TARADTHONG.COM
กุมภาพันธ์ 19, 2020, 12:27:43 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เล่าขานตำนานจันทร์...ในวันแสงนวล  (อ่าน 5898 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ABC
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 14
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2010, 09:53:43 AM »


         จันทร์เต็มดวงในคืนเดือนหงาย หรือจันทร์ครึ่งเสี้ยวในคืนข้างแรม ยามค่ำคืนมืดมิดแหงนมองท้องฟ้ามองเห็นพระจันทร์ ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนของโลกเราเห็นพระจันทร์ได้เหมือนกัน อดีตโลกยังไม่มีการสื่อสารไร้พรมแดน มนุษย์อุปโลกน์ให้พระจันทร์และดวงดาวช่วยเป็นสื่อกลางนำความรู้สึกห่วงหาคิดถึงฝากไปถึงคนไกล เพราะเชื่อด้วยว่าคนที่คิดถึงนั้นจ้องมองจันทร์เหมือนกัน 
 
          ในอดีตมนุษย์มิอาจรู้ได้ว่าบนดวงจันทร์เป็นอย่างไร ได้แต่จินตนาการว่าพระจันทร์สวยงาม สังเกตจากแสงสีเหลืองนวลที่ส่องมายังผิวโลก เชื่อว่าบนดวงจันทร์เป็นแดนของเจ้าชาย เจ้าหญิง เป็นดาวศักดิ์สิทธ์ขอพรให้สัมฤทธิผล 
 
          จนกระทั่งเมื่อ 389 ปีก่อน เมื่อกาลิเลโอใช้กล้องจุลทรรศน์ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นส่องดวงจันทร์ เขาเห็นว่าดวงจันทร์มีผิวขรุขระ เห็นภูเขาเป็นทิวยาว และเห็นอุกกาบาตจำนวนมาก กระจัดกระจายอยู่บนผิวหน้าของดวงจันทร์ 
 
          ต่อมาอีก 400 ปี วงการดาราศาสตร์ก็ได้ค้นพบอีกว่าดวงจันทร์มีเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 3,475 กิโลเมตร คือยาวประมาณ 1 ใน 4 ของโลก ต่อมาปี พ.ศ. 2512 สหรัฐส่งยานอวกาศไปสำรวจ นีล อาร์มสตรอง เป็นนักบินอวกาศคนแรกที่เหยียบพื้นดวงจันทร์ ทำให้มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นว่าพระจันทร์ขรุขระ ไม่สวยงามตามตำนาน อีกทั้งยังเป็นดินแดนที่ปลอดสิ่งมีชีวิต มีวงโคจรอยู่ห่างจากโลกเป็นระยะทางโดยเฉลี่ย 384,400 กิโลเมตร 
   
          การได้ไปเยือนดวงจันทร์ของมนุษย์ แล้วนำข้อมูลมาหักล้างกับความเชื่อของคนโบราณที่มีมานานนับพันปี มิได้ส่งผลใดๆ ต่อความเชื่อเรื่องของดวงจันทร์ให้เลือนหายไป ผู้คนทั่วโลกยังเล่าขานและสืบสานประเพณีบูชาพระจันทร์กันต่อไป
 
   
          เรื่องราวของศรัทธาดวงจันทร์ก้องโลกต้องยกให้ชาวจีน เพราะมีพิธีไหว้พระจันทร์กันอย่างเอิกเกริก เป็นประเพณีที่สำคัญประเพณีหนึ่งของชาวจีนที่มีมาแต่โบราณนับร้อยๆ ปี วันไหว้พระจันทร์จะตรงกับวันที่ 15 เดือน 8 ของจีน เป็นวันกลางเดือนของเดือนกลางฤดูใบไม้ร่วง
   
          เพราะฤดูนี้พระจันทร์แจ่มงามที่สุด อากาศอบอุ่นสบาย ฤดูใบไม้ผลิตอนต้นฤดูหนาวท้ายฤดูฝนมาก ฤดูร้อนฝนชุกเมฆมาก ฤดูหนาวแม้ฟ้าใสแต่อากาศหนาวมาก หลายถิ่นมีหิมะตกจึงไม่เหมาะที่จะไหว้พระจันทร์
 
   
          ชาวจีนเชื่อว่าพระจันทร์เป็นผู้หญิงจึงนิยมไหว้ด้วยขนมหวาน ตามตำนานกล่าวไว้ว่าการไหว้พระจันทร์เป็นการไหว้เพื่อรำลึกถึงองค์ไท้อิมเนี้ย เทพผู้ให้ความสุขสงบแก่สรรพสิ่งในโลก และถือว่าเป็นเทพที่มีพระสิริโฉมงดงามที่สุดองค์หนึ่ง ซึ่งจะเสด็จมาโปรดสัตว์โลกในคืนพระจันทร์เต็มดวงของเดือน 8 การสักการะจึงมักเป็นของเสี่ยงทายเพื่อขอให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว
 
