TARADTHONG.COM
กุมภาพันธ์ 20, 2017, 05:57:23 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: 1 ... 69 70 [71]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บทวิเคราะห์ทองคำ โดย บริษัทคลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์สจำกัด  (อ่าน 1187186 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1050 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2017, 05:17:41 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามเฟดอย่างใกล้ชิด
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในภาคเช้าที่ 1,225.21 USD/toz ปรับตัวในแนวโน้มขาขึ้นโดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันบริเวณ 1,230.21 USD/toz มีกรอบการเคลื่อนไหวในวันประมาณ 5-6 ดอลลาร์ เริ่มแกว่งตัวออกข้างหลังขึ้นไปทำจุดสูงที่สุดในรอบสามเดือนที่ 1,244.67 USD/toz โดยการเคลื่อนไหวยังคงได้รับทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบสลับกัน ด้านปัจจัยลบคงหนีไม่พ้นการปรับโครงสร้างทางภาษีของสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทจดทะเบียนได้รับกำไรสูงขึ้น สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ก็เริ่มกลับมามีความน่าสนใจขณะเดียวกันก็ลดทอนความน่าสนใจของสินทัรพย์ปลอดภัยอย่างทองคำลงโดยปริยาย รวมทั้งค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าอีกครั้งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบแก่ตลาดทองคำ ในส่วนปัจจัยบวกที่เข้ามาพยุงราคาทองคำไม่ให้ลดลงมากได้แก่ การเข้าซื้อสุทธิในทองคำของกองทุน SPDR ซึ่งซื้อสุทธิตั้งแต่ช่วง 1 ก.พ. ทั้งสิ้นกว่า 41.80 ตัน อย่างต่อเนื่อง สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ฝ่ายวิจัยคาดว่าตลาดทองคำจะมีความผันผวนค่อนข้างมากจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธานเฟด ซึ่งอาจจะส่งสัญญาณเรื่องอัตราดอกเบี้ยและรายงานนโยบายการเงินจากเฟด ซึ่งอาจเป็นการชี้นำตลาดทองคำอย่างมีนัยสำคัญ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   ความหวังจากการลดภาษีในสหรัฐฯ หนุนค่าเงินดอลลาร์ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ : ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าเงินในวันจันทร์ โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าแนวโน้มการปรับลดภาษีในสหรัฐฯ จะกระตุ้นผลกำไรของภาคธุรกิจและการลงทุน รวมทั้งคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น ทั้งนี้  USD index แตะระดับ 101.11 จุด ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม
-   ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงสวนทางค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น : ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 1.7 % ในวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคมโดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์และจากสัญญาณบ่งชี้ว่าสหรัฐฯ ปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมีนาคมดิ่งลง 93 เซนต์ หรือ 1.7 % มาปิดตลาดที่ 52.93 USD/bbl
-   ราคาทองคำร่วงลงขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปรับขึ้น : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 8.95 ดอลลาร์ สู่ 1,225.06 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันจันทร์ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตามเป็นที่คาดกันว่าราคาทองจะยังคงได้รับแรงหนุนในช่วงนี้จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในสหรัฐฯ และยุโรป ทั้งนี้ราคาทองส่งมอบ เดือนเมษายนที่ตลาด COMEX ปิดลดลง 10.10 ดอลลาร์ ที่ 1,225.80 USD/toz
-   อัตราเงินเฟ้อภาคการผลิตและภาคการบริโภคจีนปรับตัวขึ้น : อัตราเงินเฟ้อของราคาผู้ผลิตจีนพุ่งขึ้นสูงเกินคาดในเดือนมกราคมโดยพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี ในขณะที่ราคาเหล็กกล้าและวัตถุดิบอื่นๆ ทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องและรายงานตัวเลขเหล่านี้สนับสนุนมุมมองที่ว่ากิจกรรมภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ทางด้านอัตราเงินเฟ้อของราคาผู้บริโภคจีนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี โดยปรับขึ้นแตะ 2.5% ต่อปีในเดือนมกราคมซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 และถือเป็นระดับที่สูงเกินคาดการณ์ของตลาด

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าบริเวณเหนือระดับ 100 จุด
-   การปรับลดภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์

คำแนะนำ    : Wait & See, ไม่รับความเสี่ยง

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1051 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2017, 09:46:19 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และเมื่อวานนี้ราคาปรับตัวขึ้นทดสอบบริเวณ 1,235 เหรียญ แต่ถูกแรงขายกดดันในท้ายตลาดจากประธานเฟดที่มีการให้สัญญาณบ่งชี้ ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะมีประมาณ 3 ครั้งตามเดิม แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยความเสี่ยงทางการเมืองของยุโรปก็ช่วยหนุนราคาทองได้เช่นกัน ทำให้ราคาทองแกว่งในกรอบที่ขาดความชัดเจน โดยวันนี้ติดตามตัวดัชนีราคาผู้บริโภค และภาคค้าปลีก ที่อาจช่วยให้ราคาทองแกว่งกว้างขึ้นได้

