TARADTHONG.COM
มีนาคม 26, 2019, 01:34:23 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โสดแสนสุข บนกองเงินกองทอง  (อ่าน 10235 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
webmaster
Administrator
Full Member
*****

คะแนนความนิยม: 21
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 143



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: สิงหาคม 22, 2010, 09:21:39 AM »

โสดแสนสุข บนกองเงินกองทอง

จะเรียกว่าเป็นเทรนด์การใช้ชีวิตที่กำลังมาแรงเลยทีเดียว สำหรับคนสมัยนี้ ที่หันมานิยม "การครองโสด" กันมากขึ้น


บางคนอาจจะตั้งใจโสด บางคนพยายามไม่โสด แต่จำเป็นต้องโสด บางคนโสดเพราะสิ่งแวดล้อม หรือบางคนบอกว่าฉันเลือกเกิดมาที่จะใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในคนจำพวกไหนก็ตาม  ขอให้รู้ไว้ว่า  จะโสดหรือไม่โสด คุณก็จำเป็นต้องวางแผนการเงิน

คุณอาจจะคิดว่าโสดสิดี ไม่มีภาระ ไม่มีภาระเรื่องลูกเต้า ไม่ต้องแชร์เรื่องเงินๆ ทองๆ กับใคร แต่บางคนบอกว่า ยิ่งโสด ยิ่งต้องวางแผนการเงิน เพราะบั้นปลายชีวิตคุณต้องใช้ชีวิตอย่างเดียวดายไม่มีใครดูแล

เอาเป็นว่า  ลองมาฟังเสียง"คนโสด"เหล่านี้ดู  ว่าเขาวางแผนชีวิต และวางแผนการเงินกันอย่างไร  Fundamentals ฉบับนี้ ไปรวบรวมคนโสดและจับมาเปลือยแผนการเงินว่า ถ้าคิดจะโสด ทำยังจะได้โสดอย่างแสนสุข

****
Oไม่ว่าสถานภาพไหนก็ต้องวางแผนการเงิน
 "ดร.สินีนาถ ไพสิฏฐานันท์" บอกว่า  ไม่อยากให้คำว่า โสด หรือ ไม่โสด มาตีกรอบ แผนการลงทุน เนื่องจากไม่ว่า โสด หรือ ไม่โสด สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ คำว่า “ภาระ” หรือ “เงื่อนไขชีวิต” บางคนโสดภาระในการดูแลรับผิดชอบครอบครัวมากกว่าไม่โสดก็มี บางคนไม่โสดแต่ภาระน้อยเป็นครอบครัวเล็กๆ มีความสุขก็มี บางคนโสดมีความสุข มีคนดูแลก็มี บางคนไม่โสดแต่ไม่มีลูกหลานดูแลเลยก็มี เงื่อนไขชีวิตมีหลากหลายมากมายไม่มีสูตรสำเร็จ จึงสรุปไม่ได้ว่า โสดหรือไม่โสด ใครต้องเตรียมตัวมากกว่ากัน

แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดหลักการของการวางแผนการเงิน มีหลักเดียว คือ 1. การตั้งเป้าหมายทางการเงิน ซึ่งจะต้องชัดเจนว่าเป็นอย่างไร อยากบวชตอนแก่ อยากเที่ยวรอบโลกตอนเกษียณ ซึ่งเป้าหมายจะแตกต่างกัน แผนการเงินก็แตกต่างกัน  2. การศึกษาถึงสไตล์การลงทุนของตัวเอง ว่าชอบการลงทุนแบบไหน ให้ชัดเจน รับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ตรงนี้คงต้องมองถึงสายป่านของตนเองและภาระที่มีอยู่ ให้รอบคอบ 3.จัดสรรเงิน ที่แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ การออม การลงทุน และค่าใช้จ่าย สัดส่วนขึ้นอยู่กับภาระและเงื่อนไขของแต่ละคน 4.การให้เวลาศึกษากับแผนการเงินของตนเอง นั่นคือการทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ

