TARADTHONG.COM
ตุลาคม 24, 2020, 07:13:19 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอบปัญหาคาใจ "ซื้อทองที่ไหนต้องขายที่นั่น" จริงหรือ?  (อ่าน 1649 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Ausiris
Hero Member
*****

คะแนนความนิยม: 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 654


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: สิงหาคม 30, 2016, 01:53:35 PM »



   ผมคิดอยู่นานว่าจะโพสเรื่องนี้ในบอร์ด .taradthong.com ดีไม๊ รู้สึกเหมือนจะเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนยังใงยั่งงั้นเลยครับ แต่คิดแล้วว่าที่นี่เป็นชุมชนที่มีผู้คนเข้ามาหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์อยู่มากมาย และมีผู้รู้จริง ตัวจริงเสียงจริง ที่จะเข้ามาช่วยให้ความกระจ่าง เติมเต็มเรื่องราวให้ผู้อ่านได้ความรู้จากหลายๆ มุมมอง เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านมากกว่าที่ผมจะพูดอยู่คนเดียวครับ  

ตอบปัญหาคาใจ "ซื้อทองที่ไหนต้องขายที่นั่น" จริงหรือ?
    หลายคนที่ตัดสินใจว่าจะซื้อทอง นอกจากจะมีคำถามว่า “ซื้อทองที่ไหนดี” แล้วยังกังวลว่าหากอยากจะขายทองขึ้นมาจะ “ขายที่ไหนได้” จะขายยากไม๊ สามารถนำไปขายที่ร้านทองร้านไหนก็ได้หรือเปล่า ร้านทองทั่วไปจะรับซื้อทองที่มีอยู่ไม๊ หรือซื้อมาจากร้านไหนก็ต้องไปขายคืนที่ร้านนั้นเท่านั้น

    ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าธุรกิจร้านทองมีทั้งข้อเหมือนและข้อต่างจากธุรกิจการค้าทั่วๆ ไปอยู่สองประเด็นดังนี้ครับ
ข้อที่เหมือนๆ กับธุรกิจการค้าทั่วไปก็คือมีร้าน “ค้าส่ง” และร้าน “ค้าปลีก” เหมือนกัน ซึ่งร้านค้าปลีกแต่ละร้านก็จะมีดีลกับร้านค้าส่งที่ค้าขายกันอยู่เป็นประจำ  ร้านทองทั่วไปที่เราพบเห็นกันนั้น(ถ้าไม่ใช่ที่เยาวราชหรือบ้านหม้อนะครับ) ส่วนมากจะเป็นร้านค้าปลีก ที่ขายทองและรับซื้อทองคืนจากลูกค้าทั่วไป การเดินเข้าไปซื้อทองจากร้านทองซักร้านหนึ่งอาจจะมีทองคำหลากหลายยี่ห้อให้เลือก(ยกเว้นว่าร้านนั้นจะเป็นผู้ผลิตและผู้ค้าส่งมาขายปลีกเองด้วย ก็จะขายทองเฉพาะยี่ห้อของตัวเองครับ)

ส่วนร้านค้าส่งนั้นจะเป็นผู้ผลิตทองและขายส่งให้กับร้านทองค้าปลีกอีกทอดหนึ่ง

    ข้อที่ร้านทองค่อนข้างต่างกับธุรกิจการค้าอื่นๆ ก็คือ ร้านทองจะต้องมีการ “รับซื้อคืน” ทองจากลูกค้าอยู่เป็นประจำ และต้องนำทองที่ซื้อคืนกลับมาจากลูกค้านั้น ไปขายคืนให้กับร้านค้าส่งอีกทีหนึ่ง ซึ่งประเด็นนี้เองที่ทำให้บางร้านอาจรับซื้อคืนในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่สมาคมค้าทองประกาศประกาศ แต่ก็ไม่ใช่ด้วยเหตุผลว่าทองคำที่เรานำไปขายคืนนั้นเป็นทองปลอมหรือทองไม่มีคุณภาพนะครับ ถ้าถามว่าร้านทองเล็กๆ ใกล้ๆ บ้านเราจะมีทองคำที่มีคุณภาพเท่าเทียมกับร้านทองใหญ่ๆ ตามเยาวราชไหม คำตอบก็คือคุณภาพทองไม่แตกต่างกันเลย เพราะร้านทองค้าปลีกก็ซื้อทองมาจากร้านค้าส่งตามเยาวราชหรือบ้านหม้อนั่นเองครับ

