TARADTHONG.COM
กันยายน 24, 2020, 09:53:30 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประธานเวิลด์แบงก์เร่ง‘จีน’เปลี่ยน‘โมเดลเติบโต’ลดเน้น‘ส่งออก’  (อ่าน 3263 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
น่ารักสุดๆ
Administrator
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 2330
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1658



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: กันยายน 06, 2011, 06:35:59 AM »

ประธานเวิลด์แบงก์เร่ง‘จีน’เปลี่ยน‘โมเดลเติบโต’ลดเน้น‘ส่งออก’

เอเอฟพี - ประธานธนาคารโลก รอเบิร์ต เซลลิก กล่าวในวันจันทร์(5) เรียกร้องให้จีนดำเนินการปรับสมดุลเศรษฐกิจของตนเสียใหม่จากที่เคยมุ่งอาศัยการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อน โดยหันมาเน้นอุปสงค์ภายในประเทศให้มากขึ้น ขณะเดียวกันเขาก็เห็นด้วยว่าการสยบอัตราเงินเฟ้อที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยังคงเป็นปัญหาท้าทายที่สำคัญที่สุดในเฉพาะหน้านี้ของแดนมังกร
       
       ในการแถลงต่อผู้สื่อข่าวที่กรุงปักกิ่งตอนช่วงท้ายของการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 5 วันของเขา ประธานเวิลด์แบงก์ชาวอเมริกันผู้นี้บอกว่า เขามองไม่เห็นว่าจีนจะยังคงพึ่งพาอาศัยการส่งออกและการลงทุนเป็นตัวนำขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปอีกได้อย่างไรในช่วงระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า
       
       เซลลิกกล่าวต่อไปว่า ยิ่งถ้าพวกประเทศพัฒนาแล้วรายใหญ่ๆ ประสบความลำบากในการฟื้นฟูให้เศรษฐกิจของพวกตนเจริญเติบโตขึ้นมาใหม่ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเห็นชัดเจนขึ้นอีกว่าจีนจำเป็นที่จะต้องหันมาปรับสมดุลเศรษฐกิจของตนเองเสียใหม่ ด้วยการพึ่งพาอุปสงค์ภายในประเทศให้มากขึ้น และกระตุ้นการบริโภคในประเทศให้สูงขึ้น
       
       เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้จัดชั้นจีนเสียใหม่โดยยกระดับให้อยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง และเซลลิกระบุว่าพวกประเทศที่อยู่ในกลุ่มนี้ จำเป็นที่จะต้องก้าวออกมาจากโมเดลการเจริญเติบโตที่พวกเขาเคยพึ่งพาอาศัยเมื่อตอนที่ยังมีฐานะยากจนอยู่
       
       เกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อนั้น เซลลิกเห็นด้วยกับพวกผู้นำจีนที่มองว่า ยังถือเป็นปัญหาท้าทายอันใหญ่โตที่สุดของจีนในช่วงระยะสั้น แต่เขาก็เห็นว่ามาตรการต่างๆ ที่แดนมังกรนำมาใช้เพื่อสกัดระดับราคาไม่ให้พุ่งต่อไปนั้น ดูจะได้ผลดี
       
       ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อของจีนในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ระดับ 6.5% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 3 ปี สำหรับข้อมูลตัวเลขของเดือนสิงหาคมมีกำหนดประกาศออกมาในวันศุกร์(9) นี้ โดยที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า น่าจะลดต่ำลงมาแล้ว
       
       มาตรการต่อสู้กับเงินเฟ้อของแดนมังกร มีทั้งการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5 ครั้งนับแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา รวมทั้งยังออกกฎเกณฑ์เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยกู้หลายๆ ระลอกในปีนี้ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้สินเชื่อถูกปล่อยออกมาท่วมท้นเศรษฐกิจ
       
       นอกจากนั้น จีนยังยินยอมให้เงินหยวนแข็งค่าด้วยฝีก้าวที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในระยะไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อช่วยสยบอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากการนำเข้า
       
       เซลลิกบอกว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกๆ ประเทศ ไม่เพียงเฉพาะจีนเท่านั้น ควรที่จะทบทวนโมเดลการเจริญเติบโตของตนเองเสียใหม่ ขณะที่รายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯที่แถลงในวันศุกร์(2)ที่แล้ว กำลังทำให้เกิดความหวาดผวาเพิ่มขึ้นอีกว่า เศรษฐกิจอเมริกันซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่โตเป็นอันดับหนึ่งของโลก กำลังก้าวเดินเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกคำรบหนึ่ง
       
       “ผมเชื่อว่าในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้จะเป็นช่วงเวลาที่อ่อนไหวมากสำหรับพวกประเทศพัฒนาแล้วรายใหญ่ๆ หลายประเทศทีเดียว” ประธานเวิลด์แบงก์กล่าว ซึ่งเป็นการตอกย้ำคำเตือนในคำปราศรัยเมื่อวันเสาร์(3)ของเขาที่ว่า เศรษฐกิจโลกกำลังบ่ายหน้าเข้าสู่ “พื้นที่อันตราย” ครั้งใหม่
       
       เซลลิกยังเตือนด้วยว่า พวกธนาคารในยุโรปจะต้องถูกบีบคั้นหนัก ถ้าหากรัฐบาลในยุโรปไม่สามารถทำให้นักลงทุนกลับมั่นใจขึ้นมาใหม่ว่า พันธบัตรตราสารหนี้ของภาครัฐในยุโรปนั้นมีความปลอดภัย
       
       “ถ้ามูลค่าของพวกตราสารหนี้ภาครัฐในยุโรปเข้มแข็งมากขึ้น ธนาคารทั้งหลาย (ในยุโรป) ก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย แต่ถ้ารัฐบาลเหล่านี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขจัดการกับประเด็นปัญหาเรื่องตราสารหนี้ภาครัฐได้แล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเป็นการเพิ่มความตึงเครียดให้แก่ธนาคารทั้งหลาย” เซลลิกเตือน

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!