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.14 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.26% โดยปิดที่ 1,228.20 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,221.35 – 1,234.46 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,226 เหรียญ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยระหว่างวันราคาพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,235 เหรียญ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงในท้ายตลาด โดยปัจจัยที่กดดัน คือ นางเจนเนต เยลเลน ประธานเฟด ได้ออกมากล่าวต่อสภาฯ ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้จะเกิดขึ้นตามที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า คือ ประมาณ 3 ครั้ง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ราคาทองถูกแรงขายกดดัน และปรับตัวลดลงต่อในเช้านี้ แต่อย่างไรก็ตามราคาทองยังมีปัจจัยสนับสนุนคือ ความเสี่ยงของการเมืองทางฝั่งยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส รวมทั้งประเด็น brexit  จากปัจจัยบวกและลบที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ช่วงนี้ราคาทองแกว่งตัวในกรอบแคบๆ  และปัจจัยที่ต้องติดตามต่อในระยะสั้นนี้คือ ดัชนีราคาผู้บริโภค และการปรับแผนภาษีใหม่ ในช่วง 2 – 3 สัปดาห์นี้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดตลาดปรับขึ้นในวันอังคาร แต่ลดช่วงบวกลงหลังจากตลาดปิดทำการ เนื่องจากมีหลักฐานบ่งชี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งสูงขึ้น และปัจจัยนี้ทำให้นักลงทุนกังวลว่า การผลิตน้ำมันจากชั้นหินในสหรัฐอาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันไม่ได้รับแรงหนุนมากนัก จากมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)
•   ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นในวันอังคารสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วขึ้น หลังการแสดงความเห็นของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) 
•   สัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐบ่งชี้ว่า มีโอกาส 41% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยที่สุด 3 ครั้งในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 33% ในวันจันทร์
•   ยูโรยังเผชิญแรงกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส และการเจรจาเพื่อช่วยเหลือด้านการเงินแก่กรีซ บรรดานักลงทุนวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับการเกิด Brexit ขึ้นกับฝรั่งเศส หลังจากผลสำรวจบ่งชี้ว่านางมารีน เลอ แปนซึ่งสัญญาจะจัดการลงประชามติเพื่อให้ฝรั่งเศสถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปนั้น มีคะแนนนำในผลสำรวจการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
•   การแถลงการณ์ประธานเฟดต่อสภา

•   Strategy : trading ในกรอบ

 
Smart Stock
Today Strategy:
กังวลเงินทุนไหลออก
เมื่อวานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวไม่ค่อยสดใส ปรับตัวลงตามภูมิภาคจากความกังวลผลกระทบการปรับโครงสร้างภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลให้เงินทุนไหลออกได้ โดยสัญญาฯ S50H17 เปิดตลาดเกิดช่องว่างราคาในแดนบวกที่ 991.90 จุด แต่ไม่สามารถเคลื่อนไหวและยืนในแดนบวกได้ ได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไรลงไปทำจุดต่ำสุดในวันที่บริเวณ 979 จุด ก่อนขยับขึ้นมาปิดลบที่ 981 จุด ภาพรวมการเคลื่อนไหวผันผวนเหมือน SET index ซึ่งปิดตลาดลบที่ 1,572.24 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวัน 52,842.63 ล้านบาท อยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยด้านบน เป็นแรงขายในกลุ่มพลังงานเป็นหลักซึ่งได้รับเเรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบ WTI(NYMEX) ที่ยังผันผวนกระทบต่อกลุ่มพลังงานในดัชนี ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ(-1,783.49 ล้านบาท) จากคาดการณ์ถ้อยเเถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อคืน         (เเละคืนนี้) ซึ่งมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปช่วงเดือนมีนาคม รวมทั้งให้ความเห็นว่าการคงอัตราดอกเบี้ยไว้เป็นเวลานานเกินไปไม่เป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมระยะยาว สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยมองว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคยังคงขาดปัจจัยบวกภายในและมีความกังวลกับกระแสเงินทุนไหลกลับ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่กลุ่มตลาดเกิดใหม่ให้ความสนใจในขณะนี้ ด้านปัจจัยบวกเรื่องการประกาศงบบริษัทจดทะเบียน มองว่าอาจเริ่มไม่มีนัยสำคัญมากแล้วเป็นเพียงความหวังที่เข้ามาพยุงตลาดสั้นๆ เท่านั้น คาดว่าไม่ส่งผลบวกอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับฝ่ายวิจัยคาดว่าผลการดำเนินงานมีแนวโน้มที่จะประกาศบวก/ลบ สลับกันทุกกลุ่มอุตสาหกรรมฯ ปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่จำกัด Upside gain ของดัชนีตลาดหุ้นไทย รวมทั้งเป็นการเปิด Downside Risk ของตลาดให้กว้างมากขึ้นกว่าเดิม

•   Strategy : ฝั่ง Short position ได้เปรียบหากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 984 จุด, Upside ถูกจำกัดด้วยปัจจัยลบ, ระวังแรงซื้อระหว่างวัน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-     ถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ค่ำคืนนี้ (อีกครั้ง)