          นอกจากนี้วันไหว้พระจันทร์ยังเกี่ยวกับประวัติศาสาตร์จีน ตอนที่ "จูง่วนเจียง" ผู้นำชาวจีนสมัยนั้นได้นัดแนะชาวจีนขึ้นต่อต้านกษัตริย์ชาติมองโกลที่ยึดครองจีนอยู่ โดยให้แต่ละครอบครัวจัดทำอาวุธ และเอกสารนัดหมายแอบซ่อนไว้ในหรือใต้ขนมโก๋ หรือขนมเปี๊ยะที่มีขนาดใหญ่ โดยแกล้งทำเป็นธรรมเนียมแลกเปลี่ยนขนมระหว่างญาติเพื่อตบตาชาวมองโกล 
 

          สมัยก่อนมีกฎหมายห้ามชาวจีนตีเหล็กทำอาวุธ และให้มีมีดใช้ 5 ครอบครัวต่อหนึ่งเล่ม ซึ่งในหนังสือก็ได้นัดให้ทุกครอบครัวจัดงานไหว้พระจันทร์ด้วยการประดับประดาตกแต่งโต๊ะไหว้ให้สวยงามโดยพร้อมเพรียงกัน และถือเป็นวันดีเดย์ในการยึดอำนาจคืน เมื่อสำเร็จ จูง่วนเจียง ได้ตั้งตนเป็นกษัตริย์ นามว่า "พระเจ้าไท้โจวเกาอ่วงตี้" 
 
          ในอดีตประเพณีวันไหว้พระจันทร์จะเป็นวันที่สาวๆ หนุ่มๆ ชาวจีนจะได้มีโอกาสออกมาพบปะกันด้วย ทำให้หลายคู่ได้แต่งงานกันเพราะประเพณีนี้
 
          นอกจากนี้ความเชื่ออีกอย่างในวันไหว้พระจันทร์ซึ่งเป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงมีความหมายถึงความกลมเกลียว จึงเป็นเสมือนวันนัดหมายรวมญาติมิตรอีกวันหนึ่ง ปัจจุบันชาวจีนได้ถือเอาวันนี้เป็นวันแห่งครอบครัวที่ร่วมกันชิมขนม จิบน้ำชาภายใต้แสงจันทร์
 
          คนไทยกับพระจันทร์มักผูกโยงกันทางโหราศาสตร์ว่าเป็นเทวดานพเคราะห์องค์หนึ่ง ในคติไทยพระจันทร์ถูกสร้างขึ้นมาจากเทวธิดา(นางฟ้า) 15 องค์ บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวลแล้วเสกให้เป็นพระจันทร์  มีสีวรกายขาวนวล มีม้าเป็นพาหนะ พระจันทร์สถิตอยู่ทางทิศตะวันออก
 
          คฑา ชินบัญชร หมอดูชื่อดังผู้เชี่ยวชาญไพ่ยิปซีบอกเล่าว่า ตามตำราโหราศาสตร์กล่าวไว้ว่าดาวจันทร์คือเลข 2 กำลัง 15 คนเกิดวันจันทร์จึงสัมพันธ์เกี่ยวกับพระจันทร์ คนเกิดวันนี้จึงมีรูปร่างหน้าตาดีสวย สะอาด รักสวยรักงาม เป็นคนมีเสน่ห์อ่อนโยน อ่อนไหวง่าย รวนเร และออกจะเจ้าชู้นิดๆ ดังนั้นคนเกิดวันนี้มักจะขี้เหงา จึงต้องมีคู่ ตามตำราทักษิณาพระจันทร์เป็นเทวดาประจำทิศตะวันออก
 
   
          หมอดูชื่อดังยังกล่าวอีกว่า พระจันทร์เหมือนตัวแทนของผู้หญิง อ่อนหวานอ่อนโยน ขณะที่พระอาทิตย์เป็นตัวแทนของผู้ชาย ส่วนใหญ่ความเชื่อเรื่องของพระจันทร์เป็นของซีกโลกตะวันออก ชาวจีนมีประเพณีไหว้พระจันทร์ แม้กระทั่งคนญี่ปุ่นที่นับถือพระอาทิตย์ยังมีประเพณีชมจันทร์ 
 
