ตลาดทอง TARADTHONG.COM

ทองขึ้นเพราะอะไร ลงเพราะอะไร ปัจจัยราคาทองคำ พร้อมสถิติจริง 16 ปี

ทองขึ้นเพราะอะไร ลงเพราะอะไร

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำมีหลายตัว แต่สรุปได้ว่าราคาทองขึ้นเมื่อ “คนอยากถือทอง” มากกว่า “คนอยากขายทอง” ตัวที่ขับเคลื่อนความต้องการนี้บ่อยที่สุด คือ ค่าเงินดอลลาร์ ดอกเบี้ยสหรัฐ เงินเฟ้อ ความเสี่ยงโลก การซื้อของธนาคารกลาง กองทุนทองคำ และความต้องการเครื่องประดับ สำหรับราคาทองไทย ยังมีค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่ง

ทองขึ้นเพราะอะไร: เริ่มจากหลักแรงซื้อ-แรงขาย

ทองคำก็เหมือนสินค้าทั่วไปในตลาด ถ้าคนแย่งกันซื้อ ราคาก็ขึ้น ถ้าคนแห่กันขาย ราคาก็ลง ลองนึกถึงผลไม้ตามฤดูกาล ช่วงที่ของมีน้อยแต่คนอยากกินมาก ราคาก็แพง พอของออกมาเยอะ ราคาก็ถูกลง

แต่ทองมีนิสัยพิเศษ 2 ข้อที่ควรรู้ก่อน

  • ทองไม่ให้ดอกผล ถือทองไว้ทั้งปี ทองไม่จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลให้เรา กำไรมาจากราคาที่เปลี่ยนเท่านั้น ทองจึงต้อง “แข่ง” กับเงินฝากและพันธบัตรที่ให้ดอกเบี้ย
  • ทองโลกซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐ ราคาที่ข่าวพูดถึงคือดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ อะไรที่กระทบค่าเงินดอลลาร์ จึงกระทบราคาทองไปด้วย

เมื่อเข้าใจ 2 ข้อนี้ ปัจจัยที่เหลือจะต่อกันเป็นภาพเดียวได้ง่ายขึ้น ด้านล่างนี้จะเขียนแต่ละปัจจัยเป็น “ลูกโซ่เหตุและผล” สั้น ๆ ให้จำง่าย และขอให้สังเกตคำว่า “มัก” เพราะในโลกจริงไม่มีปัจจัยไหนได้ผลแบบเดิมทุกครั้ง

ปัจจัยด้านการเงิน: ดอลลาร์ ดอกเบี้ย และเงินเฟ้อ

1) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

ลูกโซ่: ดอลลาร์อ่อนค่า → คนที่ถือเงินสกุลอื่นซื้อทองได้ถูกลง → แรงซื้อเพิ่ม → ราคาทองในหน่วยดอลลาร์มักขึ้น กลับกัน ถ้าดอลลาร์แข็งค่า ทองจะแพงขึ้นในสายตาคนทั่วโลก แรงซื้อก็มักลดลง

อย่างไรก็ตาม บางช่วงทองกับดอลลาร์ขึ้นพร้อมกันได้ เช่น ตอนที่โลกตื่นตระหนก คนจะวิ่งหาทั้งเงินดอลลาร์และทองคำในเวลาเดียวกัน

2) ดอกเบี้ยสหรัฐ เฟด และผลตอบแทนที่แท้จริง

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ “เฟด” เป็นผู้กำหนดทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ คณะกรรมการ FOMC ของเฟดมีการประชุมตามตารางปีละ 8 ครั้ง (ดูตารางได้ที่ เว็บไซต์ธนาคารกลางสหรัฐ) วันประกาศผลประชุมจึงเป็นวันที่ราคาทองมักแกว่งแรง

ลูกโซ่: ดอกเบี้ยสูงขึ้น → ฝากเงินหรือถือพันธบัตรได้ผลตอบแทนมากขึ้น → การถือทองซึ่งไม่มีดอกเบี้ย “เสียโอกาส” มากขึ้น → แรงซื้อทองมักลดลง ในทางกลับกัน เมื่อตลาดคาดว่าดอกเบี้ยจะลดลง ทองมักได้รับความสนใจมากขึ้น