เธอบอกว่า ทุกวันนี้ชีวิตมีความสุขและมีเป้าหมายทางการเงินชัดเจน คือ เงินออมและเงินลงทุนหลังหักค่าใช้จ่าย จะต้องไม่ขาดทุนค่าเงิน คือต้องมากกว่าเงินเฟ้อเสมอ และกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้วยังกำไรอยู่ เป้าหมายสุดๆ คือ หลังเกษียณมีเงินใช้ไม่ขาด ส่วนเรื่องสไตล์การลงทุนก็แน่นอน คือเป็นนักลงทุน 100% ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งเป็นการลงทุนที่ชอบ เพราะต้องศึกษาธุรกิจของบริษัทนั้นๆ จริงๆ ได้เรียนรู้ สนุกดี ลงทุนก็ได้กำไรดี การจัดสรรเงิน สำหรับเงิน 100 บาท (หลังหักภาษี) ใช้ 15 บาท ลงทุน 80 บาท และ 5 บาท กันเพื่อสุขภาพและค่ารักษาพยาบาล

" สำหรับเงินลงทุน 80 บาท ส่วนตัวก็ลงทุนหุ้นและกองทุน LTF หมด ส่วน 5 บาท เพื่อสุขภาพก็ซื้อประกันสุขภาพไว้ก็จะเป็นประโยชน์ในบั้นปลายสำหรับค่ารักษาพยาบาลหรือเก็บเงินไว้ใน Defensive Stock จริงๆ แบบ Dividend Yield สูงในระยะยาว เมื่อได้กำไรแล้วก็ต้องพยายามจัดสรรเงินกำไรบางส่วนไปซื้อของให้รางวัลกับชีวิตบ้าง ซื้อที่ดิน บ้าน และทองเก็บไว้เป็นมรดกบ้าง ที่สำคัญต้องติดตามข่าวสารและทบทวนพอร์ตอย่างสม่ำเสมอ"

Oโสดอย่างสนุกสุขบนกองเงินกองทอง
 "อัจฉรา โยมสินธุ์"อาจารย์ภาควิชาการเงิน คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เล่าว่าได้วางแผนว่าจะเป็นโสดตอนอายุ 32 คือ ตั้งใจ (ตัดใจ) ไปเลยว่าจะเป็นโสดจะได้ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องรีๆ รอๆ พอมีคำตอบที่ชัดเจน การวางแผนชีวิตและวางแผนการเงินมันก็เป็นไปโดยอัตโนมัติ คือ เมื่อมีเป้าหมายที่จะดูแลตัวเองทำให้การตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว

"อย่างเช่น การซื้อบ้าน ก็หาบ้านในสภาพแวดล้อมที่จะเอื้ออำนวยต่อวิถีชีวิต ทั้งในวันนี้และในบั้นปลาย  พอเรื่องบ้านลงตัวเรื่องอื่นๆ ก็จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น คือ การจัดการชีวิต มันง่ายขึ้น หลังจากที่ตั้งใจจะเป็นโสด"

สำหรับแผนการเงินในปัจจุบัน  ให้ความสำคัญกับการทั้งปัจจุบันและอนาคต คือ เงินประมาณเกือบ  40% ของรายได้จะถูกจัดสรรไว้เพื่อใช้ในวัยเกษียณในหลายรูปแบบทั้งเงินฝาก ประกันชีวิต กองทุน พันธบัตรและก็หุ้น ส่วนอีก 55% ก็เพื่อใช้จ่ายในปัจจุบัน  สำหรับเงินอีกส่วนหนึ่งประมาณ 5% ก็จะใช้ทำบุญและให้ทุนการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสซึ่งจะตัดบัญชีทุกเดือน

เธอบอกว่าข้อดีของการเป็นโสดก็คือ มีเวลาสำหรับตัวเองเต็มที่ ไม่มีห่วงให้ต้องกังวล ไม่ต้องแบ่งเวลาไว้สำหรับลูกและสามี เราจึงมีเวลาเตรียมใจ เตรียมตัวและเตรียมสตางค์อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน เวลาที่มีมากมายถ้าไม่จัดสรรให้ดี ก็อาจสร้างปัญหา สร้างความฟุ้งซ่าน ความสับสน ความวิตกกังวลได้ไม่น้อยเหมือนกัน ดังนั้น การจะ “โสดอย่างมีคุณภาพ” จะสร้างเฉพาะความมั่งคั่งทางการเงินไม่ได้ ต้องสร้างความมั่นคงทางร่างกายและอารมณ์ด้วย