    จริงๆ แล้วเหตุผลก็คือร้านทองที่ค้าปลีกนั้นมีต้นทุนในการบริหารจัดการการขนส่ง การเดินทาง การประกันภัยการขนส่ง การประกันภัยสินค้าในสต้อค และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ต้องมีการหักราคารับซื้อทองเพื่อไปชดเชยต้นทุนตรงส่วนนี้

    แต่ก็มีบางร้านที่มีดีลกับร้านค้าส่งอยู่หลายเจ้า มีปริมาณทองคำที่รับซื้อขายกับลูกค้ารายย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก จนสามารถดีลราคาขายคืนและจัดการเรื่องส่งมอบกับร้านค้าส่งแล้วได้ต้นทุนที่บริหารได้ลงตัว ก็จะสามารถรับซื้อคืนทองจากลูกค้าได้หลากหลายยี่ห้อ และรับซื้อคืนด้วยราคาตามที่ประกาศหน้าร้านและเท่ากันกับทองยี่ห้อของตัวเองได้ครับ
ดังนั้น หากจะตอบคำถามที่ว่า ซื้อทองที่ไหนต้องขายทองคืนที่นั่นใช่หรือไม่ ก็จะขอตอบว่าถ้าทำได้แบบนั้นโดยไม่มีต้นทุนค่าเดินทางมากนักก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ แต่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเสมอไป หากไม่สะดวกจะไปที่ร้านเดิมจริงๆ ก็อาจไปขายคืนที่ร้านอื่นได้ ส่วนเรื่องราคาจะได้ราคารับซื้อคืนเท่ากับราคากลางหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับทางร้านตามเหตุผลที่ได้กล่าวไป หากไม่ได้ราคากลางหรือไม่ได้เท่าทองยี่ห้อของเขา ก็ลองเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายอื่นๆ และเวลาที่ต้องเสียไปหากเราต้องเดินทางไปขายคืนที่ร้านเจ้าของยี่ห้อทอง ว่ามีค่าใช้จ่ายสูงหรือต่ำกว่าราคาที่ถูกหักไปหรือไม่ครับ

ดังนั้นในการเลือกว่าจะซื้อทองที่ไหน อย่างไร ผมขอแนะนำดังนี้ครับ
1.เลือกร้านใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน หรือที่ที่เราอยู่ประจำ เดินทางสะดวก ไม่เสียเวลา ไม่เสียค่าเดินทางมากนัก
2.เมื่อไปที่ร้านทองแล้วให้สังเกตว่าที่ถาดใส่ทองที่โชว์อยู่ในร้าน แต่ละถาดมีฉลากบอกรายละเอียดน้ำหนักทอง เปอร์เซ็นทอง ค่าแรง ชนิดสินค้า ระบุไว้อย่างชัดเจนหรือไม่
3.ตอนขอดูทองก็ดูว่าที่แท่งทองหรือชิ้นงานทองนั้นมีระบุน้ำหนัก และเปอร์เซ็นทองชัดเจน ถูกต้องตรงตามที่ระบุไว้ที่ถาดหรือไม่ (ถ้าเป็นทองแท่งก็จะระบุไว้ที่หน้าแท่งเลย แต่ถ้าเป็นทองรูปพรรณ อย่างสร้อยคอ สร้อยข้อมือก็มักจะระบุไว้ที่ตะขอ หรือช่วงที่เชื่อมต่อกับห่วงเกี่ยวขอ ถ้าเป็นแหวนจะระบุไว้ด้านในของวงแหวนครับ)
4.ถ้าคนขายดูใจดี หน้าตาไม่โหดมาก ลองถามเขาดูก็ได้ครับว่าทองที่เราหยิบมาดูนั้นคือทองยี่ห้ออะไรครับ

เรื่องราวเกี่ยวกับทองคำยังรอให้คุณค้นพบอีกมากมายที่นี่ครับ http://goo.gl/DZEV99

วันหลังผมจะมาชวนคุยเรื่องการเลือกซื้อทองรูปพรรณให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละท่าน ดีไหมครับ มิตรรักแฟนเพลงที่รัก

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!