ข่าวในประเทศ
-   กลุ่มค้าปลีกไทยติดใจ “ช้อปช่วยชาติ” สมาคมอ้อนรัฐบาลกระตุ้นยาว 3 เดือน หวังตลาดรวมขยับเพิ่มได้ 3-3.2% : สมาคมผู้ค้าปลีกไทยชี้นโยบายภาครัฐ “มาตรการช้อปช่วยชาติ” ส่งผลให้ภาพรวมค้าปลีกปี'59 ไม่ติดลบ คาดหวังปี'60 รัฐบาลยืดเวลาจัดกิจกรรมกระตุ้นกำลังซื้อยาว 3 เดือน ด้านเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดันอุตสาหกรรมเติบโตเพิ่มอีก 3-3.2%ต่อเนื่อง
-   ชูเขตเศรษฐกิจพิเศษ “คันไซ” เป็นต้นแบบ “อีอีซี” : คณะรัฐมนตรีเห็นชอบปรับอีอีซี ใช้รูปแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษคันไซเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนญี่ปุ่น ด้านรองนายก "สมคิด" เตรียมลงศึกษาพื้นที่
-   เศรษฐกิจโลก-นโยบายสหรัฐฯ หนุนดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ : ดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือนกุมภาพันธ์ปรับขึ้นเป็นเดือนที่สอง รับปัจจัยบวกจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก นโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ นักลงทุนเริ่มสนใจลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย
-   (PTGH17) PTG มีเฮต้นทุนทางการเงินลด ด้านทริสขยับเครดิตให้เป็นBBB+ : ทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิตของ PTG เป็นระดับ “BBB+” จากเดิม “BBB” อันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นสะท้อนผลการดำเนินงานและส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจค้าน้ำมันสำเร็จรูปตลอดจนประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายและการมีเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ทั่วประเทศ
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1052 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2017, 05:10:41 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ติดตามเฟดและตัวเลขเศรษฐกิจในคืนนี้
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,228.71  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,223.37 – 1,230.22  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ราคาทองคำแกว่งในกรอบแคบประมาณ 7 เหรียญ หลังจากปรับตัวลดลงในท้ายตลาดเมื่อคืนนี้ โดยปัจจัยที่กดดันคือประธานเฟดได้แถลงการณ์ต่อสภาในเมื่อคืนนี้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในการประชุมครั้งต่อๆ ไป รวมทั้งให้มุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังเติบโตปานกลาง ทำให้ราคาทองไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้แรง โดยในคินนี้ติดตามการแถลงการณ์ต่อสภาของเฟดอีกครั้ง และตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค และตัวเลขภาคค้าปลีก ที่มีโอกาสส่งผลให้ราคาทองคำมีทิศทางชัดเจนมากขึ้นหลังจากแกว่งตัวในกรอบแคบมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะของญี่ปุ่นกล่าวในวันนี้ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐเห็นด้วยกับเขาในการประชุมสุดยอดในวันที่ 10 ก.พ.ว่า นโยบายการเงินของญี่ปุ่นไม่ใช่การปั่นค่าเงิน แต่เป็นการยุติภาวะเงินฝืด
-   เอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) ของสหรัฐระบุว่า บริษัทโซรอส ฟันด์ แมเนจเมนต์ขายทองในไตรมาส 4/2016 ขณะที่บริษัทพอลสัน แอนด์ โคได้ลดสัดส่วนการถือครองทองในกองทุน SPDR Gold Trust เนื่องจากราคาทองร่วงลงมากที่สุดในรอบ 3 ปีครึ่งในไตรมาส 4/2016
-   นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวในวันอังคารว่า เฟดมีแนวโน้มที่จำเป็นจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่จะเกิดขึ้นต่อไป แม้เธอแสดงความไม่แน่ใจอย่างมากเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
-   ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลที่ทำเนียบขาวในวันนี้ ซึ่งจะถือเป็นการประชุมครั้งแรกของทั้งสองนับตั้งแต่นายทรัมป์เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และเป็นที่คาดกันว่าการประชุมครั้งนี้อาจจะเป็นการกำหนดรูปแบบของนโยบายตะวันออกกลางสำหรับช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   คำแถลงการณ์ของเฟดในคืนนี้
-   ความคืบหน้าแผนการปรับโครงสร้างอัตราภาษีของสหรัฐฯ
-   ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าต่อเนื่อง

คำแนะนำ    : trading ในกรอบ follow เมื่อ breakout

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1053 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2017, 09:55:24 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยในช่วงเปิดตลาดสหรัฐฯ มีแรงขายลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,216 เหรียญ ก่อนที่จะดีดกลับในช่วงท้ายตลาด ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกาศออกมาดีกว่าคาดการณ์ส่วนใหญ่ แต่แรงซื้อของกองทุน SPDR ช่วยหนุนราคาทองให้ปิดบวกได้ โดยนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่มีความกังวลถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ เนื่องจากนางเยลเลนยังไม่ได้ให้กรอบเวลาในการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ชัดเจน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.36 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.36% โดยปิดที่ 1,232.56 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,216.41 – 1,233.22 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,234 เหรียญ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยในช่วงแรกปรับตัวลดลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,216 เหรียญ ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวออกมาดีเกินคาดการณ์เป็นส่วนใหญ่ แต่ได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของกองทุน SPDR ที่เข้าซื้อทองต่อเนื่อง รวมทั้งการแถลงการณ์ของเฟดต่อสภา ไม่ได้มีการบ่งชี้ถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจน มีเพียงการบอกว่าจะปรับขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้ราคาทองคำมีแรงซื้อกลับปิดบวกได้เล็กน้อย โดยคืนนี้ติดตามตัวเลขภาคที่อยู่อาศัย รวมทั้งแรงซื้อของ SPDR ว่าจะมีเข้ามาต่อเนื่องและช่วยหนุนราคาทองให้ไปต่อได้หรือไม่

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับลงเล็กน้อยในวันพุธท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวน ในขณะที่สต็อกน้ำมันดิบและสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐพุ่งขึ้นแตะสถิติสูงสุด และทำให้นักลงทุนกังวลกับภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก
•   ดอลลาร์ทรงตัวในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรหลังแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือนในช่วงเช้าเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ ขณะที่ข้อมูลของสหรัฐบ่งชี้ว่า ยอดขายปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐขยายตัวแข็งแกร่งในเดือนม.ค.
•   สหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.4% ในเดือนม.ค. และดัชนีราคาผู้บริโภคพุ่งขึ้น 0.6% ในเดือนม.ค.ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี
•   สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าบ่งชี้ว่า มีโอกาสเพียง 27% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค. และมีโอกาสน้อยกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 4.36 ดอลลาร์ สู่ 1.232.56 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงจากจุดสูงสุดของวัน โดยราคาทองสามารถสลัดแรงกดดันที่ได้รับในช่วงเช้าจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด และตัวเลขยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยตัวเลขดังกล่าวสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
•   การซื้อขายของกองทุน SPDR