หากเปรียบเทียบภาระทางการเงินกับคนมีครอบครัว มีลูกต้องดูแล คิดว่าคนโสดโชคดีในแง่ที่ภาระทางการเงินจะน้อยกว่า แต่เราก็ไม่มี Second income มาช่วยแชร์ค่าใช้จ่ายเหมือนกัน ถ้าใช้ชีวิตอิสระ เพลิดเพลิน จนลืมวางแผนการเงินก็จะมีปัญหาได้ในอนาคต คนโสดต้องมีวินัยทางการเงินมากกว่าคนมีครอบครัว ไม่อย่างนั้นจะใช้เงินเพลินจนลืมเก็บออม ทางออกก็คือต้องหาตัวช่วยที่จะบังคับให้มีวินัยในการออม อย่างเช่น ทำประกันชีวิตหรือใช้บริการของกองทุนรวมที่หักเงินเดือนไปลงทุนทุกเดือน รวมทั้งต้องสร้างวินัยในการใช้จ่าย


 สำหรับแผนการเงินในวัยเกษียณ คิดว่าจะเริ่มทำประกันสุขภาพให้มากขึ้นเรื่อยๆ ตามวัย ส่วนประกันชีวิตที่ทำไว้แล้วคิดว่าเพียงพอแล้ว คงไม่ทำเพิ่ม เพราะไม่มีลูกหลาน ไม่มีผู้อยู่ในอุปการะให้ต้องเป็นห่วง ก็ไม่จำเป็นต้องทำประกันชีวิตมากเกินไป แต่จะเพิ่มการทำประกันภัย ประกันสุขภาพที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยการขาดรายได้ในมากขึ้น
 "เคยคิดไว้ว่าเมื่อเกษียณจากการทำงานแล้วน่าจะต้องมีเงินไว้สำหรับใช้จ่ายประมาณ 60% ของเงินเดือนเดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ คิดว่าคงจะใช้จ่ายน้อยลง การไม่มี “สามีของเรา” “ลูกของเรา” น่าจะช่วยลดการสร้างกรรมลงได้บ้าง ความคล่องตัวในการปฏิบัติธรรมก็น่าจะมากขึ้น  คิดว่าการจะทำชีวิตให้ เป็นโสดอย่างสนุก เป็นสุขบนกองเงิน คงไม่ไกลเกินเอื้อม"
 Oคนโสดภาระเบากว่าคนมีครอบครัว
 "มหพล จินดาขันธ์" Head of Planning and Evaluation ธนาคารธนชาต  หนุ่มโสดวัย 35 ปีบอกว่า  ตั้งแต่อายุเริ่มขึ้น 30 ก็เริ่มปรับนิสัยการใช้เงินอย่างชัดเจน โดยเอาเป้าหมายการออมเป็นที่ตั้งจากนั้นส่วนที่เหลือค่อยนำไปใช้จ่ายซึ่งเมื่อก่อนใช้จ่ายก่อนเหลือเท่าไหร่ค่อยออม โดยตั้งเป้าการออมไว้ที่ 25% ของรายได้ ส่วนเรื่องของการลงทุนส่วนใหญ่จะซื้อประกันแบบเงินออมประมาณ 2-3 ปีครั้ง

ซึ่งหากต้องใช้ชีวิตในบั้นปลายโดยลำพัง เขาคิดว่าในแง่การเตรียมตัวของคนโสดกับคนที่มีครอบครัว  ไม่น่าต่างกัน เพราะหากเผลอมีครอบครัวขึ้นมาเราก็คงต้องบริหารเงินของเราให้เพียงพอจนวันสุดท้าย เพราะจะไปหวังพึ่งลูกคงลำบาก แต่ข้อดีของการใช้ชีวิตโสด อาจจะมีภาระเบากว่าเพราะไม่ต้องเตรียมเรื่องการศึกษาให้ลูกๆ แต่เรื่องการดูแลตัวเอง การเตรียมเงินออม เพื่อการใช้จ่ายในช่วงสูงวัย คงไม่ต่างกัน

