TARADTHONG.COM
เมษายน 05, 2020, 10:57:38 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ตลาดทองดอทคอม
 
  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

Copy Code


  แสดงกระทู้
หน้า: 1 2 3 [4]
46  สมาชิก VIP / General Discussion / เดือด! ศึกชิงมรดก คนกับสุนัข เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 01:06:24 PM
เดือด! ศึกชิงมรดก คนกับสุนัข

เราคงเคยได้ยินข่าวว่า คนรักสุนัขหลายคนที่ไม่มีลูกหลาน ได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดให้สุนัขของตัวเอง หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว แต่เรื่องต่อไปนี้ เป็นเรื่องของเศรษฐินีคนหนึ่งที่มีลูกชาย แต่กลับยกมรดกของตัวเองให้สุนัข จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต

            โดยเศรษฐินีผู้นี้ มีนามว่า เกล โพสเนอร์ วัย 67 ปี เธอเป็นทายาทนักธุรกิจที่รวยล้นฟ้าในสหรัฐอเมริกา แต่ได้เสียชีวิตไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก่อนที่ทนายความจะนัดหมายเปิดพินัยกรรมเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านี้

            แต่แล้วเมื่อถึงวันเปิดพินัยกรรม เบรต คารร์ ลูกชายคนเดียว ของนางเกล โพสเนอร์ ที่มาฟังการเปิดพินัยกรรมด้วย ก็ถึงกับช็อกสุดขีด เมื่อมารดาของเธอมอบเงินกองทุนการเงินมูลค่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 97 ล้านบาท รวมกับแมนชั่นสุดหรู 7 ห้องนอน ติดชายหาดไมอามี่ มูลค่าราว 8.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 265.6 ล้านบาท) ให้กับสุนัขชิวาวาตัวโปรด ทั้ง 3 ตัว ส่วนทรัพย์สินที่เหลือราว 17 ล้านเหรียญ (ประมาณ 550 ล้านบาท) คุณนายเกล โพสเนอร์ มอบให้บอดี้การ์ด และแม่บ้านของเธอ แถมยังให้อยู่แมนชั่นเดียวกับสุนัขโดยไม่ต้องเสียเงินสักแดง หากพวกเขาดูแลชิวาวาตัวโปรดเป็นอย่างดี ขนาดผู้ช่วยของนางโพสเนอร์ก็ยังส้มหล่นได้เงินกับเขาด้วย

            ขณะที่เบรต คารร์ ซึ่งเป็นนักสร้างภาพยนตร์ และเป็นลูกชายคนเดียวของนางโพสเนอร์ กลับได้เงินจิ๊บจ๊อยแค่ 25 ล้านกว่าบาท ทำเอานายเบรต คารร์ ถึงกับหัวเสียสุด ๆ และเชื่อว่า บรรดาแม่บ้านและผู้ที่ได้รับมรดกของแม่ ซึ่งจะกลายเป็นผู้ดูแลจัดการมรดกของสุนัขชิวาวา ต้องสมคบคิดวางยาให้แม่ของเขาเขียนพินัยกรรมอย่างนี้แน่นอน นายเบรต คารร์ จึงได้ฟ้องร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลสั่งให้พินัยกรรมของมารดาเป็นโมฆะ เนื่องจากมีการแก้พินัยกรรมฉบับนี้ โดยตัดชื่อของเขาออกไปจากพินัยกรรมเมื่อปี พ.ศ.2551

            โดยนายเบรต ระบุว่า แม่ของเขาติดยาแก้ปวด และถูกคนใกล้ตัวยุยงให้ใช้เงินจำนวนมากในการดูแลสุนัขเหล่านี้ ไม่ว่าจะพาสุนัขไปสปาทุกสัปดาห์ มีตู้เสื้อผ้าส่วนตัวให้สุนัข แถมยังมีเครื่องเพชรล้ำค่า ประโคมใส่ตัวสุนัขมากมายอีกต่างหาก โดยเฉพาะเจ้า "คอนชิต้า" สุนัขชิวาวาตัวโปรดของแม่ ที่มีปลอกคอเพชรจากคาร์เทียร์ มูลค่าเกือบ 500,000 บาทประดับคอเลยทีเดียว

            สอดคล้องกับนายบรู๊ซ คัตเซน ทนายความของนางเกล โพสเนอร์ ที่ระบุว่า นางเกล โพสเนอร์ ป่วยเป็นมะเร็ง และโรคอารมณ์สองขั้ว ดังนั้นเธอจึงสามารถถูกชักจูงได้ง่าย

            ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ศึกชิงมรดกระหว่าง "คน" กับ "สุนัข" ครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
47  สมาชิก VIP / General Discussion / เศรษฐีเงินล้านย่านเอเชีย-แปซิฟิก รวยแซงหน้าเพื่อนฝูงในยุโรปแล้ว เมื่อ: มิถุนายน 24, 2010, 12:06:28 PM
เศรษฐีเงินล้านย่านเอเชีย-แปซิฟิก รวยแซงหน้าเพื่อนฝูงในยุโรปแล้ว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

เอเอฟพี – เศรษฐีเงินล้านย่านเอเชีย-แปซิฟิก มีความมั่งคั่งโดยองค์รวม แซงหน้าเพื่อนฝูงในฝั่งยุโรปเป็นครั้งแรก โดยมีพวกเศรษฐีในจีนกับอินเดียนำโด่งเกินใคร ทั้งนี้ตามรายงาน “เวิล์ด เวลธ์ รีพอร์ต” ประจำปี 2009 ที่นำออกเผยแพร่วันพุธ (23)
       
       เวิล์ด เวลธ์ รีพอร์ต ที่จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัท เมอร์ริล ลินช์ กลอเบิล เวลธ์ แมเนจเมนท์ ร่วมกับบริษัท แคปเจมินี ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา เป็นผลการศึกษาบุคคลผู้มีความร่ำรวยสุทธิอยู่ในระดับสูง (high-net worth individuals หรือ HNWIs) อันหมายถึงบุคคลที่มีสินทรัพย์ที่จะนำไปลงทุนได้ในมูลค่าอย่างน้อยหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
       
       ในรายงานฉบับล่าสุดนี้ได้ระบุด้วยว่าในปี 2009 จำนวนผู้มีสินทรัพย์ลงทุนได้เกินล้านดอลลาร์ในโลกนี้ ได้กลับขึ้นมาแตะระดับ 10 ล้านราย หลังจากที่เกิดภาวะเศรษฐกิจหดตัวทั่วโลก โดยที่ส่วนมากยังคงกระจุกตัวหนาแน่นที่สุดในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเยอรมนี
       
       “ประชากรกลุ่มเอชเอ็นดับบลิวไอของเอเชีย-แปซิฟิก พุ่งขึ้นในอัตรา 25.8% ขึ้นมาเป็นจำนวน 3 ล้านราย จนสามารถตามทันกับประชากรกลุ่มเอชเอ็นดับบลิวไอของยุโรป หลังจากที่ในปี 2008 เคยร่วงลงในอัตรา 14.2%” รายงานเวิล์ด เวลธ์ รีพอร์ตฉบับล่าสุดระบุ
       
       ส่วนในแง่ของมูลค่าความร่ำรวย ประชากรกลุ่มเอชเอ็นดับบลิวไอของเอเชีย-แปซิฟิก ทำตัวเลขขยายตัวขึ้นเกือบหนึ่งในสาม แตะระดับ 9.7 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่าส่วนที่หดหายไปเมื่อปี 2008 พร้อมกับแซงหน้ามูลค่าความร่ำรวยของประชากรกลุ่มเอชเอ็นดับบลิวไอของยุโรป ซึ่งมีมูลค่ารวมอยู่ที่ระดับ 9.5 ล้านล้านดอลลาร์
       
       ในปี 2009 แปดในสิบของระบบเศรษฐกิจที่มีประชากรกลุ่มเอชเอ็นดับบลิวไอขยายตัวมากที่สุดนั้น เป็นพวกที่อยู่ในเอเชีย-แปซิฟิก และมีฮ่องกงนำโด่งโดยพุ่งขึ้นหนึ่งเท่าตัว หลังจากที่ตลาดหุ้นเติบโตมากถึง 73.5% ตามมาด้วยอินเดีย ไต้หวัน ออสเตรเลีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ตามลำดับ รายงานฉบับนี้แจกแจง
       
       ส่วนอีกสองระบบเศรษฐกิจที่ไม่ได้อยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกคือ อิสราเอล ซึ่งมีอัตราโตสูงสุดเป็นอันดับสาม กับนอร์เวย์ ซึ่งรั้งอันดับเก้า
       
       ด้าน อองเยงฟาง กรรมการผู้จัดการแห่งเมอร์ริล ลินช์ กลอเบิล เวลธ์ แมเนจเมนท์ ให้ความเห็นว่าจำนวนเศรษฐีเงินล้าน (ดอลลาร์สหรัฐฯ) ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก มีแนวโน้มจะพุ่งเพิ่มขึ้นอีก เพราะภูมิภาคนี้นำโด่งกว่าภูมิภาคอื่นในโลกในแง่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ
       
