สมาคมค้าทองคำประกาศราคาอย่างไร ทำไมวันหนึ่งเปลี่ยนหลายครั้ง

สมาคมค้าทองคำ คือองค์กรของผู้ประกอบการค้าทองที่ทำหน้าที่ประกาศ “ราคากลาง” ของทองคำ 96.5% ในประเทศไทย ทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ ราคานี้คำนวณจากราคาทองโลก ค่าเงินบาท และต้นทุนนำเข้า-ส่งออก แล้วปรับเป็นขั้น ๆ ทุกครั้งที่ต้นทุนเปลี่ยนไปมากพอ วันไหนตลาดโลกแกว่งแรง ราคาจึงเปลี่ยนได้หลายครั้งในวันเดียว
สมาคมค้าทองคำคือใคร
หลายคนเข้าใจว่าสมาคมค้าทองคำเป็นหน่วยงานของรัฐ แต่ความจริงคือ “สมาคม” ที่ผู้ค้าทองรวมตัวกันตั้งขึ้น จดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2526 สมาชิกรุ่นแรกเป็นร้านทองย่านเยาวราช ต่อมาจึงมีผู้ค้าทองจากทั่วประเทศเข้ามาเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
บทบาทที่คนทั่วไปรู้จักมากที่สุด คือการกำหนดและประกาศราคาทองคำของประเทศ สมาคมระบุว่าราคานี้ได้รับการยอมรับเป็นราคาอ้างอิงกลางจากทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กรมสรรพากร และธนาคารแห่งประเทศไทย พูดง่าย ๆ คือ ป้าย “ราคาทองวันนี้” ที่ร้านทองทั่วประเทศติดไว้ ส่วนใหญ่อ้างอิงจากตัวเลขของสมาคมนี้
ลองนึกภาพตลาดสดที่ไม่มีราคากลาง แต่ละแผงตั้งราคาห่างกันมาก คนซื้อก็สับสนและต่อรองยาก การมีราคาประกาศเดียวกันทั้งประเทศจึงช่วยให้ร้านทองกับลูกค้าคุยกันบนตัวเลขชุดเดียวกัน
อ่านป้ายราคาของสมาคมค้าทองคำให้เข้าใจ
เมื่อเปิดหน้าราคาของสมาคม เราจะเห็นตารางเล็ก ๆ ที่มีตัวเลขหลายช่อง ทุกตัวเลขเป็นราคาต่อน้ำหนัก 1 บาท ของทองความบริสุทธิ์ 96.5% โดยทองคำแท่ง 1 บาท หนัก 15.244 กรัม ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาท หนัก 15.16 กรัม แต่ละช่องมีความหมายดังนี้
| ช่องบนป้าย | ความหมาย | ข้อควรรู้ |
|---|---|---|
| ทองคำแท่ง “รับซื้อ” | ราคาที่ร้านรับซื้อทองคำแท่งคืนจากลูกค้า | ร้านค้าปลีกอาจหักค่าใช้จ่ายเพิ่มเล็กน้อย |
| ทองคำแท่ง “ขายออก” | ราคาที่ร้านขายทองคำแท่งให้ลูกค้า | ห่างจากราคารับซื้อเป็นจำนวนคงที่ เรียกว่า “ส่วนต่าง” |
| ทองรูปพรรณ “ขายออก” | ราคาอ้างอิงของทองรูปพรรณ | สูงกว่าทองคำแท่งเพราะบวกค่ากำเหน็จขั้นต่ำไว้แล้ว ชิ้นจริงอาจแพงกว่านี้ตามลาย |
| ทองรูปพรรณ “ฐานภาษี” | ตัวเลขที่ร้านทองใช้คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม | ไม่ใช่ราคาที่ร้านต้องรับซื้อทองรูปพรรณคืนเสมอไป |
| วันที่ เวลา และ “ครั้งที่” | บอกว่าเป็นราคาประกาศรอบไหนของวัน | ใช้เช็คว่าร้านติดราคาล่าสุดหรือยัง |
| เทียบกับประกาศก่อนหน้า / วันก่อนหน้า | ราคาขึ้นหรือลงกี่บาท | ช่วยดูทิศทางระหว่างวันได้เร็ว |
