TARADTHONG.COM
เมษายน 06, 2020, 12:38:55 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 10 อันดับเมืองร้างบนโลกใบนี้  (อ่าน 4281 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
songkhla
Administrator
Jr. Member
*****

คะแนนความนิยม: 26
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 60



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กันยายน 13, 2011, 06:29:33 AM »

10 อันดับเมืองร้างบนโลกใบนี้

ตามไปดู 10 เมืองร้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่อันรุ่งเรือง เต็มไปด้วยผู้คนและธุรกิจมากมาย แต่ด้วยสาเหตุบางประการที่ทำให้เมืองเหล่านี้ กลายเป็นเมืองร้าง!!



10   Abandoned Resort Town of Yashima, Japan

เมือง Yashima อยู่ในเขตพื้นที่ราบสูงของของเกาะแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1980 ขณะที่เศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ในจุดที่สูงสุด นักลงทุนต่างพากันมาสร้างรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่นี่  ทำใ้ห้เกาะเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ทที่พักถึง 6 แห่ง และร้านค้าต่างๆ มากมาย แต่ในที่สุดก็มาถึงจุดพลิกผันเมื่อนักลงทุนล้มละลายเพราะไม่สามารถดึงลูกค้าต่างชาติไว้ได้ หมู่บ้านจึงถูกปิดตัวลงและทิ้งทุกอย่างไว้ ไม่ว่าจะเป็นของในร้านค้า เฟอร์นิเจอร์ และเศษซากต่างๆ ไว้มากมาย

 



9   Abandoned War-Torn City of Agdam, Azerbaijan

หนึ่งในเมืองของ Azerbaijan ที่มีความหนาแน่นของประชากรและความเจริญรุ่งเรือง โดยการยึดครองของชาวอาเมเนียน แต่ในที่สุดก็ไม่พ้นที่จะต้องกลายเป็นเมืองร้าง เพราะพิษจากสงคราม ปัจจุบันยังมีนักผจญภัยทั้งหลายคอยเข้าไปเก็บภาพสิ่งที่เหลือของชาวเมืองนี้ ก่อนที่จะไม่มีใครได้เห็นมันอีก

 



8   Abandoned Flooded City of Quabbin, Massachusetts

อ่างเก็บน้ำ Quabbin เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเมือง Massachusetts บริเวณนี้ยังประกอบด้วยเมืองเล็กๆ อีก 4 เมือง และยังมีถนน รางรถไฟ อาคารสาธารณะ อนุสาวรีย์ และหลุมศพ ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมอย่างหนัก

 



7   Abandoned Town of Centralia, Pennsylvania

ส่วนเมืองนี้ ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น มีกลุ่มควันแก๊สพุ่งขึ้นมาบนทางหลวง อุณหภูมิน้ำที่สูงผิดปกติ เลยทำให้ชาวเมืองค่อยๆ อพยพออกไป

 



6   Abandoned Gulag Concentration Camp

ค่ายกักกัน Gulag ตั้งอยู่ในประเทศรัสเซีย (คาดว่าน่าจะอยู่ในสมัยของนายพลสตาลิน) ที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่สำหรับปฏิบัติงานและคุมขังนักโทษและมีซากของคนตายเกลื่อนไปหมด นั่นแหละครับเหตุผลที่ทำให้มันร้างในปัจจุบัน(ใครจะไปอยู่ล่ะ)

 



5   Abandoned Area of Varosha, Cyprus

แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้มักจะมีปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างประเทศ เดิมใช้ชื่อเรียกว่า Famagusta และถูกสร้างเป็นรีสอร์ทสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ในปี 1970 ตุรกีได้บุกรุกและอ้างสิทธิพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นของตัวเอง และได้สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือนต่างๆ โดยรอบ แต่หลังจากนั้นพื้นที่ก็ไม่ได้ถูกใช้งานอะไรเลย จนปล่อยให้ร้างและทรุดโทรมลง

 



