวโน้มดีขึ้น หวังปี 60 พลิกกลับมากำไร
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #845 เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2016, 05:19:47 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ยังคงผันผวนไร้แนวโน้ม
-   ทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,193.34 USD/toz แกว่งตัวค่อนข้างผันผวนลงไปทำจุดต่ำสุดในวันที่ 1,188.15 USD/toz มีกรอบการซื้อขายประมาณ 5-6 USD/toz จากปัจจัยลบที่ยังคงปกคลุมตลาดทองคำโดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า USD index ยังคงปรับตัวสูงขึ้นแม้ย่อตัวลงมาบ้างแต่ก็ยังแกว่งอยู่เหนือระดับ 101 จุด รวมทั้งการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม  ซึ่งทั้งสองปัจจัยยังคงกดดันราคาทองคำอย่างต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยที่จะกดดันราคาทองคำในระยะสั้นได้แก่การประชุมเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตของโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบผันผวนปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ 46.81 USD/bbl ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อแนวโน้มทิศทางราคาทองคำในค่ำคืนนี้หลังนักลงทุนสถาบันอาจปรับลดหรือปรับเพิ่มสถานะการลงทุนในทองคำ สำหรับค่ำคืนนี้ติดตามถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC (Dudley) และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯได้แก่ ตัวเลข GDP ขั้นต้น, ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยใน 20 รัฐจากรายงานของ S&P/CS และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจาก CB

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ทองพุ่งขึ้นขณะดอลล์อ่อนค่าบอนด์ยิลด์ร่วง : ทองสปอตปรับขึ้น 10.50 USD/toz สู่ 1,193.38 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในรอบ 9 เดือนครึ่งที่ 1,171.21 USD/toz ที่ทำไว้ในวันศุกร์ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวปรับลงมาด้วย ทั้งนี้ ราคาทองส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาด COMEX ปิดพุ่งขึ้น USD/toz สู่ 1,190.80 USD/toz
-   ดอลลาร์ร่วงลงตามบอนด์ยิลด์สหรัฐ : ดอลลาร์ร่วงลงตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯหลังทะยานขึ้นอย่างมากจากการที่นายทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเนื่องจากนักลงทุนคาดว่านายทรัมป์จะขยายนโยบายการคลังซึ่งจะหนุนเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ
-   ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปิดปรับขึ้น : ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯปรับขึ้นในวันจันทร์หลังจากที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯร่วงลงจากจุดสูงสุดของสัปดาห์ที่แล้วเนื่องจากมีคำสั่งซื้อพันธบัตรช่วงปลายเดือนเข้ามาในตลาดและนักลงทุนคาดการณ์ว่าอาจจะมีคำสั่งขายพันธบัตรเข้ามามากเกินไปหลังจากนายทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง ทั้งนี้ราคาพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับขึ้นสู่ 97-44/256 ในช่วงท้ายตลาดมีผลตอบแทน 2.3196 % และราคาพันธบัตรอายุ 30 ปีอยู่ที่ 97-212/256 ในช่วงท้ายตลาดมีผลตอบแทน 2.9851 %
-   น้ำมันดิบพุ่งขึ้น 2.2% จับตาประชุมโอเปก : ราคาน้ำมันดิบตลาด NYMEX พุ่งกว่า 2 % ในวันจันทร์หลังจากแกว่งตัวผันผวนในระหว่างวัน ดิ่งลง 2 % ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นในขณะที่นักลงทุนจับตาดูว่าโอเปกจะสามารถตกลงกันเรื่องมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในการประชุมวันพุธนี้ได้หรือไม่

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุมโอเปกในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.)
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่ารุนแรง USD index ยังเคลื่อนไหวเหนือ101 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : หากไม่ต้องการรับความเสี่ยงให้ถือเงินสดรอผลการประชุมโอเปก

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #846 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 09:38:58 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยเมื่อคืนนี้ในช่วงแรกค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากตัวเลข GDP และตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาดีเกินคาด และเริ่มมีแรงขายในช่วงท้ายตลาด ทำให้กลับมาหนุนราคาทองคำให้ปิดลดลงเพียงเล็กน้อย โดยในวันนี้ติดตามการประชุมของ OPEC และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรโดย ADP ซึ่งหากออกมาแย่กว่าคาดอาจจะช่วยหนุนราคาทองคำสั้นได้ หลังจากราคาปรับลดลงมาแรง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับลดลง 5.04 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.42% โดยปิดที่ 1,188.34 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,180.85 – 1,194.94 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,190  เหรียญ ราคาทองยังคงปิดปรับตัวลดลง โดยในเมื่อคืนนี้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงแรกจากตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ แข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมทั้งตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน แต่ค่าเงินดอลลาร์ก็เริ่มถูกขายทำกำไรในช่วงท้ายตลาด ซึ่งช่วยหนุนราคาทองให้ดีดกลับได้ในช่วงท้ายตลาดหลังจากลงไปทดสอบจุดต่ำสุดบริเวณ 1,180 เหรียญ แต่ยังคงปิดลบ วันนี้ติดตามการประชุมของ OPEC เป็นประเด็นสำคัญที่จะสร้างความผันผวนให้ราคาน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง และสินค้าโภคภัณฑ์และตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ โดย ADP และคาดว่าราคาทองคำเริ่มมีแรงซื้อหากมีปัจจัยหนุนเข้ามาช่วยหลังจากปรับลดลงมาแรง

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 3.9 % ในวันอังคาร ในขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน โดยอิหร่านและอิรักยังคงขัดแย้งกับซาอุดิอาระเบียก่อนที่กลุ่มโอเปกจะจัดการประชุมในวันพุธ อย่างไรก็ดี อิหร่านและอิรักไม่ต้องการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของตนเองตามที่ซาอุดิอาระเบียเรียกร้องมา ดังนั้นการบรรลุข้อตกลงจึงยังคงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก โดยซาอุดิอาระเบีย, อิหร่าน และอิรักเป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันมากเป็นอันดับ 1,2 และ 3 ในโอเปกตามลำดับ
•   ตลาดจะรอดูผลการประชุมโอเปกในวันพุธนี้ว่าจะมีการทำข้อตกลงลดการผลิตน้ำมันหรือไม่ รวมถึงการลงประชามติรัฐธรรมนูญของอิตาลีในวันอาทิตย์นี้
•   ดอลลาร์ร่วงลงในวันอังคารเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ โดยปรับฐานหลังปรับตัวผันผวนก่อนการประชุมนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือนธ.ค.
•   ดอลลาร์ลดแรงบวกลงหลังทะยานขึ้นมากกว่า 1.2% เมื่อเทียบกับเยน หลังการเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ร่วงลง 0.35% สู่ 100.980 อันเป็นผลจากแรงขายทำกำไรและความวิตกเกี่ยวกับราคาน้ำมัน

