TARADTHONG.COM
เมษายน 07, 2020, 11:30:45 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อ่วม! วัสดุก่อสร้างดาหน้าขอปรับราคา  (อ่าน 2193 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
loveyou
Administrator
Full Member
*****

คะแนนความนิยม: 29
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 234



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2011, 08:30:23 AM »

อ่วม! วัสดุก่อสร้างดาหน้าขอปรับราคา


วัสดุก่อสร้างดาหน้าขอปรับราคา กบง.จ่อรีดดีเซลเข้ากองทุนฯเพิ่ม50สต. (ไทยโพสต์)

         วัสดุก่อสร้างดาหน้าขอปรับขึ้นราคา "วัชรี" เตรียมรวบรวมข้อมูลป้อน "พรทิวา" ถก "อภิสิทธิ์" อนุมัติแนวทางดูแลหลังยุบสภา จับตา กบง.ประชุม 9 พ.ค.นี้ เก็บเงินจากดีเซลเข้ากองทุนเชื้อเพลิงเพิ่มอีก 50 สตางค์ หลังราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่ง 14 เหรียญฯ ดันค่าการตลาดสูงลิ่วลิตรละ 3.70 บาท

         นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากยุบสภาอย่างเป็นทางการ กรมฯ จะรายงานสถานการณ์สินค้ากลุ่มเหล็ก วัสดุก่อสร้าง สายไฟฟ้า กระเบื้อง สินค้าที่ทำจากตะกั่วและทองแดง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ ให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ รับทราบ เพื่อนำข้อมูลไปหารือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาแนวทางดูแลราคาสินค้าว่าจะอนุมัติให้กระทรวงพาณิชย์ปรับขึ้นราคา สินค้าเหล่านี้หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นมาก

         “แม้กระทรวงพาณิชย์จะมีอำนาจอนุมัติให้ ขึ้นราคาสินค้าได้ เพราะกฎหมายให้อำนาจไว้ แต่กรมฯ จะขอนโยบายจากนายกรัฐมนตรีก่อน เพราะเป็นหัวหน้ารัฐบาล และไม่ต้องการให้เกิดภาพการทำงานที่ไม่สอดคล้องกัน ดังนั้น กรมฯ จะยังไม่เรียกประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาแนะนำเหล็กในระยะนี้ จนกว่าจะได้ข้อสรุปจากรัฐบาล" นางวัชรีกล่าว

         นางวัชรี กล่าวว่า สถานการณ์สินค้าเหล็ก และวัสดุก่อสร้างในขณะนี้ มีราคาขายปลีกสูงขึ้นจนชนเพดานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดแล้ว เพราะต้นทุนมีการปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีก่อน แต่ขณะนั้นยังอยู่ช่วงเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว กำลังซื้อยังไม่สูงนัก ประกอบกับมีสต็อกสินค้าเก่าอยู่มาก ทำให้ผู้ค้ายังเลือกชะลอการปรับราคาออกไปก่อน จนกระทั่งต้นปีนี้สต็อกสินค้าเก่าเริ่มหมดลง และแนวโน้มเศรษฐกิจกับความต้องการใช้เหล็กมีสูงขึ้น จึงทำให้มีการยื่นเรื่องขอปรับราคาให้กรมฯ พิจารณา

         รายงานข่าวแจ้งว่า สินค้าเหล็กไม่ได้มีการอนุมัติปรับขึ้นราคามากว่า 2 ปีแล้ว โดยข้อมูลล่าสุดจากกรมการค้าภายในแจ้งว่า ราคาวัตถุดิบเหล็กแท่งยาวช่วงปักษ์หลังเดือนเม.ย.อยู่ที่ตันละ 2.08 หมื่นบาท เพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยปี 2553 ที่ตันละ 1.87 หมื่นบาท เหล็กแท่งแบนตันละ 2.27 หมื่นบาท เพิ่มจากราคา 1.73 หมื่นบาท ส่วนทองแดง ราคาปักษ์หลัง เม.ย.อยู่ที่ตันละ 2.88 แสนบาท เพิ่มขึ้นจากราคาเฉลี่ยปี 53 ที่ 2.38 แสนบาท

         นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงาน(กบ ง.) เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปิดตลาดเมื่อวันที่ 6 พ.ค. ปรับลดลง 14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 121.40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมันอยู่ในระดับสูง จึงทำให้คาดว่าที่ประชุม กบง.จะมีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้นอีก

         แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลดลง 14 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ค่าการตลาดน้ำมันขยับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 3.70 บาทต่อลิตร จึงคาดว่า กบง.น่าจะพิจารณาเก็บเงินในส่วนของน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่มอีก อย่างน้อย 50 สตางค์ต่อลิตร เพื่อสะสมเงินเข้ากองทุนน้ำมันไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เนื่องจากฐานะกองทุนน้ำมันล่าสุดเหลืออยู่แค่ 971 ล้านบาท

         ล่าสุด กบง.เก็บเงินจากน้ำมันดีเซลเข้ากองทุนอยู่ในระดับ 33.55 สตางค์ต่อลิตร ทำให้กองทุนน้ำมันมีรายได้ไหลเข้าเพิ่มขึ้นวันละ 18.72 ล้านบาท แต่ภาพรวมฐานะกองทุนน้ำมันยังมีภาระเงินไหลออกอยู่วันละ 56 ล้านบาท จึงช่วยลดภาระการไหลออกของกองทุนน้ำมันเหลือวันละ 27.8 ล้านบาท
บันทึกการเข้า

รักนะ...จุ๊บ จุ๊บ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!