header-banner

TARADTHONG.COM

Copy Code แปะที่เว็บไซต์คุณ

ตลาดทอง.COM

 

Copy Code แปะที่เว็บไซต์คุณ

สมัครรับข่าวตลาดทอง

สมัครรับข่าวตลาดทองผ่านทาง Email:

Power By ตลาดทองดอทคอม

Subscribe in a reader

ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ราคาทองคำพุ่งขึ้นเหนือ $1,500.00 ตอนนี้มีผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นในปีนี้

ตลาดทอง-ร้านทอง-ทองคำแท่ง-gold-ลงทุนทองตลาดทอง-ร้านทอง-ราคาทอง-gold-ลงทุนทองตลาดทอง-ราคาทอง-gold-ลงทุนทอง

โหวตให้กำลังใจเว็บ

ราคาทองคำพุ่งขึ้นเหนือ $1,500.00 ตอนนี้มีผลตอบแทนที่ดีกว่าหุ้นในปีนี้

 

 

•เมื่อวันพุธที่ผ่านมาถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2556 ที่ทองคำมีการซื้อขายสูงกว่า$1,500.00ทำให้มีกำไรในปี 2019 มากกว่า 18% 
•ผลตอบแทนนั้นสูงกว่ากำไรของ S&P 500 ที่ 14.3% 
•ทองคำได้รับแรงหนุนจากความกังวลเศรษฐกิจทั่วโลกจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับจีนทวีความรุนแรงขึ้นในขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกปรับลดอัตราดอกเบี้ย

  ราคาทองคำเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่าหกปีในวันพุธเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกทำให้ทองคำกลายเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยแบบดั้งเดิมที่น่าสนใจกว่าสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆเช่นหุ้น นอกจากนี้ทองคำยังมีความต้องการมากขึ้นเนื่องจากจำนวนพันธบัตรที่ให้ผลลบติดลบยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

   นักลงทุนหันไปหาทองคำในเวลาที่ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ที่ผลตอบแทนติดลบเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีมูลค่าพันธบัตรมูลค่า 15 ล้านล้านดอลลาร์ที่มีอัตราติดลบ สิ่งนี้ทำให้ทองคำมีความน่าสนใจมากขึ้นเนื่องจากจะยังคงรักษามูลค่าไว้แม้ในยามที่เศรษฐกิจเติบโตช้าลง

  ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกเกิดขึ้นเนื่องจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนทวีความรุนแรงมากขึ้นโดยทางการจีนปล่อยให้สกุลเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกปรับลดอัตราดอกเบี้ย 

   ธนาคารกลางสามแห่งปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อวันพุธโดยธนาคารกลางทั้งสามอ้างถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ธนาคารกลางของอินเดียระบุว่าอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำและต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ธนาคารกลางของนิวซีแลนด์กล่าวว่าอัตราที่ลดลงนั้นเป็น "จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายการจ้างงานและเงินเฟ้อ" ธนาคารกลางไทยกล่าวว่าคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว

   นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยต่างๆทั่วโลกล้วนบ่งชี้ว่าราคาทองจะยังคงแข็งแกร่งในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า
"สถานการณ์ของโลกกำลังตกอยู่ในภาวะล่อแหลม ซึ่งทองก็ได้อานิสงส์จากปัจจัยดังกล่าว โดยขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาลง, ดอลลาร์อ่อนค่า, มีความขัดแย้งทางการค้า รวมทั้งเกิดความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย"

  ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆกำลังผลักดันราคาทองให้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี และทำให้นักลงทุนปรับพอร์ทโดยใช้กลยุทธ์หันเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะใกล้ ส่งผลให้กองทุนต่างๆหันเข้าซื้อทองคำ

  ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ที่ปรับตัวโดดเด่นกว่าโลหะมีค่าประเภทอื่น เช่น โลหะเงิน หรือพลาตินั่ม เนื่องจากทองอยู่ในสถานะสินทรัพย์ที่ใช้ประกันความเสี่ยง

  นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยังคงยืดเยื้อต่อไป และไม่มีแนวโน้มที่ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า

"ข่าวที่ออกมานับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีต่อสินค้าจีนเพิ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ได้บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนต่างมีจุดยืนที่แข็งกร้าว และเราไม่คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า" นายแจน แฮตซิอุซ หัวหน้านักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ระบุในรายงาน

"ก่อนหน้านี้เราคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์หวังบรรลุข้อตกลงเพื่อทำให้เขามีความได้เปรียบในการเลือกตั้งปีหน้า แต่ตอนนี้เราไม่คาดว่าเขามีมุมมองเช่นนี้" รายงานระบุ

โกลด์แมน แซคส์ยังระบุว่า การที่จีนสั่งระงับการซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐ และตัดสินใจปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ ถือเป็นการตอบโต้ต่อคำขู่เรียกเก็บภาษีครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีทรัมป์

โกลด์แมน แซคส์เปิดเผยว่า มีรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนมีท่าทีแข็งกร้าวในการเจรจา และหวังรอจนกว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเสร็จสิ้นในปีหน้า ก่อนที่จะทำการคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า สิ่งนี้จึงทำให้สหรัฐและจีนไม่มีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าในเร็วๆนี้

  ทั้งนี้ การทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีอีก 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน ขณะที่จีนก็ได้ตอบโต้ด้วยการปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ แตะระดับต่ำสุดในรอบ 11 ปี และรัฐบาลจีนยังได้สั่งให้บริษัทของรัฐระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ

   หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ตัดสินใจทำสงครามการค้ากับจีน ไดยไม่ได้สนใจต่อเสียงทักท้วงของที่ปรึกษาในทำเนียบขาว

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนได้เริ่มทวีความตึงเครียดในปีที่แล้ว แต่เหตุการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทำให้นักลงทุน และที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์มองว่าความกลัวในกรณีเลวร้ายที่สุดกำลังจะเป็นจริง ซึ่งก็คือสหรัฐและจีนจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลง และจะเป็นเช่นนี้ต่อไป จนกว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะได้ข้อตกลงที่เขาพึงพอใจ

นายแลร์รี่ คุดโลว์ หัวหน้าที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อกรณีที่ว่า เขาและที่ปรึกษาคนอื่นๆไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดีทรัมป์ในการทำสงครามการค้ากับจีน

ทางด้าน Politico ซึ่งเป็นสื่อสหรัฐที่เน้นเจาะข่าวการเมือง รายงานว่า บรรดาที่ปรึกษากำลังโน้มน้าวปธน.ทรัมป์ให้พุ่งความสนใจไปที่การทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง แม้จะต้องแลกมาด้วยการยอมอ่อนข้อให้จีนในเรื่องการทำสงครามการค้า และลดการวิพากษ์วิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)

ทางด้านเทคนิค : ตอนนี้จะมีแนวต้านทางเทคนิคอยู่ที่$1,510.00 เป็นแนวต้านแรกซึ่งหากราคาสามารถปีนผ่านขึ้นไปได้จะเปิดทางให้ราคาขึ้นไปทดสอบแนวต้านต่อไปที่$1,530.00 และ$1,555.00 ตามลำดับ ในทางตรงกันข้ามในชาลง $1490.00 จะทำหน้าที่เป็นแนวรับแรก ตามด้วย $1,477.00 และ $1,454.00 ตามลำดับ

Cr.ค้างคาว เหลา เรื่องทอง

 

ตลาดทอง-ร้านทอง-ทองคำแท่ง-gold

 ตลาดทอง-ร้านทอง-ทองคำแท่ง-gold
 ตลาดทอง-ร้านทอง-ราคาทอง-gold 
 ตลาดทอง-ราคาทอง-gold 
 ตลาดทอง-ราคาทอง-gold

ขอขอบคุณ

พันธมิตรหลัก

www.krungton-furniture.com

AyothayaHotel.com

www.thaimitr.com

www.naresuan.com

ล็อกอิน

www.thaimith.com