"ในช่วงโค้งสุดท้ายของชีวิต วางอนาคตคร่าวๆ เอาไว้เหมือนกัน ด้วยการซื้อประกัน  นอกจากจะมีประกันชีวิตที่คุ้มครองชีวิตและค่ารักษาพยาบาล แล้วยังแถมมีเงินปันผลด้วย ซึ่งข้อดีของประกันประเภทนี้ก็คือนำไปลดหย่อนภาษีได้ ผมยังซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติมไว้อีกด้วย ทั้งที่ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่อุ่นใจ  วงเงินรักษาพยาบาลสูงหน่อย เบี้ยไม่ถูกไม่แพง แต่ที่สำคัญคือสบายใจ  ไม่ต้องรบกวนใครยามป่วยไข้ โดยสรุปผมคิดว่า ใช้ชีวิตคนเดียวก็คล่องตัวดี  ไม่ต้องคิดถึงคนอื่นให้มากนัก ที่สำคัญอิสระ  "

Oยิ่งโสดยิ่งต้องเร่งมือออม
 "ภูวดล ภูมิถาวร "หนุ่มโสดอีกคนหนึ่งที่ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว   เขาพูดถึงเรื่องการบริหารการเงินในสภาวะปัจจุบัน ในฐานะที่ยังครองโสดอยู่ และคิดว่าคงเป็นโสดต่อไป   ว่าเริ่มมีความความคิดที่จะอยาก"ออมเงิน" มากขึ้นเพราะอายุเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับไม่ได้ทำงานประจำ จึงต้องวางแผนการออมมาก เพราะว่าเราไม่ได้เงินเดือนเท่ากันทุกๆ เดือนเหมือนพนักงานบริษัท ตอนนี้ได้ประกอบกิจการส่วนตัวด้านธุรกิจเสื้อผ้าส่ง-ปลีก ในเดือนๆ หนึ่งจะพยายามแบ่งสรรเงินเป็นส่วนๆ ไป เช่น  นำยอดขายในแต่ละวันมาออมไว้สำหรับเป็นต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และ เป็นเงินหมุนทั่วๆ ไป   อีกส่วนหนึ่งจะนำมาออมสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวทั่วไปเช่นค่าบัตรเครดิต, ค่าประกันสุขภาพ, ค่าชอปปิง ฯลฯ   ซึ่งลักษณะของการออมจะนำเงินสดที่ได้มาในแต่ละวัน และในแต่ละร้านสาขาต่างๆ มาแบ่งเก็บในเซฟที่บ้าน และอีกส่วนหนึ่งจะฝากธนาคาร ซึ่งจะเป็นในลักษณะนี้ทุกวัน

 เขาบอกว่า  ถ้าต้องใช้ชีวิตในบั้นปลายโดยลำพัง ก็ควรที่จะมีการเตรียมพร้อมตัวเองในเรื่องการวางแผนและบริหารเงินในอนาคตไว้ให้เป็นอย่างดีเพราะโดยธรรมชาติของการชีวิตคู่ครองก็จะอาจจะมีบรรดาลูกหลานหรือคู่ครองช่วยดูแล แต่ในฐานะที่เป็นโสดนั้น  ก็อาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวอาจไม่มีใครมาดูแลหรือเลี้ยงดู จากจุดนี้เองจึงคิดว่าการเตรียมตัวให้กับตัวเองในอนาคตจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เช่นมีการทำโครงการออมทรัพย์กับธนาคารที่เราไว้ใจ และ กับบริษัทประกันที่มีบริการช่วยจัดสรรเงินให้กับเรา