ส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายออกของทองคำแท่ง
ส่วนต่างเป็นค่าที่สมาคมกำหนด ไม่ได้ขยับตามตลาดทุกรอบ โดยปกติอยู่ที่ 100 บาทต่อบาททองคำ เคยตรึงไว้ที่ 300 บาทชั่วคราวช่วงโควิด-19 ปี 2563 และตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สมาคมปรับเป็น 200 บาท เพื่อรับมือราคาที่ผันผวนรุนแรง ตัวเลขนี้จึงเปลี่ยนได้อีกตามสถานการณ์ ก่อนซื้อขายควรดูป้ายล่าสุดทุกครั้ง
ราคาทองรูปพรรณกับการขายคืน
ราคาขายทองรูปพรรณในร้านจริงคือราคาทองบวกค่ากำเหน็จ ซึ่งต่างกันตามความยากของลวดลายและนโยบายของแต่ละร้าน ส่วนการขายทองรูปพรรณคืน สมาคมแจ้งว่าตามประกาศของกรมการค้าภายในและข้อตกลงกับ สคบ. ร้านทองหักได้ไม่เกิน 5% จากราคาทองคำแท่งรับซื้อของวันนั้น และใช้กับกรณีขายคืนร้านเดิมเท่านั้น รายละเอียดสิทธิของผู้ซื้ออ่านต่อได้ที่ สิทธิผู้ซื้อทอง สิ่งที่ต้องดูก่อนซื้อ/ขายคืน
สมาคมค้าทองคำกำหนดราคาจากอะไร
ราคาที่เราเห็นไม่ได้มาจากคนคนเดียวกดตัวเลข สมาคมมี “คณะกรรมการควบคุมราคาทอง” 5 ท่าน ซึ่งเป็นตัวแทนจากผู้ค้าทองรายใหญ่ คอยดูตลาดตลอดช่วงเวลาซื้อขาย และตัดสินใจด้วยเสียงข้างมาก 3 ใน 5 เสียง ตัวแปรหลักที่ใช้มี 4 อย่าง
- ราคาทองโลก (Gold Spot) ซึ่งซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
- ค่าพรีเมียม คือค่าใช้จ่ายจากการนำเข้าหรือส่งออกทองคำ อาจเป็นบวกหรือลบ ขึ้นกับว่าช่วงนั้นไทยนำเข้าหรือส่งออกทองเป็นหลัก
- ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ ซึ่งใช้อัตราแบบเรียลไทม์
- อุปสงค์และอุปทานทองในประเทศ ดูจากปริมาณและราคาซื้อขายจริงระหว่างผู้นำเข้า-ส่งออก ร้านค้าส่ง และร้านค้าปลีก
จากนั้นจึงแปลงหน่วยจากออนซ์เป็น “บาท” ตามน้ำหนักแบบไทย สูตรคำนวณแบบละเอียดเป็นเรื่องของ Gold Spot ซึ่งขอไม่ลงรายละเอียดในที่นี้ ให้จำสั้น ๆ ว่า ราคาทองไทยมาจากราคาทองโลกคูณค่าเงินบาท แล้วปรับด้วยพรีเมียมและภาวะตลาดในประเทศ ส่วนผลของค่าเงินบาทอ่านต่อได้ที่ ค่าเงินบาทแข็ง-อ่อน ทำให้ราคาทองไทยขึ้นลงอย่างไร
สมาคมเองยังเตือนไว้ว่า ถ้าเราเอาราคา Gold Spot จากเว็บต่างประเทศมาเข้าสูตรตรง ๆ ตัวเลขที่ได้อาจไม่ตรงกับราคาซื้อขายทองจริง เพราะยังไม่ได้รวมพรีเมียมและภาวะตลาดในประเทศ (อ่านคำอธิบายของสมาคมได้ที่หน้า การกำหนดราคาทองคำของประเทศไทย)
ทำไมราคาทองไทยขยับทีละ 50 บาท
ถ้าสังเกตราคาทองคำแท่ง จะเห็นว่าลงท้ายด้วย 00 หรือ 50 เสมอ เพราะราคาประกาศขยับเป็นขั้น และขั้นที่เล็กที่สุดคือ 50 บาท เราจึงไม่เคยเห็นราคาทองคำแท่งแบบ 50,237 บาท