•   Strategy : trading ในกรอบ 1,220 – 1,235 เหรียญ และ follow เมื่อ breakout

 
Smart Stock
Today Strategy:
เริ่มปรับสถานะการลงทุน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวผันผวนรุนแรงมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยลบที่เข้ามากระทบรอบด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรุนแรงจากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มทำให้เงินทุนไหลออกเข้าสู่กลุ่มสินทรัพย์ลงทุนในประเทศที่อัตราผลตอบแทนมีความดึงดูดมากกว่า สำหรับสัญญาฯ S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดที่ 982 จุด เกิดช่องว่างของราคาในแดนบวกแต่มีแรงขายกดดันให้เคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลงตลอดวันลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 975 จุด ก่อนจะมีแรงซื้อกลับมาหนุนตลาดให้ขึ้นไปปิดบวกได้ที่ 983.40 จุด ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่มีความผันผวนรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ภาพรวมการเคลื่อนไหวเหมือนกับ SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,573.37 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันที่หนาแน่นถึง 66,079.10 ล้านบาท เป็นแรงขายของกลุ่มนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ (-1,686.47 ล้านบาท) เเละกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ               (-2,543.32 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าเป็นเเรงขายเพื่อลดความเสี่ยงจากถ้อยเเถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยภายในประเทศมีมุมมองที่ต่างออกไปโดยเข้าซื้อสุทธิกว่า 3,601.12 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับการซื้อขายในวันนี้ คาดว่าตลาดยังคงมีความผันผวนจากการปรับสถานะกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดังนั้นให้ระวังแรงขายในหุ้นใหญ่กลุ่มที่นำตลาดเนื่องจากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันมีสถานะลงทุนค่อนข้างมาก รวมทั้งดัชนีอาจเริ่มอ่อนตัวในช่วงปลายสัปดาห์เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกภายในที่มีนัยสำคัญ

•   Strategy : Wait & See, หากราคาเคลื่อนไหวต่ำกว่า 985 จุด ฝั่ง Short ได้เปรียบ, ผันผวนสูงถือเงินสดไม่รับความเสี่ยง

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-     ติดตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่กลับมาขายสุทธิต่อเนื่อง

ข่าวในประเทศ
-   เศรษฐกิจไทยไร้สมดุลอัตราการออมพุ่งขณะที่การลงทุนลดต่ำสวนทาง : ธนาคารกสิกรไทยมองเศรษฐกิจอยู่ในภาวะไม่สมดุล อัตราการออมมากกว่าลงทุน ส่งผลกระทบเศรษฐกิจไม่เติบโต ชี้อัตราดุลบัญชีเดินสะพัดต่อจีดีพีไม่ควรเกินบวกหรือลบ 3% ธปท.ลดดอกเบี้ยไม่ช่วยกระตุ้นลงทุน แนะดูแลค่าเงินให้เหมาะสมจับตาสารพัดเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ
-   ก.ล.ต. เดินหน้าเชื่อมโยงตลาดทุนอาเซียน : เลขาฯ ก.ล.ต. กล่าวในระหว่างปาฐกถาพิเศษ Promoting Regional Investment Activities in ASEAN ว่าขณะนี้หน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดทุนของทั้งสามประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย อยู่ในระหว่างทำงานร่วมกันเพื่อเชื่อมโยงตลาดทุนอาเซียน อำนวยความสะดวกด้านกฎเกณฑ์ให้กับบริษัทที่ต้องการระดมทุน ตัวกลาง เช่น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนและนักลงทุนสามารถระดมทุนและลงทุนข้ามตลาดได้ดีขึ้น
-   (AOTH17X) ต่อรองค่าเช่าเขย่า AOT, อย่าพึ่งกังวลพื้นฐานยังหรู : ราคาหุ้น AOT เจอมรสุมประเด็นกรมธนารักษ์เรียกเก็บค่าเช่าที่สนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มกว่า 2 หมื่นล้านบาท กดดันหนัก โบรกแนะจับตาความชัดเจนต่อไปมั่นใจผลประกอบการยังเติบโตจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1054 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2017, 05:04:19 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

