Gold Futures คืออะไร (TFEX) มือใหม่ต้องรู้อะไรบ้าง

Gold Futures คือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันไว้วันนี้ แล้วไปชำระกำไรขาดทุนกันในอนาคต ในประเทศไทยซื้อขายผ่านตลาด TFEX โดยวางเงินประกันเพียงส่วนหนึ่งของมูลค่าสัญญา จึงได้กำไรหรือขาดทุนเร็วกว่าการซื้อทองจริงหลายเท่า บทความนี้พามือใหม่รู้จัก gold futures ตั้งแต่ศูนย์ ทั้งสินค้าที่มีให้เลือก เงินประกัน วันหมดอายุ และความเสี่ยงที่ต้องรู้
Gold Futures คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่าย
ลองนึกถึงการ “จองราคา” ล่วงหน้า สมมติวันนี้เราตกลงกับเพื่อนว่า อีก 2 เดือนจะซื้อทองจากเขาที่ราคาของวันนี้ ถ้าถึงวันนั้นทองแพงขึ้น เราได้เปรียบ แต่ถ้าทองถูกลง เพื่อนได้เปรียบแทน นี่คือหัวใจของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ ฟิวเจอร์ส (Futures)
ในตลาดจริง เราตกลงผ่านตลาดกลางที่มีสำนักหักบัญชีค้ำประกันว่าทั้งสองฝ่ายจะทำตามสัญญา และสัญญาทองคำส่วนใหญ่ใน TFEX ชำระราคาเป็นเงินสด ไม่มีการส่งมอบทองจริง มีแค่การโอนกำไรขาดทุนเข้าออกบัญชี คนที่ซื้อขาย Gold Futures จึงมักมีเป้าหมายเพื่อเก็งกำไรจากราคาทอง หรือป้องกันความเสี่ยงให้ทองที่ถืออยู่ ไม่ได้อยากได้ทองมาเก็บ
สินค้าทองคำล่วงหน้าใน TFEX มีอะไรบ้าง
TFEX หรือตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) มีสินค้าที่อ้างอิงทองคำ 2 กลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกอ้างอิงทองคำแท่งไทย 96.5% คิดราคาเป็นบาท กลุ่มที่สองอ้างอิงราคาทองโลก คิดราคาเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์
| สินค้า (ชื่อย่อ) | อ้างอิง | ขนาดสัญญา | หน่วยราคา | การชำระราคา |
|---|---|---|---|---|
| 10 Baht Gold Futures (GF10) | ทองคำแท่ง 96.5% | ทองหนัก 10 บาท (ราคาขยับ 10 บาท = 100 บาทต่อสัญญา) | บาทต่อทองหนัก 1 บาท | เงินสด |
| 50 Baht Gold Futures (GF) | ทองคำแท่ง 96.5% | ทองหนัก 50 บาท (ราคาขยับ 10 บาท = 500 บาทต่อสัญญา) | บาทต่อทองหนัก 1 บาท | เงินสด |
| Gold Online Futures (GO) | ทองคำ 99.5% ราคาตลาดโลก | ราคา × 300 บาท ไม่นำค่าเงินมาคำนวณ | ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ | เงินสด (บาท) |
| Mini Gold Online Futures (MGO) | ทองคำ 99.5% ราคาตลาดโลก | ราคา × 30 บาท (เล็กกว่า GO 10 เท่า) | ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ | เงินสด (บาท) |
| Gold-D (GD) | ทองคำแท่ง 99.99% | ทองหนัก 100 กรัม | ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ | ส่งมอบทองจริง |