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบการรีบาวน์ หรือ รอเปิด short บริเวณ 1,200 เหรียญหากราคาไม่สามารถทะลุผ่านได้

 
Smart Stock
Today Strategy:
ขาดปัจจัยสนับสนุน
•   S50Z16 เมื่อวานนี้ซื้อขายผันผวนค่อนข้างรุนแรงโดยเปิดตลาดภาคเช้ากระโดดขึ้นไปที่ 939.00 จุดแกว่งตัวประมาณ 3 จุดก่อนมีแรงขายรุนแรงในช่วงบ่ายลงมาทำจุดต่ำสุดในวันที่ 928.50 จุดและปิดตลาดที่ 930.80 จุดภาพรวมการเคลื่อนไหวมีทิศทางเดียวกับดัชนี SET index ซึ่งปิดปรับตัวลดลงที่ 1,497.18 จุดไม่สามารถยืนเหนือ 1,500 จุดได้ตามคาดการณ์มีปริมาณการซื้อขาย 49,000.47 ล้านบาทอยู่ในระดับปกติของ SET index  ด้านนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ - 3,025.9 ล้านบาทหลังซื้อสุทธิเล็กน้อยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในส่วนของราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนและเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่องโดยเฉพาะการประชุมของโอเปกในวันนี้เรื่องแนวโน้มการปรับลดอุปทานในทางปฏิบัติ ซึ่งยังมีความไม่แน่ชัดและอาจส่งผลต่ออารมณ์ของตลาดโดยเฉพาะกลุ่มพลังงานในประเทศ ฝ่ายวิจัยมองว่ายังมีปัจจัยกระทบต่อทิศทางดัชนีพอสมควรในระยะสั้นโดยเฉพาะ เงินทุนที่ไหลออกจากตลาดหุ้น ตราสารหนี้ และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องที่ระดับ 35.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ รวมทั้งที่สำคัญตลาดยังคงขาดปัจจัยภายในที่เป็นบวกเพื่อสนับสนุนในการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

•   แนะนำ : Wait & See ลดสถานะการลงทุน, รอผลการประชุมโอเปก

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   การประชุมโอเปกในวันนี้
-   ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าบริเวณ 35.66 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 100 จุด

ข่าวในประเทศ
-   อสังหาฯกลาง-เล็กรวมตัวตั้งสมาคมเพิ่มขีดแข่งขัน : อสังหาฯกลาง-เล็กรวมตั้งตั้ง “สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์และพันธมิตร”เพิ่มความเข้มแข็งผู้ประกอบการสนับสนุนพันธมิตรทั้งผู้ค้าวัสดุ ผู้รับเหมาและบริษัทกฎหมายรับมือการแข่งขันตลาดยุค 4.0     
-   ธปท.ลุยจัดระเบียบลูกหนี้ : นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ธปท. อยู่ระหว่างศึกษาจัดทำกลไกดูแลการติดตามหนี้ลูกหนี้สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ารายย่อยประเภทสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อบัตรเครดิต โดยมีการจัดตั้งตัวกลางขึ้นมาดูแลลูกหนี้ร่วมกัน และมีธปท.กำกับดูแลกฎเกณฑ์และกติกาต่างๆ ซึ่งขณะนี้ ธปท.จัดทำคณะทำงานขึ้นมาศึกษารายละเอียดแล้ว พร้อมกับดูแนวทางจากประเทศที่ประสบความสำเร็จในการประนอมหนี้เป็นแบบอย่าง     
-   (KBANKZ16) ครองผู้นำดิจิทัลแบงก์กิ้ง! กสิกรไทยประกาศทุ่ม 5 พันล้านพัฒนาไอที : กสิกรไทยประกาศแผนธุรกิจปีหน้าทุ่ม 5,000 ล้านบาท พัฒนาไอทีหวังครองอันดับ 1 ผู้นำดิจิทัลแบงกิ้ง หลังคนใช้แอพพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งโตก้าวกระโดด แบไต๋จ่อคิวควบสาขาที่ธุรกรรมน้อย แต่ไม่มีแผนปรับลดพนักงานขณะที่มองเศรษฐกิจอาเซียนสดใส โอกาสการธุรกิจของธนาคารยังมีอยู่
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #847 เมื่อ: พฤศจิกายน 30, 2016, 05:13:17 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 30 พฤศจิกายน 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

แกว่งในกรอบ
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,188.24  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,186.13 – 1,194.95  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำเริ่มแกว่งตัวในกรอบแคบในสัปดาห์นี้ กรอบการแกว่งประมาณ 18 เหรียญ 1,180 – 1,198 เหรียญ โดยค่าเงินดอลลาร์ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบบนต่อเนื่อง เคลื่อนไหวเหนือบริเวณ 101 จุด ทำให้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบด้านล่างเช่นกัน และในวันนี้ติดตามผลการประชุมของกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ที่มีประเด็นที่ต้องติดตามคือการลดกำลังการผลิตน้ำมัน ซึ่งหากมีการลดกำลังการผลิตจริงอาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง และช่วยหนุนคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของทั่วโลกได้ ซึ่งจะเป็นผลกระทบต่อสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลก เพราะ การลดกำลังการผลิตยังไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา และต้องติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP ในคืนนี้ ที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ค่าเงินดอลลาร์ได้ แต่โดยรวมทองคำยังมีปัจจัยลบรอกดดันอยู่ในช่วงกลางเดือนหน้า คือการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เริ่มต้นการหารือกันในวันนี้เรื่องข้อตกลงจำกัดการผลิตน้ำมันเพื่อหนุนราคาน้ำมันดิบ ในขณะที่อิหร่านและอิรักคัดค้านข้อเรียกร้องของซาอุดิอาระเบียที่ต้องการให้สองประเทศนี้เข้าร่วมอย่างเต็มที่ในมาตรการใหม่ของโอเปก รัฐมนตรีกลุ่มโอเปกเริ่มต้นการประชุมกันอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 14.00 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ โดยประชุมกันที่โรงแรมเวียนนา ปาร์ค ไฮแอท และรัฐมนตรีกลุ่มโอเปกจะเริ่มต้นการประชุมกันอย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่ของโอเปก ณ เวลา 16.00 น.ตามเวลาไทย
-   นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวต่อหนังสือพิมพ์เอล ปาอิสของสเปนในวันนี้ว่า อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนน่าจะปรับเข้าสู่ระดับเป้าหมายที่อีซีบีตั้งไว้ที่ระดับต่ำกว่า 2% เล็กน้อยในระหว่างปี 2018-2019
-   นายดรากีกล่าวว่า "ถึงแม้มีวิกฤติใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจก็ดำเนินไปตามเส้นทางเดิม และเราคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะปรับเข้าสู่ระดับที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเรา ซึ่งอยู่ใกล้ 2% ในระหว่างปี 2018 และ 2019"
-   อีซีบีไม่สามารถบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อมาเป็นเวลานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยอีซีบีจะเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ประจำปี 2019 เป็นครั้งแรกในวันที่ 8 ธ.ค. และอีซีบีจะปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจอื่นๆในวันนั้นด้วย
-   นายเจอโรม พาวเวล หนึ่งในผู้ว่าการของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันอังคารว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐได้รับเหตุผลสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนับตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย. หรือตั้งแต่ก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. โดยถ้อยแถลงของนายพาวเวลถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่า เฟดใกล้ที่จะคุมเข้มนโยบายการเงิน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การประชุม OPEC ในวันนี้
-   ค่าเงินดอลลารสหรัฐฯ ที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ โดยยังเคลื่อนไหวเหนือ 101 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม

คำแนะนำ    : trading ในกรอบแคบ และ follow เมื่อ breakout

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #848 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2016, 10:23:53 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงแรงอีกครั้งหลังจากค่าเงินดอลลาร์กลับมาเคลื่อนไหวในแดนบวกต่อเนื่อง จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ปรับตัวออกมาดีขึ้นกว่าคาดการณ์ รวมทั้งการลดกำลังการผลิตของน้ำมันโลก ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนหนัก  และ SPDR ขายทองคำอีกครั้งในสัปดาหี้ วันนี้ติดตามตัวเลข PMI ที่คาดว่าอาจจะมาสร้างความผันผวนให้ทองคำได้ โดยทองคำยังโดนปัจจัยลบกดดันอยู่หลายปัจจัยทำให้ฝั่ง short ยังคงได้เปรียบ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับลดลง 15.64 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -1.32% โดยปิดที่ 1,172.70 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,170.35 – 1,194.95 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,167  เหรียญ ราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงแรงอีกครั้งหลังจากค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP ปรับตัวออกมาดีขึ้นกว่าคาดการณ์ ทำให้หนุนค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นในกลางเดือนนี้อย่างค่อนข้างแน่นอน และการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน ช่วยหนุนราคาน้ำมันให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในอนาคต ทำให้เป็นปัจจัยกดดันราคาทองอีกเช่นกัน ส่วนทางด้านรายงานภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นั้นขยายตัวตามคาด วันนี้ติดตามตัวเลข PMI ที่อาจจะเข้ามาสร้างความผันผวนให้ราคาทองได้อีกครั้ง

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นกว่า 10 % ในระหว่างช่วงการซื้อขายวันพุธ และขึ้นไปแตะจุดสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน ในขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ตกลงที่จะจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 โดยมีจุดประสงค์เพื่อหนุนราคาน้ำมัน
•   กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ตกลงที่จะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงตั้งแต่เดือนม.ค. 2017 โดยจะปรับลดลงราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือกว่า 3 % สู่ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับปัจจุบันที่ 33.64 ล้านบาร์เรลต่อวัน
•   ดอลลาร์สหรัฐพุ่งแตะระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับเยนในรอบ 9 เดือนในวันพุธและพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรและฟรังก์สวิสหลังการทะยานขึ้นของราคาน้ำมันหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐพุ่งขึ้น ขณะที่การจ้างงานเอกชนที่แข็งแกร่งของสหรัฐหนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าด้วย
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐดิ่งลง 15.64 ดอลลาร์ หรือ 1.32 %สู่ 1,172.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ หลังจากรูดลงแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 10 เดือนที่ 1,170.35 ดอลลาร์ในระหว่างวัน  ในขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : ทยอยปิดทำกำไรฝั่ง short แล้วเปลี่ยนมา trading ในกรอบสั้นๆ

 
Smart Stock
Today Strategy:
รับข่าวไประดับหนึ่งแล้ว
•   S50Z16 เปิดตลาดเมื่อวานนี้บริเวณ 929.70 จุด หลังจากนั้นปรับตัวขึ้นตลอดวันแบบขาเดียวไม่หยุดพักขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่  948.40 จุด ก่อนย่อตัวเล็กน้อยปิดตลาดที่ 946.80 จุดภาพรวมการเคลื่อนไหวเป็นไปตามทิศทางของดัชนี SET index ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกันซึ่งปิดตลาดที่ 1,510.24 จุด สามารถยืนเหนือระดับ 1,500 จุดได้ มีปริมาณการซื้อขาย 69,967.04 ล้านบาทถือว่าหนาแน่นสำหรับ SET index ที่ปกติจะซื้อขายกันราวห้าหมื่นล้านบาท ต่างชาติยังคงขายสุทธิ- 2,112.4 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าเป็นแรงซื้อจากอารมณ์ตลาดที่คาดการณ์ผลการประชุมเพื่อลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกส่งผลให้น้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นรุนแรงซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยที่ถูกถ่วงน้ำหนักดัชนีด้วยกลุ่มพลังงานเป็นหลัก ซึ่งทั้งราคาน้ำมันดิบและดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นการประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับวันนี้ฝ่ายวิจัยยังมองภาพรวมในเชิงบวกแต่ต้องยอมรับว่าตลาดรับข่าวไปแล้วในระดับหนึ่งดังนั้นวันนี้อาจปรับตัวขึ้นจำกัดหรือย่อตัวเล็กน้อยในวันให้ซื้อขายด้วยความระมัดระวังและจำกัดความเสี่ยง

•   แนะนำ : ฝั่ง Long Positions ได้เปรียบได้วันแต่ต้องระวังตลาดย่อตัวหลังตลาดรับข่าวการประชุมไปในระดับหนึ่งแล้ว

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มรุนแรงหลังประชุมโอเปกเมื่อวานนี้
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด

ข่าวในประเทศ
-   เลี่ยงหุ้น-บอนด์ ‘กบข.’ ชี้เสี่ยงสูง : กบข.หันลงทุนบริษัทนอกตลาดหลังผลตอบแทนตลาดหุ้นและตราสารหนี้มีแนวโน้มลดลงหวังสัดส่วนลงทุนแตะ 1-2% ใน 3 ปี ประเมินดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแตะ 1,600 จุด หลังปัจจัยบวกเริ่มชัดเจนคาดสินทรัพย์ภายใต้บริหารแตะ 8 แสนล้านบาท            
-   ธปท.ทวนตัวเลขปราบศูนย์เหรียญ ประเมินผลกระทบระยะสั้น-ยาว : ธนาคารแห่งประเทศ เปิดเผยว่า มั่นใจการขยายตัวเองเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ประมาณ 3.2% ตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ธปท.จะมีการทบทวนตัวเลขไส้ในเศรษฐกิจและประกาศตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจทั้งปีนี้และปี 2560 ใหม่ โดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ให้ลดลงมากกว่าที่คาดไว้ที่ 2 แสนราย
-   'คลัง'เลื่อนจ่าย'คนจน' แฉมีต่างด้าวสวมสิทธิ ปลื้มท่องเที่ยวตามเป้า :  'คลัง'เลื่อนจ่ายเงินช่วยคนจน 3 ธ.ค. เช็กวุ่นปัญหาระบบ-ต่างด้าวสวมสิทธิ 'ธนะศักดิ์'พอใจยอดท่องเที่ยวปี'59
-   (SIRIZ16) แสนสิริรุกบ้านราคา 5-14 ล้าน ลดเสี่ยงตลาดล่างกู้ไม่ผ่านพุ่ง : “แสนสิริ” กางแผนปี 60 รุกตลาดแนวราบราคา 5-14 ล้านเพิ่มสัดส่วน 50% มองกำลังซื้อแข็งแรง ไม่มีปัญหาการกู้ ขณะที่บ้านราคา 3-5 ล้าน แทบไม่ผ่านเกณฑ์การกู้ พุ่งจาก 10% เป็น 20%
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #849 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2016, 05:14:19 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

โดนกดดันต่อเนื่อง
-   ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,172.70  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,163.45 – 1,176.69  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ต่ำลงจากเมื่อวานหลังจากราคาหลุดบริเวณ 1,180 เหรียญ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดในสัปดาห์นี้ ทำให้ราคามีแรงขายออกมาต่อเนื่องและลงไปทำจุดต่ำสุดได้ในช่วงเช้าวันนี้ และพยายามจะดีดกลับ แต่ยังโดนกดดันในช่วงเย็น โดยแกว่งอยูบริเวณ 1,169 เหรียญ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มเติมคือการลงประชามติของทางฝั่งอิตาลีที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินโลกอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในช่วงปลายสัปดาห์ โดยในคืนนี้ติดตามตัวเลขภาคการจ้างงานและตัวเลขภาคการผลิต ที่จะช่วยหนุนราคาทองคำให้ฟื้นตัว หรือจะกดดันให้ทำจุดต่ำสุดต่อเนื่องได้ และอีกปัจจัยคือความผันผวนของราคาน้ำมันที่มีแรงซื้อต่อเนื่อง และจะกดดันให้ราคาทองได้ ทำให้ภาพรวมแล้วราคาทองคำมีแนวโน้มที่อ่อนแอต่อเนื่อง และขาดปัจจัยสนับสนุนในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้นฝั่ง short ยังคงได้เปรียบ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ตลาดหุ้นจีนปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้ หลังจากทางการจีนรายงานว่า กิจกรรมในภาคการผลิตขยายตัวในอัตราแข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 2 ปี และการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานให้ทะยานขึ้นด้วย
-   นายมาโกโตะ ซากุระอิ สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) กล่าวว่า บีโอเจจะยังคงเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) จำนวนมากต่อไป ถึงแม้บีโอเจใช้กรอบการทำงานใหม่ที่ตั้งเป้าหมายไปที่อัตราดอกเบี้ย โดยถ้อยแถลงของเขาเป็นการสวนทางกับแนวคิดที่ว่า มาตรการของบีโอเจในเข้าซื้อ JGB ใกล้ที่จะถึงขีดจำกัดแล้ว
-   วาณิชธนกิจโกลด์แมน แซคส์ของสหรัฐระบุว่า การที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) บรรลุข้อตกลงในวันพุธในการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน จะส่งผลให้สหรัฐและประเทศอื่นๆ ดำเนินมาตรการตอบรับด้วยการผลิตน้ำมันปริมาณมากขึ้น
-   โกลด์แมน แซคส์คาดว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐอาจพุ่งขึ้นสู่ 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจทะยานขึ้นสู่ 56.50 ดอลลาร์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2017
-   กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปกตกลงกันในการประชุมที่กรุงเวียนนาเมื่อวานนี้ที่จะลดการผลิตน้ำมันลงเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปีเพื่อลดปริมาณน้ำมันส่วนเกินทั่วโลก ทั้งนี้ โอเปกตกลงที่จะจำกัดการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับสูงสุดที่ 32.5 ล้านบาร์เรล/วันโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยลดลงจากปัจจุบันที่ระดับ 33.64 ล้านบาร์เรล/วัน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ค่าเงินดอลลารสหรัฐฯ ที่ยังมีแนวโน้มแข็งค่าต่อ โดยยังเคลื่อนไหวเหนือ 101 จุด
-   คาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม
-   ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรงหลังจากการลดกำลังการผลิตของ OPEC ครั้งแรกในรอบกว่า 8 ปี

คำแนะนำ    : trading ในกรอบด้านล่าง 1,163 – 1,175 เหรียญ โดยทยอยปิดทำกำไรฝั่ง short เมื่อราคาทำจุดต่ำสุดใหม่

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #850 เมื่อ: ธันวาคม 02, 2016, 09:36:46 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองแกว่งตัวลดลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบกว่า 10 เดือน จากตัวเลขสหรัฐฯ ที่ปรับตัวออกมาแข็งแกร่งต่อเนื่อง แต่ในช่วงท้ายตลาดค่าเงินดอลลาร์เริ่มมีแรงขายทำกำไรหลังจากปรับตัวขึ้นแรงในเดือนก่อนหน้า ทำให้ราคาทองคำดีดกลับได้เล็กน้อย โดย SPDR ขายทองกดดันต่อเนื่อง และในเดือนที่ผ่านมาเป็นการขายมากที่สุดในรอบกว่า 3 ปี และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้กดดันราคาทองเช่นกัน แต่วันนี้ติดตามตัวเลขภาคการจ้างงานที่มีโอกาสสร้างความผันผวนให้ราคาทองอีกครั้ง