นักลงทุนยังดู “ผลตอบแทนที่แท้จริง” (Real Yield) ซึ่งคือดอกเบี้ยหักด้วยเงินเฟ้อ ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) พันธบัตรให้ดอกเบี้ย 4% ต่อปี เงินเฟ้อ 3% ผลตอบแทนที่แท้จริงคือบวก 1% แต่ถ้าเงินเฟ้อขึ้นไปเป็น 5% ผลตอบแทนที่แท้จริงจะติดลบ 1% แปลว่าถือพันธบัตรแล้ว เงินกลับซื้อของได้น้อยลง ช่วงแบบนี้ทองมักดูน่าสนใจขึ้น

3) เงินเฟ้อ

ลูกโซ่: ของแพงขึ้นต่อเนื่อง → เงินสดซื้อของได้น้อยลง → คนมองหาสิ่งที่รักษามูลค่าได้ในระยะยาว → ทองเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนนึกถึง

แต่เงินเฟ้อไม่ได้ทำให้ทองขึ้นทันทีเสมอไป ถ้าธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยแรงเพื่อสู้เงินเฟ้อ ผลของดอกเบี้ยอาจกดราคาทองไว้ได้ เรื่องนี้อธิบายละเอียดใน เงินเฟ้อคืออะไร ทำไมคนถือทอง

ปัจจัยด้านความกลัวและผู้ซื้อรายใหญ่

4) ความเสี่ยงโลกและบทบาท “สินทรัพย์ปลอดภัย”

ลูกโซ่: เกิดสงคราม วิกฤตการเงิน หรือความขัดแย้งทางการค้า → คนกังวลว่าหุ้นหรือค่าเงินจะเสียหาย → ย้ายเงินบางส่วนมาพักในทอง → ราคาทองขึ้น

ทองถูกเรียกว่า “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) เพราะมูลค่าไม่ได้ผูกกับความอยู่รอดของบริษัทหรือรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่ราคาที่พุ่งเพราะข่าวร้าย ก็ย่อตัวลงได้เร็วเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

5) ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทอง

ธนาคารกลางหลายประเทศเก็บทองเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรอง เพื่อไม่ให้พึ่งเงินสกุลใดสกุลหนึ่งมากเกินไป ลูกโซ่: ธนาคารกลางซื้อทองจำนวนมากต่อเนื่อง → ทองในตลาดถูกดูดซับออกไป → เป็นแรงหนุนราคาในระยะยาว

ข้อมูลของสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ในปี 2022–2024 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองสุทธิเกินปีละ 1,000 ตันติดต่อกัน 3 ปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 473 ตันต่อปีในช่วงปี 2010–2021 กว่าเท่าตัว (ที่มา: World Gold Council) ตัวเลขนี้เปลี่ยนไปได้ทุกปี แต่ชี้ให้เห็นว่าผู้ซื้อกลุ่มนี้มีน้ำหนักมาก

6) กองทุนทองคำ (Gold ETF)

กองทุนอย่าง SPDR Gold Trust ถือทองจริงเก็บไว้หนุนหน่วยลงทุน ลูกโซ่: นักลงทุนแห่ซื้อหน่วยกองทุน → กองทุนต้องซื้อทองจริงเพิ่ม → แรงซื้อในตลาดเพิ่ม → ราคาทองได้แรงหนุน เมื่อมีคนขายคืนจำนวนมาก กองทุนก็ต้องขายทองออก หลายคนจึงติดตามว่า “ทองในกองทุน” เพิ่มหรือลด อ่านเพิ่มที่ SPDR Gold Trust คืออะไร

ปัจจัยด้านทองจริง: เครื่องประดับ ฤดูกาล และอุปทาน

ทองไม่ได้มีไว้ลงทุนอย่างเดียว ทองจำนวนมากถูกนำไปทำเครื่องประดับ และผู้ซื้อรายใหญ่ของโลกคืออินเดียกับจีน