ลองเปรียบเทียบกับทางลาดกับบันได ราคาทองโลกเหมือนทางลาด ขยับขึ้นลงทีละนิดแทบทุกวินาที ส่วนราคาทองไทยเหมือนบันได จะขยับก็ต่อเมื่อต้นทุนที่คำนวณได้เปลี่ยนไปมากพอจะก้าวขึ้นหรือลงหนึ่งขั้น ส่วนจะขยับเมื่อไรและกี่ขั้น เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการ ไม่ได้มีสูตรปัดเศษตายตัวที่ประกาศให้คนทั่วไปทราบ
ข้อดีของการขยับเป็นขั้น คือ ร้านทองทั่วประเทศติดป้ายได้ง่าย ลูกค้าจำง่าย และไม่ต้องเปลี่ยนราคาทุกนาทีตามตลาดโลก แต่ถ้าวันไหนตลาดโลกพุ่งหรือดิ่งแรง ราคาไทยก็อาจกระโดดทีเดียวหลายขั้น
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) ทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 50,000 บาท ถ้าต้นทุนที่คำนวณใหม่ขยับขึ้นเพียงราว 20 บาท ราคาประกาศอาจยังคงเดิม แต่ถ้าต้นทุนขยับขึ้นราว 300 บาทในเวลาไม่นาน ราคาก็อาจถูกปรับขึ้นเป็น 50,300 บาทในการประกาศครั้งเดียว คือขึ้นทีเดียว 6 ขั้น
ทำไมราคาทองเปลี่ยนวันละหลายครั้ง และ “ครั้งที่” หมายถึงอะไร
ตลาดทองโลกซื้อขายต่อเนื่องเกือบตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ ส่งไม้ต่อกันระหว่างตลาดเอเชีย ลอนดอน และนิวยอร์ก ค่าเงินบาทเองก็ขยับทั้งวัน เมื่อสองตัวแปรนี้เปลี่ยน ต้นทุนทองในไทยก็เปลี่ยนตาม สมาคมจึงต้องปรับราคาให้ทันตลาด ไม่อย่างนั้นร้านทองจะขาดทุน หรือลูกค้าจะเสียเปรียบ
สมาคมตอบไว้ใน หน้าคำถามที่พบบ่อย ว่า การปรับราคาไม่มีจำนวนครั้งและเวลาที่แน่นอน บางวันอาจมีราคาเดียวทั้งวัน บางวันเปลี่ยนหลายครั้ง โดยทั่วไปราคาแรกของวันจะประกาศช่วงเช้าราว 9 โมงกว่า
คำว่า “ครั้งที่” บนป้ายจึงหมายถึงลำดับการประกาศของวันนั้น ครั้งที่ 1 คือราคาเปิดของวัน ถ้าตลาดขยับจนต้องปรับราคา ก็จะเป็นครั้งที่ 2, 3, 4 ไปเรื่อย ๆ ตัวเลขยิ่งสูง แปลว่าวันนั้นตลาดยิ่งเคลื่อนไหวมาก ในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก เคยมีวันที่ปรับราคากันหลายสิบครั้ง
วันที่มักเห็นการปรับราคาบ่อย ได้แก่ วันที่สหรัฐฯ ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ วันประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือวันที่มีข่าวใหญ่ด้านการเมืองระหว่างประเทศ ส่วนว่าทำไมข่าวเหล่านี้ทำให้ทองขึ้นลง อ่านต่อได้ที่ ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองขึ้น-ลง
อีกเรื่องที่ควรรู้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 สมาคมเริ่มประกาศราคาในวันเสาร์และอาทิตย์ด้วย เพราะตลาดซื้อขายล่วงหน้าทองคำบางประเภทในต่างประเทศขยายเวลาซื้อขายไปถึงช่วงสุดสัปดาห์ จำนวนครั้งที่ประกาศในวันหยุดก็ไม่ตายตัวเช่นกัน และร้านทองแต่ละร้านยังเลือกวันเวลาเปิดทำการเองได้ (ประกาศของสมาคม)