       นอกจากนั้น เวิลด์ เวลธ์ รีพอร์ต ระบุด้วยว่าความมั่งคั่งในปี 2009 สามารถเอาส่วนที่สูญเสียไปในปี 2008 คืนมาเกือบหมด และสินทรัพย์ทั้งหมดก็ดีดกลับขึ้นไปเกือบแตะสถิติเดิมที่ค้างไว้ ณ ปี 2007 ก่อนเกิดวิกฤตที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ที่เป็นปัจจัยลั่นไกให้เกิดภาวะเศรษฐกิจหดตัวทั่วโลก
       
       “การฟื้นตัวสามารถเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง และจะไปได้อีกไกล ด้วยการขับเคลื่อนของบรรดาตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อินเดีย กับจีน รวมทั้งบราซิล” เบอร์แทรนด์ ลาวาเซียร์ กรรมการผู้จัดการแห่งสายงานบริการการเงินโลกแห่งแคปเจมินี ให้ความเห็นไว้อย่างนั้น
48  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: รายงานพิเศษ : หมอฆ่าเมีย เรื่องของคนไอคิวสูงที่แพ้ไม่เป็น? เมื่อ: มิถุนายน 13, 2010, 11:36:41 AM
คนฉลาด อาจทำให้ชาติไม่เจริญก็ได้ cry1 cry1 cry1 cry1
49  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: ตารางการแข่งฟุตบอลโลก และสรุปผลการแข่ง เมื่อ: มิถุนายน 13, 2010, 09:14:31 AM
ผลออกมาแล้ว นึกว่าเกาหลีจะแพ้ กลายเป็นว่าแพ้พนันเลยเรา cry1 cry1 cry1
50  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: ‘นิสิต‘ กับ ‘นักศึกษา‘ ต่างกันอย่างไร เมื่อ: มิถุนายน 13, 2010, 09:12:49 AM
เพิ่งรู้ lipsrsealed1 lipsrsealed1
51  สมาชิก VIP / General Discussion / ตึกเมืองอาบูดาบี แชมป์สิ่งก่อสร้างเอียงที่สุดในโลก เมื่อ: มิถุนายน 12, 2010, 04:52:58 PM
ตึกเมืองอาบูดาบี แชมป์สิ่งก่อสร้างเอียงที่สุดในโลก

หลังจากที่หอเอนเมืองปิซ่า ได้เสียแชมป์ "สิ่งก่อสร้างที่เอียงที่สุดในโลก" ให้กับโบสถ์ซูเออร์ฮูเซ่น ในเยอรมันเมื่อ 3 ปีก่อน ล่าสุดได้มีสิ่งก่อสร้างแห่งใหม่ผุดขึ้น ทำลายสถิติสิ่งก่อสร้างที่เอียงที่สุดในโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

          และสิ่งก่อสร้างที่ว่านี้ ก็คือ ตึกแคปิตอล เกท ในเมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นตึก 35 ชั้นที่สูง 160 เมตรและมีความเอียงถึง 18 องศา ซึ่งถือว่ามากกว่าหอเอนปิซ่าที่มีความเอียงเพียงแค่ 4 องศา และโค่นแชมป์โบสถ์ซูเออร์ฮูเซ่นที่เอียงเพียงแค่ 5 องศาเท่านั้น โดยตึกแคปิตอลเกทนี้จะมีฐาน 12 ชั้นเป็นแนวตั้งฉากกับพื้น แล้วเริ่มเอียงตั้งแต่ชั้นที่ 13 ขึ้นไป สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงแรมและเปิดเป็นสำนักงานให้เช่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างที่เสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 80% มีกำหนดสร้างเสร็จและพร้อมเข้าอยู่อาศัยได้ภายในปลายปีนี้ 

          ทั้งนี้ กินเนสส์บุ๊คจึงได้บันทึกให้ตึกนี้เป็น "สิ่งก่อสร้างที่เอียงที่สุดในโลก" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่นิตยสาร "เนชันแนล จีโอกราฟฟิค" ก็ได้รวมตึกนี้ ให้เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ด้วย
52  สมาชิก VIP / General Discussion / ราชนครินทร์ เผยเด็กไทย เสี่ยงป่วยทางจิต เมื่อ: มิถุนายน 12, 2010, 04:49:53 PM
ราชนครินทร์เผยเด็กไทยเสี่ยงป่วยทางจิต (ไอเอ็นเอ็น)