"คิดว่ายิ่งโสดเราก็อาจจะต้องยิ่งเก็บออมให้มาก   เพราะว่าในอนาคตเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา ถึงแม้เราจะไม่ต้องมีภาระในการเลี้ยงดูลูกหลานในเรื่องการศึกษาหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ เราก็อาจจำต้องเก็บออมเงินไว้สักก้อนหนึ่งสำหรับซื้อบ้านสักหลัง,หรือว่าคอนโดมิเนียมเพื่อไว้เป็นที่พักกายพักใจในการครองชีวิตโสดได้อย่างสมบูรณ์แบบ "

ภูวดลบอกอีกว่า  โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าในอนาคตน่าจะใช้ชีวิตอยู่คนเดียว  จึงได้เริ่มวางแผนเรื่องการเงินโดยการซื้อกองทุนต่างๆ ไว้ และได้ซื้อประกันสะสมทรัพย์เพื่อชีวิตหลังชีวิตเกษียณไว้กับบริษัทประกันด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในเรื่องรักษาพยาบาลก็ได้ใช้บริการประกันสุขภาพของบริษัทประกันภัยที่สามารถครอบคลุมในเรื่องค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลจนถึงอายุประมาณ 60-70 ปี

"ส่วนในเรื่องของเงินในแต่ละเดือนที่คิดว่าน่าจะพอสำหรับการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพ อาจต้องมีเงินราว 15,000-25,000 บาท แต่ถ้าไปใช้ชีวิตโสดหลังอายุเกษียณที่ต่างจังหวัด ก็อาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากนัก 8,000-12,000 บาทก็อาจจะเพียงพอแล้ว  การใช้ชีวิตคนเดียว หรือการมีครอบครัว นั้นคิดว่าน่าจะมีทั้งข้อดีและข้อเสียต่างๆ กันไป การใช้ชีวิตเป็นคนโสดไม่ได้แต่งงานอาจมีความอิสระในการดำเนินชีวิต แต่ก็ต้องเลี้ยงดูตัวเองและเตรียมความพร้อมในสถานะทางการเงินให้มาก ในทางกลับกันสำหรับคนที่ตัดสินใจมีครอบครัวก็ต้องมีภาระทางด้านค่าใช้จ่ายที่สูงมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาของลูก, ค่าใช้จ่ายของบรรดาลูกและคู่ครอง แต่ก็จะค่อนข้างสบายในเรื่องของบั้นท้ายของชีวิต  เพราะก็จะมีลูก มีหลานมาดูแลเลี้ยงดูต่อไป "

Oโสดแบบไม่เครียด-มีสติ-มีสุข
 "ภารดี  เทศรัตนวงศ์" ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นพีอาร์สาวสวยที่เริ่มจากวางแผนเรื่องเกษียณอายุการทำงานก่อน โดยตั้งใจว่าจะเลิกทำงานเมื่ออายุ 50 ปี ทุกวันนี้รายได้หลักมาจากเงินเดือน ก็จะวางแผนการออมเงินโดยแบ่ง 20 % ของรายได้ทุกเดือนเป็นส่วนของเงินออม โดยจะกระจายฝากประจำที่ธนาคารเท่านั้น ฟังดูอาจจะเสียโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าจากการลงทุนผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น หรือกองทุนซึ่งมีออกมาหลากหลาย เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้จ่ายและความเสี่ยงที่แต่ละคนจะรับได้ แต่เธอมองเรื่องความมั่นคงและสภาพคล่องเป็นหลัก

" ไม่อยากให้ชีวิตต้องเครียดจากเรื่องการหาผลตอบแทนจากเงินออม ที่เราเหนื่อยสะสมมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเพื่อลงทุนระยะยาวหรือเพื่อเก็งกำไร เวลาที่คนเราได้เงินมาง่ายๆ ก็มักจะหมดไปกับสิ่งของฟุ่มเฟือย หรือก่อร่างสร้างหนี้ ซื้อคอนโดเก็งกำไร ทำให้ชีวิตมีภาระ เงินก็จะกลายมาเป็นสิ่งที่มีน้อยไม่ได้เพราะมันมีความเกินพอดีขึ้นมา มีภาระติดตัวเราไป แต่เมื่อเราวางแผนการใช้ชีวิตแบบพอเพียง โดยยึดจากรายได้ประจำเท่าที่เราได้รับ ใช้จ่ายตามสัดส่วนที่เราวางแผนไว้ จริงๆ เป็นคนใช้ชีวิตเต็มที่ในทุกเรื่อง ชอบกิน ชอบชอปปิง เอ็นเตอร์เทน ครบทุกเรื่อง เพียงแต่เราต้องรู้ลิมิตการใช้เงิน ไม่ใช้เกินที่กำหนดไว้ เมื่อไม่มีภาระหนี้สิน ไม่ฟุ้งเฟ้ออยากได้ของเกินตัว เราก็จะพบว่าไม่จำเป็นเลยที่จะต้องสร้างความเครียดให้ชีวิตจากการหาผลประโยชน์อะไรจากเงินของเรา"

