TARADTHONG.COM
พฤศจิกายน 22, 2017, 03:52:55 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 5 จุดหมายปลายทาง เที่ยวสไตล์ซาฟารี  (อ่าน 4865 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
น่ารักสุดๆ
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 2330
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1663



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2011, 05:21:23 PM »

5 จุดหมายปลายทาง เที่ยวสไตล์ซาฟารี



5 Safari’s Destinations (i Do)

          นักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัย การท่องซาฟารีในแอฟริกาคงเป็นหนึ่งในความฝันสูงสุดของการเดินทาง แต่ปัจจุบันนี้มิได้มีเพียงแอฟริกาเท่านั้น ที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบซาฟารี เพราะยังมีอีกหลายพื้นที่ในโลก ที่มีความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ และยังเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอันอุดม



1. Africa…The Big 5

          เมื่อเอ่ยถึง The Big 5 หรือ 5 ผู้ยิ่งใหญ่ แห่งแอฟริกานั่นหมายถึง สิงโต ช้างแอฟริกัน เสือดาว ควายป่า และแรด เหล่าสัตว์ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง สำหรับการล่าด้วยการเดินเท้า นักท่องซาฟารียุคใหม่ไม่ได้สนใจจะติดอาวุธอะไรเพื่อการไปไล่ล่า นอกจากกล้องตัวโปรดกับเลนส์ระยะไกล สัตว์เหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมสำหรับนักผจญภัย ความสำเร็จของการเดินทางท่องซาฟารี วัดได้จากจำนวนครั้งที่บรรดา 5 ผู้ยิ่งใหญ่ปรากฎตัวให้เห็น

          ป่าสงวนแห่งชาติ มาไซ มารา ในเคนยา และอุทยานแห่งชาติเซเรนเกติ ในแทนซาเนีย เป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการได้ชมเหล่าสัตว์ป่าแห่งแอฟริกา พื้นที่ราบกว้างใหญ่แห่งนี้ เป็นฉากการอพยพย้ายถิ่นประจำปีของบรรดาวัวป่านับล้านตัว เช่นเดียวกับม้าลายและกวาง สัตว์เหล่านี้บางครั้งตกเป็นเหยื่อของเจ้าแมวยักษ์ และสัตว์นักล่าอื่น ๆ อย่างไฮยีนาและเสือชีต้า ส่วนในน้ำนั้นมีจระเข้คอยท่าอยู่

          อุทยานแห่งชาติครูเกอร์ ในแอฟริกาใต้ อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ป่ามากมาย เป็นหนึ่งในสนามล่าที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา เป็นบ้านที่มีสายพันธุ์ของสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม มากกว่าป่าสงวนใด ๆ ในทวีปนี้ นอกจากช้างกว่าพันเชือก และ 5 ผู้ใหญ่แล้ว นักเดินทางยังจะได้สำรวจชีวิตสัตว์ป่า อย่างสุนัขป่าแอฟริกันที่ดุร้าย เสือชีต้า ฮิปโป ยีราฟ และม้าลาย

          การเดินทาง : จากสนามบินไนโรบีเดินทางต่อไปยังสนามบินคิลิมันจาโร หรือสนามบินอารูชา และเดินทางโดยรถต่ออีก 8 ชั่วโมง หรือจะเลือกเดินทางด้วยเครื่องบินขนาดเล็กไปยังลานบินคิราวิรา ในเซเรนเกติ



2. เกาะ Borneo – ทักทายเจ้าอุรังอุตัง

          การเดินทางมาเที่ยวในบอร์เนียวคงไม่สมบูรณ์ หากยังไม่ได้พบสัตว์สายพันธุ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงอย่าง อุรังอุตัง ซึ่งสามารถพบได้บนเกาะ และศูนย์ฟื้นฟูอุรังอุตังในซาบาห์ ซึ่งเป็นที่ที่มีการเพาะพันธุ์มากที่สุด ศูนย์เพาะพันธุ์แห่งนี้มีพื้นที่ 4,300 เฮกตาร์ อยู่ในป่าดิบชื้น ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเดินสำรวจอุรังอุตังได้จากบนทางเดินที่ยกระดับ หรือปั่นจักรยานบนระยะทาง 5 กิโลเมตร ผ่านป่าชายเลนในป่าสงวนเซปิล็อก