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับลดลง 1.79 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.15% โดยปิดที่ 1,170.91 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,160.38 – 1,176.69 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,174  เหรียญ ราคาทองปรับลดลงทำจุดต่ำสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยในเดือนที่ผ่านมาราคาทองปรับลดลงกว่า 8 % และแรงขายของกองทุน SPDR มากกว่า 60 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นเดือนที่มีการขายทองมากที่สุดในรอบ 3 ปี ของ SPDR และเมื่อคืนนี้ยังขายต่อเนื่องอีกกว่า 13.64 ตัน รวมถือครอง 870.22 ตัน ซึ่งถือว่าลดจากระดับสูงสุดในปีนี้มากกว่า 100 ตันแล้ว โดยเมื่อคืนนี้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี ปัจจัยต่างๆ ล้วนกดดันราคาทอง และในวันนี้ติดตามตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลกระทบต่อราคาทองได้ โดยในช่วงเช้าวันนี้ดูการเคลื่อนไหวในกรอบ 1,160 – 1,177 เหรียญ ถ้ายืนเหนือ 1,177 เหรียญได้ อาจจะรีบาวน์ได้ต่อ

Exclusive News
•   ดอลลาร์ร่วงลงในวันพฤหัสบดีเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงิน ขณะที่เทรดเดอร์ขายทำกำไรดอลลาร์ หลังพุ่งขึ้นอย่างมากในเดือนพ.ย.จากการคาดการณ์เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐภายใต้รัฐบาลใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และจากความระมัดระวังก่อนการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานของรัฐบาลสหรัฐในวันศุกร์นี้
•   ยูโรแข็งค่าขึ้น หลังรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางยุโรปจะขยายการซื้อพันธบัตรต่อจากเดือนมี.ค.ปีหน้า และพิจารณาการส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้าว่าโครงการซื้อสินทรัพย์จะสิ้นสุดลงในที่สุด
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพฤหัสบดีโดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 16 เดือนหลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และรัสเซียตกลงที่จะจำกัดปริมาณการผลิตน้ำมัน
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 1.79 ดอลลาร์ สู่ 1,170.91 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 10เดือนที่ 1,160.38 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ในขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรให้ปรับสูงขึ้น และส่งผลให้นักลงทุนลดความต้องการซื้อทองในฐานะการลงทุนทางเลือก เนื่องจากทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ย

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : ปิดทำกำไรฝั่ง short แล้วเปลี่ยนมา trading ในกรอบการรีบาวน์

 
Smart Stock
Today Strategy:
กรอบการเคลื่อนไหวจำกัด
•   ภาพรวมการซื้อขายของ S50Z16 เมื่อวานนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์คือปรับตัวขึ้นรับข่าวและมีแรงเทขายลงมาตลอดวันโดยเปิดตลาดที่ 954.00 จุดและแกว่งตัวออกข้างในกรอบจำกัดก่อนปรับตัวลงไปทำจุดต่ำสุดในวันที่ 944.80 จุด และปิดตลาดในบริเวณใกล้เคียงกันที่ 946.50 จุด เคลื่อนไหวในลักษณะที่ใกล้เคียงกับ SET index ซึ่งปรับขึ้นตามภูมิภาคเปิดกระโดดในภาคเช้าเกิดช่องว่างราคาและมีแรงขายออกมาอย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิ +834.0 ล้านบาท มีปริมาณการซื้อขายรวมตลอดวันหนาแน่นที่ 62,216.27 ล้านบาท แต่ในด้านตลาดตราสารหนี้นั้นนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิตราสารหนี้ที่ 2,397 ล้านบาท ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าวันนี้ตลาดอาจเริ่มปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัดแม้ภาพรวมบรรยากาศการลงทุนจะสดใสมากขึ้นก็ตามเนื่องจากการปรับขึ้นเมื่อวานเป็นการตอบรับข่าวการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันและ CPI พ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 0.60% ปรับตัวสูงที่สุดในรอบ 23 เดือน ซึ่งทั้งสองปัจจัยเป็นปัจจัยช่วงสั้นเท่านั้นส่วนปัจจัยบวกภายในและภายนอกประเทศยังไม่ดีเท่าที่ควร

•   แนะนำ : ฝั่ง Long Positions ยังได้เปรียบได้วัน, เปิดสถานะเมื่อราคาย่อตัวหากหลุดกรอบแนวโน้มขาขึ้นให้ปิดสถานะลงทุน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงเหนือระดับ 50 USD/bbl
-   ดอลลาร์แข็งค่าที่ USD index เหนือระดับ 101 จุด

ข่าวในประเทศ
-   ชี้ค่าแรงดันเงินเฟ้อ 0.2-0.35% : กระทรวงพาณิชย์ระบุขึ้นค่าแรง 1 ม.ค.60 กระทบเงินเฟ้อเพิ่ม 0.2-0.35% เดินหน้าคุมเข้มราคาสินค้าหวั่นกระทบผู้บริโภค ขณะที่เงินเฟ้อเดือน พ.ย.2559 ขยายตัว 0.60% สูงสุดในรอบ 23 เดือน หลังราคาสินค้าอาหาร ผักสดและราคาน้ำมันเริ่มพุ่ง มั่นใจทั้งปีไม่หลุดกรอบ 0-1%
-   ตลาดหลักทรัพย์ชี้ ‘ทุนใหม่’ จ่อเทคโอเวอร์ บจ.พุ่ง : ตลาดหลักทรัพย์แจงแนวโน้มกลุ่มทุนใหม่เล็งเข้าซื้อกิจการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อ เหตุมีเงินสดในมือสูงขณะที่กลุ่มทุนเดิมมีสายป่านไม่เพียงพอที่จะทำธุรกิจต่อไปภายใต้เศรษฐกิจที่ผันผวน
-   (KBANKZ16) ‘กสิกรไทย’ อัดโปรดันบัตรเครดิต หวังไตรมาส 4 ยอดใช้จ่าย 9.7 หมื่นล้าน โตเกิน 7% : กสิกรไทยเดินหน้ากลยุทธ์ “บัตรใบเดียวใช้ได้ทุกวัน” ดันยอดใช้จ่าย ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวจับจ่ายปลายปีและการลงุทนเพื่อประหยัดภาษีออกโปรโมชั่นหลากหลายครอบคลุมทุกการใช้จ่ายในทุกพื้นที่ คาดไตรมาส 4 มียอดใช้ผ่านบัตรกว่า 97,000 ล้านบาท โตกว่า 7%
-   คาด ‘ไฮซีซั่น’ นักท่องเที่ยวผ่านสุวรรณภูมิเพิ่ม 26% : ทอท. คาดผู้โดยสาร 1.7 แสนคนทะลักสนามบินสุวรรณภูมิช่วงไฮซีซั่นเพิ่มขึ้น 26% ด้านสายการบินแบบเช่าเหมาลำ 3 รายขอเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินประจำรับนักท่องเที่ยว
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #851 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2016, 09:59:30 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง โดยในเมื่อวานลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 10 เดือน ที่บริเวณ 1,157 เหรียญ เนื่องจากโดนกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินยูโรที่อ่อนค่าในรอบกว่า 20 เดือน จากประเด็นการลงประชามติของประเทศอิตาลี โดยสัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางยุโรปเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้ราคาทองมีความผันผวนได้มากขึ้น