          ผอ.ราชนครินทร์ เผยเด็กไทยเผชิญความเสี่ยงป่วยทางจิต มากขึ้น และตรวจพบอยาก ส่วนแนวโน้มเด็กออทิสติกก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย

          น.พ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เด็กและวัยรุ่นทั่วโลกประมาณ 1 ใน 5 มีปัญหาด้านสุขภาพจิต โดยในสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป ประมาณ 13 - 15 % จากสาเหตุที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สารเสพติด ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนึ่ง สำหรับประเทศไทย เด็กและวัยรุ่นมีปัญหาทางด้านจิตใจราว 10 % เช่นกัน ทั้งนี้ในการตรวจสภาพจิตใจ จะให้ทำแบบประเมินสุขภาพจิต ซึ่งเป็นแบบทดสอบทางจิตวิทยา ร่วมกับการตรวจร่างกายส่วนอื่น ก่อนนำข้อมูลทั้งหมด มาประมวลผลและวินิจฉัย ว่า เด็กมีปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือไม่

          ด้าน น.พ.ดุสิต ลิขนะพิชิตกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ กล่าวว่า ในวัยเด็กปัญหาสุขภาพจิตที่น่าห่วงอย่างยิ่ง นอกเหนือจากโรคออทิสติก ที่มีผู้ป่วยรายใหม่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ปีละไม่น้อยกว่า 200 -300 คน คือ ปัญหาสมาธิสั้น และอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ หรือโรคแอลดี ( Learning Disabilities) ที่จะเกิดขึ้นควบคู่กัน ปัจจุบันพบประมาณ 10 คน จาก 100 คน และอาจะมีแนวโน้มสูงขึ้น และยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่แน่ชัด การช่วยเหลือทำได้ด้วยการตรวจหาให้เจอเร็วที่สุด หรือตั้งแต่ยังมีอาการน้อย โดยหากลูกมีอาการสมาธิสั้น จดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ไม่ต่อเนื่อง ซุกซนเกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด และหุนหันพลันแล่น ใจร้อนคอยไม่เป็น พ่อแม่ควรรีบพาไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษา ซึ่งจะต้องใช้ยา หรือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หรือ ทั้งสองวิธีควบคู่กัน หากไม่ทำการรักษาจะส่งผลให้มีพฤติกรรม ที่ไม่พึงประสงค์
53  วิเคาระห์กราฟแนวโน้มราคาทองรายวัน / วิเคาระห์กราฟแนวโน้มราคาทองรายวัน / Re: วิเคาระห์กราฟแนวโน้มราคาทองรายวัน โดย Chart Pro เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2010, 05:38:07 PM

งง?? ทำได้ไง ทองขึ้นเฉย ต้องผิดแน่ๆ คืนนี้ไปไม่ไหวหรอก
54  สมาชิก VIP / General Discussion / อุปสรรคของการลดน้ำหนัก ที่คุณอาจนึกไม่ถึง (Momypedia) เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2010, 07:13:11 PM
อุปสรรคของการลดน้ำหนัก ที่คุณอาจนึกไม่ถึง (Momypedia)
มาพบกับตัวการสำคัญที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผล

           การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ เมื่อเทียบกับส่วนสูง โครงร่าง และอายุ คือสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในการมีสุขภาพดี แต่บางทีการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ด้วยการระวังสิ่งที่กินและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่สามารถลดน้ำหนักตามต้องการได้ เพราะสาเหตุบางอย่างที่คุณนึกไม่ถึง

การกักเก็บน้ำ

           ลองลดอาหารที่เป็นสาเหตุของการกับเก็บน้ำในร่างกายมากขึ้น เช่น เกลือ น้ำอัดลม ฯลฯ และหันมากินผลไม้อย่างแตงโม ส้ม ซึ่งจะช่วยลดการกักเก็บน้ำและขจัดน้ำในร่างกายได้มาก

แพ้อาหาร

           อาการแพ้อาหารอาจเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่ง ที่อาจทำให้น้ำหนักตัวของคุณไม่ขยับลง การแพ้อาหารที่ส่งผลต่อน้ำหนักที่พบกันมากที่สุด คือ การแพ้ข้าวสาลี เนื่องจากข้าวสาลีมีส่วนผสมของกลูเตนที่อาจรบกวนระบบการย่อย การแพ้ข้าวสาลีจึงทำให้มีปัญหาในการย่อยอาหาร มีอาการท้องผูก ท้องอืด คลื่นไส้ เป็นตะคริวง่าย อารมณ์แปรปรวน และอยากอาหาร นอกจากนี้อาจเช็คอาการแพ้อย่างอื่นด้วย เพราะอาจส่งต่อน้ำหนักตัวและเกิดอาการบวมได้เช่นกัน