ทำไมราคาทองแต่ละร้านต่างกันเล็กน้อย
ราคาของสมาคมเป็น “ราคากลาง” ที่ทุกคนใช้อ้างอิง แต่ร้านใกล้บ้านอาจต่างจากป้ายสมาคมเล็กน้อย ด้วยเหตุผลเหล่านี้
- ต้นทุนการเดินทางและความเสี่ยง ร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ไม่ได้ผลิตทองคำแท่งเอง ต้องไปซื้อจากแหล่งค้าส่ง เช่น เยาวราช สมาคมอธิบายว่าร้านจึงอาจบวกค่าใช้จ่ายราว 50–100 บาทต่อทองคำแท่ง 1 บาท และร้านในต่างจังหวัดที่อยู่ไกลมากอาจคิดถึง 200 บาท ขาที่ลูกค้าขายคืนก็คิดในทำนองเดียวกัน
- ค่ากำเหน็จของทองรูปพรรณ แต่ละลายใช้ฝีมือและต้นทุนไม่เท่ากัน ราคาจึงต่างกันได้ แม้น้ำหนักเท่ากัน
- จังหวะเวลาเปลี่ยนป้าย สมาคมอาจประกาศครั้งใหม่ไปแล้ว แต่ร้านยังไม่ได้เปลี่ยน หรือร้านเปลี่ยนแล้ว แต่เรายังดูราคารอบก่อนในมือถือ
- เงื่อนไขของแต่ละร้าน เช่น การรับซื้อทองที่ไม่ได้ซื้อจากร้าน หรือทองที่ชำรุด อาจมีวิธีคิดต่างกัน
เคล็ดลับง่าย ๆ ก่อนซื้อขาย ให้ถามร้านว่า “ใช้ราคาประกาศครั้งที่เท่าไร” แล้วเทียบกับราคาล่าสุดที่หน้า ราคาทองวันนี้ ถ้าอยากดูว่าที่ผ่านมาราคาขยับอย่างไร ดูได้ที่ ราคาทองคำย้อนหลัง
คำถามที่พบบ่อย
สมาคมค้าทองคำเป็นหน่วยงานของรัฐหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นสมาคมของผู้ประกอบการค้าทองที่จดทะเบียนเมื่อปี 2526 แต่ราคาที่ประกาศถูกใช้เป็นราคาอ้างอิงกลางโดยหน่วยงานรัฐหลายแห่ง
ราคาทองประกาศครั้งแรกของวันกี่โมง
โดยทั่วไปเป็นช่วงเช้าราว 9 โมงกว่า แต่ไม่มีเวลาตายตัว และจำนวนครั้งที่ปรับในแต่ละวันก็ไม่แน่นอน
ส่วนต่างราคารับซื้อกับขายออกของทองคำแท่งเท่าไร
ตั้งแต่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 200 บาทต่อบาททองคำ จากเดิม 100 บาท สมาคมปรับตัวเลขนี้ได้ตามสถานการณ์ จึงควรดูป้ายล่าสุดเสมอ
ทำไมป้ายทองรูปพรรณเขียนว่า “ฐานภาษี” ไม่ใช่ “รับซื้อ”
เพราะตัวเลขนี้คือราคาที่ร้านทองใช้หักออกจากราคาขายก่อนคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนราคาที่ร้านรับซื้อทองรูปพรรณคืน อ้างอิงจากราคาทองคำแท่งรับซื้อ โดยหักได้ไม่เกิน 5% กรณีขายคืนร้านเดิม
วันเสาร์-อาทิตย์มีราคาทองประกาศไหม
มี ตั้งแต่ 25 กรกฎาคม 2569 สมาคมเริ่มประกาศราคาในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่จำนวนครั้งไม่ตายตัว และสมาคมแจ้งว่าจะประเมินแนวทางนี้อีกครั้งหลังใช้ไประยะหนึ่ง
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน กฎเกณฑ์ของสมาคมค้าทองคำอาจเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบประกาศล่าสุดและเงื่อนไขของร้านทองก่อนตัดสินใจซื้อขายทุกครั้ง