ในฐานะคนเคยผ่านการซื้อหุ้น กำไรหุ้น ลงทุนทั้งกองทุนเปิดและปิดมาแล้ว  เธอบอกว่าคนซื้อหุ้น ถ้าหุ้นตกเครียดทุกคน ไม่ว่าจะต้องการลงทุนหุ้นพื้นฐานดี ถือยาว หรือเก็งกำไร ทุกวันนี้อยากทุ่มเทกับการทำงานในวันทำงาน ให้เต็มที่ และใช้เงินเพื่อความสุขที่พอเหมาะกับฐานะความเป็นอยู่ในวันว่างจากการทำงาน ถือคติว่ามีความสุขกับชีวิตที่พอเพียงดีกว่า

ภารดีบอกว่าการเป็นโสดมีข้อดีตรงที่สามารถวางแผนทางการเงินเพื่อตัวเองได้อย่างคล่องตัว โดยไม่ต้องคำนึงถึงภาระเรื่องของลูกหรือสามี สัดส่วนการเก็บออมก็เป็นไปตามหลักการคิดคำนวณของเราว่าหลังเกษียณอายุเราจะใช้จ่ายต่อเดือนประมาณเท่าไหร่ ที่เหลือจากเงินออมเราก็สามารถนำมาใช้เพื่อความสุขส่วนตัวได้เต็มที่  ส่วนจะเก็บออมมากกว่าคนที่มีครอบครัวหรือไม่ ข้อนี้เห็นว่าทุกคนไม่ว่าจะโสดหรือมีครอบครัวแล้ว ควรต้องออมเงินในสัดส่วนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน

"ตอนนี้เริ่มอายุมากขึ้น เรื่องสุขภาพเสื่อมถอยนี่มาคู่กันเลย โชคดีที่สวัสดิการด้านรักษาพยาบาลของบริษัทฯ จัดอยู่ในระดับดีมากๆ เวลาเจ็บป่วยก็สามารถเบิกได้ นอกจากนี้ก็จะซื้อประกันอุบัติเหตุและโรคร้ายเพิ่มเติม ส่วนหลังจากเกษียณอายุไปแล้ว ต้องจัดสรรเรื่องการใช้จ่ายให้เพียงพอ ภาระที่ต้องใช้เงินเยอะๆ เช่นเรื่องสร้างบ้านก็ให้เรียบร้อยไปก่อนที่จะเลิกทำงาน  เชื่อว่าถ้าเราใช้ชีวิตอย่างพอเพียง  เงินส่วนที่เราเก็บออมไว้ตั้งแต่เริ่มทำงานจนเกษียณก็จะช่วยให้เราดำรงชีวิตได้อย่างสบายๆ "

โดยสรุปคิดว่าการใช้ชีวิตคนเดียวให้อิสระกับการดำเนินชีวิต สามารถวางแผนเดินทางท่องเที่ยว ลงทุน หรือตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ช่วยให้เราเป็นคนที่เข้มแข็งเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาต่างๆ และรู้จักวางแผนการใช้ชีวิตเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเอง ส่วนตัวไม่เคยตั้งกฎเกณฑ์ในชีวิตเลยว่าต้องอยู่เป็นโสดหรือจะต้องแต่งงาน เพียงแค่ใช้ชีวิตแต่ละวันให้มีความสุขอย่างมีสติและอยู่ในความไม่ประมาทเท่านั้นเอง