ข้อมูลสรุปจากหน้าลักษณะของสัญญา Gold Futures ของ TFEX และหน้าสินค้าอื่นในหมวดเดียวกัน รายละเอียดสัญญาปรับปรุงได้ ควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนซื้อขายจริง สำหรับมือใหม่ที่คุ้นกับราคาหน้าร้าน GF10 เข้าใจง่ายที่สุด เพราะคิดราคาเป็น “บาทต่อทองหนัก 1 บาท” เหมือนป้ายราคาที่เห็นทุกวัน
Margin และ Leverage ใช้เงินน้อย แต่ความเสี่ยงไม่น้อย
ซื้อทองแท่งที่ร้าน เราต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน แต่ Gold Futures แค่วาง “หลักประกัน” หรือ มาร์จิ้น (Margin) ไว้กับโบรกเกอร์ เพื่อยืนยันว่ามีเงินพอรับผิดชอบถ้าขาดทุน หลักประกันมี 3 ระดับ
- หลักประกันเริ่มต้น (IM) เงินขั้นต่ำที่ต้องมีก่อนเปิดสัญญา
- หลักประกันรักษาสภาพ (MM) เส้นเตือน ถ้าเงินในบัญชีต่ำกว่านี้ จะถูกเรียกให้เติมเงิน ที่เรียกว่า Call Margin
- หลักประกันบังคับปิดสัญญา (FM) ถ้าเงินลดลงถึงระดับนี้ หรือเติมเงินไม่ทันเวลาที่กำหนด สัญญาอาจถูกปิดทันที
อัตราหลักประกันเปลี่ยนตามความผันผวนของราคาทอง ดูตัวเลขล่าสุดได้ที่หน้าหลักประกัน Gold Futures ของ TFEX และโบรกเกอร์อาจกำหนดสูงกว่านั้นได้ อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจคือ การปรับมูลค่าทุกวัน (Mark to Market) ทุกสิ้นวันระบบจะคิดกำไรขาดทุนแล้วเพิ่มหรือหักเงินในบัญชีทันที แม้ยังไม่ได้ปิดสัญญา
ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติ)
สมมติ GF10 ราคา 50,000 บาทต่อทองหนัก 1 บาท สัญญาหนึ่งมีทอง 10 บาท จึงมีมูลค่า 500,000 บาท ถ้ากำหนด IM 50,000 บาท MM 35,000 บาท และ FM 15,000 บาท แปลว่าใช้เงิน 50,000 บาทคุมทองมูลค่า 500,000 บาท หรือมีอัตราทด (Leverage) ประมาณ 10 เท่า สมมติเราเปิดสถานะซื้อ 1 สัญญา
- ราคาขึ้นเป็น 51,000 บาท (ขึ้นราว 2%) กำไร = (51,000 − 50,000) × 10 = 10,000 บาท หรือ 20% ของเงินที่วาง
- ราคาลงเป็น 48,400 บาท (ลงราว 3%) ขาดทุน 16,000 บาท เงินเหลือ 34,000 บาท ต่ำกว่า MM จะถูก Call Margin ให้เติมเงินตามเวลาที่โบรกเกอร์กำหนด
- ราคาลงเป็น 46,500 บาท (ลงราว 7%) ขาดทุน 35,000 บาท เงินเหลือ 15,000 บาท แตะระดับ FM สัญญาอาจถูกบังคับปิด กลายเป็นขาดทุนจริงทันที
ราคาทองขยับแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่เงินในบัญชีเปลี่ยนหลายสิบเปอร์เซ็นต์ นี่คือดาบสองคมของ Leverage ถ้าซื้อทองแท่งจริงที่ราคาเดียวกันแล้วราคาลง 7% เราแค่ขาดทุนบนกระดาษ ยังถือทองไว้ได้ ไม่มีใครบังคับขาย
Long กับ Short และวันหมดอายุของสัญญา
Long คือคาดว่าขึ้น Short คือคาดว่าลง
- Long (เปิดสถานะซื้อ) ใช้เมื่อคิดว่าราคาจะขึ้น ซื้อตอนนี้ แล้วขายปิดเมื่อราคาสูงกว่า