เริ่มสร้างกรอบราคา
ราคาทองคำเปิดตลาดเอเชียในช่วงเช้าบริเวณ 1,236.21 USD/toz มีแรงขายต่อเนื่องตลอดวันลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 1,231.65 USD/toz ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วง 15.00 น. ตามเวลาไทย มีกรอบการเคลื่อนไหวประมาณ 6-7 ดอลลาร์ ภาพรวมการเคลื่อนไหวถือว่ายังคงผันผวนเป็นช่วงๆ ตามประเด็นเศรษฐกิจในตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ 2 คืนติดต่อกันโดยมีเนื้อหาสำคัญที่ว่า อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงการประชุมครั้งหน้า(เดือน มี.ค.) ประกอบกับการประกาศดัชนีตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ประกาศบวก/ลบสลับกันหลายดัชนีส่งผลให้ตลาดทองคำในช่วงสัปดาห์นี้เริ่มกลับมาเคลื่อนไหวแกว่งตัวออกข้างในกรอบ และที่สำคัญตลาดทองคำยังได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงที่สุดใหม่ All Time High อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับประโยชน์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายการคลังผ่านการปรับโครงสร้างภาษี ซึ่งส่งผลกระทบต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ด้านดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงแข็งค่าเหนือระดับ 100 จุด แม้จะมีแรงขายอ่อนค่าลงมาบางเล็กน้อยในช่วงสองวันที่ผ่านมา สำหรับปัจจัยบวกที่เป็นความหวังของนักลงทุนในตลาดช่วงสัปดาห์นี้คงเป็นมุมมองจากนักลงทุนสถาบันหลักอย่างกองทุน SPDR ซึ่งยังคงเข้าซื้อสุทธิในทองคำรวมตั้งแต่ 1 ก.พ. ถึงปัจจุบัน 44.47 ตัน รวมมีสถานะถือครองทองคำสุทธิ 843.54 ตัน สำหรับการซื้อขายในค่ำคืนนี้ให้ติดตาม ตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ เป็นหลัก ประกอบกับดัชนีเศรษฐกิจอื่นๆ ประกอบ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ พุ่งรับข้อมูลเงินเฟ้อ : อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ครึ่งในวันพุธ หลังจากข้อมูลระบุว่าอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือน ม.ค. ซึ่งส่งเสริมการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ ใกล้ที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแล้ว ทั้งนี้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปี ปิดลดลง 23 /32 มาที่ 98-03/32 โดยมีอัตราผลตอบแทน 3.099% ส่วนราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปิดลดลง 11/32 ที่ 97-24/32 โดยมีอัตราผลตอบแทน 2.508%
-   ราคาทองคำปรับขึ้นแม้สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่ง : ราคาทองคำสปอตที่ตลาดสหรัฐฯ ปรับขึ้น 4.36 ดอลลาร์ สู่ 1.232.56 USD/toz ในช่วงท้ายตลาดวันพุธ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับร่วงลงจากจุดสูงสุดของวัน โดยราคาทองสามารถต้านทานแรงกดดันที่ได้รับในช่วงเช้าจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งเกินคาดและตัวเลขยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยตัวเลขดังกล่าวสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้นี้ ทั้งนี้ราคาทองคำส่งมอบเดือน เม.ย.ที่ตลาด COMEX ปิดเพิ่มขึ้น 7.70 ดอลลาร์ ที่ 1,233 .10 USD/toz
-   ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวหลังนักลงทุนขายทำกำไร : ค่าเงินดอลลาร์ทรงตัวในวันพุธ ขณะที่นักลงทุนขายทำกำไรหลังแตะระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือนในช่วงเช้าเมื่อเทียบกับสกุลเงินต่างๆ ขณะที่ข้อมูลของสหรัฐฯ บ่งชี้ว่ายอดขายปลีกและดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐฯ ขยายตัวแข็งแกร่งในเดือน ม.ค. ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ทรงตัวที่ 101.21 จุด หลังทะยานขึ้นสูงสุดแตะ 101.76 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.หลังสหรัฐฯ เปิดเผยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเกินคาด 0.4% ในเดือน ม .ค.
-   ราคาน้ำมันดิบขยับลงหลังตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบปรับพุ่งขึ้น : ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NY MEX ขยับลงเล็กน้อยในวันพุธท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวนขณะที่สต็อกน้ำมันดิบและสต็อกน้ำมันเบนซินสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะสถิติสูงสุดและทำให้นักลงทุนกังวลกับภาวะน้ำมันล้นตลาดโลก ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มี.ค.ขยับลง 9 เซนต์ หรือ 0.2 % มาปิดตลาดที่ 53.11 USD/bbl

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ตัวเลขการขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ค่ำคืนนี้
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มมีแรงขายอ่อนค่าลงเล็กน้อย
-   ความคืบหน้าแผนการปรับโครงสร้างอัตราภาษีของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : เปิดสถานะในกรอบราคา, ระวังความผันผวนจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1055 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2017, 09:52:19 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในเมื่อคืนนี้ปิดบวก 0.5% โดยราคาได้ทำจุดสูงสุดบริเวณ 1,242 เหรียญ จากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจากจุดสูงสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ รวมทั้งอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอีกครั้ง รวมทั้งความไม่แน่นอนทางด้านการเมืองในสหรัฐฯ และทางฝั่งยุโรป ช่วยหนุนให้สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.20 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น +0.50% โดยปิดที่ 1,238.76 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,231.65 – 1,242.33 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,238 เหรียญ ราคาทองได้ปรับตัวขึ้นต่อโดยราคาขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดบริเวณ 1,242 เหรียญ โดยปัจจัยที่หนุนราคาทองคือค่าเงินดอลลาร์ที่เริ่มอ่อนค่าลงจากจุดสูงสุดในรอบกว่า 5 สัปดาห์ รวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยนักลงทุนให้มุมมองต่อตลาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในเดือน มี.ค. มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย รวมทั้งความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ และฝั่งยุโรป ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีเม็ดเงินไหลเข้ามาต่อเนื่อง โดยหากราคาเคลื่อนไหวเหนือ 1,235 เหรียญได้ ราคาทองก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นในวันพฤหัสบดี แต่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ขยับลงเล็กน้อย ในขณะที่ราคาน้ำมันได้รับแรงกดดันจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นในสหรัฐ แต่ราคาน้ำมันก็ได้รับแรงหนุนในช่วงนี้จากความพยายามของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการปรับลดการผลิตน้ำมัน
•   ราคาน้ำมันแกว่งตัวในกรอบที่มีความกว้างเพียง 5 ดอลลาร์ นับตั้งแต่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันทำข้อตกลงกันในปีที่แล้วในการปรับลดการผลิตน้ำมันลง 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยข้อตกลงนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.ปีนี้ และมีอายุนาน 6 เดือน
•   ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินสำคัญในวันพฤหัสบดี โดยร่วงลงในหนึ่งวันรุนแรงที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลง และมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกำหนดเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป
•   สัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้าบ่งชี้การคาดการณ์ของบรรดาเทรดเดอร์ว่า มีโอกาส 18% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค. ลดลงจาก 31%
•   ราคาทองสปอตที่ตลาดสหรัฐปรับขึ้น 6.20 ดอลลาร์ สู่ 1,238.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงท้ายตลาดวันพฤหัสบดี ในขณะที่ดอลลาร์ร่วงลงในวันพฤหัสบดี หลังจากแข็งค่าขึ้นมานาน 10 วันติดต่อกัน นอกจากนี้ นักลงทุนยังฉวยโอกาสเข้าซื้อทองในฐานะเครื่องมือทำประกันความเสี่ยงต่อความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐและยุโรป

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
•   การซื้อขายของกองทุน SPDR

•   Strategy : trading long หากราคาอยู่เหนือ 1,235 เหรียญ

 
Smart Stock
Today Strategy:
เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ
ดัชนีตลาดหุ้นไทยเริ่มเเกว่งตัวออกข้างสร้างกรอบราคา โดยมีเเนวโน้มที่จะผันผวนไร้ทิศทางในกรอบเเละยังคงขาดปัจจัยบวกทั้งภายในเเละภายนอก ประกอบกับได้รับเเรงกดดันจากเงินทุนต่างชาติทีเริ่มกลับมา “ซื้อ/ขาย” สุทธิสลับกันไม่ชัดเจนตามประเด็นเศรษฐกิจประจำวัน ในส่วนของสัญญาฯ S50H17 เมื่อวานนี้เปิดตลาดบริเวณ 982.80 จุด เคลื่อนไหวผันผวนขึ้นลงในกรอบราคาระหว่าง 981.20-986.50 จุด ก่อนปิดตลาดและชำระราคาประจำวันที่ 985.90 จุด โดยภาพรวมลักษณะการเคลื่อนไหวมีความผันผวนกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดบวกบริเวณ 1,576.05 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายรวมในวันซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ 49,592.48 ล้านบาท เป็นเเรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (+1,431.81 ล้านบาท) เเละนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ (+885.67 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยภายในประเทศมีมุมมองขายสุทธิ (-1,067.59 ล้านบาท) เช่นเดียวกับบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (-1,431.81 ล้านบาท) สำหรับค่าเงินบาทกลับมาอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าอีกครั้งบริเวณ 34.98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ สวนทางกับดัชนีค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาอ่อนค่าบริเวณ 100.49 จุด สำหรับการซื้อขายในวันนี้ฝ่ายวิจัยแนะนำให้ติดตามการปรับสถานะการลงทุนของนักลงทุนในตลาดโดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันภายซึ่งมีแนวโน้มที่จะปรับสถานะลงทุนเพื่อรับความเสี่ยงและแสวงโอกาสจากการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านการปรับโครงสร้างภาษีรวมไปถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หากไม่ต้องการรับความเสี่ยงช่วงปลายสัปดาห์แนะนำให้ถือเงินสด Wait & See ไปก่อนจะปลอดภัยกว่า

•   Strategy : Wait & See, ราคาเริ่มแกว่งในกรอบและอาจกลับมาผันผวน

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-     ค่าเงินบาทที่กลับมาอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าบริเวณ 34.98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ

ข่าวในประเทศ
-   'ตลาดหลักทรัพย์' หวังปีนี้กำไรบริษัทจดทะเบียนฟื้น : ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประเมินผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนปีนี้น่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง เพราะมีการกระจายความเสี่ยงดีขึ้น แนะจับตาปัจจัยต่างประเทศและการปรับดอกเบี้ยสหรัฐฯ กดดันตลาดหุ้น
-   'ทีวีดิจิทัล' เริ่มเห็นแสงสว่างอานิสงส์จีดีพี-มาตรการยืดจ่ายค่าไลเซนส์  : กสทช.มั่นใจปี'60 ทีวีดิจิทัลสดใสตามจีดีพี เหตุรับอานิสงส์จีดีพีขยายตัวและผลจาก คสช.ใช้ ม.44 ขยายเวลาจ่ายใบอนุญาตทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มเกือบ 5 พันล้าน คนดูเพิ่มสวนทางอนาล็อกลดวูบ
-   กองทุนหมู่บ้านเตรียมเปิดโมเดลแก้หนี้ : สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)เตรียมเปิดโมเดลแก้หนี้นอกระบบเล็งใช้วงเงินเก่าที่เหลืออีก 2 หมื่นล้าน ช่วยปลดหนี้สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน
-   (RATCHM17)RATCH อัดฉีดงบหมื่นล้านเปิดฉากพลังงานต่างแดน : RATCH อัดฉีดงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท เปิดฉากลงทุนโรงไฟฟ้าต่างประเทศ สปป.ลาว ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมา ที่ตั้งเป้ามีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 7500 เมกะวัตต์ หนุนพอร์ตรายได้รวมปีนี้เติบโตมากกว่าปีก่อน
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1056 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2017, 05:24:47 PM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเย็น)

ปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดต่อกัน
ราคาทองคำเปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 1,239.04  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,235.97 – 1,239.50  ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ 

ราคาทองคำในวันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบๆ แต่ยืนเหนือ บริเวณ 1,235 เหรียญ ได้ โดยภาพรวมทองคำเริ่มกลับมามีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง หลังจากค่าเงินดอลลาร์เริ่มมีการอ่อน

ค่าอีกครั้ง รวมทั้งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในเดือนหน้ามีโอกาสที่ค่อนข้างน้อย โดยมีตัวเลขจากสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า ให้โอกาสเพียง 18% ในการปรับขึ้น

ดอกเบี้ยเดือนหน้า รวมทั้งทองคำยังได้รับแรงซื้อจากกองทุน SPDR ต่อเนื่อง ผนวกกับความเสี่ยงทางการเมืองของฝรั่งเศส ที่ทำให้สินทรัพย์ปลอดภัย เช่นทองคำ น่าสนใจมากขึ้น