  • อินเดีย งานแต่งงานและเทศกาลเป็นโอกาสซื้อทองที่สำคัญที่สุด สภาทองคำโลกระบุว่า เทศกาลธันเตรัส ซึ่งเป็นวันแรกของเทศกาลดิวาลี (มักตรงกับเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน) และเทศกาลอักษยะตฤตียา (ราวปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม) ถือเป็นช่วงมงคลในการซื้อทอง
  • จีน ความต้องการทองมักคึกคักในช่วงก่อนตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงซื้อของขวัญและให้ของมงคล

ลูกโซ่: เข้าฤดูซื้อทอง → ร้านทองในประเทศผู้ซื้อรายใหญ่สั่งทองเพิ่ม → แรงซื้อทองจริงเพิ่ม ในทางกลับกัน เมื่อราคาทองแพงมาก คนซื้อเครื่องประดับน้อยลง และบางส่วนนำทองเก่าออกมาขาย ตลาดจึงมี “กันชน” ตามธรรมชาติที่ช่วยไม่ให้ราคาวิ่งไปทางเดียวตลอด

ฝั่งอุปทาน หรือทองที่ออกสู่ตลาด มาจากเหมืองทองและทองรีไซเคิลเป็นหลัก ทองจากเหมืองเพิ่มขึ้นได้ช้า เพราะการเปิดเหมืองใหม่ใช้เวลาหลายปี ปัจจัยด้านอุปทานจึงมักไม่ใช่ตัวที่ทำให้ราคาเปลี่ยนเร็วในระยะสั้น

ราคาทองไทยมีปัจจัยเพิ่ม: ค่าเงินบาท

ราคาทองที่ร้านทองไทยติดป้าย ประกาศโดยสมาคมค้าทองคำ ซึ่งคำนวณจากราคาทองโลกคูณค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ แล้วปรับด้วยค่าพรีเมียมและสภาพตลาดในประเทศ

ลูกโซ่: เงินบาทอ่อนค่า → ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อซื้อทองในราคาดอลลาร์เท่าเดิม → ราคาทองไทยขึ้น แม้ทองโลกจะนิ่ง ส่วนเงินบาทแข็งค่าก็ให้ผลตรงข้าม นี่คือเหตุผลที่บางวันทองโลกขึ้น แต่ทองไทยกลับลง รายละเอียดพร้อมตัวอย่างตัวเลขอยู่ในบทความ ค่าเงินบาทกับราคาทองไทย

16 ปีของราคาทองไทย: ปัจจัยเหล่านี้ทำงานจริงอย่างไร

ตารางด้านล่างคำนวณจากราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออก ที่ตลาดทองบันทึกไว้ทุกครั้งที่สมาคมค้าทองคำประกาศ ตั้งแต่ 28 มี.ค. 2553 ตัวเลขอัปเดตเองทุกวัน (ปีแรกและปีปัจจุบันเป็นข้อมูลไม่เต็มปี)

ปีต้นปีปลายปีสูงสุดต่ำสุดเปลี่ยนแปลงทั้งปี
2569 (2026)64,55062,40081,95062,200▼ -2,550 บาท (-3.9%)
2568 (2025)42,65064,95067,40042,550▲ +22,550 บาท (+53.2%)
2567 (2024)33,65042,40044,55033,400▲ +8,750 บาท (+26.0%)
2566 (2023)29,85033,65034,40029,650▲ +3,800 บาท (+12.7%)
2565 (2022)28,75029,85032,10028,250▲ +1,200 บาท (+4.2%)
2564 (2021)26,95028,65028,95024,450▲ +1,800 บาท (+6.7%)
2563 (2020)21,45026,85030,40021,450▲ +5,350 บาท (+24.9%)
2562 (2019)19,65021,50022,40019,250▲ +1,800 บาท (+9.1%)
2561 (2018)20,10019,70020,30018,150▼ -400 บาท (-2.0%)
2560 (2017)19,65020,10021,20019,250▲ +450 บาท (+2.3%)
2559 (2016)18,20019,65022,80018,200▲ +1,400 บาท (+7.7%)
2558 (2015)18,50018,25020,15017,900▼ -450 บาท (-2.4%)
2557 (2014)18,75018,70021,15017,750▼ -50 บาท (-0.3%)
2556 (2013)24,25018,75024,35017,800▼ -5,450 บาท (-22.5%)
2555 (2012)23,50024,20025,95022,900▲ +700 บาท (+3.0%)
2554 (2011)20,20023,50027,10019,400▲ +3,400 บาท (+16.9%)
2553 (2010)17,05020,10020,15017,050-