          อีกจุดหนึ่งของบอร์เนียว คือ ภูเขาคีนาบาลู (Mount Kinabalu) มรดกโลกแห่งนี้เป็นที่อาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 100 ชนิด และพืชกว่า 4,500 สายพันธุ์ เป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งกับการท่องซาฟารี การเดินทางไปยังยอดเขาคีนาบาลู สามารถเดินทางด้วยเท้าถึงในเวลา 2 วัน วิวพระอาทิตย์ขึ้นจากบนยอดเขานั้น งดงามจนแทบลืมหายใจทีเดียว สัตว์ท้องถิ่นที่นี่ ได้แก่ กวาง เสือดาว อุรังอุตัง นาก และวีเซิล อีกทั้งผีเสื้อหลายสายพันธุ์ และนกจำนวนมากที่สร้างสีสันให้กับป่าดิบชื้นแห่งนี้

          การเดินทาง : บินสู่สนามบินกัวลาลัมเปอร์และต่อเครื่องบินไปยังโกตากินะบะลู สามารถเลือกโปรแกรมทัวร์ และการเดินทางไปยังซาบาห์ได้ในเมือง



3. India – Tiger’s trail

          สำหรับอินเดียถือได้ว่าเป็นบ้านของสัตว์อย่างเสือ ยังรวมไปถึงช้างอินเดีย สิงโตอินเดีย แรดอินเดีย หมี และเสือดาวสายพันธุ์ย่อย ๆ จำนวนมาก เกินพอที่จะทำให้นักท่องซาฟารีจดจ่ออยู่กับการเล็งกล้อง

          อุทยานแห่งชาติและสถานเพาะพันธุ์สัตว์ป่ากีร์ เป็นสถานที่สุดยอดแห่งการท่องซาฟารีในอินเดีย ที่จะได้พบกับ เสืออินเดีย ที่ยังหลงเหลืออยู่แห่งเดียวในโลก เช่นเดียวกับเสือดาว ละมั่ง กวาง หมูป่า ไฮยีนา และจระเข้ รวมทั้งนกอีกกว่า 250 สายพันธุ์

          อุทยานแห่งชาติกัณหา อยู่ใจกลางประเทศอินเดีย เป็นที่สมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ดอกและสัตว์นานาชนิด ป่าพฤกษศาสตร์ในอุทยานนี้ เป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าอันตรายอีกมากมาย รวมไปถึงกวาง เสือเบงกอล และเสือดาวหลากหลายสายพันธุ์ สามารถตามรอยเข้าไปชมเสือได้โดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อนำทาง หรือโดยการขี่ช้าง

          การเดินทาง : จากเมืองเดลีบินสู่อาเมดาบัด ระยะทาง 390 กิโลเมตร จากอุทยานแห่งชาติกีร์ หรือจากเมืองมุมไบไปยังเมืองดีอู ระยะทาง 110 กิโลเมตร จากอุทยานแห่งชาติกัณหาบินจากเมืองเดลีสู่เมืองนาคปุระ และเดินทางโดยรถต่อไปอีก 280 กิโลเมตร



4. Amazon – ลุ่มน้ำและป่าดงดิบ

          ป่าดิบชื้นในลุ่มแม่น้ำอเมซอน อยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่เป็นบ้านของพืชและสัตว์นานาชนิด การท่องซาฟารีสามารถทำได้ทั้งการเดินป่าและล่อเรือ ซึ่งรวมไปถึงการเยี่ยมชมศูนย์ค้นคว้าวิจัยต่าง ๆ การผจญภัยตามลุ่มแม่น้ำอเมซอนผ่านทางคลองขุด การปั่นจักรยานในป่าดิบชื้นที่รกทึบ และการพักแบบโฮมสเตย์กับชาวหมู่บ้านพื้นเมือง

          สัตว์ป่าที่จะพบได้ที่นี่คือ นกทูแคน นกมาคอร์ ปลาปิรันย่า สลอท ปลาโลมาสีชมพู ลิง โดยเฉพาะลิงดำ อะนาคอนดา เสือดำ และเสือจากัวร์ บริเวณทะเลสาบจูมาเป็นพื้นที่ที่ยังไม่พัฒนามากนัก นักเดินทางสามารถเลือกปั่นจักรยาน พบกับชาวพื้นเมือง พายเรือแคนู ตกปลา และชมดาวในยาวค่ำคืน