ซึ่งหากยืนเหนือ 1,235 เหรียญ คาดว่าราคาทองมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบสั้นๆ ได้ ส่วนในคืนนี้ไม่มีตัวเลขสำคัญของทางฝั่งสหรัฐฯ

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ
-   นายแอนดรูว์ พาร์มลีย์ นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนเปิดเผยว่า การเจรจาเรื่องโครงการเชื่อมโยงระบบซื้อขายหุ้นระหว่างตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้-ลอนดอนกำลังจะเข้าสู่

"ระยะที่สอง"
-   หุ้นบริษัทโตชิบาของญี่ปุ่นดิ่งลง 11% ในช่วงเช้าวันนี้ หลังจากเอสแอนด์พี โกลบัล ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระบุว่า S&P อาจจะปรับลดอันดับ

ความน่าเชื่อถือของโตชิบาลง ถ้าหากมาตรการสนับสนุนทางการเงินจากเจ้าหนี้ของโตชิบาครอบคลุมการปรับโครงสร้างหนี้ในรูปแบบใดๆก็ตาม
-   ศาลเกาหลีใต้ประกาศให้บริษัทฮันจิน ชิปปิ้ง โค ลิมิเต็ดล้มละลายในวันนี้ หลังจากที่ศาลเคยตัดสินในช่วงต้นเดือนนี้ว่า มูลค่าการขายทอดกิจการของบริษัทนี้จะอยู่สูง

กว่ามูลค่าของบริษัทนี้ถ้าหากดำเนินกิจการต่อไป
-   ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยรายงานการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยประจำวันที่ 19 ม.ค.เมื่อวานนี้ โดยรายงานดังกล่าวระบุว่า ผู้กำหนดนโยบาย

ของอีซีบีสนับสนุนให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม และสิ่งนี้บ่งชี้ว่า อีซีบีไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลง ในขณะที่เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส และเยอรมนี

เตรียมที่จะจัดการเลือกตั้งในปีนี้
-   รอยเตอร์เปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ระบุว่า ความเชื่อมั่นของบริษัทผู้ผลิตของญี่ปุ่นปรับขึ้นในเดือนก.พ.เป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน และได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 2

ปีครึ่งที่ +20  อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นภาคบริการของญี่ปุ่นร่วงลงสู่ +26 ในเดือนก.พ. และถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยรายงานตัวเลขนี้ตอกย้ำว่า

การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นพึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก
-   แหล่งข่าวในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) กล่าวว่า โอเปกอาจจะต่ออายุข้อตกลงปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันที่ทำกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม

โอเปกออกไป ก่อนที่ข้อตกลงจะหมดอายุลงในเดือนก.ค. หรือโอเปกอาจจะปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมันลงมากยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าหากสต็อกน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่ได้ดิ่งลงสู่

ระดับเป้าหมาย
-   ราคาทองในตลาดสปอตทรงตัวในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ โดยราคาทองมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ท่าม

กลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในสหรัฐและยุโรป

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
-   ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เริ่มมีแรงขายอ่อนค่าลงเล็กน้อย
-   ความคืบหน้าแผนการปรับโครงสร้างอัตราภาษีของสหรัฐฯ

คำแนะนำ    : trading long หากราคายืนเหนือ 1,235 เหรียญ

 
บันทึกการเข้า
ilovecgf
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 45
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1057 เมื่อ: วันนี้ เวลา 10:01:16 AM »

บทวิเคราะห์แนวโน้มฟิวเจอร์ส วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 โดยบริษัท คลาสสิกโกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด (ช่วงเช้า)

Today Strategy: 
•   Gold ราคาทองปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ยังเป็นการปิดบวกในรอบสัปดาห์ได้เป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยราคาทองคำพยายามขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถทำได้ จึงถูกแรงขายทำกำไร รวมทั้งกองทุน SPDR ขายทองคำเป็นครั้งแรงในเดือน ก.พ. หลังค่าเงินดอลลาร์ยืนเหนือ 100 จุดได้ วันนี้ตลาดสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดี จึงให้น้ำหนักราคาทองแกว่งตัวในกรอบแคบ

Key Factors
•   Gold ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลง 3.54 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือคิดเป็น -0.29% โดยปิดที่ 1,235.22 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ โดยราคาเมื่อวานนี้เคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1,234.45 – 1,243.77 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์และราคาเคลื่อนไหวในเช้านี้บริเวณ 1,233 เหรียญ ราคาทองคำปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อยหลังจากพยายามปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ยังไม่สามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้ โดยราคาทองได้ทำจุดสูงสุดไว้ที่บริเวณ 1,245 เหรียญ ในวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน ก่อนที่ทองคำเริ่มถูกขายทำกำไร ซึ่งค่าเงินดอลลาร์สามารถยืนเหนือบริเวณ 100 จุดได้ รวมทั้ง SPDR มีการขายทองคำครั้งแรกในรอบเดือน ก.พ. โดยขายออกมา 2.37 ตัน รวมถือทองคำ 841.17 ตัน ทำให้ราคาทองมีโอกาสพักฐานในช่วงสั้นได้ แต่ในวันนี้ให้น้ำหนักแกว่งตัวในกรอบแคบมากกว่าเนื่องจากทางสหรัฐฯ ตรงกับวันหยุดเนื่องในวันประธานาธิบดี และในสัปดาห์นี้มีรายงานการประชุมครั้งล่าสุดของเฟดที่ต้องติดตาม และถ้าหากเฟดให้น้ำหนักการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นอาจจะกดดันราคาทองให้พักฐานได้ตามคาด