พันธุกรรม

           ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า พันธุกรรมมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคอ้วนถึง 30-40% อย่างไรก็ตามถ้าคุณบังเอิญมียีนอ้วน ก็ใช่จะหมดหวังว่าจะลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะนักวิจัยชาวเยอรมันพบว่า คนที่ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ก็อาจช่วยลดน้ำหนักได้

การออกกำลังกายแบบเดิม ๆ

           ร่างกายของเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับกิจวัตรการออกกำลังกายที่คุณทำเป็นประจำ โดยใช้พลังงานน้อยลง ดังนั้น การเปลี่ยนกิจวัตรการออกกำลังกายหรือลองออกกำลังแบบใหม่ ๆ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเผาผลาญพลังงานของร่างกาย

นอนไม่พอ

           งานวิจัยหลายชิ้น พบความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับกับฮอร์โมนที่มีอิทธิพล ต่อพฤติกรรมการกินของเรา ซึ่งได้แก่ ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ที่รับผิดชอบต่อความรู้สึกหิวและเลปติน (Leptin) ที่จะบอกสมองว่า เมื่อไหร่ควรจะหยุดกิน แต่ถ้าคุณนอนไม่พอ ฮอร์โมนเกรลินจะเพิ่มขึ้น ขณะที่เลปตินจะลดลง ผลก็คือความอยากเพิ่มขึ้นและไม่รู้สึกอิ่ม

           คนส่วนใหญ่ต้องการนอนประมาณวันละ 7-9 ชั่วโมง บางคนนอนมาก บางคนนอนน้อย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่านอนแค่ไหนถึงจะพอ? ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ให้นอนนานที่สุดเท่าที่ต้องการติดต่อกันหลาย ๆ วัน จากนั้นการนอนของคุณจะคงที่ และคุณจะพบได้ว่า ตัวเองตื่นเองได้หลังจากนอนครบชั่วโมงที่ต้องการ (บวกลบ 15 นาที) เมื่อรู้ว่าตัวเองนอนเท่าไหร่ ก็ทำเป็นกิจวัตร จะช่วยลดน้ำหนักได้
55  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: ดื่มน้ำเย็น เป็นอันตรายจริงหรือ ? เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2010, 11:22:41 AM
เขาว่านำเย็นอันตราย ต้องพิสูจน์ spam spam
56  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: เจาะลึกชีวิต กรรณิกา ธรรมเกษร อดีตพิธีกรชื่อดัง เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2010, 11:21:58 AM
แหม ผมก็เพิ่งรู้ประวัติเขาเหมือนกัน คงไม่ช้าไปใช่ไหมครับ Undecided Undecided
57  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: เช็กสภาพรถหลังพักร้อน เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2010, 11:20:33 AM
ดีครับ ประกาศชัดเจนดีครับ55 icon_nif icon_nif icon_music
58  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: เจาะลึกชีวิต กรรณิกา ธรรมเกษร อดีตพิธีกรชื่อดัง เมื่อ: เมษายน 30, 2010, 08:54:46 PM
ไม่เคยดู แสดงว่าเราอายุน้อยหรือเปล่าเนี่ย Roll Eyes
59  สมาชิก VIP / General Discussion / Re: เริ่มวันใหม่ จัดสรรเวลาให้ตัวเอง เมื่อ: เมษายน 30, 2010, 08:51:16 PM
โอโห ทองขึ้นอีกล่ะ ดันปล่อยซะและ เซ็งมาก
60  สมาชิก VIP / General Discussion / เริ่มวันใหม่ จัดสรรเวลาให้ตัวเอง เมื่อ: เมษายน 30, 2010, 11:52:41 AM

เริ่มวันใหม่ จัดสรรเวลาให้ตัวเอง
        วันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับการจัดสรรเวลาให้อยู่หมัด สาวๆ หนุ่มๆ ที่ทำงาน ส่วนใหญ่บ่นว่าการทำงานเบียดบังเวลาส่วนตัวไปหมด เมื่อเรามองดูเคล็ดลับเหล่านี้แล้วอาจจะพบว่าจริงๆ แล้วงานอาจจะไม่ได้เบียดบังเวลาของคุณเลย แต่การจัดการเวลาของคุณต่างหากที่ทำได้ไม่ดีพอ เริ่มจัดระบบเวลาของตัวเองใหม่กันดีกว่า ด้วยวิธีการดังนี้