          ทะเลสาบมาโมริ เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงลำดับต้น ๆ ในการท่องซาฟารีของอเมซอน ด้วยระยะทาง 100 กิโลเมตร จากมาเนาส์ ผู้นำทัวร์จะนำเสนอการปั่นจักรยานผ่านป่าดงดิบ การชมจระเข้และปลาปิรันย่า การชมนก และการแลกเปลี่ยนทางฒนธรรมกับชาวหมู่บ้านพื้นเมือง

          การเดินทาง : บินสู่เมืองซานเปาโล หรือเมืองริโอ เดอ จาเนโร และบินภายในประเทศต่ออีก 4 ชั่วโมง ไปยังมาเนาส์ในเมืองริโอ เนโกร จากมาเนาส์สามารถท่องซาฟารีผ่านแม่น้ำอเมซอน กับผู้นำทัวร์ที่มีให้เลือกมากมาย



5. ออสเตรเลีย – การผจญภัยสไตล์ลุย ๆ

          ด้วยขนาดของประเทศ การท่องซาฟารีในออสเตรเลียจึงอยู่ในพื้นที่เฉพาะเท่านั้น นักเดินทางจึงต้องตัดสินใจให้ดี ว่าอยากจะเดินทางไปสำรวจยังภูมิภาคใด และเป็นช่วงเวลาใดของปี

          Red Center หรือส่วนที่เป็นทะเลทรายใจกลางประเทศออสเตรเลีย คือที่ตั้งของ อูลูรู (Uluru) หินศักดิ์สิทธิ์ของชาวอะบอริจินิส อุทยานแห่งชาติที่อยู่รอบเสาหินขนาดมหึมานี้ เป็นที่อาศัยของจิงโจ้ขนาดเล็ก หมาป่า พอซซัม อีมู กิ้งก่ายักษ์ และจิ้งโจ้แดง พื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้งและมีพืชอยู่น้อย เวลาที่เหมาะสมกับการไปเที่ยวคือ ในช่วงเดือนที่มีอากาศเย็น ได้แก่ เดือนเมษายน พฤษภาคม กันยายน และตุลาคม

          อุทยานแห่งชาติคาคาดู พื้นที่ที่เต็มไปด้วยป่าดิบชื้น ป่าชายเลน แม่น้ำ และน้ำตก มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่กว่า 60 สายพันธุ์ เช่น จิงโจ้ จิงโจ้ขนาดเล็ก หมีโคอาล่า และหมาป่า รวมถึงสัตว์อันตรายอีก 33 สายพันธุ์ ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางคือฤดูที่ไม่มีฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน โดยช่วงที่น้ำตกจะสวยที่สุดคือ ช่วงเดือนพฤษภาคม และช่วงที่จะพบเหล่าสัตว์ต่าง ๆ ได้มากที่สุดคือเดือนกันยายน แต่นักท่องเที่ยวต้องคอยระวังจระเข้เป็นพิเศษด้วย

          การเดินทาง : บินสู่เมืองดาร์วินที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติคาคาดู แล้วเดินทางโดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อต่อไปอีก 171 กิโลเมตร สำหรับ "อูลูรู" นั้น สามารถจองเที่ยวบินได้ที่เมืองหลัก ๆ ของออสเตรเลีย ไปยังเมืองอลิซสปริงส์ ที่ซึ่งสามารถไปต่อรถขับเคลื่อนสี่ล้อจากที่นั่น
บันทึกการเข้า
jw
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2016, 03:40:30 PM »

ว้าวๆๆๆๆน่าไป  grin1 kiss1
บันทึกการเข้า
royalhiloth
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2017, 10:56:14 AM »

ครั้งหนึ่งในชีวิต น่าสนใจนะค่ะ
บันทึกการเข้า
chanapa
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2017, 05:49:30 PM »

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ
บันทึกการเข้า
Wattanut
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 13, 2017, 03:05:22 PM »

สวยมากครับหน้าไปจังครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!