- Short (เปิดสถานะขาย) ใช้เมื่อคิดว่าราคาจะลง ขายก่อนได้แม้ไม่มีทอง แล้วซื้อคืนปิดเมื่อราคาต่ำกว่า
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) Short GF10 1 สัญญาที่ 50,000 บาท ถ้าราคาลงไป 49,000 บาทแล้วซื้อคืน ได้กำไร 10,000 บาท แต่ถ้าราคาขึ้นไป 51,000 บาท จะขาดทุน 10,000 บาทเท่ากัน คนที่ถือทองจริงและกังวลว่าราคาจะลง บางคนใช้ Short เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge) แต่ราคาทองรูปพรรณหน้าร้านกับราคาฟิวเจอร์สไม่ได้ขยับเท่ากันทุกบาท การป้องกันจึงไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
สัญญามีวันหมดอายุ และการ Rollover
สัญญา GF10 และ GF หมดอายุในเดือนคู่ (กุมภาพันธ์ เมษายน มิถุนายน สิงหาคม ตุลาคม ธันวาคม) เปิดให้ซื้อขาย 3 เดือนคู่ที่ใกล้ที่สุด วันซื้อขายวันสุดท้ายคือวันทำการก่อนวันทำการสุดท้ายของเดือนนั้น ปิดเวลา 16:30 น. ถ้ายังไม่ปิดสัญญาเอง ระบบจะคิดกำไรขาดทุนจากราคาชำระราคาวันสุดท้ายแล้วจบสัญญาเป็นเงินสด
ถ้าอยากถือมุมมองเดิมต่อ ต้องทำ Rollover คือปิดสัญญาเดือนใกล้ แล้วเปิดสัญญาเดือนถัดไปแทน เช่น ปิดเดือนธันวาคม เปิดเดือนกุมภาพันธ์ ทุกครั้งเสียค่าธรรมเนียม และราคาสองเดือนมักไม่เท่ากัน
ทำไมราคา Gold Futures ไม่เท่ากับราคาทองตอนนี้
ราคาทองสำหรับส่งมอบทันทีเรียกว่าราคา Spot ส่วนราคาฟิวเจอร์สคือราคาสำหรับอนาคต สองราคานี้มักต่างกัน เหตุผลหลักคือ ต้นทุนการถือครอง (Cost of Carry) ถ้าเราซื้อทองจริงวันนี้ ต้องจ่ายเงินก้อนเต็ม เงินก้อนนั้นจึงไม่ได้ดอกเบี้ย แถมต้องหาที่เก็บ แต่ถ้าใช้ฟิวเจอร์ส เราวางแค่หลักประกัน เงินที่เหลือยังฝากกินดอกเบี้ยได้ ราคาฟิวเจอร์สจึงมักบวกค่าดอกเบี้ยและค่าเก็บรักษาตามจำนวนวันที่เหลือก่อนหมดอายุ
สูตรอย่างง่ายคือ ราคาฟิวเจอร์สโดยประมาณ = ราคาปัจจุบัน × (1 + อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนวันที่เหลือ ÷ 365) ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) ราคาทองปัจจุบัน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 2% ต่อปี สัญญาเหลือ 90 วัน ราคาฟิวเจอร์สทางทฤษฎีจะอยู่ราว 50,000 × (1 + 0.02 × 90 ÷ 365) ≈ 50,250 บาท ส่วนต่างนี้จะหดลงเมื่อใกล้หมดอายุ แต่ราคาซื้อขายจริงยังขึ้นกับแรงซื้อขายและความคาดหวังของตลาด บางช่วงจึงสูงหรือต่ำกว่าราคาทางทฤษฎีได้
กล่อง “Calc. Gold Future” บนหน้าราคาทองวันนี้ บอกชื่อสัญญา ราคาที่คำนวณได้เป็นบาทต่อทองหนัก 1 บาท และจำนวนวันที่เหลือก่อนหมดอายุ ตัวเลขนี้เป็นราคาประมาณการจากราคาทองโลกและค่าเงินบาทบวกส่วนต่างตามอายุสัญญา ใช้เป็นตัวเทียบ ไม่ใช่ราคาที่มีคนซื้อขายจริง ราคาจริงต้องดูจาก TFEX หรือโปรแกรมของโบรกเกอร์