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับลดลง 6.70 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.57% โดยปิดที่ 1,170.18 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,157.00 – 1,174.16 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โดยในเช้านี้ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ 1,174  เหรียญ ราคทองได้รับแรงกดดันในช่วงเช้าเมื่อวานนี้หลังจากนายกของอิตาลีกล่าวว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่ง หลังเขาพ่ายแพ้ในการทำประชามติในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าในรอบกว่า 20 เดือน และส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันทองคำด้วย แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาและค่าเงินยูโรก็ดีดกลับหลังจากราคารับข่าวไปแล้ว ทำให้เริ่มเห็นการรีบาวน์ของค่าเงินยูโรและทองคำ โดยค่าเงินดอลลาร์ก็เริ่มอ่อนค่าลง โดยในสัปดาห์นี้ติดตามการประชุมเรื่องนโยบายทางการเงินและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรปที่ต้องติดตามว่าจะแสดงท่าทีอย่างไรซึ่งจะสร้างความผันผวนให้ตลาดอีกครั้ง

Exclusive News
•   ยูโรพุ่งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันจันทร์หลังนายแมตทีโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลีพ่ายแพ้ในการลงประชามติเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญของอิตาลี ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาเทรดเดอร์คาดการณ์ไว้แล้วนายเรนซีจะลาออกในวันจันทร์นี้หลังการลงประชามติปฏิเสธการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ 59.1%
•   การคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะระบุถึงการปรับลดโครงการซื้อพันธบัตรในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ ก็เป็นแรงหนุนต่อยูโรด้วย
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันจันทร์ ก่อนที่จะลดช่วงบวกลงในช่วงท้ายตลาด ในขณะที่นักลงทุนสูญเสียความมั่นใจในเรื่องที่ว่า มาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะอยู่ในระดับที่มากพอที่จะช่วยบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด เนื่องจากปริมาณการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มสูงขึ้น
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 6.70 ดอลลาร์สู่ 1,170.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 10 เดือนที่ 1,157 ดอลลาร์ในระหว่างวัน ในขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้น และนักลงทุนไม่ใส่ใจกับภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองในอิตาลี ทางด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : trading ในกรอบความผันผวนที่เริ่มแกว่งกว้างขึ้นโดยฝั่งlongเริ่มน่าสนใจหลังจากดอลลาร์เริ่มทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบสั้น

 
Smart Stock
Today Strategy:
รอปัจจัยใหม่ๆ
•   S50Z16 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนมากเปิดตลาดที่ 948.50 จุด มีแรงขายตลอดทั้งวันทำแนวโน้มขาลงในวันลงไปทำจุดสูงสุดที่ 936.00 จุด ก่อนขยับขึ้นมาปิดตลาดที่ 938.70 จุด มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 13.40 จุด โดยเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับดัชนี SET index ที่ต้องเผชิญกับแรงขายจากกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารเป็นหลักที่กดดันดัชนีให้ลงมาทดสอบระดับ 1,500 จุดอีกครั้ง มีแรงเทขายตั้งแต่เปิดตลาดภาคเช้าต่อเนื่องตลอดวันด้วยปริมาณการซื้อขายที่เบาบางเพียง 42,088.85 ลบ.เท่านั้น นักลงทุนต่างชาติยังคงมุมมองเดิมขายสุทธิในตลาดหุ้น -465.4 ลบ. และขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 1,137 ลบ.โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าแรงขายส่วนใหญ่มาจากการปิดความเสี่ยงและลดความกังวลในช่วงปลายสัปดาห์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวสำหรับประเทศไทยรวมทั้งความกังวลเรื่องการลงประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนุญของอิตาลีในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งส่งผลให้นายกฯอิตาลีต้องลาออกจากตำแหน่งหลังประชาชน 60% ไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว สำหรับปัจจัยบวกช่วงสั้นๆมองว่าเป็นกลุ่มกองทุนภายในประเทศที่อาจเข้ามาพยุงตลาดไว้ในระยะหนึ่งและตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวออกข้างเป็นส่วนมาก

•   แนะนำ : Wait & See ขาดปัจจัยใหม่ๆกรอบการเคลื่อนไหวผันผวนอัตราผลตอบแทนที่คาดไม่คุ้มกับระดับความเสี่ยง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   8 ธ.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค(ประเทศไทย)
-   9 ธ.ค.ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ(ประเทศไทย)