Oใช้ชีวิตอย่างสมดุลก็โสดอย่างแสนสุขได้
 "รื่นฤดี ทวีผล"Business Director  ผู้อำนวยการด้านที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ บริษัท โอกิลวี่ พับลิค รีเรชั่นส์ เวิลด์วายด์ สาวโสดที่มีแผนการเงินรองรับชีวิตบั้นปลายเพียงลำพัง  เธอแจกแจง แผนการออม ว่าตอนนี้เก็บออมประมาณ 10% ของเงินเดือน  และนอกจากนี้ก็ออมผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย ในส่วนของการลงทุน ก็จะเน้นไปในเรื่องของการซื้อบ้าน หรือซื้อรถยนต์ ซื้อประกันสุขภาพ มากกว่า เพราะเป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตคนโสดอย่างเรามากกว่า

"ตอนนี้ก็อยากนำเงินไปลงทุน ในกองทุน  LTF และ  RTF  เคยมีเช็คสุขภาพทางการเงินกับ K We Plan ของกสิกรไทย เกี่ยวกับการวางแผนชีวิตหลังวัยเกษียณ และตัวเองก็เคยคำนวณดูเหมือนกัน ว่าหลังวัยเกษียณ เราจะต้องมีเงินเท่าไหร่ ปรากฏว่าตัวเลขที่ออกมาเป็นเงินประมาณ 10 กว่าล้านขึ้นไป พอฟังแล้วก็ตกใจ ว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร สำหรับชีวิตคนโสดที่กินเงินเดือนแบบนี้ ตอนแรกก็กลุ้มเหมือนกัน แต่ตอนนี้คิดว่าเดินสายกลางดีที่สุด  มีสติและมีการวางแผนการใช้ชีวิตอย่างสมดุลก็น่าจะช่วยให้เรามีความสุขได้"

รื่นฤดีบอกว่าหากต้องใช้ชีวิตในบั้นปลายโดยลำพัง ก็คงไม่ต้องเตรียมตัวมากกว่าคนที่มีครอบครัว  เพราะจริงๆ แล้วการมีชีวิตโสดเราคงไม่ต้องห่วงลูก หลาน ขอเพียงต้องดูแลรักษาสุขภาพให้ดี และสิ่งสำคัญเราคงต้องมีเงินเก็บพอสมควร

"แต่ถึงยังไงคนโสดต้องเก็บออมมากกว่า   เพราะว่าวัฏจักรของชีวิตคนโสด ไม่มีลูก หรือหลานที่จะรับช่วงเลี้ยงดูเรายามแก่  คนโสดจะมีความสุขมากตอนแรก แต่พอบั้นปลายชีวิตก็อาจจะเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะไม่มีใครคอยดูแล ซึ่งคนมีครอบครัวจะไม่สุขมากตอนแรก แต่จะสบายและอบอุ่นตอนแก่  เพราะฉะนั้นชีวิตคนโสดคงต้องมีสติ ในการวางแผนใช้ชีวิตอย่างรอบคอบว่าควรจะเดินสายกลางให้ชีวิตสมดุลมากน้อยแค่ไหนตามสไตล์ของตัวเอง  แต่คงไม่พ้นที่จะต้องสะสมสมบัติ เงินทอง  โชคดีที่ทำประกันสุขภาพไว้ 2 ฉบับ คือโรคร้ายต่างๆ และก็ค่ารักษาพยาบาล "

นี่เป็นแผนการเงินของเหล่าคนโสด ที่เมื่อนำของทุกคนมาจิ๊กซอว์แล้วก็ต้องว่า การวางแผนการเงินอย่างดี ทำให้โสดแสนสุขบนกองเงินกองทองเป็นเรื่องไม่ยาก

 
บันทึกการเข้า


   โรงแรมอโยธยา-ทองคำ-แห่ง-สยาม


smobtttem
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 28, 2014, 12:02:37 PM »

สุดยอดเลยคะ
บันทึกการเข้า
CDD
Newbie
*

คะแนนความนิยม: 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2015, 02:55:55 PM »

บทความยาว แต่ก็มีประโยชน์มากครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!