  1. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง

        ยิ่งผัดวันประกันพรุ่งเท่าไร เป้าหมายของคุณย่อมอยู่ไกลเท่านั้น วิธีแก้ปัญหาคือ กำหนดเส้นตายให้ตัวเอง คิดว่าเป้าหมายนี้จะประสบความสำเร็จเมื่อไร และควรทำอย่างสม่ำเสมอจนเป็นความเคยชิน แล้วงานของคุณจะก้าวหน้าและประหยัดเวลาอย่างคาดไม่ถึง

  2. กำหนดกิจกรรมในหนึ่งวัน

        บางกิจกรรมเชื่อว่าจะทำให้คุณสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เช่น การ Chat MSN จะดีกว่านี้ถ้าตื่นเช้ามาคุณกำหนดเลยว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง และจะต้องให้เสร็จภายในวันนี้หรือวันไหน

  3. โฟกัสเฉพาะผลงาน

        เชื่อว่าบางคนจะลนลานเมื่อมีงานเข้ามาเยอะๆ สิ่งที่คุณต้องทำนอกจากการจัดระบบที่ดีแล้ว คุณควรจะตั้งสมาธิให้แน่วแน่ว่าจะทำงานนั้นออกให้ได้ผลเช่นไร อย่าไปลงลึกกับกระบวนการมากนัก เพราะหลายครั้งที่ความตึงเครียดจะทำให้งานไม่สัมฤทธิ์ผลอย่างที่ตั้งใจไว้ งานไหนมาก่อนทำก่อน หรือแบ่งกลุ่มงานชนิดเดียวกันไว้ทำทีเดียวเพื่อความรวดเร็ว

  4. แรงบันดาลใจระหว่างเดินทาง


        เชื่อไหมว่าการจัดสรรเวลาในการเดินทางของคุณมีผลต่อการงานเหมือนกัน หากคุณเลือกเดินทางด้วยรถสาธารณะแล้วบังเอิญทำงานเกี่ยวกับแฟชั่น คุณอาจจะได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่จะออกแบบเสื้อผ้าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้คน หรือหากคุณเป็นอาจารย์อาจจะเลือกขับรถฟังวิทยุอัพเดตข่าวสาร เพื่อเล่าให้นักศึกษาฟังก็ได้ ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อีกรอบประหยัดเวลาได้เยอะ

  5. ปรับแผนการทำงาน

        สร้างหรือลดขั้นตอนในการทำงานใหม่ เพื่อให้งานยากๆ ประสบความสำเร็จเร็วขึ้น หาความรู้รับมือกับงานชิ้นยักษ์ อย่างเช่น สร้างขั้นตอนให้เพื่อนร่วมงานได้รับรู้ร่วมกันว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญก็คือ เมื่อตั้งระบบใหม่แล้ว จะต้องทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้

  6. ตอบจดหมายรวดเร็ว


        บิลต่างๆ หรือจดหมายให้เราตอบรับอะไร เราควรรีบเคลียร์ให้รวดเร็วที่สุด อย่าให้ค้างๆ คาๆ จนกลายเป็นจดหมายที่ยังไม่ได้เปิดอ่านถล่มทับตัวคุณได้ ยิ่งถ้ากำหนดเวลาในบิลเกินจะทำให้คุณเสียเวลาไปอีก หรืออีเมลล์นัดหมายงานต่างๆ ถ้าคุณไม่เปิดดูเลยอาจจทำให้พลาดอะไรบางอย่างไปได้

  7. กล้าบอดปัด
        สาวไทยไม่กล้าเอ่ยคำปฏิเสธออกมาให้คนอื่นชีช้ำาระกำใจ แต่คุณต้องคิดเสมอว่าสิ่งที่คุณรับปากพวกเขาไว้นั้นจะมากระทบกับงานของคุณหรือไม่ เราไม่ได้สอนให้แล้งน้ำใจ แต่อยากให้คุณแยกแยะและเต็มที่กับงานประจำบนหน้าตักของคุณก่อน หากเราทำงานเสร็จแล้วก็จะช่วยเหลือเหมือนเดิม
หน้า: 1 2 3 [4]

Powered by MySQL Powered by PHP Valid XHTML 1.0! Valid CSS!