ควรรู้ด้วยว่า ราคาชำระราคาวันสุดท้ายของ GF10 ไม่ได้ใช้ราคาป้ายหน้าร้าน แต่คำนวณจากราคาทองโลกรอบเช้าของลอนดอน (LBMA Gold AM) แปลงเป็นบาทต่อทองหนัก 1 บาท ความบริสุทธิ์ 96.5% ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ราคาฟิวเจอร์สจึงขยับตามราคาทองโลกและค่าเงินบาทเป็นหลัก
ต่างจากซื้อทองจริงอย่างไร และใครเหมาะกับ Gold Futures
- ความเป็นเจ้าของ ซื้อทองจริงได้ทองมาถือ ส่วน GF10 ได้แค่สิทธิตามสัญญา
- เงินที่ใช้ ทองจริงจ่ายเต็มราคา ฟิวเจอร์สวางแค่หลักประกัน แต่ต้องมีเงินสำรองไว้เติม
- ระยะเวลา ทองจริงเก็บได้นานเท่าที่ต้องการ ฟิวเจอร์สมีวันหมดอายุ
- การดูแล ทองจริงไม่ต้องเฝ้าราคา ฟิวเจอร์สต้องดูบัญชีทุกวัน และ TFEX ซื้อขายถึงตีสาม ราคาอาจขยับแรงตอนเรานอนหลับ
ความเสี่ยงหลักคือขาดทุนเร็ว ถูกบังคับปิดในจังหวะที่ไม่อยากขาย และต้นทุนแฝงจากค่าธรรมเนียม ระวังมิจฉาชีพชวนเทรดผ่านแอปหรือเว็บที่ไม่ได้รับอนุญาต ควรใช้โบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิก TFEX เท่านั้น อ่านเพิ่มที่เทรดทองออนไลน์ เสี่ยงแค่ไหน ระวังมิจฉาชีพ
Gold Futures อาจเหมาะกับคนที่เข้าใจเรื่องหลักประกันดี มีเงินเย็นที่เสียได้ มีเวลาติดตามราคา และมีวินัยตัดขาดทุน แต่ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการออมทองระยะยาว หรือใช้เงินจำเป็นมาลงทุน ถ้าเป้าหมายคือสะสมทอง การซื้อทองจริงทีละน้อยอาจตรงกว่า ดูทองแท่ง vs ทองรูปพรรณ ซื้อแบบไหนคุ้ม ถ้าจะเริ่ม ต้องเปิดบัญชีอนุพันธ์กับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิก TFEX ทำแบบประเมินความเหมาะสมตามขั้นตอนของโบรกเกอร์ แล้วเริ่มจากสัญญาขนาดเล็ก
คำถามที่พบบ่อย
เริ่มเทรด Gold Futures ต้องใช้เงินเท่าไร
อย่างน้อยเท่ากับหลักประกันเริ่มต้น (IM) ของสัญญานั้น ซึ่งเปลี่ยนไปตามความผันผวนของตลาด ดูตัวเลขล่าสุดจาก TFEX หรือโบรกเกอร์ และควรมีเงินสำรองเผื่อถูก Call Margin
ซื้อ GF10 แล้วจะได้ทองจริงไหม
ไม่ได้ GF10 และ GF ชำระราคาเป็นเงินสด สัญญาที่ส่งมอบทองจริงคือ Gold-D ซึ่งมีเงื่อนไขการส่งมอบตามที่สำนักหักบัญชีกำหนด
ขาดทุนเกินเงินที่วางไว้ได้ไหม
เป็นไปได้ ระบบหลักประกันช่วยจำกัดความเสียหาย แต่ถ้าราคากระโดดแรงมาก อาจปิดสัญญาได้ที่ราคาแย่กว่าที่คาด จนต้องชดใช้ส่วนที่ติดลบเพิ่ม
ดูราคาทองย้อนหลังเพื่อศึกษาก่อนเทรดได้ที่ไหน
ดูได้ที่หน้าราคาทองคำย้อนหลัง ช่วยให้เห็นว่าราคาทองเคยขยับแรงแค่ไหนในแต่ละวัน ก่อนคิดเรื่องหลักประกันที่ต้องเตรียม
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความเสี่ยงสูงและอาจขาดทุนเกินเงินลงทุน ควรศึกษาลักษณะสัญญาและความเสี่ยงให้เข้าใจ และตัดสินใจตามสถานะการเงินของตนเอง