          "ทางพุทธศาสนาเมื่อวันพระจันทร์เต็มดวง ก็ถือเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ เช่น วันวิสาขบูชา มาฆบูชา เป็นต้น นอกจากนี้ ตัวเลขกำลัง 15 ยังสัมพันธ์กับการนับวันเวลาของวันเวลาข้างขึ้นข้างแรม ซึ่งมี 2 ช่วง สอดคล้องกับคนที่เกิดวันจันทร์เวลาข้างขึ้น จะมีความสุข ใจเย็นกว่าคนเกิดข้างแรม เพราะข้างขึ้นน้ำมากจะเย็น ดังนั้นคนเกิดวันจันทร์ เลขประจำตัวที่เหมาะคือ 15 และเลข 2 พร้อมกับมีน้ำอยู่ใกล้ชิด จะส่งเสริมให้ชีวิตดีขึ้น" หมอดูชื่อดังกล่าว
 
          ประเพณีเกี่ยวกับพระจันทร์เหมือนกับคนญี่ปุ่น เกิดขึ้นในเดือนกันยายนใกล้เคียงกับชาวจีนประมาณกลางเดือน ช่วงนี้พระจันทร์จะเต็มดวง เรียกว่า "Chushu no meigetsu" ชาวญี่ปุ่นจะพากันชื่นชมความงามของดวงจันทร์ในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่เรียกว่า "โอซูคิมิ" ซึ่งมีมาแต่สมัยโบราณและช่วงนี้เชื่อว่าจะเป็นช่วงที่พระจันทร์สวยสุดในรอบปี ประเพณีการชมพระจันทร์คือการถวายขนมไหว้พระจันทร์ ดอกซึซึกิ องุ่น เกาลัด และผลไม้ตามฤดูกาล
 
          ผู้คนในเอเชียสืบสานประเพณีเกี่ยวกับพระจันทร์มาหลายร้อยปี จะเห็นได้ว่าแต่ละประเพณีในแต่ละประเทศเจือแฝงไว้ด้วยความสามัคคีกลมเกลียว ให้ผู้คนได้มาพบปะพูดคุย อันเป็นคุณความดีที่เห็นชัดจากพระจันทร์ในวันแสงสวยกว่าปกติ
 

นิทานเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "ข้างขึ้น ข้างแรม"
 
          ปรากฏการณ์ข้างขึ้นข้างแรมสัมพันธ์กับดวงจันทร์, ตำนานนิทานปรัมปราหลายพื้นที่ อาทิ ชาวไทยใหญ่เชื่อว่าพระจันทร์คือกระต่ายตัวน้อยที่คลุมด้วยเงินอยู่ในเรือนแก้ว มีหน้าต่าง 15 บาน กระต่ายจะเปิดหน้าต่างทีละบานจนครบเดือนก็จะสว่างไปทั่ว เป็นปรากฏการณ์ข้างขึ้น และจะต้องปิดหน้าต่างทีละบานจึงเป็นข้างแรม
 
          ส่วนชาวญี่ปุ่นมีเรื่องเล่าในนิทานพื้นบ้านของชาวไอนุ ประเทศญี่ปุ่นเชื่อว่าพระอาทิตย์กับพระจันทร์นั้นเป็นสามี-ภรรยากัน พระอาทิตย์นั้นเป็นเพศชายมีเสื้อผ้าดีใส่จึงมีแสงสว่างในตัว ส่วนพระจันทร์เป็นภรรยาจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวและดำเท่านั้น และเมื่อพระจันทร์สวมใส่เสื้อสีขาวจะเป็นข้างขึ้นและสีดำจะเป็นข้างแรม
 
          ขณะที่ชาวอียิปต์เชื่อว่า ทุกคืนเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์จะต้องเดินทางผ่านโลกของคนตาย ระหว่างทางจะมีงูมาคอยดักทำร้าย ถ้าเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ถูกงูกินก็จะไม่มีกลางวัน ดังนั้นทุกคืนเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์จะแปลงร่างเป็นแมวคอยจับงู
 
          ชาวอินเดียเชื่อว่ากลางวันกลางคืนขึ้นอยู่กับการกระทำของพระพรหม ซึ่งเป็นเทพเจ้ามีดอกบัวเป็นตัวแทน เวลาที่พระพรหมตื่นนอนจะเป็นเวลากลางวัน เวลาพระพรหมหลับจะเป็นตอนกลางคืน และความมืดจะปกคลุมโลก
บันทึกการเข้า
air
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 3
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2010, 10:24:52 AM »

เพิ่งรู้ละเอียดก็วันนี้นี่เอง+1ค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!