Exclusive News
•   ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงปิดตลาดวันศุกร์ แต่ปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการดิ่งลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการปิดตลาดรายสัปดาห์ในแดนลบเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์ ในขณะที่ตลาดได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของปริมาณการขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐ และสต็อกน้ำมันที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐ แต่ตลาดก็ได้รับแรงหนุนในเวลาเดียวกันจากความพยายามของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในการปรับลดการผลิตน้ำมัน
•   เยนปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญในวันศุกร์ ขณะที่ความวิตกเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในฝรั่งเศส และการขาดความคืบหน้าในการเปลี่ยนแปลงด้านการคลังในสหรัฐได้กระตุ้นความต้องการเยนซึ่งเป็นสกุลเงินปลอดภัย
•   ราคาทองปิดตลาดสัปดาห์นี้ในแดนบวกเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน และราคาทองพุ่งขึ้นมาแล้วเกือบ 8 % จากช่วงต้นปี 2017 ธนาคารคอมเมอร์ซแบงก์คาดว่า ราคาทองจะแตะ 1,300 ดอลลาร์ก่อนสิ้นปีนี้
•   ตลาดหุ้นทั่วโลกชะลอตัวลงในวันศุกร์หลังจากเพิ่งทำสถิติสูงสุดเมื่อ 2 วันก่อน โดยตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ความกังวลเรื่องนโยบายของปธน.ทรัมป์ และการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส และเยอรมนีในปีนี้

Key Point
Positive( + )
•   ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนผันผวนแรง
Negative( - )
•   เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
•   การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
•   การใช้นโยบายทางการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางต่างๆ
Neutral ( * )
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจีน
•   การประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ
•   นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์
•   การซื้อขายของกองทุน SPDR

•   Strategy : trading ในกรอบ โดยฝั่ง short เริ่มน่าสนใจ หากราคาไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,235 เหรียญได้

 
Smart Stock
Today Strategy:
ตลาดเริ่มอ่อนไหว
ดัชนีตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ก่อนเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ ผันผวนในกรอบราคาที่กว้างขึ้นตามประเด็นที่ตลาดให้ความสำคัญในแต่ละวัน โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50H17 เปิดตลาดเกิดช่องว่างของราคาในแดนบวกช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมาบริเวณ 987.90 จุด เคลื่อนไหวในกรอบแคบในภาคเช้าก่อนมีแรงขายทำกำไรกดดันสัญญาฯ ภาคบ่ายลงไปทำจุดต่ำสุดในวันบริเวณ 986.70 จุด และปิดตลาดที่ 988.10  จุด ภาพรวมมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ผันผวนกว้างกว่า SET index ซึ่งปิดตลาดที่ 1,577.84 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายในวันที่เบาบางลงมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ที่ 46,611.13 ล้านบาท เป็นแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ (+1,881.78 ล้านบาท) เเละกลุ่มสถาบันภายในประเทศ (+683.81 ล้านบาท) ในขณะที่นักลงทุนรายย่อยภายในประเทศมีมุมมองสวนทางโดยขายสุทธิกว่า (-2,392.64 ล้านบาท) ฝ่ายวิจัยมองว่าการเคลื่อนไหวของดัชนตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์นี้มีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวไร้ทิศทาง ปัจจัยภายนอกโดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเด็นที่กดดันตลาด ทั้งมาตรการการปรับโครงสร้างภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์และทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงเดือนมีนาคมของเฟดยังคงเป็นประเด็นกดดันหลักแก่ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก โดยสัปดาห์นี้ต้องติดตามถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC และรายงานการประชุมของ เฟดอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประกาศตัวเลขจีดีพีของประเทศไทยจาก สศช.

•   Strategy : เปิดสถานะในกรอบราคา, ตลาดยังเคลื่อนไหวไร้ทิศทางและอ่อนไหวกับประเด็นที่เข้ามากระทบ

ปัจจัยที่ต้องติดตาม
-    ตัวเลขจีดีพีของประเทศไทยจาก สศช.
-    ถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC : (Kashkari 21 ก.พ.), (Harker 22 ก.พ.), (Powell 23 ก.พ.)
-    รายงานการประขุมของสมาชิก FOMC (23 ก.พ.)

ข่าวในประเทศ
-   ถกทูตพาณิชย์ปั๊มส่งออก/เตรียมความพร้อมรับมือพิษเบร็กซิต-ทรัมป์ : ถกทูตพาณิชย์ 2 ก.พ.นี้ จับตาปรับแผนรับลูก "สมคิด" เน้นสร้างหุ้นส่วนเศรษฐกิจ พร้อมให้การบ้านประเมินผลกระทบ "เบร็กซิต-ทรัมป์" เล็งปั้นแผนดันเอสเอ็มอีส่งออกเพิ่มต่อเนื่อง
-   กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมตรวจ 1,400 โรงงาน : นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้มีการตรวจสอบโรงงานที่มีการร้องเรียนซ้ำซาก เพื่อเป็นการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน และโรงงานที่อยู่ริมน้ำ นั้น ในปี 2560 กระทรวงฯ มีแผนการตรวจสอบ 1,400 โรง และประมวลผลจัดทำข้อมูลโรงงานร้องเรียนซ้ำซาก
-   (KTCH17) KTC เจาะตลาดกรุงเทพฯ ลุ้นยอดรูดปรื๊ด 1.9 แสนล้าน พร้อมผนึกพันธมิตรอัดแคมเปญ : KTC คาดยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2560 แตะระดับ 1.9 แสนล้านบาท เติบโต 15% พร้อมหันกลับมาเจาะฐานลูกค้าในกรุงเทพฯ อีกครั้ง หลังปีก่อนบุกตลาดหัวเมืองต่างจังหวัด วางเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมปี 2560 เติบโตกว่า 10%
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 69 70 [71]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!