4   Abandoned Desert Ghost Town of Kolmanskop, Africa

Kolmanskop เมืองร้างที่อยู่ในทวีปแอฟริกาที่เต็มไปด้วยซากสถาปัตยกรรม สไตล์เยอรมัน ลักษณะเมืองคล้ายประเทศเยอรมัน ที่นี่มีโรงพยาบาล โรงเรียน สถานีไฟฟ้า โรงหนังและยังมีคาสิโนอีกด้วย ที่นี่เคยเป็นแหล่งค้าเพชรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกาด้วย แต่หลังจากตลาดเพชรแห่งนี้เกิดประสบปัญหาบางอย่าง ชาวเมืองก็ต่างพากันอพยพออกไป ทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งความเจริญที่ตกอยู่ภายใต้ผืนทรายเท่านั้น

 



3   Abandoned Island City of Hashima, Japan

เกาะ Hashima อยู่ห่างจากเมือง Nagasaki ประมาณ 15 กิโลเมตร ทุกวันนี้เป็นเกาะร้างไม่มีใครอยู่อาศัย (ในญี่ปุ่นมีเกาะประมาณ 505 แห่งที่ไม่มีผู้อยู่อาศัย) ทั้งที่ครั้งหนึ่งระหว่างปี 1890 ถึงปี 1974 เกาะ Hashima เป็นเกาะที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดคือ 835 คนต่อหนึ่งเฮคเตอร์ Mitsubishi บริษัทชื่อดังของญี่ปุ่น ซื้อเกาะแห่งนี้ในปี 1890 เพื่อจัดทำโครงการที่จะขุดเอาถ่านหินจากใต้ทะเลขึ้นมาใช้ มีการสร้างตึกคอนกรีตขนาดใหญ่ และที่พักสำหรับคนงานบนเกาะและกำแพงสูงเพื่อป้องกันพายุไต้ฝุ่น แต่พอย่างเข้าทศวรรษ 1960 น้ำมันเข้ามามีบทบาทแทนถ่านหิน ทำให้เหมืองถ่านหินทยอยปิดตัวลงเรื่อยๆ รวมถึงเหมืองถ่านหินบนเกาะ Hashima ด้วย ในที่สุดปี 1974 Mitsubishi ประกาศปิดเหมืองบนเกาะนี้อย่างเป็นทางการ ผู้คนบนเกาะซึ่งล้วนเป็นพนักงานของ Mitsubishi และครอบครัวของพนักงานเหล่านี้ถูกอพยพจากเกาะ ทำให้เกาะ Hashima เปลี่ยนสภาพจากเกาะ ที่เคยมีผู้อยู่อาศัยอย่างหนาแน่นกลายเป็นเกาะร้างในพริบตา เกาะ Hashima ก็เลยถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Ghost Islands ปัจจุบัน Mitsubishi ยังคงไม่อนุญาตให้ใครก็ตามขึ้นไปบนเกาะแห่งนี้

 



2   Abandoned City & Commune of Oradour, France

ในช่วงจุดเดือดของสงครามโลกครั้งที่สอง จากคำบอกเล่าของนายทหารเยอรมันผู้หนึ่งว่า นี่เป็นผลพวงจากความโหดร้ายในการสังหารหมู่ เด็กๆ และผู้หญิงถูกต้อนราวกับฝูงแกะเข้าไปในโบสถ์ และถูกเผาทั้งเป็น ส่วนผู้ชายก็ถูกทรมานด้วยการยิงที่ขา ให้ตายอย่างช้าๆ ในโรงนา ปัจจุบันซากของเมืองเก่ายังคงมีให้เห็นอยู่ในความทรงจำของวันที่โหดร้าย และชาวเมือง Oradous ได้ย้ายถิ่นฐานของตนไปยังเมืองใกล้ๆ คงเหลือไว้แต่เพียงซากความทรงจำที่แสนเจ็บปวด

 



1   Abandoned Medieval Town of Balestrino, Italy

ปัจจุบันจะพบเห็นปราสาทที่อยู่ส่วนบนสุดของเมืองและซากกำแพงเมืองที่ยาวเหยียดตลอดจนต้นมะกอกที่เรียงรายกันโดยรอบถือได้ว่าเป็นเมืองที่สวยงามแห่งหนึ่ง ส่วนเหตุที่ต้องกลายเป็นเมืองร้างปราศจากผู้คน เป็นเพราะเหตุจากแผ่นดินไหวนั่นเอง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!