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ขายออก (บาทละ) จากข้อมูลที่ตลาดทองบันทึกไว้ · ปีแรกและปีปัจจุบันเป็นข้อมูลไม่เต็มปี

ลองจับคู่ตัวเลขในตารางกับปัจจัยที่อธิบายมาข้างบน จะเห็นภาพชัดขึ้น

  • ปี 2554 ขึ้น 16.9% ราคาสูงสุดของปีบาทละ 27,100 บาท (6 ก.ย. 2554) ช่วงที่ตลาดกังวลวิกฤตหนี้ยุโรป และสหรัฐฯ ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ เป็นตัวอย่างของปัจจัยความเสี่ยงโลก (ข้อ 4)
  • ปี 2556 ลง 22.5% หนักที่สุดในตาราง ช่วงที่ตลาดเริ่มคาดว่าเฟดจะลดการอัดฉีดเงิน ดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐฯ สูงขึ้น และกองทุนทองคำขายทองออกจำนวนมาก ปัจจัยดอกเบี้ย (ข้อ 2) กับกองทุน (ข้อ 6) ทำงานไปทางเดียวกันพร้อมกัน
  • ปี 2557–2561 ทรงตัว ราคาปิดปีวนอยู่ราว 18,000–20,000 บาทเกือบ 5 ปี ช่วงที่ดอลลาร์แข็งค่าและเฟดเริ่มขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่ปลายปี 2558
  • ปี 2563 ขึ้น 24.9% ช่วงโควิด-19 ธนาคารกลางทั่วโลกลดดอกเบี้ยลงใกล้ศูนย์ ผลตอบแทนที่แท้จริงติดลบ ราคาสูงสุดของปีบาทละ 30,400 บาท (7 ส.ค. 2563)
  • ปี 2567 ขึ้น 26% และปี 2568 ขึ้น 53.2% ช่วงที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองต่อเนื่อง (ปี 2565–2567 ซื้อปีละกว่า 1,000 ตัน ตามข้อมูลสภาทองคำโลกที่อ้างถึงด้านบน) และตลาดคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย ปัจจัยระยะยาว (ข้อ 2 และข้อ 5) หนุนพร้อมกันหลายปีติด
  • ปี 2569 ราคาพุ่งไปทำสถิติบาทละ 81,950 บาท (29 ม.ค. 2569) แล้วลงแรงภายในไม่กี่วันทำการ ต่ำสุด 68,200 บาท (2 ก.พ. 2569) เป็นตัวอย่างว่าราคาที่ขึ้นเร็วเพราะแรงเก็งกำไร ย่อตัวได้เร็วเมื่อแรงซื้อเบาลง

บทเรียนจาก 16 ปีนี้คือ ปัจจัยระยะยาว (ดอกเบี้ย ธนาคารกลาง เงินเฟ้อ) มักกำหนด “ทิศทาง” ของทั้งปี ส่วนข่าวรายวันทำให้ราคาแกว่งระหว่างทาง ดูตัวเลขรายวัน รายเดือน และกราฟ 16 ปีได้ที่หน้า ราคาทองคำย้อนหลัง