ข่าวในประเทศ
-   ‘กลุ่มอสังหาฯ’ ลดเป้ารายได้ระบุภาวะตลาดในประเทศยไม่เอื้อ : ศุภาลัยมองภาพรวมปีหน้าโต 5% สำรวจเป้าหมายธุรกิจกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พบปรับเป้าหมายยอดขายเป็นส่วนมาก เนื่องจากภาวะตลาดในประเทศไม่เอื้อ ขณะศุภาลัยยังมั่นใจยอดขายปีนี้ทำได้มากกว่าเป้าที่ 2.4 หมื่นล้าน พร้อมประเมินภาพรวมตลาดปีหน้าโต 5%
-   ขาย ‘ฟิวเจอร์ฟันด์’ ต้นปีหน้า ชงครม.เดือนนี้ประเดิมวงเงินตั้งกองทุน 4 หมื่นล้าน สคร.แบ่งเป็น 2 ประเภท “คุ้มครองเงินต้น ให้ผลตอบแทนสูงสุด และผลตอบแทนตามรายได้” : สคร.เสนอครม.อนุมัติตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์กองแรกวงเงิน 4 หมื่นล้าน คาดเสนอขายนักลงทุนทั่วไปต้นปีหน้าเผยขณะนี้นักลงทุนกลุ่มสถาบันให้ความสนใจลงทุนจำนวนมาก
-   ‘เอ็มเอไอ’ มาร์เก็ตแคปนิวไฮ : ตลาดเอ็มเอไอคึกคักมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดทะลุ 3.9 แสนล้าน เพิ่มขึ้น 21% พร้อมแนวโน้มเงินปันผลเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์ประเมินโตจากหุ้นพลังงานทดแทนแนะนำระวังการลงทุนเพราะพีอีสูงเกินพื้นฐาน
-   (BJCZ16Y) BJC ระดมออกหุ้นกู้ ขยายธุรกิจเต็มกำลังตั้งโรงงานต่างประเทศ : BJC ออกหุ้นกู้วงเงิน 2.8 หมื่นล้านบาท อายุ 3 ปี 6 เดือน, 5, 7, 9, 10 ปี ดอกเบี้ย 2.71-4.27% เตรียมเปิดขาย 6-7 ธันวาคมนี้ เพื่อนำมาชำระหนี้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหมด พร้อมตั้งงบลงทุนปี 2560 ที่ 1 หมื่นล้านบาท ขยายธุกิจ เล็งตั้งโรงงานในต่างประเทศ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #852 เมื่อ: ธันวาคม 06, 2016, 05:07:40 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ยังคงผันผวนและรอปัจจัยเดิมๆ
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียภาคเช้าที่  1,174.90 USD/toz เคลื่อนไหวในทิศทางขาลงในภาคเช้าตลอดวันมีกรอบการแกว่งของราคาประมาณ  5-6 ดอลลาร์ถือว่าไม่มากไม่น้อยหลังจากที่มีความผันผวนตั้งแต่ช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมาซึ่งเคลื่อนไหวจากระดับ 1,187.71 USD/toz ลงมาทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,157.00 USD/toz มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 30.71 ดอลลาร์ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงเช้าวันอังคารตามเวลาไทยปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับ 1,175.98 USD/toz ถือว่าเคลื่อนไหวผันผวนพอสมควรฝ่ายวิจัยค่อนข้างให้น้ำหนักกับปัจจัยลบและ Downside Risk ค่อนข้างมาก สำหรับการซื้อขายในคืนนี้ให้ระมัดระวังความผันผวนจากตัวเลขเศรษฐกิจและคาดการณ์ว่าทองคำจะมีความผันผวนแนะนำซื้อขายในกรอบราคาหลากหลุดยังไม่ควรเปิดสถานะลงทุนตาม ประเด็นแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯในเดือนนี้และอุปทานส่วนเกินของน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยปกคลุมตลาดทองคำอยู่เรื่อยๆ สำหรับค่ำคืนนี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯได้แก่ ผลผลิตนอกภาคการเกษตร, ดุลการค้า, ดัชนีต้นทุนแรงงานต่อหน่วยการผลิต, รายงานยอดสั่งซื้อสินค้าจากโรงงาน, การสำรวจความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจจาก IBDและTIPP

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ทองร่วงแตะจุดต่ำสุด 10 เดือน : ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐร่วงลง 6.70 ดอลลาร์สู่ 1,170.18 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์หลังจากดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดรอบ 10 เดือนที่ 1,157 USD/toz ในระหว่างวัน ในขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นและนัก ลงทุนไม่ใส่ใจกับภาวะไร้เสถียรภาพทางการเมืองในอิตาลีทางด้านอัตราผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งนี้ราคาทองส่งมอบเดือนก.พ.ที่ตลาด COMEX ปิดลดลง 1.30 ดอลลาร์ ที่ 1,176.50 USD/toz
-   น้ำมันดิบปิดขยับขึ้นเล็กน้อย : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันจันทร์ก่อนที่จะปรับลดลงหลังนักลงทุนสูญเสียความมั่นใจในเรื่องที่ว่ามาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะอยู่ในระดับที่มากพอที่จะช่วยบรรเทาภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาดเนื่องจากปริมาณการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
-   ยูโรแข็งค่าหลังผลลงประชามติของอิตาลีเป็นไปตามคาด : ยูโรพุ่งขึ้นเมื่อเที ยบกับดอลลาร์สหรัฐในวันจันทร์หลังนายแมตทีโอเรนซีนายกรัฐมนตรีอิตาลีพ่ายแพ้ในการลงประชามติเกี่ยวกับการปฏิรูปรัฐธรรมนูญอิตาลี
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯระยะยาวร่วง : ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวร่วงลงท่ามกลางภาวะการซื้อขายที่ผันผวนในวันจันทร์ขณะที่นักลงทุนมองว่าการร่วงลงของตลาดพันธบัตรหลังจากนายโดนัลด์ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐนั้น เป็นการร่วงลงมากเกินไป ทั้งนี้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีปิดที่ 96-128/256 โดยมีผลตอบแทน 3.0541% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปิดที่ 96-152/256 โดยมีผลตอบแทน 2.3868%
-   นายกฯอิตาลีลาออก : นายกรัฐมนตรีมัตเตโอเรนซีของอิตาลีประกาศในวันจันทร์ว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่งหลังจากพ่ายแพ้ในการทำประชามติเรื่องการปฏิรูปรัฐธรรมนูญในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งจะส่งผลให้อิตาลีเผชิญกับภาวะไม่แน่นอนทางการเมือง

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯในเดือนนี้
-   ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแรงขายทำกำไร USD index เคลื่อนไหวบริเวณ 100 จุด

คำแนะนำ    : ซื้อขายในกรอบราคาฝั่ง Short ได้เปรียบ, หากหลุดกรอบราคายังไม่ควรเปิดสถานะลงทุนตามในช่วงนี้

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 857


ดูรายละเอียด
« ตอบ #853 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2016, 10:01:56 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม 2559 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางแนวโน้มขาลงขาดปัจจัยบวกสนับสนุนเเกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบบริเวณ 1,165-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์และค่อนข้างเปราะบางต่อปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบช่วงสั้น ในด้านมุมมองของนักลงทุนสถาบันอย่าง SPDR ยังคงถือครองทองคำสุทธิคงเดิมที่ 869.90 ตัน แต่คาดการณ์ว่าอาจมีแรงขายรินออกมาเรื่อยๆก่อนเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนนี้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำเมื่อคืนเเกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบบริเวณ 1,165-1,175 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นลงในกรอบประมาณ 10 ดอลลาร์หลังนักลงทุนลุ้นการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายตัวซึ่งรายงานบวกลบสลับกันได้แก่ ดุลการค้าสหรัฐฯที่ประกาศต่ำกว่าคาดการณ์ที่ -42.6B ในขณะที่รายงานยอดสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานประกาศดีกว่าคาดการณ์ที่ 2.7% และผลผลิตนอกภาคการเกษตรประกาศตามคาดการณ์ที่ 3.1% ด้านกองทุน SPDR ไม่ปรับสถานะลงทุนถือครองทองคำสุทธิคงเดิมที่ 869.90 ตัน ค่าเงินดอลลาร์แกว่งตัวออกข้างหลังมีแรงขายในช่วงสองวันที่ผ่านมาแต่ยังถือว่าแข็งค่าอยู่โดย USD index ยังคงแกว่งตัวอยู่เหนือระดับ 100 จุดฝ่ายวิจัยยังมองว่าทองคำยังผันผวนและอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ

Exclusive News
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐขยับลง 54 เซนต์สู่ 1,169.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันอังคาร หลังจากเคลื่อนตัวอยู่ใ กล้จุดต่ำสุดรอบ 10 เดือนที่ทำไว้ในวันจันทร์ที่ 1,157 ดอลลาร์ ในขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 13-14 ธ. ค. และคาดว่าเฟดจะคุมเข้มนโยบายการเงินต่อไปในปี 2017
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาด NYMEX ดิ่งลงในวันอังคารถือเป็นการปิดตลาดในแดนลบเป็นวันแรกนับตั้งแต่กลุ่มโอเปกทำข้อตกลงเรื่องการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันในวันที่ 30 พ.ย. ในขณะที่มีรายงานระบุว่ากลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือน พ.ย. และรายงานดังกล่าวทำให้นักลงทุนตั้งข้อสงสัยว่า กลุ่มโอเปกจะสามารถปรับลดอุปทานน้ำมันลงได้จริงหรือไม่
•   ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร โดยเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ขณะที่เทรดเดอร์รอดูสัญญาณบ่งชี้จากธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)เกี่ยวกับโครงการซื้อพันธบัตรหลังการประชุมนโยบายในวันพฤหัสบดีนี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
•   ธ.กลางจีนและรัสเซียเพิ่มการถือครองทองคำเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้น
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

•   Strategy : ซื้อขายนกรอบหรือลดสถานะการลงทุนลดความเสี่ยง

 
Smart Stock
Today Strategy:
Volume เบาบาง
•   S50Z16 เมื่อวานนี้เปิดตลาดเกิดช่องว่างราคาบวกประมาณสองจุดที่ 942.00 จุดหลังจากนั้นซึมลงในภาคเช้าเรื่อยๆปิดตลาดในภาคเช้าที่  940.20 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในตลาดช่วงบ่ายในกลุ่มพลังงานซึ่งได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นโดย S50Z16 ขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันที่ 949.90 จุด มีกรอบการแกว่งประมาณ 9.90 จุดถือว่ามีความเคลื่อนไหวพอสมควร ส่วนในด้านของดัชนี SET index ปิดตลาดที่ 1,516.48 จุด หลังลงมาทดสอบระดับราคา 1,503 จุดในภาคเช้ามีปริมาณการซื้อขายเบาบางเพียง 39,692.24 ล้านบาทเท่านั้น ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,247.10 ล้านบาท เป็นสัญญาณบวกสำหรับเดือนนี้ที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิสะสม 1,615.69 ล้านบาทตั้งแต่ต้นเดือน อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยยังคงมองว่าตลาดหุ้นไทยยังอ่อนไหวต่อปัจจัยที่เข้ามากระทบตลาดอีกทั้งยังขาดปัจจัยบวกและมี Downside Risk พอสมควร สำหรับการเปิดสถานะลงทุนในระยะนี้ให้พิจารณาประเด็นเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯและประเด็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯด้วย ซึ่งอาจทำให้ดัชนียังไม่สามารถขยับได้มากนักส่งผลให้อัตราผลตอบแทนเมื่อเปรียบเทียบกับระดับความเสี่ยงอาจยังไม่คุ้มค่ากับการเปิดสถานะลงทุน

•   แนะนำ : ฝั่ง Long ได้เปรียบในวันแต่ให้เปิดสถานะเมื่อราคาย่อตัวเท่านั้น, ยังผันผวนไม่มีทิศทางที่ชัดเจนอาจมีแรงขายกดดันดัชนี

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-   8 ธ.ค.ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ประเทศไทย)
-   9 ธ.ค.ทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ (ประเทศไทย)

ข่าวในประเทศ
-   กกร.ห่วง ‘ส่งออก’ ฉุด GDP ปีนี้ : กกร.จับตาส่งออก 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ หวั่นฉุดจีดีพีหลุดกรอบโต 3.3-3.5% จับตาปีหน้าเศรษฐกิจโลกอาจฟื้นตัวจากราคาน้ำมัน หวังโครงการลงทุนของรัฐดันจีดีพีปีหน้าโต 3.5-4% ขณะ “สมคิด” ดึงยักษ์ใหญ่จีน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
-   กลุ่มรับเหมาฯ รายเล็กกำไรหลุดเป้า : ผู้รับเหมารายเล็ก รับรายได้และกำไรปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมายเนื่องจากงานประมูลภาครัฐ-เอกชนชะลอตัว มั่นใจปีหน้าภาพรวมอุตสาหกรรมฟื้นตัว ซีฟโก้เดินหน้าประมูลงานรัฐกว่า 9.3 พันล้าน ขณะไพลอนลุยงาน 2 พันล้าน
-   สามแบงก์รัฐใช้ ‘พร้อมเพย์’ 8 ธันวา : แบงก์รัฐดีเดย์ใช้ “พร้อมเพย์” 8 ธ.ค.นี้ โอนค่าสวัสดิการอุดหนุนเด็กแรกเกิด 600 บาทต่อเดือนครั้งแรกส่วนโอนเงินระหว่างบุคคลรอต่อต้นปีหน้ายอมรับเลื่อนใช้กระทบยอดสมัครต่ำเป้า
-   (BTSZ16)'บีทีเอส'จ่อคว้า'รฟม.ชมพู-เหลือง' เสนอราคาต่ำเบียด'บีอีเอ็ม'ตกขอบ ลุยเจรจาเงื่อนไขพิเศษก่อนชง ครม.: บีทีเอสมีเฮ! จ่อชนะประมูลก่อสร้าง รฟม.สายสีชมพู และสายสีเหลือง วงเงินกว่า 1.05 แสนล้าน ระยะทางรวม 64.9 กม. เบียด บีอีเอ็ม เตรียมเปิดเจรจาเงื่อนไขเพิ่มเติม หวังทำตามเป้า 'สมคิด'เร่งปิดจ๊อบภายใน ธ.ค.ก่อนเสนอ ครม.อนุมัติก่อน เม.ย.60
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 55 56 [57]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!