ตารางสรุป และวิธีใช้อ่านแนวโน้มราคาทอง

ปัจจัย เหตุการณ์ตัวอย่าง ผลต่อราคาทองที่มักเกิด
ค่าเงินดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่า ทองโลกมักขึ้น
ดอกเบี้ยสหรัฐ ตลาดคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย ทองมักได้แรงหนุน
ผลตอบแทนที่แท้จริง ดอกเบี้ยหักเงินเฟ้อแล้วติดลบ ทองมักน่าสนใจขึ้น
เงินเฟ้อ ของแพงขึ้นต่อเนื่อง คนหันมาถือทองเพื่อรักษามูลค่า
ความเสี่ยงโลก สงคราม วิกฤตการเงิน ทองมักพุ่งในระยะสั้น
ธนาคารกลาง ซื้อทองเข้าทุนสำรองต่อเนื่อง แรงหนุนระยะยาว
กองทุน ETF เงินไหลเข้ากองทุนทองคำ แรงซื้อทองจริงเพิ่ม
เครื่องประดับ ฤดูแต่งงานและเทศกาลในอินเดีย ความต้องการทองจริงเพิ่ม
ค่าเงินบาท (เฉพาะทองไทย) เงินบาทอ่อนค่า ทองไทยแพงขึ้น

เวลาอ่านข่าว “แนวโน้มราคาทอง” มีหลัก 3 ข้อที่ช่วยไม่ให้หลงทาง

  1. ไม่มีปัจจัยไหนชนะตลอด หลายปัจจัยเกิดพร้อมกันและดึงกันไปคนละทาง เช่น ข่าวความขัดแย้งดันทองขึ้น แต่ดอลลาร์แข็งค่ากดทองลง ผลสุดท้ายขึ้นกับว่าแรงไหนมากกว่า
  2. ตลาดตอบสนองต่อ “ความคาดหวัง” ถ้าทุกคนรู้ล่วงหน้าว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย ราคาอาจขึ้นไปก่อนแล้ว พอถึงวันประกาศจริง ทองอาจไม่ขึ้น หรือกลับลงก็ได้
  3. ระยะสั้นกับระยะยาวต่างกัน ข่าวรายวันทำให้ราคาแกว่งไปมา ส่วนปัจจัยอย่างการซื้อของธนาคารกลางหรือเงินเฟ้อ มีผลแบบค่อยเป็นค่อยไป

วิธีฝึกที่ดีคือเปิดดู ราคาทองคำย้อนหลัง แล้วลองจับคู่กับข่าวในช่วงเดียวกัน จะเห็นว่าปัจจัยไหนมีผลมากในแต่ละช่วง และติดตามราคาล่าสุดได้ที่หน้า ราคาทองวันนี้

คำถามที่พบบ่อย

ทองขึ้นเพราะอะไรบ่อยที่สุด

ไม่มีคำตอบเดียว แต่ปัจจัยที่ตลาดจับตาแทบตลอดเวลา คือค่าเงินดอลลาร์และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ ส่วนความเสี่ยงโลกมักทำให้ทองพุ่งเป็นช่วง ๆ

ดอลลาร์แข็งค่า ทองต้องลงเสมอไหม

ไม่เสมอไป ส่วนใหญ่ทั้งสองมักเคลื่อนไหวสวนทางกัน แต่ช่วงที่ตลาดตื่นกลัว คนอาจซื้อทั้งดอลลาร์และทองพร้อมกัน

ทำไมบางครั้งมีข่าวที่น่าจะดีต่อทอง แต่ทองกลับลง

เพราะราคาอาจสะท้อนข่าวนั้นไปล่วงหน้าแล้ว พอข่าวออกจริง คนที่ซื้อไว้ก่อนจึงขายทำกำไร หรือมีปัจจัยอื่นที่แรงกว่าเกิดขึ้นพร้อมกัน

ราคาทองไทยกับราคาทองโลกขึ้นลงเหมือนกันไหม

ส่วนใหญ่ไปทางเดียวกัน แต่ราคาทองไทยมีค่าเงินบาทและค่าพรีเมียมเข้ามาเกี่ยว บางวันจึงขยับไม่เท่ากัน หรือสวนทางกันได้

บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวถึงเป็นแนวโน้มที่พบบ่อย ไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าราคาจะเป็นไปตามนั้น ควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